Sunday, 5 July 2026
NewsFeed

สิ้น ‘ฮิโรทาเกะ ยาโนะ’ ผู้ก่อตั้ง ‘Daiso’ ต้นแบบร้านขายสินค้าราคา 100 เยน

เมื่อวานนี้ (19 ก.พ.67) บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า บริษัท ไดโซะ อินดัสทรีส์ (Daiso Industries Co.) ผู้ค้าปลีกสินค้าราคาย่อมเยาในญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ว่า ฮิโรทาเกะ ยาโนะ (Hirotake Yano) มหาเศรษฐีหมื่นล้าน ผู้ก่อตั้งร้าน ‘ไดโซะ’ (Daiso) ต้นแบบร้านขายสินค้าราคา 100 เยน เสียชีวิตแล้วในวัย 80 ปี เมื่อวันที่ 12 ก.พ.67 ด้วยอาการหัวใจล้มเหลว 

แถลงการณ์ของบริษัทระบุว่า สมาชิกในครอบครัวที่ใกล้ชิดได้จัดงานศพของเขาเป็นการส่วนตัว และบริษัทจะจัดพิธีรำลึกถึงเขาในการประชุมของบริษัทในอนาคตอันใกล้นี้ 

ทั้งนี้ ยาโนะ เป็นที่รู้จักในฐานะผู้บุกเบิกรูปแบบธุรกิจร้านขายสินค้าที่ขายทุกอย่างในราคา 100 เยน ซึ่งในช่วงเวลาที่เขาเสียชีวิต เขามีความมั่งคั่งสุทธิประมาณ 1,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 68,530 ล้านบาท) อิงตามรายงานของ Bloomberg Billionaires Index 

หลังสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชูโอในกรุงโตเกียวในปี 1967 ฮิโรทาเกะ ยาโนะ ได้ทำงานหลายอย่าง รวมถึงทำงานในกิจการประมงของพ่อตาจนกระทั่งกิจการล้มละลาย ก่อนที่เขาจะเริ่มขับรถบรรทุกเร่ขายสินค้าในปี 1972 ซึ่งนั่นทำให้เขามีความคิดที่จะขายสินค้าทุกชิ้นในราคา 100 เยน เพื่อประหยัดเวลาจากการที่ไม่ต้องติดป้ายราคา 

ด้วยไอเดียนั้น เขาจึงก่อตั้งร้าน ไดโซะ (Daiso) ขึ้นในปี 1977 แต่กว่าจะมีกำไรก็ต้องใช้เวลาหลายปี ด้วยยอดขาย 3.6 พันล้านเยน Daiso Industries ประสบความสำเร็จจากผลกำไรจากการดำเนินงานเป็นครั้งแรก

บริษัทของเขาประสบความสำเร็จเนื่องจากเป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นมาตอบโจทย์ในยุคที่ค่าแรงในญี่ปุ่นซบเซาและเศรษฐกิจถดถอย ทำให้ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมองหาสินค้าที่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปมากขึ้น โมเดลธุรกิจการขายสินค้าทุกชิ้นในราคา 100 เยนจึงเป็นที่นิยมขึ้นในญี่ปุ่น และหลังจากนั้นก็ได้รับความนิยมในประเทศอื่น ๆ ด้วย

หุ้นบริษัทไดโซะซึ่งเป็นหุ้นแบบ Closely Held (ถือหุ้นโดยกลุ่มคนเฉพาะ) มีรายได้ 589,100 ล้านเยน (ประมาณ 141,530 ล้านบาท) งวด 11 เดือนของปีงบการเงิน 2022 (ถึงกุมภาพันธ์ 2023) ข้อมูลในเว็บไซต์บริษัทระบุว่า ไดโซะมีร้านค้าในประเทศญี่ปุ่น 4,360 สาขา และในต่างประเทศ 990 สาขา ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2023

‘สว.วีระศักดิ์’ ร่วมเวทีสนทนา ‘มรดกจากธรรมชาติ การสืบทอดและรักษา’ พร้อมร่วมชมภาพยนตร์ ‘มหัศจรรย์เมล็ดพันธ์ุเหนือมิติ The Magic Seeds’

เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 67 นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมเวทีสนทนาในหัวข้อ ‘มรดกจากธรรมชาติ การสืบทอดและรักษา’ ร่วมกับ พ่อคำเดื่อง ภาษี ปราชญ์ ชาวบ้านจากแดนอีสาน ผู้สร้างตำนานการปลูกป่าในนาข้าว, ปาน ธนพร, โอ อนุชิต, จ้ะจ๋า แดนดาว ยมาภัย ดารานักแสดง, คุณวันเพ็ญ มีศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และคุณพวงเพชร สุพาวานิชย์ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ‘มหัศจรรย์เมล็ดพันธ์ุเหนือมิติ The Magic Seeds เมล็ดพันธ์ุมหัศจรรย์เหนือมิติ สู่มหัศจรรย์ความยั่งยืน’ ภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นเพื่อถ่ายทอดความรู้และความรักในธรรมชาติของวัยรุ่นหนุ่มสาวผ่านการเรียนรู้จากกลุ่มปราชญ์ชุมชนที่ทำเกษตรธรรมชาติ รักษาความหลากหลายและการสร้างความยั่งยืนให้แก่ชีวิตและชุมชน ตลอดถึงคืนความสมบูรณ์แก่นิเวศสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่

จากนั้นร่วมกับผู้บริหารของ เพลาเพลิน เดอะเจอนีย์ บริการกิจกรรมชุมชนด้วยการฉายหนังกลางแปลง เรื่อง ‘มหัศจรรย์เมล็ดพันธ์ุเหนือมิติ’ ความยาว 120 นาที ในบริเวณ แคมปิ้งมาร์เก็ต ลานกลางหมู่ต้นจามจุรีใกล้อุทยานแห่งชาติ มรดกโลกแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

สำหรับองค์กรหรือสถาบันการศึกษา ตลอดจนชุมชนที่สนใจขอนำภาพยนตร์เรื่องนี้ไปฉายเพื่อการเรียนรู้ สามารถติดต่อได้ผ่านกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กระทรวงวัฒนธรรม หรือติดต่อได้ที่ 092-271-2494 คุณพวงเพชร หัวหน้าโครงการภาพยนตร์

 

‘ก๊อง-ปรเมษฐ์’ ชี้!! ประเทศไทยกำลังมีปัญหากับคำว่า ‘วิกฤต’ เศรษฐกิจไม่วิกฤต ‘บอกวิกฤต’ ทักษิณนั่งวีลแชร์ ‘บอกวิกฤต’

(20 ก.พ. 67) นายปรเมษฐ์ ภู่โต อดีตผู้ดำเนินรายการ ‘คุยถึงแก่น’ ช่อง NBT2HD โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

ประเทศไทยกำลังมีปัญหากับคำว่า ‘วิกฤต’

1.รัฐบาลอยากให้ทุกฝ่ายยอมรับว่า ‘เศรษฐกิจวิกฤต’ จะได้ออก พ.ร.บ.กู้เงินมาแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ทั้งที่แบงก์ชาติ สภาพัฒน์ฯ นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่บอกยังไม่วิกฤต

2.ข้าราชการ และหมอบางคน ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทำให้ทักษิณได้กลับบ้านโดยไม่ติดคุกเลย ก็บอกว่า ทักษิณ ป่วยเข้าขั้นวิกฤต

ล่าสุด...อธิบดีอัยการฯ บอกทักษิณ ‘ป่วยวิกฤต’ นั่งวีลแชร์ สวมที่ดามคอ พูดไม่มีเสียง

‘ดร.เอ้’ เตือนรัฐไม่ควรเอาง่าย แจกตังค์อย่างเดียว ชี้!! ไทยยังไม่มี ‘เครื่องจักรทางเศรษฐกิจ’ ตัวใหม่ 

(20 ก.พ.67) นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า สภาพัฒน์ฯ แจงเศรษฐกิจไทยโตเพียง 1.9% รัฐบาลไม่ควรเอาง่าย แจกตังค์อย่างเดียว ไม่ใช่ทางออก จะเป็นภาระลูกหลาน เพราะเราไม่มี ‘เครื่องจักรทางเศรษฐกิจ’ ตัวใหม่เลย หวังแต่ท่องเที่ยว ท่องเที่ยว ท่องเที่ยว ใครก็รู้ ได้เงินน้อยลงทุกวัน แถมเปราะบาง เกิดเหตุโน่นเนี่ย เขาก็ไม่มาบ้านเรา

