Thursday, 16 July 2026
NewsFeed

ร้านจัดพิธีศพใน ‘เอลซัลวาดอร์’ ปิ้งไอเดียทำ ‘โลงศพบาร์บี้’ สุดปัง!! ขายดีจนต้องผลิตเพิ่ม แถมมีคนสั่งซื้อไว้ล่วงหน้า

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 66 สำนักข่าวเอพี รายงานว่า กระแส ‘บาร์บี้ฟีเวอร์’ ของภาพยนตร์เรื่องดัง ‘บาร์บี้’ 
ผลงานกำกับของ ‘เกรตา เกอร์วิก’ ผู้กำกับชาวอเมริกันวัย 39 ปี ที่นั่งแท่นผู้กำกับหญิงเจ้าของผลงานทำรายได้ทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 34,700 ล้านบาท ทำให้โลกเต็มไปด้วยสีชมพู แม้แต่โลกแห่งความตาย ที่มีเจ้าของร้านจัดพิธีศพในสาธารณรัฐเอลซัลวาดอร์ ทำโลงศพบาร์บี้สีชมพู ภายในบุด้วยผ้ารูปตุ๊กตาบาร์บี้ ออกมาให้เลือกซื้อ

‘ไอแซค วิลเลกาส’ เจ้าของร้านอัลฟา แอนด์ โอเมกา ฟิวเนอรัล โฮม ร้านรับจัดพิธีศพในเมืองอาวาชาปัง เล่าว่า ที่จริงร้านของตนเริ่มทำโลงศพสีชมพูออกขายก่อนที่ภาพยนตร์เรื่องบาร์บี้จะเปิดตัวฉายรอบปฐมทัศน์เมื่อเดือนกรกฎาคม แต่หลังจากเห็นความสำเร็จของกระแสบาร์บี้ฟีเวอร์ในกลุ่มประเทศลาตินอเมริกา วิลเลกาสจึงตัดสินใจทำโลงศพสีชมพู ภายในบุผ้ารูปภาพตุ๊กตาบาร์บี้ และประดับด้วยดาวสีขาวดวงเล็กๆ

“ตอนนั้นผมบอกเลยว่า เราต้องกระโจนตามเทรนด์แล้วมันก็ประสบความสำเร็จ” วิลเลกาสเล่าว่า ทางร้านได้ทำโปรโมชั่นโลงศพบาร์บี้ ซึ่งขายได้แล้ว 10 โลง แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้ง 10 คนที่สั่งซื้อ ได้ถูกฝังอยู่ในโลงศพบาร์บี้แล้ว เนื่องจากมีคนมากมายในเอลซัลวาดอร์ที่จ่ายเงินซื้อแพคเกตทำพิธีศพไว้ล่วงหน้า

เจ้าของร้านอัลฟา แอนด์ โอเมกา ฟิวเนอรัล โฮม เล่าว่า ก่อนหน้านี้ โลงศพในเอลซัลวาดอร์จะมีสีดำ สีน้ำตาล สีขาว สีเทาตามประเพณีนิยม แต่ย้อนไปเมื่อ 1 ปีที่แล้ว วิลเลกาสเคยขายโลงศพสีชมพูโลงแรกให้ครอบครัวหนึ่งที่ต้องการให้ญาติซึ่งเป็นคนนิสัยร่าเริง มีความสุขถูกฝังในโลงศพสีสันสดใส

วิลเลกาสบอกว่า ทุกวันนี้ที่ร้านของตนยังทำโลงศพสีทึมๆ ออกขาย แต่ผลิตโลงศพสีชมพูมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากมีผู้คนมาถามหามากขึ้น

ที้งนี้ กระแสบาร์บี้ฟีเวอร์ในกลุ่มประเทศลาตินอเมริกา ร้อนแรงถึงขนาดมีทาโก้สีชมพู ขนมอบสีชมพู สายการบินพาณิชย์ที่มีโลโก้ตุ๊กตาบาร์บี้ แม้แต่โฆษณาทางการเมือง และการประท้วงก็มีการใช้ธีมบาร์บี้ด้วย

