Thursday, 9 July 2026
NewsFeed

‘ไล่ ชิงเต๋อ’ สร้าง ปวศ.คว้าชัยเลือกตั้ง ปธน.ไต้หวัน 3 สมัยติด พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาชาติโดยสันติ ด้านผู้นำทั่วโลกแห่ยินดี

เมื่อวันที่ 13 ม.ค.67 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ‘นายไล่ ชิงเต๋อ’ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) ได้คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน หลังจากที่ ‘นายโหว โหย่วอี๋’ ผู้สมัครจากพรรคก๊กมินตั๋ง (เคเอ็มที) ประกาศความพ่ายแพ้ ทำให้พรรคดีพีพีสร้างประวัติศาสตร์เป็นพรรคการเมืองแรก ที่ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน 3 สมัยติดต่อกัน

‘ประธานาธิบดีโจ ไบเดน’ ของสหรัฐฯ กล่าวก่อนทราบผลเลือกตั้งเมื่อถูกตามถึงความเห็นของเขาต่อการเลือกตั้งไต้หวัน ที่มีขึ้นในวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า สหรัฐฯ ไม่ได้สนับสนุนเอกราชไต้หวัน แต่ก็บอกด้วยว่า เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้สำหรับประเทศใดๆ ก็ตาม ที่จะเข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้ง

ขณะที่ ‘นายเดวิด คาเมรอน’ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ได้แสดงความยินดีกับชัยชนะของนายไล่ และแสดงความคาดหวังว่าจีนและไต้หวันจะพยายาม เพื่อหาทางแก้ไขความแตกต่างด้วยสันติวิธีอีกครั้ง

“การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นข้อพิสูจน์ถึงประชาธิปไตยที่มีชีวิตชีวาของไต้หวัน ผมหวังว่าทั้งสองฝ่ายของช่องแคบไต้หวันจะพยายามอีกครั้ง เพื่อแก้ไขความแตกต่างอย่างสันติ ผ่านการเจรจาที่สร้างสรรค์ โดยไม่มีการคุกคาม ใช้กำลัง หรือการบีบบังคับ” แถลงการณ์ของคาเมรอนระบุ

ด้าน ‘โยโกะ คามิกาวะ’ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น แสดงความยินดีต่อชัยชนะของนายไล่ และต่อการเลือกตั้งที่เป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมแสดงความคาดหวังว่าปัญหารอบๆ ไต้หวันจะได้รับการแก้ไขอย่างสันติผ่านการพูดคุย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

“สำหรับญี่ปุ่น ไต้หวันเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งและเป็นเพื่อนคนสำคัญ ไต้หวันมีค่านิยมพื้นฐานร่วมกันและมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิด รวมถึงการแลกเปลี่ยนในระดับประชาชน” คามิกาวะระบุ พร้อมย้ำถึงแนวปฏิบัติตามปกติของญี่ปุ่นต่อไต้หวันด้วย

‘มาเรีย ซาคาโรวา’ โฆษกกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย แสดงความเห็นหลังการลงคะแนนเลือกตั้งว่า รัสเซียยังมองว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน

เช่นเดียวกับสำนักกิจการไต้หวันของจีนแผ่นดินใหญ่ที่ย้ำว่า ชัยชนะของนายไล่จะไม่เปลี่ยนภูมิทัศน์พื้นฐานของความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบแต่อย่างใด

ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านสำนักข่าวซินหัว ‘นายเฉิน ปินหัว’ โฆษกสำนักกิจการไต้หวัน ระบุว่า ผลเลือกตั้งแสดงให้เห็นว่า พรรคดีพีพีไม่ใช่ตัวแทนความเห็นกระแสหลักบนเกาะไต้หวันแต่อย่างใด

‘สว.วีระศักดิ์’ ร่วมงานครบรอบ 25 ปี ‘PATA’ ก่อตั้ง สนง.ใหญ่ที่กรุงเทพฯ  พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนการท่องเที่ยวทั้งใน-นอกประเทศอย่างยั่งยืน

(14 ม.ค.67) เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา นับเป็นโอกาสครบรอบ 25 ปี ของการเข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ ของ ‘สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยว’ (Pacific Asia Travel Association) หรือ ‘PATA’ ที่ก่อตั้งมานานถึง 71 ปี (นับเป็นสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวสำหรับเอเชียแปซิฟิกที่เก่าแก่ที่สุด)

คุณปีเตอร์ ซีโมน ประธาน PATA ได้เชิญคุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มาเป็นผู้ขึ้นกล่าวนำการจัดกิจกรรม ‘Power of Networking’ ของ PATA ที่ห้องประชุมชั้น 3 ของอาคารทรู ดิจิทัล พาร์ค สุขุมวิท ซึ่งเป็นอาคารที่ตั้งของที่ทำการแห่งใหม่ของ PATA

กิจกรรมครั้งนี้ มีผู้บริหารในแวดวงการท่องเที่ยวเดินทางนานาชาติกว่า 50 ท่าน ทั้งจากภาครัฐ ภาคธุรกิจและภาคการเดินทาง ทั้งของไทยและนานาชาติเข้าร่วม เช่น ผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ การบินไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สถานทูตจีนประจำประเทศไทย ผู้บริหารธุรกิจนำเที่ยวระหว่างประเทศ ผู้บริหารเครือโรงแรมใหญ่ ผู้บริหารสมาคมส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการนานาชาติ และผู้สื่อข่าวต่างประเทศด้านท่องเที่ยวประจำประเทศไทย