ขณะที่ทุกชาติ ประกาศพัฒนา 4 ด้าน

1. สร้างทักษะขั้นสูง ของคนในชาติ
2. สร้างธรรมาภิบาล การลงทุนโปร่งใส
3. สร้างสิ่งแวดล้อม ปลอดภัย
4. สร้างนวัตกรรม พึ่งตนเอง ส่งออกมูลค่าสูง

ผมฝากท่านนายกด้วยครับ

คุณยายวัย 79 ปี สานฝันวัยเด็กได้สำเร็จ เดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกครบ 193 ประเทศ

เมื่อไม่นานมานี้ ลุยซา ยู (Luisa Yu) ให้สัมภาษณ์กับรายการ Good Morning America ว่า “นี่คือฝันที่เป็นจริง” ตั้งแต่เธอยังเป็นเด็กสาวในฟิลิปปินส์ “เมื่อฉันดูหนัง เห็นฉากที่สวยงามทั้งทิวทัศน์ ธรรมชาติ แม่น้ำ ภูเขา นั่นทำให้ฉันหลงใหลและเป็นเหตุผลที่คิดเสมอว่าสักวันหนึ่งจะไปท่องเที่ยวในสถานที่เหล่านี้”

คุณยายบอกว่า เดินทางไปสหรัฐอเมริกาในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยนเมื่ออายุ 23 ปี และเริ่มท่องเที่ยวตอนนั้น เพราะสถานะของนักเรียนแลกเปลี่ยนยังไม่สามารถออกนอกประเทศได้ จึงตัดสินใจนั่งรถบัสเกรฮาวด์ไปทัวร์อเมริกา”

ตอนแรก ยู เรียนจบทำงานในสาขาเทคโนโลยีการแพทย์ ซึ่งไม่สะดวกกับการเดินทาง จนเปลี่ยนมาเป็นอาชีพที่สองในฐานะเอเยนต์ท่องเที่ยว เพื่อที่จะได้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการหาเวลาเดินทาง

ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ยู เดินทางไปทุกที่ที่ทำได้ ตั้งแต่ยุโรปไปจนเอเชีย รวมทั้งประเทศไทย และต่อไปยังประเทศในแอฟริกา และประเทศในตะวันออกกลาง

จนกระทั่งเธอตัดสินใจว่าต้องการไปเยือนให้ครบ 193 ประเทศ (เฉพาะที่ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ)

“แม้บางแห่งถูกมองว่าอันตราย แต่ฉันพูดเสมอว่าฉันทำได้ ฉันอยากเห็นสถานที่เหล่านี้ ด้วยสายตาของตัวเอง เพราะมีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากมายที่นั่น"

จนกระทั่งในวันที่ 9 พฤศจิกายน ปี ค.ศ. 2023 ประเทศเซอร์เบีย ก็เป็นหมุดหมายที่ 193 ของคุณยายวัย 79 ปี

สำหรับใครก็ตามที่ใฝ่ฝันที่จะได้ท่องเที่ยว ยู สนับสนุนให้พวกเขาลองทำ “ฉันมักจะบอกพวกเขาเสมอว่า อย่ากลัวเลย ออกไปท่องเที่ยวเถอะ อย่ารอใคร เพราะถ้าโอกาสมาถึง มันอาจจะไม่เกิดขึ้นอีก แค่เป็นตัวของตัวเอง และถ้ามีความตั้งใจก็ย่อมมีหนทาง ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ คุณแค่ต้องออกไปที่นั่น”

'นายกฯ' ย้ำ!! ลงพื้นที่ไม่ต้องตามไปเยอะ  เน้นแค่คนที่จำเป็น ไม่ต้องสนเรื่องบารมี 

(20 ก.พ.67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ว่า นายกฯ ระบุว่าก่อนหน้านี้เคยสั่งการไปแล้วว่าขอให้ลดจำนวนผู้ติดตามในการลงพื้นที่ตรวจราชการ แต่ปรากฏว่าขบวนก็ยังยาวอยู่ คนติดตามก็ยังเยอะอยู่ นายกฯ จึงขอย้ำว่าจากนี้ให้ลดจำนวนผู้ติดตามลง อย่าทำให้มันเกิดปัญหากับประชาชนในเรื่องการจราจร และเรื่องอื่น ๆ ซึ่งนายกฯ กังวลเรื่องนี้ ฉะนั้น ครม.ทุกท่านได้รับการย้ำแล้วว่า ไม่ต้องห่วงเรื่องบารมีอะไร เอาคนไปเท่าที่จำเป็น อย่ายกกันไปเยอะเกินไป พี่น้องประชาชนจะไม่แฮปปี้