‘วัชรเรศร วิวัชรวงศ์’ ผู้ก่อตั้งกองทุนศึกษา Thai Heritage Scholarship Fund of New York  เพื่อเด็กนักเรียนไทย 'เกิด-ศึกษาต่างแดน' ได้ระลึกและทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ

‘ท่านชาย วัชรเรศร วิวัชรวงศ์’ หรือ ‘ท่านอ้น’ เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 2 ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่ สุจาริณี วิวัชรวงศ์ เป็นพระเชษฐาใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเป็นพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

เมื่อแรกประสูติ ‘ท่านอ้น’ มีพระยศที่ ‘หม่อมเจ้า’ พระนามว่า หม่อมเจ้าวัชรเรศร มหิดล มีพระโสทรเชษฐาและกนิษฐา รวม 4 องค์ ได้แก่ จุฑาวัชร วิวัชรวงศ์, จักรีวัชร วิวัชรวงศ์, วัชรวีร์ วิวัชรวงศ์ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

ท่านอ้น ศึกษาที่โรงเรียนอนุบาลจุไรรัตน์ จากนั้นศึกษาต่อที่โรงเรียนจิตรลดา จนกระทั่งช่วงเวลาที่บินไปพำนักที่สหรัฐอเมริกา ศึกษาต่อที่ Trinity Preparatory School ประเทศสหรัฐอเมริกา ในระดับปริญญาตรี ท่านอ้นสำเร็จการศึกษาในสาขานิติศาสตร์ จาก Stetson University College of Law ประเทศสหรัฐอเมริกา และศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ในสาขานิติศาสตร์ จาก Stetson University College of Law ประเทศสหรัฐอเมริกา

ปัจจุบัน ‘ท่านอ้น’ ทำงานเป็นที่ปรึกษากฎหมาย บริษัท แมนีย์ แอนด์ กอร์ดอน (Maney & Gordon, P.A., Tampa) โดยทรงพำนักอยู่กับ มารดา พี่ชาย และน้องชาย ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

ท่านอ้น มีภารกิจสำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา สำหรับนักเรียนไทยในต่างแดน แลเป็นประธานตั้งองค์ทอดกฐิน สร้างสันติภาพสู่สันติสุขทั่วราชอาณาจักรไทย ดังนี้

- เดือนมีนาคม พ.ศ. 2560 ตั้งกองทุนศึกษา Thai Heritage Scholarship Fund of New York สำหรับนักเรียนไทยในนครนิวยอร์ก เพื่อสนับสนุนให้เด็กนักเรียนไทยที่เกิดหรือศึกษาต่างแดนได้ระลึกถึงประเทศบ้านของตน และทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

- วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560 ออกสาส์นพร้อมพระเชษฐา และพระอนุชา แสดงความโศกเศร้าอย่างใหญ่หลวงต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

- วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560 อุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

- วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เป็นประธานทอดกฐินสามัคคี เนื่องในโอกาสครบรอบ 17 ปี ของสมาคมรวมไทย ประเทศฮ่องกง

- วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เป็นประธาน (ส่งผู้แทน) ตั้งองค์กฐิน และปฏิบัติธรรมเจริญจิตภาวนา เพื่อสร้างสันติภาพสู่สันติสุขทั่วไทย น้อมถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

‘รองโฆษก ปชป.’ เตือนสติ ‘แก๊งทะลุวัง’ งดหยาบคาบ-รุนแรง ชี้!! ‘ภาพ-เสียง’ ว่อนออนไลน์ อาจย้อนกลับมาทำร้ายในอนาคต

(8 ส.ค. 66) นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นต่อกรณีพฤติกรรมการแสดงออกทางการเมืองกับผู้เห็นต่างของกลุ่มเยาวชนที่เรียกตนเองว่า ‘กลุ่มทะลุวัง’ โดยเฉพาะภาพที่ปรากฏต่อสาธารณะในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ที่ทำให้สังคมส่วนใหญ่รับไม่ได้กับพฤติกรรมความหยาบคาย และมีการคุกคามผู้เห็นต่างในรูปแบบต่าง ๆ กัน รวมถึงมีการใช้ความรุนแรงในรูปแบบการปาข้าวของ กีดขวางการเดินทาง และทำลายสถานที่ราชการ