โดยคุณวีระศักดิ์ ได้กล่าวถึงประสบการณ์ที่ PATA มีมายาวนานในการช่วยทำให้ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ได้ปรากฏขึ้นบนแผนที่ท่องเที่ยวโลก หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีสำนักงานของ PATA กระจายอยู่ในหลายพื้นที่ของโลก ตั้งแต่จุดกำเนิดของ PATA ที่ฮาวาย ต่อมาขยายไปยัง ซานฟรานซิสโก, ปักกิ่ง, ลอนดอน, ฟิลิปปินส์ และในที่สุดย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่เข้ามาตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ประเทศไทย เมื่อ 25 ปีที่แล้ว ว่าประสบการณ์ที่ได้ผ่านการเห็นการดำเนินการด้านท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ ในยุคต่างๆ จะเป็นประโยชน์อย่างลึกซึ้ง ต่อการช่วยแนะนำแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในประเทศไทย รวมทั้งจะช่วยขยายการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบและยั่งยืนให้กับประเทศในภูมิภาค ให้ทำงานต่อเชื่อมกันไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างดีอีกด้วย

โซเชียลถกสนั่น!! หลัง ‘มช.’ ประกาศกฎข้อบังคับวันรับปริญญา ‘ห้ามใส่เหล็กจัดฟันสีฉูดฉาด-แต่งหน้าด้วยไฮไลต์’ เข้าร่วมพิธี

(14 ม.ค.67) กลายเป็นประเด็นที่เกิดข้อถกเถียงในวงกว้าง หลังเพจเฟซบุ๊ก ‘บัณฑิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รุ่นที่ 58’ โพสต์กฎระเบียบข้อปฏิบัติ สำหรับผู้ที่จะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ในปีนี้

โดยในกำหนดการมีข้อห้ามปฏิบัติหลายข้อ แต่ข้อที่ทำให้เกิดถกเถียง คือ ประเด็นเรื่องการแต่งหน้า โดยระบุว่า “ให้หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าด้วยวัสดุสะท้อนแสงและกากเพชร (ทาไฮไลต์)”

และ “ไม่อนุญาตให้ใช้อุปกรณ์จัดฟันสีฉูดฉาด หรือสีแฟชั่น⁣อุปกรณ์จัดฟันในช่องปาก โดยให้ใช้อุปกรณ์สีสุภาพ เช่น สีขาว สีใส หรือสีเงิน”

งานนี้ทำเอาคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับข้อบังคับนี้และมองว่าไร้สาระ บางคนแซะว่าเหมือนเจ้าหน้าที่จะว่างเกินไป

นอกจากนี้ ยังมีคนเข้ามาแซะอีกเป็นจำนวนมาก เช่น
- “จบละ ไฮไลต์หนังปลาทู”
- “ฟันห้ามเหลืองด้วยไหมคะ เดี๋ยวสีฉูดฉาด”
- “ขอใส่ถุงเท้าสีแดง สีเหลืองได้มั้ย แบบนายก”
- “มหาวิทยาลัยหรือคุกครับ?”
- “ตอนรับต้องหันมายิ้มกับกล้องด้วยหรอ?” เป็นต้น

สมุทรปราการ-“พระครูแจ้” ทุ่มเงินนับล้านบาทแจกเด็ก และมอบเงินสนับสนุนโรงพยาบาลตำบล 75 แห่ง ทั่วสมุทรปราการ

โดยสำหรับงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 ที่ทางวัดบางพลีใหญ่กลางจัดขึ้นในปีนี้ นับว่ายิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีผู้ปกครองนำบุตรหลานทยอยเดินทางมารอกันตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อรอรับของขวัญจากท่านเจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง โดยมีจำนวนมากกว่า 1,000 คน  และสำหรับของขวัญที่ทางท่านพระครูแจ้ เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลางมอบให้กับน้องๆ หนูๆ ในปีนี้ คือเงินสดคนละ 200 บาท ของเล่นอื่นๆ อีกจำนวนมาก แต่ที่เป็นไฮไลท์ของงานวันเด็กปีนี้คือเด็กคนไหนที่ไว้ผมเปียและผมแกะ จะได้รับเงินคนละ 500 บาท และ 1,000 บาท สร้างความตื่นเต้นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับผู้ปกครองและเด็กๆ เป็นจำนวนมาก

อีกทั้งภายในงานยังมีการแจกจ่ายอาหารปรุงสุก อาทิ ก๋วยเตี๋ยวเรือประทุมทอง โรตีทอดกรอบ ขนมครก น้ำดื่ม นับว่ามางานนี้อิ่มทั้งท้องได้ทั้งเงินได้ทั้งของแจกกับบ้านโดยทั่วกัน จากนั้น ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ ได้นำคณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลางประกอบพิธีสวดมาติกาบังสุกุล เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับโยมบิดาและโยมมารดา หลังจากนั้นได้มีการมอบเงินสนับสนุนด้านการแพทย์แก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทั่วทั้งจังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 75 โรงพยาบาล พร้อมทั้งท่านเจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลางยังได้มอบเงินแก่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานต่างๆ ที่มาร่วมงานโดยทั่วกันทุกคน สร้างสีสันและรอยยิ้มทำให้วันเด็กแห่งชาติในปีนี้คึกคักกว่าทุกปีที่ผ่านมา