‘หญิงสิงคโปร์’ ตัดสินใจจัด ‘งานศพคนเป็น’ ให้ตัวเอง หวังบอกลาคนที่รักครั้งสุดท้าย ก่อนจากไปด้วยโรคมะเร็ง

(20 ก.พ. 67) กลายเป็นไวรัลสุดเศร้าในโลกออนไลน์ หลังสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานถึงภาพวาระสุดท้ายในชีวิตของ ‘มิเชลล์ อึ้ง’ (Michelle Ng) หญิงสาวชาวสิงคโปร์ วัย 29 ปี ตัดสินใจจัดงานศพให้ตัวเองในบรรยากาศสุดอบอุ่น เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนที่รัก

โดยเชิญเพื่อนกับญาติ 30 คน มาร่วมงานเลี้ยง เพื่อเป็นการบอกลาครั้งสุดท้าย ก่อนที่เธอจะจากไปเพราะโรคมะเร็งในอีก 1 สัปดาห์หลังจากนั้น

ตามรายงานระบุจากข้อมูลของ ‘HCA Hospice Care’ ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลที่จะให้ความช่วยเหลือ ดูแลแบบประคับประคองแก่ผู้ป่วย งานศพนี้มีการจัดเลี้ยงอาหาร และนักร้องมาร้องเพลง ไม่ต่างไปจากงานวันเกิด

ในคำเชิญที่มิเชลล์ส่งให้แขกที่มาร่วมงาน เธอยังสนับสนุนให้ทุกคนเขียนจดหมายฉบับสุดท้ายให้เธอ รวมถึงมีการนำหนังสือมาแลกเปลี่ยนกับญาติ และเพื่อนคนอื่น ๆ

มิเชลล์กล่าวในงานว่า “ฉันอยากจะแบ่งปันความรัก อาหาร ดนตรี และหนังสือกับเพื่อน ๆ” และบอกอีกว่า “ฉันอยากจะเรียกงานนี้ว่างานศพที่มีชีวิต… ฉันคิดว่าความตายอยู่ใกล้ใจเรามากและไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว ขอบคุณที่ทำให้ฉันมีความสุขมากในวันนี้ ขอบคุณมากที่มา ฉันรู้สึกขอบคุณทุกเสียงหัวเราะที่ได้ยินและทุกรอยยิ้มที่ฉันเห็น”

อย่างไรก็ดี เดิมที มิเชลล์ เป็นนักวิ่งและนักปั่นตัวยง แถมยังมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ขณะที่ชีวิตกำลังไปได้สวยทุกอย่างก็ต้องหยุดลง เมื่อเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งรังไข่ ขณะมีอายุเพียง 27 ปี

กระทั่งในช่วงสิ้นปี 2565 มะเร็งได้ลุกลามไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย อีกทั้งการรักษา ก็ไม่ทำให้อาการของเธอดีขึ้น

จากนั้นเธอจึงตัดสินใจอยู่บ้าน และใช้เวลาอยู่กับญาติ ๆ ให้มากขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือ ก่อนรู้ว่าตัวเองเหลือเวลาอยู่อีกไม่นาน จึงตัดสินใจจัด ‘งานศพคนเป็น’ ให้ตัวเองขึ้น เพราะอยากใช้วันสุดท้ายของชีวิตที่บ้านของเธอ ท่ามกลางคนที่เธอรักและรักเธอ

โดยงานศพในครั้งนี้ ถูกจัดขึ้นในวันที่ 23 ธันวาคม 2566 หลังจากนั้น ผ่านไปได้ 10 วัน มิเชลล์ก็เสียชีวิตลงอย่างสงบ ในวันที่ 2 ม.ค.67 ที่ผ่านมา