นางดรุณวรรณ กล่าวต่อด้วยว่า ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิคิดต่าง แต่ต้องมีการแสดงออกอย่างเคารพสิทธิ เสรีภาพ ของผู้อื่นด้วยจึงจะได้ชื่อว่าเป็นนักประชาธิปไตยโดยแท้จริง พฤติกรรมของกลุ่มทะลุวังเมื่อวานนี้ (7 ส.ค.66) ทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบจากการคุกคาม รวมถึงสื่อมวลชนบางส่วนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่รายงานสถานการณ์ไปยังสาธารณะชน

ทั้งนี้จึงอยากฝากไปถึงเยาวชนกลุ่มทะลุวังว่า พฤติกรรมการแสดงออกที่แสดงถึงความหยาบคาย คุกคาม ใช้ความรุนแรง ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เมื่อกระทำแล้วต้องยอมรับให้ได้ว่าไม่ว่าในโลกความจริงหรือโลกดิจิทัล การกระทำมีผลของมันเสมอ สิ่งต่าง ๆ ที่เยาวชนกลุ่มนี้ตัดสินใจทำลงไป ไม่ว่าจะมาจากแรงจูงใจใด หรือมีใครอยู่เบื้องหลังก็ตาม ท้ายที่สุดจะกลายเป็น Digital Footprint คือ รอยเท้าบนโลกดิจิทัลทิ้งร่องรอยไว้บนโลกโซเชียลแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่ทั้งตนองและผู้อื่นเอาไปนำเสนอไว้ ตามมาหลอกหลอน ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของตนเองในอนาคตได้

“นอกเหนือจาก Digital Footprint ที่เยาวชนกลุ่มนี้ต้องเผชิญแล้ว การกระทำบางอย่างที่ทำเกินขอบเขตของกฎหมายก็ต้องถูกเอาผิด รับโทษทัณฑ์ เสียโอกาส หมดอนาคตได้ด้วยเช่นกัน จึงอยากแนะนำว่าพฤติกรรมการใช้ความรุนแรง อาจสร้างความสนใจได้แค่เพียงช่วงสั้น ๆ แต่ท้ายที่สุดแล้วจะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของตนเองได้ในระยะยาว” นางดรุณวรรณ กล่าวย้ำ

'เซ็นทรัลฯ' ลุยปรับโฉมร้าน Family Mart พลิกโฉมเป็น Tops Daily ยัน!! แม้จะมีการเปลี่ยนชื่อร้านแล้ว แต่ 'โอเด้ง' ยังมีขายตามปกติ

เมื่อไม่นานมานี้ เซ็นทรัล รีเทล หรือ CRC ผู้บริหารเชนร้านสะดวกซื้อ Family Mart เริ่มทยอยปรับโฉมและเปลี่ยนชื่อร้าน Family Mart เป็น Tops Daily แล้ว เช่นสาขาในย่านปิ่นเกล้า ทั้งการเปลี่ยนป้ายหน้าร้าน และประโยคต้อนรับลูกค้าของบรรดาพนักงาน

อย่างไรก็ตาม สำหรับแฟนสินค้าเด่นของ Family Mart อย่าง ‘โอเด้ง’ ยังสบายใจได้ เนื่องจากพนักงานของร้านยืนยันว่า แม้จะมีการเปลี่ยนชื่อร้านแล้ว แต่โอเด้งยังมีขายตามปกติ

การเปลี่ยนแปลงนี้ คาดว่าเป็นไปตามแนวทางที่ CRC ประกาศเมื่อช่วงต้นปี 2566 นี้ ว่าจะปรับกลยุทธ์ของธุรกิจค้าปลีก ด้วยการใช้แบรนด์ Tops เป็นแกนกลาง ขณะเดียวกันความต้องการของผู้บริโภคยังเปลี่ยนแปลงไปด้วย

โดยนายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล กล่าวในขณะนั้นว่า เทรนด์ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อในไทยเปลี่ยนแปลงไป ตลาดต้องการร้านที่ขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ร้าน Family Mart ซึ่งมีพื้นที่เฉลี่ย 120 ตร.ม. ไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ต่างจากร้านในแบรนด์ Tops ที่มีขนาดพื้นที่ร้านประมาณ 250-300 ตารางเมตร จึงมีความหลากหลายของสินค้ามากกว่า

พร้อมกันนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังปรับยุทธศาสตร์ด้านแบรนด์ด้วยการโฟกัสการใช้แบรนด์ Tops กับธุรกิจต่าง ๆ ในกลุ่มสินค้าอาหารเพื่อสร้างการจดจำ เช่น Tops, Tops Food Hall, Tops Fine Food, Tops Club และ Top Daily

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ร้าน Family Mart ในไทยมีสาขาลดลงต่อเนื่องจากจำนวนประมาณ 1,000 สาขา เมื่อปี 2560-2561 แต่ในช่วงปี 2564 ลดเหลือ 805 สาขา และปัจจุบันข้อมูลบนเว็บไซต์ของเซ็นทรัล รีเทล ระบุว่า บริษัทมีร้านสะดวกซื้อ 409 สาขา

สำหรับเส้นทางธุรกิจร้าน Family Mart ในประเทศไทยนั้น Family Mart เป็นร้านสะดวกซื้อสัญชาติญี่ปุ่น ภายใต้การบริหารของแฟมิลี่มาร์ทกรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท อิโตชู จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เข้ามาเปิดสาขาแรกในประเทศไทย เมื่อเดือนกรกฎาคม 2536 ที่พระโขนง ตามด้วยสาขา 2 ที่สีลม ต่อมาเปิดสาขาแฟรนไชส์แห่งแรกที่เสนานิเวศน์ ก่อนจะมีสาขาครบ 100 สาขา ในธันวาคม 2542 ด้วยการเปิดสาขาลาดพร้าว 35 ตามด้วยสาขาในต่างจังหวัดเป็นครั้งแรกในจังหวัดชลบุรี คือ สาขาพัทยาวงศ์อมาตย์

สำหรับหนึ่งในสินค้าฮิตอย่างโอเด้งนั้น เริ่มขายใน 10 สาขาเมื่อสิงหาคม 2549 จากนั้น Family Mart เดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่อง โดยมีสาขาครบ 500 สาขาในปี 2551 และครบ 600 สาขา ในปี 2553 จากนั้น ปี 2555 เมษายนจึงเปิดสาขาลำดับที่ 700 และเปิดสาขาลำดับที่ 800 เมื่อปี 2556

ขณะเดียวกันบริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอรร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมเซ็นสัญญาลงนามในสัญญาร่วมทุน กับ บริษัท แฟมิลี่มาร์ท จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2555 และต่อมาเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท จำกัดเมื่อปี 2556

ต่อมาในวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด บริษัทย่อยของ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้เข้าซื้อหุ้นของ บริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท จำกัด ในอีก 49.00% ที่เหลืออยู่จาก แฟมิลี่มาร์ท ประเทศญี่ปุ่น ทำให้แฟมิลี่มาร์ทในไทยเหลือสถานะเพียงแฟรนไชส์ของแฟมิลี่มาร์ทญี่ปุ่น

‘อุ้ม ลักขณา’ ประกาศแยกทางกับสามี ‘บอล กฤษณะ’ ต่อไปนี้ขอทำหน้าที่ ‘พ่อและแม่’ ของลูกให้ดีที่สุด

(8 ส.ค. 66) จากกรณีก่อนหน้านี้ที่ ‘บอล กฤษณะ’ สามีของ ‘อุ้ม ลักขณา’ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ยอมรับว่าทำผิดต่อ ภรรยาและครอบครัวว่า “ในวันที่ผมทำผิดทรยศต่อภรรยาและครอบครัว ผมรู้สึกว่าตัวเองเลวทxามที่สุด กลับมีหลาย ๆ มิตรภาพ ที่ทำให้ผมรู้สึกว่า ผมยังมีค่าและยังมีความดีอยู่บ้าง ขอบคุณทุกๆ คนที่เป็นห่วงตั้งแต่วันนี้ผมจะทำเพื่อลูก ๆ ครับ”