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

‘จีน’ ชี้ ผลการเลือกตั้ง ‘ปธน.ไต้หวัน’ เป็นเพียงเสียงส่วนหนึ่ง กร้าว!! ไม่กระทบทิศทางแผนรวมชาติของจีนแผ่นดินใหญ่

เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 67 สำนักข่าวซินหัว, ปักกิ่ง รายงานว่า ‘เฉิน ปินหัว’ โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันแห่งคณะรัฐมนตรีจีน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งผู้นำ และสมาชิกสภานิติบัญญัติของเกาะไต้หวัน โดย เฉิน กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งบ่งชี้ว่า พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) มิสามารถเป็นตัวแทนความคิดเห็นกระแสหลักของสาธารณชนบนเกาะไต้หวัน

เฉิน กล่าวว่า ไต้หวัน คือ ‘ไต้หวันของจีน’ โดยการเลือกตั้งนี้จะไม่เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์พื้นฐาน และทิศทางการพัฒนาของความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบ จะไม่เปลี่ยนแปลงความปรารถนาร่วมของเพื่อนร่วมชาติทั่วช่องแคบไต้หวัน ในการกระชับสายสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น และจะไม่ขัดขวางทิศทางการรวมชาติของจีน

“จุดยืนของเราในการแก้ไขปัญหาไต้หวันและบรรลุการรวมชาติยังคงไม่เปลี่ยนแปลง โดยปณิธานของเรานั้นแข็งแกร่งดังหินผา” เฉินกล่าว “เราจะยึดถือฉันทามติ 1992 ที่กำหนดหลักการจีนเดียวและคัดค้านกิจกรรมแบ่งแยกดินแดนอันมุ่งเป้าที่ ‘เอกราชไต้หวัน’ รวมถึงการแทรกแซงจากต่างชาติ”

เฉิน กล่าวว่า แผ่นดินใหญ่จะทำงานร่วมกับพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง กลุ่มองค์กร และประชาชนจากภาคส่วนต่างๆ ในไต้หวัน เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือข้ามช่องแคบ ขยับขยายการพัฒนาเชิงบูรณาการข้ามช่องแคบ ร่วมส่งเสริมวัฒนธรรมจีน ตลอดจนเดินหน้าการพัฒนาอย่างสันติของความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบและกิจการรวมชาติ

‘ก๊อง–ปรเมษฐ์ ภู่โต’ ลุยสื่อออนไลน์เต็มสูบ เปิดช่องใหม่ ‘ถึงแก่น Live’ เสิร์ฟ 4 รายการรวด

(14 ม.ค.67) ที่ผ่านมา ‘ก๊อง – ปรเมษฐ์ ภู่โต’ คนข่าวคุณภาพ อดีตผู้ดำเนินรายการ ‘คุยถึงแก่น’ เดินหน้าลุยสื่อออนไลน์เต็มสูบ ผุดช่องใหม่ ‘ถึงแก่น Live’ ชูคอนเซ็ปต์ ‘สื่อเพื่อประชาชน ทุกคนเป็นเจ้าของ’ เสิร์ฟสาระข่าวสาร ในสไตล์แซบจัดจ้าน ตรงไปตรงมา ถึงผู้ชมทุกวัน จัดงานแถลงข่าวเปิดช่องรายการออนไลน์ท่ามกลาง FC  ที่มาให้กำลังใจและให้การสนับสนุนอย่างอบอุ่นเต็มพื้นที่ห้องจัดงาน

ภายหลังจากรายการ ‘คุยถึงแก่น’ รายการดังเรทติ้งดีของ ช่อง NBT2HD ที่ยืนยงมากว่า 6 ปี แต่กลับถูกปลดออกผังรายการของช่องปี 2567 จนกลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงสื่อ เมื่อช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา จนมีคำถามว่า เหตุใดผู้บริหารกรมประชาสัมพันธ์ปัจจุบัน จึงปลดรายการที่มีเรตติงดีของช่องออกไป ขัดความรู้สึกของแฟนรายการจำนวนมาก และมีการตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุสำคัญน่าจะเป็นเพราะการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองอย่างเผ็ดร้อนของพิธีกร ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของการรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจของ นายทักษิณ ชินวัตร จนไม่สบอารมณ์ผู้มีอำนาจ 

ล่าสุดวันนี้ นายปรเมษฐ์ ภู่โต ได้จัดงานแถลงข่าวถึงแนวทางการทำงานสื่อของตนและทีมงานจากนี้ไปใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์ ณ KliuqeX Samyan ชั้น 3 ศูนย์การค้า I’m Park สามย่าน ข้างอุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่ามกลางแฟนรายการที่มาให้กำลังใจอย่างอบอุ่น 