'นักวิจัยญี่ปุ่น' เผย!! 'ตาข่ายสีแดง' ปกป้องพืชผลจากแมลงได้ดีที่สุด บังตาพืชผล ลดใช้สารเคมี เพิ่มโอกาสพืชรับ 'แสง-น้ำ-อากาศถ่ายเท'

(20 ก.พ. 67) จาก TNN Tech เผยข้อมูลจากนักวิจัยประเทศญี่ปุ่นที่ค้นพบว่า 'ตาข่ายสีแดง' สามารถปกป้องพืชผลจากแมลงได้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด ซึ่งแตกต่างจากตาข่ายที่ใช้กับแปลงปลูกผักแบบกางมุ้งในปัจจุบันที่มักเป็นสีดำ สีขาว สีเขียวหรือสีน้ำเงิน

แม้ว่าการปลูกพืชในมุ้งจะเป็นวิธีการหนึ่งที่ทำให้ผักปลอดจากสารเคมีกำจัดแมลงมากที่สุด แต่ยังคงมีแมลงบางชนิดที่สามารถหลุดรอดผ่านมุ้งเข้าไปทำลายแปลงผักของเกษตรกรได้ โดยเฉพาะ 'เพลี้ยไฟหัวหอม' ซึ่งนอกจากกินต้นพืช มันยังมีเชื้อไวรัสที่เป็นอันตรายทิ้งเอาไว้ด้วย

งานวิจัยตาข่ายสีแดงปกป้องพืชชิ้นนี้เกิดขึ้นโดยความบังเอิญหลังมีการตรวจพบว่าเพลี้ยไฟหัวหอม มักอยู่ห่างจากพืชที่ถูกฉายรังสีด้วยแสงสีแดง ทำให้ศาสตราจารย์ มาซามิ ชิโมดะ และทีมงานนักวิจัยมหาวิทยาลัยโตเกียว ตั้งสมมติฐานว่าหากใช้ตาข่ายสีแดงอาจสามารถกันแมลงได้ 

ทีมงานได้ใช้ตาข่ายสีแดงผสมกับสีอื่นๆ สามสี ประกอบด้วย แดง-ขาว แดง-ดำ และแดง-แดง โดยตาข่ายแต่ละสีมีขนาดรูแตกต่างกัน เช่น 2, 1 และ 0.8 มม. เพื่อให้ได้คำตอบของงานวิจัยที่แม่นยำทั้งในด้านของการใช้สีและขนาดของรูตาข่าย

ตาข่ายทั้ง 3 แบบ ถูกนำมาคลุมแปลงต้นหอมคูโจ หรือหัวหอมเวลส์ และเริ่มทำการทดลองปล่อยให้ต้นหอมเจริญเติบโต ผลการทดลองพบว่าแม้ตาข่ายสี 'แดง-แดง' จะมีรูตาข่ายขนาดใหญ่แมลงลอดผ่านได้ง่ายมากกว่าตาข่ายสีอื่น แต่ผักกลับมีร่องรอยการโจมตีของแมลงที่น้อย แสดงว่าให้เห็นว่าแมลงอาจมองไม่เห็นตาข่ายสีแดง

นักวิจัยได้ทำการค้นคว้าเพิ่มเติมและพบคำตอบว่า แมลงส่วนใหญ่รวมถึงเพลี้ยไฟหัวหอม ไม่มีเซลล์รับแสงสีแดงในดวงตาไม่สามารถมองเห็นสีแดงได้เช่นเดียวกับดวงตาของมนุษย์ ทำให้พวกแมลงไม่สามารถมองเห็นตาข่ายสีแดง รวมไปถึงผักที่โดนตาข่ายสีแดงปกป้องเอาไว้ 

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังคงทำการทดลองต่อไป เพื่อให้เข้าใจคุณสมบัติของตาข่ายสีแดงที่มีผลต่อแมลงและพฤติกรรมของเพลี้ยไฟหัวหอมอย่างแท้จริง รวมไปถึงศึกษาพฤติกรรมของแมลงสายพันธุ์อื่นๆ เนื่องจากตาข่ายสีแดงยังไม่สามารถป้องกันแมลงทุกสายพันธุ์ได้อย่างสมบูรณ์