ล่าสุด ‘อุ้ม ลักขณา’ ได้ออกมาโพสต์ภาพ พร้อมข้อความผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว ถึงเรื่องนี้เป็นครั้งแรกว่า “อุ้ม ขออนุญาตใช้พื้นที่ส่วนตัวตรงนี้พูดนะคะ ตอนนี้อุ้มกับพี่บอล เราได้ตัดสินใจแยกทางกันแล้ว และเราได้เปลี่ยนสถานะจาก ‘สามีภรรยา’ มาเป็นแค่ ‘พ่อแม่’ ของน้องดิสนีย์ เพื่อทำหน้าที่แค่พ่อและแม่ของลูกให้ดีที่สุด

เมื่อทุกอย่างมันมาถึงทางตัน มันไม่สามารถไปต่อกันได้อีกและคงไม่มีภรรยาคนไหนจะรับเรื่องแบบนี้ได้ นี่คงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เราสองคนได้พูดคุยกันตกลงกันอย่างมีความคิดเห็นตรงกันและคิดทบทวนกันอย่างดีที่สุดแล้วค่ะ โดยทั้งหมดเราได้ยึดลูกทั้ง 2 คนเป็นหลักสำคัญที่สุด *อุ้มขออนุญาตไม่ลงรายละเอียดเรื่องราวภายในครอบครัว ที่สำคัญคนที่อุ้มต้องแคร์ความรู้สึกมากที่สุดคือ ‘ลูก’

และต้องขอโทษเพื่อน ๆ พี่ ๆ สื่อตรงนี้ด้วยนะคะ ที่อุ้มไม่สะดวกรับสายหรือตอบอะไรใด ๆ ในช่วงที่ผ่านมาอุ้มได้รับกำลังใจที่ดีมาก ๆ จากครอบครัว คนรอบตัว เพื่อนพี่น้อง ทั้งในและนอกวงการ เพราะอุ้มไม่อยากให้กระทบความรู้สึกของลูกทั้ง 2 คน ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

หม่าหม๊าอยากให้ลูกการ์ตูนและลูกดิสนีย์รู้ไว้ว่า ไม่ว่าสถานะของหม่าหม๊ากับป๊าจะเปลี่ยนไปแล้วนั้น แต่สิ่งนึงที่มันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปเลยนั้นคือความรักของ ‘แม่’ กับ ‘พ่อ’ มันจะคงอยู่ตลอดชีวิตของลูก หม๊าจะเลี้ยงดิสนีย์ให้ดีที่สุด ดูแลลูกให้ดีที่สุด ให้หนูมีความสุขที่สุด ด้วยพลังทั้งหมดที่มี ดิสนีย์และการ์ตูนจะเติบโตมาโดยมีแม่กับพ่อดูแลเสมอนะคะลูก หม่าหม๊ารักดิสนีย์ที่สุดดวงใจของหม๊า รักเจเจ๊การ์ตูนของดิสนีย์ด้วยนะคะ

ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจที่ให้อุ้มกับลูกนะคะ ขอบคุณครอบครัวป๊า ม๊า นิว จูเนียร์ที่เป็นพลังใจให้อุ้มมาเสมอ รักมากๆๆๆๆค่ะ”

ซันนี่ Girls’ Generation ประกาศออกจาก SM พร้อมขอบคุณค่าย หลังร่วมงานกันมานาน 16 ปี 

(8 ส.ค. 66) ซันนี่ สมาชิกในวง Girls’ Generation ได้ออกมาโพสต์ภาพและข้อความผ่าน Instagram เพื่อสุขสันต์วันครอบรอบ 16 ปี และบอกข่าวสำคัญแก่แฟน ๆ โดยระบุว่า

“สวัสดี ฉันซันนี่จาก Girls’ Generation ฉันเขียนเพราะฉันมีเรื่องราวที่อยากถ่ายทอดพร้อมกับคำขอบคุณสำหรับการเดบิวต์ครบรอบ 16 ปี ของโซนยอชิแด เมื่อมองย้อนกลับไป มีคนมากมายที่ฉันรู้สึกขอบคุณตลอด 16 ปีที่ผ่านมา สมาชิกที่มีค่า เช่นตัวฉัน ครอบครัวที่รักของฉัน สตาฟที่คอยอยู่เคียงข้างฉันอย่างเงียบ ๆ และแฟน ๆ ที่คอยให้กำลังใจฉันเพียงแค่อยู่ที่นั่น..