นายปรเมษฐ์ กล่าวว่า จากการที่ได้จัดรายการ ‘คุยถึงแก่น’ ทางสถานีโทรทัศน์ NBT2HD มายาวนานเกือบ 6 ปี ทำให้มีฐานแฟนรายการจำนวนมาก และมีความเหนี่ยวแน่นมั่นคงกับตัวพิธีกรและทีมงาน โดยเมื่อมีข่าวว่า เราถูกปลดออกจากผังรายการ ของสถานีฯ ทำให้แฟนรายการที่ติดตามเรามานานต่างออกมายืนยันผ่านช่องทางต่างๆ ว่า พวกเราไปไหนก็จะตามไปดูและให้กำลังใจในทุกที่ และยินดีให้การสนับสนุนในทุกรูปแบบ ประกอบกับแนวทางการทำงานของเราที่ต้องการความ ‘เป็นอิสระ’ ในการนำเสนอเนื้อหาข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา

ทางทีมงานจึงตัดสินใจเดินหน้า ในรูปแบบออนไลน์ตามเสียงเรียกร้องของแฟนรายการ ที่อยากให้เราทำรายการต่อไป โดยก้าวใหม่ของเราในครั้งนี้ จะปรากฏออกมาในรูปแบบช่องข่าวออนไลน์ ชื่อ ‘ถึงแก่น Live’ ภายใต้คำขวัญ “สื่อเพื่อประชาชน ทุกคนเป็นเจ้าของ” 

สำหรับรายการทำงานภายใต้ ‘ถึงแก่น Live’ จะยังมี ก๊อง-ปรเมษฐ์ ภู่โต และ หนิง - นันทิญา จิตตโสภาวดี เป็นผู้ดำเนินรายการเช่นเดิม โดยจะเป็นรายการ Live สดทุกวัน ผ่านแพลตฟอร์ม Facebook และ Youtube ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของอดีตพิธีกรรายการ ‘คุยถึงแก่น’ ที่ปลดแอกออกจากสื่อดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยจะเน้นการนำเสนิในรูปแบบของการ Live ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook ,Youtube ,Tiktok 

และนอกจากรายการหลัก ช่วงเช้า โดยพิธีกรคู่เดิม แล้ว ช่อง ‘ถึงแก่น Live’ ยังมีรายการอื่นๆ ให้ติดตามถึง 4 รายการ ประกอบด้วย

- รายการ ถึงแก่น Live จันทร์ - ศุกร์ เวลา 07.00–09.00 น. 
- รายการ ถึงแก่น Live สุดสัปดาห์ เสาร์ - อาทิตย์ 18.00–19.00 น.
- รายการ ข่าวต้องคุย จันทร์ - ศุกร์ เวลา 18.00–19.00 น.
- รายการ ไร่ลุงก๊อง วันเวลา ตามใจลุงก๊อง (รายการแนววาไรตี้สบายๆ)

นายปรเมษฐ์ ย้ำว่า ทิศทางของรายการใหม่ทั้ง 4 รายการ จะยังคงไว้ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘สื่อเพื่อประชาชน ทุกคนเป็นเจ้าของ’ ด้วยรูปแบบรายการที่เน้นสาระและข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ชม พร้อมสะท้อนความจริงในทุกด้าน ผ่านการนำเสนอเนื้อหาที่ทันสมัย ฉับไว ตรงไปตรงมา และเข้าถึงง่ายเหมือนเดิม และที่สำคัญเราจะยังคงดำรงจุดยืนในการนำเสนอข่าวสารที่สร้างสรรค์ ไม่ทำร้ายสังคม และประเทศชาติเหมือนเช่นเคย

และสุดท้ายต้องขอขอบพระคุณ แฟนๆ รายการทุกท่านที่กรุณาให้กำลังใจ และร่วมระดมทุนในการสนับสนุน ให้เราสามารถเริ่มต้นทำภารกิจส่งข่าวสารเพื่อประชาชน จนก่อรูปนับหนึ่งเป็นช่องข่าวออนไลน์ ‘ถึงแก่นLive’ ขึ้นมาได้

‘นายกฯ’ ลั่น!! รัฐบาลพร้อมหนุนซอฟต์พาวเวอร์ทุกประเภท เล็งนำร่องวีซ่าพิเศษให้ นทท.ที่มาฝึกมวยไทย อยู่ยาว 90 วัน!!

(14 ม.ค.67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความ ถึงการสนับสนุนซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย โดยเฉพาะมวยไทย หลังรัฐบาลมีแผนเปิดตัววีซ่าพิเศษ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเดินทางมาประเทศไทย เพื่อฝึกมวยไทย โดยจะอนุญาตให้อยู่ได้นานถึง 90 วัน เพื่อจบหลักสูตร ว่า…

“ผม และรัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุน Soft Power ของไทยครับ การให้วีซ่าพิเศษ 90 วัน (จากวีซ่าปกติ 60 วัน) แก่คนที่สนใจจะเข้ามาเรียนมวยไทยเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ด้วยการใช้ความเป็นไทยส่งออกไกลไปทั่วโลกครับ

เราไม่ได้คิดให้วีซ่าพิเศษเฉพาะเพียงมวยไทยเท่านั้นนะครับ แต่ Soft Power อื่นๆ อย่าง รำไทย ดนตรีไทย การเรียนทำอาหารไทย ฯลฯ เราก็พร้อมสนับสนุน และกำลังเตรียมพิจารณาให้วีซ่าพิเศษเป็นลำดับต่อไปด้วยครับ” นายเศรษฐา กล่าว