ทั้งนี้ งานวิจัยดังกล่าว นับว่าเป็นการค้นพบครั้งสำคัญและอาจปูทางไปสู่การลดใช้สารเคมีปราบแมลงในการทำเกษตร นอกจากนี้การใช้ตาข่ายสีแดงและรูตาข่ายที่ใหญ่ขึ้น ยังเพิ่มโอกาสให้พืชสามารถรับแสงแดด น้ำและการไหลเวียนของอากาศได้ดีมากขึ้นยิ่งขึ้น

‘สุริยะ’ เผย ตั๋วเครื่องบินแพง เหตุคำนวณราคาอิงน้ำมันโลก ชี้!! ควรปรับสูตรคำนวณใหม่ ลดราคาให้ทันช่วงสงกรานต์

(20 ก.พ.67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีผู้ใช้เครื่องบินโดยสารโพสต์ในโซเชียลมีเดียถึงราคาตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพฯ - ภูเก็ต มีราคาแพงมาก ว่า ตนได้ให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ที่ดูแลเรื่องการกำหนดเพดานค่าโดยสาร เครื่องบินหลังจากตรวจสอบแล้ว ตั๋วเครื่องบินที่บอกว่ามีราคาเป็นหมื่น ไม่ใช่เพราะเป็นการเดินทางไป - กลับ แต่ถ้าเป็นสายการบินแบบ low cost ไม่น่าจะเกิน 5,000 บาท ต่อเที่ยวบิน แต่ในขณะเดียวกันตนได้ให้ ผู้อำนวยการ กพท. ไปดูการปรับสูตรเพื่อที่จะลดราคาตั๋วเครื่องบินลง เพราะในสูตรเดิมมีค่าน้ำมัน ที่อยู่ในสูตรการคำนวณราคา แต่เดิมราคาน้ำมัน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตอนนี้น้ำมันถูกลงแล้ว จะต้องมีการปรับสูตร ทาง กพท. ก็จะชวนสายการบินต่าง ๆ มาพูดคุยกัน เพื่อหาทางลดภาระของผู้โดยสาร

เมื่อถามว่ามีราคาในใจที่คิดว่าเหมาะสมจะอยู่ที่เท่าไหร่ นายสุริยะกล่าวว่า มันคงจะต้องถูกกว่าเดิมแน่ แต่เท่าไหร่นั้นมันมีสูตรการคำนวณอยู่ และยืนยันว่าจะทันในช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาได้ คือช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน

เสธ.เปิ้ล 'พลโท เจียรนัย วงศ์สอาด' ผงาด!! นั่งบอร์ด กฟผ. ร่วมทีมสร้างพลังงานไทยเป็นธรรม เพื่อประชาชน

(20 ก.พ. 67) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติ/เห็นชอบ การแต่งตั้ง ดังนี้...

ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงพลังงานเสนอแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการอื่นในคณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รวม 10 คน แทนประธานกรรมการและกรรมการอื่นเดิมที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากมีอายุครบหกสิบห้าปีบริบูรณ์และขอลาออก ดังนี้...

1.นายประเสริฐ สินสุขประเสิริฐ ประธานกรรมการ
2.รองศาสตราจารย์กุลยศ อุดมวงศ์เสรี กรรมการ
3.พลโท เจียรนัย วงศ์สอาด กรรมการ
4.รองศาสตราจารย์ฐากูร ศิริยุทธ์วัฒนา กรรมการ
5.นางสาวนิรมาณ ไหลสาธิต กรรมการ
6.นายปกรณ์ อาภาพันธุ์ กรรมการ
7.นายพรพจน์ เพ็ญพาส กรรมการ
8.ศาสตราจารย์พิสุทธิ์ เพียรมนกุล กรรมการ
9.นายวรากร พรหโมบล กรรมการ (ผู้แทนกระทรวงพลังงาน)
10.นายอัครุตม์ สนธยานนท์ กรรมการ (ผู้แทนกระทรวงการคลัง)

โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเป็นต้นไป 

สำหรับ เสธ.เปิ้ล พลโท เจียรนัย วงศ์สอาด เคยเป็นแกนนำ ตท.29 เป็นผู้ทรงคุณวุฒิสำนักปลัดกลาโหม และเคยเป็น ประธานบอร์ดการเคหะฯ ในยุครัฐบาลบิ๊กตู่ ซึ่งมี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยความเป็นธรรม และเร่งรัดการปฏิบัติราชการในขณะนั้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top