เหล่าตัวละครดิสนีย์แลนด์โตเกียว พยายามปลอบขวัญเด็ก-นทท. ให้คลายความกังวลขณะเกิดแผ่นดินไหว ทำหน้าที่อย่างมืออาชีพจริงๆ

เมื่อไม่นานนี้ ได้มีผู้ใช้งานติ๊กต็อกท่านหนึ่ง ชื่อ ‘disneybabeopal’ หรือ ‘โอปอล ดิสนีย์เบ้บ’ ยูทูบเบอร์และติ๊กต็อกเกอร์สาวกดิสนีย์ ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอเกี่ยวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวในญี่ปุ่นเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นคลิปวิดีโอจากผู้ใช้โซเชียลมีเดียชื่อว่า ‘Jason Hill’ ผู้เป็นแฟนคลับดิสนีย์ ที่ได้ไปเที่ยวที่สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แต่ได้เกิดแผ่นดินไหวขึ้น โดยคุณโอปอลได้ระบุว่า…

“ทุกคนเห็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ดิสนีย์แลนด์ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่นกันหรือยังคะ หลายคนในเหตุการณ์บอกว่าตอนนั้นกลัวมาก แต่ก็ผ่านมาได้อย่างดีและปลอดภัย เพราะว่าเหล่าแครักเตอร์ดิสนีย์และแคชเมมเบอร์ทุกคน คอยช่วยปลอบให้ทุกคนผ่อนคลายในสถานการณ์ที่ตึงเครียด ซึ่งที่หลายคนประทับใจที่สุดก็คือ ‘อียอร์’ (Eeyore) หรือเจ้าตุ๊กตาลาสีฟ้าจาก ‘วินนี่ เดอะ พูห์’ ที่พยายามปลอบขวัญผู้คนในระหว่างเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว คอยทําท่าเหมือนกับบอกให้ทุกคนใจเย็นๆ ไม่ต้องตกใจ เหมือนกับเป็นการสื่อว่า “อียอร์อยู่เป็นเพื่อนตรงนี้แล้วนะ”

โดยหลายคนบอกว่า ตอนนั้นอียอร์ช่วยให้รู้สึกกลัวน้อยลงได้จริงๆ นอกจากนั้นก็ยังมีอีกหลายแครักเตอร์ที่คอยให้กําลังใจนักท่องเที่ยวตอนที่เกิดแผ่นดินไหวเหมือนกัน เช่น ‘โดนัลด์ ดั๊ก’ ที่พยายามทําท่าทางน่ารักๆ เพื่อให้คนไม่กังวล

นอกจากนี้ยังมี ‘กูฟฟี่’ และ ‘แม็กซ์ กูฟ’ ที่คอยช่วยปลอบเด็กน้อยในรถเข็น รวมไปถึงปีเตอร์แพนกับเวนดี้ที่นั่งจับมือกันและจับมือนักท่องเที่ยว พร้อมส่งสายตาหาทุกคนที่อยู่รอบๆ เหมือนกับเป็นการปลอบว่า “ไม่เป็นไรนะ เราทุกคนจะต้องปลอดภัย”

พนักงานดิสนีย์ทุกคนเข้มแข็งและใจถึงมากจริงๆ เอาจริงๆ ลึกๆ ในใจพวกเขาก็คงกลัวเหมือนกันแหละ แต่ก็ยังพยายามทําให้ทุกคนที่มาเที่ยวที่ดิสนีย์มีแต่ความทรงจําดีๆ กลับไป เห็นแบบนี้แล้วยอมใจทุกคนจริงๆ ค่ะ”

‘ดร.สามารถ’ ชี้!! หาก ‘แลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร’ สำเร็จ อาจขึ้นแท่นเป็นประตูสู่เอเชีย แทน ‘ช่องแคบมะละกา’

(14 ม.ค.67) ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ‘ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ - Dr.Samart Ratchapolsitte’ ในหัวข้อ ‘แลนด์บริดจ์ ‘ระนอง-ชุมพร’ หรือ ‘ช่องแคบมะละกา’ ประตูสู่เอเชีย’ โดยระบุว่า…

ในขณะที่รัฐบาลกำลังทุ่มสรรพกำลังผลักดันโครงการ ‘แลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร’ ให้เป็นรูปธรรม ทำให้เกิดคำถามว่า ถ้าแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร เกิดขึ้นจริง จะช่วงชิงประตูสู่เอเชียจาก ‘ช่องแคบมะละกา’ ได้หรือไม่?

‘ช่องแคบมะละกา’ ตั้งอยู่ระหว่างประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ และประเทศอินโดนีเซีย (เกาะสุมาตรา) เป็นเส้นทางการเดินเรือที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่นมากแห่งหนึ่งของโลก 
ท่าเรือสิงคโปร์มีบทบาทสำคัญในการรองรับเรือที่แล่นผ่านช่องแคบมะละกา โดยได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับต้นๆ ของโลกมานานหลายปี ไม่ว่าจะพิจารณาจากน้ำหนักสินค้าทุกประเภท หรือจากปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ก็ตาม

ปัจจัยหลักที่จูงใจให้เรือมาใช้บริการที่ท่าเรือสิงคโปร์จำนวนมากก็คือ มีทำเลที่ดีทำให้เกิดเป็นศูนย์รวมของเส้นทางเดินเรือที่สำคัญของโลกกว่า 200 สาย ให้บริการเชื่อมโยงท่าเรือกว่า 600 แห่งทั่วโลก

ปัจจัยอื่นที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของท่าเรือสิงคโปร์ คือ มีความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากร มีคุณภาพการให้บริการที่ดี และมีการบริหารงานที่โปร่งใส

คาดกันว่า ถ้ามีแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร จะช่วยร่นระยะทางและระยะเวลาการเดินเรือ ระหว่างฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของไทยได้ เมื่อเทียบกับการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกา หลายคนเห็นด้วยว่าระยะทางนั้นสั้นกว่า แต่ไม่แน่ใจว่าระยะเวลาจะสั้นกว่าหรือไม่?

ที่ไม่แน่ใจก็เพราะว่า จะต้องมีการขนถ่ายสินค้าหรือน้ำมันจากเรือสู่รถไฟ รถบรรทุก หรือท่อส่งน้ำมันที่ฝั่งทะเลด้านหนึ่ง แล้วขนสินค้าหรือน้ำมันด้วยรถไฟ รถบรรทุก หรือท่อส่งน้ำมันไปยังอีกฝั่งหนึ่ง จากนั้นก็ขนสินค้าหรือน้ำมันขึ้นเรือเพื่อขนไปส่งยังจุดหมายปลายทางต่อไป

จึงน่าห่วงว่า จะประหยัดเวลาได้จริงหรือ?

ลองคิดดูว่า ถ้ามีเรือบรรทุกน้ำมันขนาด 100,000 ตัน จะใช้เวลานานเพียงใดที่จะสูบน้ำมันจากเรือลงสู่ท่อ หรือถ้ามีเรือบรรทุกสินค้าขนาด 50,000 ตัน จะใช้เวลานานแค่ไหนที่จะขนสินค้าจากเรือสู่รถ และจะต้องใช้รถบรรทุกจำนวนมากขนาดไหน…

ข้อเป็นห่วงนี้ ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะต้องชี้แจงให้กระจ่าง

เวลาเป็นปัจจัยสำคัญที่จะจูงใจให้เรือมาใช้บริการ เพราะเวลาหมายถึงค่าใช้จ่าย ไม่ว่าเวลาที่แล่นเรืออยู่ในทะเลหรือเวลาที่จอดเทียบท่า ล้วนต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งนั้น

ถ้าแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร สามารถประหยัดเวลาได้ ก็จะสามารถจูงใจให้เรือมาใช้บริการแทนการแล่นผ่านช่องแคบมะละกา แต่ถ้าแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร ไม่ทำให้ประหยัดเวลาได้ ก็ยากที่จะจูงใจให้เรือมาใช้บริการ

คำตอบต่อข้อกังวลนี้ ติดตามดูได้จากผลตอบรับของเอกชนว่าสนใจจะมาลงทุนในโครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร หรือไม่? ถ้าลงทุนแล้วได้กำไร เขาก็จะลงทุน นั่นหมายความว่าแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร จะช่วยร่นระยะเวลาได้ ทำให้มีเรือมาใช้บริการในปริมาณที่มากพอที่จะทำกำไรได้

แต่ถ้าลงทุนแล้วขาดทุน เขาก็จะไม่ลงทุน นั่นหมายความว่า แลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร ไม่สามารถจูงใจให้เรือมาใช้บริการแทนช่องแคบมะละกาได้

ด้วยเหตุนี้ ปริมาณเรือที่จะมาใช้บริการ จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจที่จะลงทุนในโครงการนี้ของเอกชน ซึ่งเขาจะต้องคาดการณ์ว่าจะมีเรือมาใช้แลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร มากน้อยแค่ไหนนั้น โดยคำนึงถึงประเภทของสินค้าที่เรือจะขนมา และจุดต้นทางและปลายทางของสินค้า เช่น

1.) เรือบรรทุกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางสู่ประเทศญี่ปุ่น จะเปลี่ยนเส้นทางจากช่องแคบมะละกามาใช้แลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร มากน้อยเพียงใด

2.) เรือบรรทุกคอนเทนเนอร์จากยุโรป (ท่าเรือร็อตเตอร์ดัม) สู่ญี่ปุ่น จะเปลี่ยนเส้นทางจากช่องแคบมะละกา มาใช้แลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร มากน้อยเพียงใด

3.) เรือบรรทุกแร่เหล็กจากอินเดียสู่ตะวันออกไกลจะเปลี่ยนมาใช้แลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร หรือไม่

4.) เรือบรรทุกถ่านหินจากแอฟริกาสู่ตะวันออกไกลจะเปลี่ยนมาใช้แลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร หรือไม่

วันนี้ ‘ประตูสู่เอเชียทางน้ำ’ ยังอยู่ที่ช่องแคบมะละกา แต่ถ้าโครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร เป็นรูปธรรมขึ้นมาคงต้องรอดูกันว่าประตูสู่เอเชียจะเปลี่ยนไปหรือไม่

ถึงวันนั้นคนไทยจะได้ไชโย!!

‘หมอธีระวัฒน์’ ชวนจับตา!! ‘ภาวะลองโควิด-ผลกระทบวัคซีน’ หลังพบคนไทยเสียชีวิตสูงผิดปกติ ทั้งที่เข้าสู่ช่วงหยุดการระบาดแล้ว

(14 ม.ค.67) นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ โรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ออกแถลงการณ์ร่วมต่อสถานการณ์อาการ ลองโควิด-19 และผลกระทบจากวัคซีน ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุใจความดังนี้…

แถลงการณ์ร่วมต่อสถานการณ์อาการ Long Covid-19 และผลกระทบจากวัคซีน

เนื่องในโอกาสที่ ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ลงนามความร่วมมือทางด้านวิชาการและการวิจัยร่วมกับวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิตในวันนี้ จึงเห็นสมควรที่จะต้องแจ้งถึงสถานการณ์ในเรื่องภาวะลองโควิด-19 และผลกระทบต่อวัคซีนโควิด-19 ต่อพี่น้องประชาชน ดังนี้

ประการแรก - จากการที่มีประชาชนชาวไทยและทั่วโลกกำลังได้รับผลกระทบจากภาวะต่อเนื่องหลังการติดเชื้อโรคโควิด-19 หรือได้รับผลกระทบจากการได้รับวัคซีนในหลายมิติ เป็นผลทำให้มีประชาชนกลุ่มดังกล่าวเสียชีวิต หรือมีสุขภาพร่างกายที่อ่อนแอลง หรือส่งผลต่อคุณภาพชีวิตแย่ลง เป็นเรื่องที่เป็นความจริงทั้งสิ้น

ประการที่สอง - อาการที่เกิดขึ้นที่ทอดยาวเป็นเวลานานเกินกว่าสามเดือนหลังจากติดเชื้อโควิดที่เรียกว่าลองโควิด (long covid) โดยมีทั้งอาการทางระบบหัวใจและปอด ระบบสมองประสาทและกล้ามเนื้อ ภาวะที่มีการอักเสบของผิวหนัง เส้นเอ็นพังผืด กล้ามเนื้อ ข้อต่างๆ ตลอดจนการปะทุขึ้นของโรคที่ไม่เคยเป็นมาก่อนหรือโรคที่สงบไปแล้ว รวมทั่งมะเร็งและการเกิดเริม งูสวัดซึ่งไวรัสเหล่านี้เป็นไวรัสที่ซ่อนอยู่ในร่างกายจากการติดเชื้อเนิ่นนานมาแล้ว และถูกกดไม่ให้แสดงตัวออกมาจากการควบคุมของระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงของร่างกาย และยังรวมถึงการนอนหลับที่ผิดปกติ หลับยากหลับกระท่อนกระแท่น จนถึงฮอร์โมนแปรปรวนทั้งผู้ชายและผู้หญิง

ประการที่สาม - มีขบวนการปกปิดข้อมูลและข้อเท็จจริงของผู้ที่ได้รับผลกระทบและเสียชีวิตจากวัคซีนทำให้ตัวเลขการรายงานผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวัคซีนต่ำกว่าความเป็นจริง รวมถึงการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารจากโซเชียลมีเดียและแอพลิเคชั่นในหลายระบบ ทำให้มีประชาชนอีกจำนวนมากยังไม่ทราบว่าตัวเองได้รับผลกระทบจากวัคซีน จึงทำให้ไม่สามารถหาแนวทางการรักษาตัวเองที่ถูกต้องได้

ในขณะเดียวกัน ‘กลุ่มแพทย์และจิตอาสาคนไทยพิทักษ์สิทธิ์’ ได้รวมตัวกันนำเสนอรายงานสถิติการเสียชีวิตของคนไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกติ (excess deaths) ในปี 2565 และ ปี 2566  ทั้งๆที่เป็นช่วงที่โรคโควิด-19ได้หยุดการระบาดไปแล้ว โดยสถิติอัตราการเสียชีวิตของคนไทยในปี 2565 และ 2566 นั้น สูงเพิ่มขึ้นมากกว่าช่วงก่อนการเกิดโรคระบาด และมากกว่าช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ด้วย  ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการสืบสวนการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกตินั้น มีสัดส่วนอันเนื่องมาจากผลกระทบของวัคซีนมากเพียงใด

เพราะในรายงานการวิจัยสถิติในต่างประเทศพบว่า  มีผู้ที่เสียชีวิตจากวัคซีนโควิด-19 จริง และในผู้เสียชีวิตเหล่านี้ได้รับความเสียหาย ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด  ระบบทางโลหิตวิทยา ระบบทางเดินหายใจ หรือหลายระบบพร้อมกัน และมีการประเมินว่าการตายจากวัคซีนที่รายงานเข้าในระบบ VAERS  (Vaccine Adverse Event Reporting System) ของสหรัฐอเมริกาต่ำกว่าความจริงกว่า 20 เท่าตัว

ประการที่สี่ - ผลการติดตามเบื้องต้นของศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ร่วมกับภาควิชาอายุรศาสตร์และสาขาประสาทวิทยาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบข้อมูลจากการติดตามผลของผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งจากโรคโควิด-19 ในผู้ที่ฉีดวัคซีนในประเทศไทยเกือบ 100 รายในระยะเวลา 1 ปี พบค่าการอักเสบและโปรตีนที่แสดงให้เห็นว่าเกิดภาวะสมองเสื่อม ทั้งที่ยังไม่มีอาการและมีอาการแล้ว หรือแม้แต่ยังมีร่องรอยภาวะโรคสมองเสื่อมดำเนินต่อไปหากมีปัจจัยกระตุ้นแม้จะมีอาการป่วยดีขึ้นแล้วก็ตาม  ซึ่งจะสร้างปัญหาต่อประชากรกลุ่มนี้ต่อไปในอนาคต หากไม่รู้ตัวหรือไม่ได้หาหนทางในการป้องกันหรือเยียวยาเพื่อลดความเสี่ยงลงด้วยคำแนะนำอย่างถูกต้อง

ประการที่ห้า - นักวิจัยจากคณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้เผยแพร่รายงานเอาไว้ในวารสาร Nature Scientific Report เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2566 ได้กล่าวถึงประเด็นการฉีดวัคซีนหลังเข็มที่ 3 ว่าอาจจะทำให้ภูมิคุ้มกันชนิด T-Cell หมดแรง นั่นหมายความว่าการฉีดวัคซีนมากเกินไปอาจทำให้ร่างการมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลงได้

ประการที่หก - สำหรับประชาชนที่สงสัยว่าสุขภาพร่างกายของตัวเองอ่อนแอลงไม่หมือนเดิม อันเนื่องมาจากภาวะลองโควิด-19 หรือไม่ หรือสงสัยว่าจะได้รับผลกระทบจากวัคซีนหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ จะทำการสร้างเครือข่าย รับข้อมูลจากประชาชน

ประการที่เจ็ด - สำหรับแนวทางการรักษาทั้งจากภาวะลองโควิด-19 หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวัคซีนในปัจจุบัน ได้มีการดำเนินการรักษาอยู่แล้วทั้งในวงการแพทย์แผนปัจจุบัน การแพทย์ทางเลือก ธรรมชาติบำบัด ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การใช้สมุนไพร และตำรับยาตลอดจนหัตถการทั้งการแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนจีน ซึ่งวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต จะร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่จะรวบรวมกรรมวิธีการเยียวยาและรักษา ทำการวิจัย และเผยแพร่ให้ประชาชนทราบในโอกาสต่อไป

ทั้งนี้ ขอเรียนเชิญแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ แพทย์แผนจีน หมอพื้นบ้าน เภสัชกรผู้รักชาติทั้งหลาย ได้ร่วมกันระดมเสนอหนทางจากประสบการณ์ตรงและให้ข้อมูลการช่วยเหลือและรักษาผู้ที่เป็นภาวะลองโควิด-19 และผู้ที่ได้รับผลกระทบของวัคซีน เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุดอย่างเป็นระบบและเข้าสู่เป็นงานวิจัยต่อไป

ประการที่แปด - นอกจากขบวนการปกปิดข้อมูลแล้ว สังคมไทยควรตระหนักถึงความเสี่ยงอันตรายและรู้เท่าทันความเสี่ยงจากงานวิจัยในประเทศไทยที่สนับสนุนโดยทุนต่างชาติเพื่อหาหนทางการตัดต่อพันธุกรรมไวรัสจากค้างคาวเพื่อให้กลายเป็นเชื้อไวรัสในมนุษย์ อาจกลายเป็นการเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนบางกลุ่มที่ต้องการแสวงหาผลกำไรและความมั่งคั่งจากทำให้เกิดการแพร่ระบาดโรคระบาดสร้างความเสียหายต่อประชาคมโลกต่อไปในอนาคต และเห็นว่าสถาบันวิชาการในประเทศไทยควรเห็นแก่ประโยชน์ของชาติมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัวหรือผลประโยชน์ของกลุ่มทุนต่างชาติ

สุดท้ายนี้สถานการณ์ปัญหาจากภาวะลองโควิด-19 และภาวะผลกระทบของวัคซีน จะต้องเริ่มต้นจากการยอมรับความจริง การเปิดเผยความจริงในประโยชน์และความเสี่ยงตลอดจนผลกระทบอย่างรอบด้านเท่านั้น จะทำให้เกิดความเป็นธรรมต่อประชาชนในการตัดสินใจและสร้างความตระหนักต่อความเสี่ยงการรับวัคซีนและไม่รับวัคซีนในอนาคต รวมถึงทำให้ประชาชนได้รับรู้เพื่อตระหนักและรีบตรวจคัดกรองความเสี่ยงก่อนที่จะเกิดอันตรายในผลกระทบต่างๆ เพื่อทำให้เกิดการแสวงหาและรวบรวมหนทางในการฟื้นฟูสุขภาพ หรือรักษาประชาชนอย่างถูกต้องต่อไป และจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลในฐานะผู้ที่สนับสนุนและรณรงค์การใช้วัคซีนมาโดยตลอด ต้องให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวัคซีนอย่างเต็มที่และรวดเร็วต่อไปด้วย

แถลงโดย
ศาสตราจารย์นายแพทย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา
หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ โรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

และ อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต
14 มกราคม 2567


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top