วันนี้ฉันอยากจะแสดงความขอบคุณและทักทายไปยัง SM Entertainment ที่ช่วยให้ลีซุนกยูวัย 19 ปี เดบิวต์ในฐานะซันนี่แห่ง Girls’ Generation ฉันขอขอบคุณผู้จัดการที่ทำงานหนักร่วมกันตลอด 16 ปีของกิจกรรมบันเทิง และทีมงานทุกคนที่ช่วยให้ฉันส่งพลังบวกให้กับผู้คนมากมายผ่านเวทีต่างๆ และเนื้อหาด้วยเพลงที่ดีและรูปลักษณ์ที่ดี

การได้เดบิวต์เป็น Girls’ Generation และได้พบกับสมาชิกและ ‘โซวอน’ ทุกวัน ทำให้ฉันมีความสุขเกินจะวัดได้ ตอนนี้ฉันรวบรวมความกล้าที่จะเห็นตัวเองในมุมที่ต่างออกไปในสภาพแวดล้อมใหม่ ต้องขอบคุณความสนใจและความรักของแฟน ๆ ที่ไม่เปลี่ยนแปลงมาเป็นเวลานานและผู้คนที่รู้สึกขอบคุณ ไม่ว่าวันใดจะมาถึงเราจะยังคงเดินหน้าต่อไปด้วยภาพแดดที่เป็นแหล่งพลังงาน ฉันจะเป็นซันนี่ที่แบ่งปันข่าวดีในอนาคต ขอบคุณ”

ทางด้าน SM Entertainment ก็ได้ออกมายืนยันว่า “สัญญาพิเศษของเรากับซันนี่สิ้นสุดลงแล้ว เราขอแสดงความขอบคุณต่อซันนี่ที่ได้แสดงกิจกรรมที่น่าทึ่งพร้อมกับเราเป็นเวลานาน และเราขอการสนับสนุนมากมายสำหรับเส้นทางใหม่ที่ซันนี่จะเดิน”

ซันนี่ เดบิวต์ในฐานะสมาชิกของ Girls’ Generation ในปี 2007 ผ่านเพลง ‘Into The New World’ ตั้งแต่นั้นมา วงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังระดับโลกก็ได้ปล่อยเพลงฮิตมากมาย เช่น ‘Gee’, ‘Genie’, ‘The Boys’, ‘Lion Heart’ และอีกมากมาย ปีที่แล้ว Girls’ Generation ยังได้ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ 7 ‘FOREVER 1’ เพื่อฉลองครบรอบเดบิวต์ 15 ปีอีกด้วย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจกรางวัล ผู้โชคดี!!! ได้ความรู้วัคซีนไซเบอร์และได้รับ iPhone 14 จำนวน 20 เครื่อง

เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2566 เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. และคณะทำงานร่วมพิธีจับรางวัลผู้โชคดีจากการทำแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์ สำหรับประชาชน จำนวน 40 ข้อ ชิงรางวัล iPhone 14 ประจำเดือน กรกฏาคม 2566 จำนวน 20 เครื่อง ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผบ.ตร. กล่าวว่า เมื่อช่วงต้นเดือน กรกฎาคม 2566 ได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนได้ทำแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์สำหรับประชาชน จำนวน 40 ข้อ เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ โดยเริ่มทำแบบทดสอบได้ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค.2566 จนถึง วันที่ 30 กันยายน 2566 หากทำแบบทดสอบครบ 40 ข้อแล้ว  จะได้รับ Whoscall Premium Gift Code ฟรี ซึ่งสามารถใช้บริการ Whoscall Premium Feature ได้ฟรี เป็นระยะเวลา 1 ปี หากทำแบบทดสอบได้คะแนนตั้งแต่ 35 ข้อ  ขึ้นไป จะมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัล  iPhone 14  เดือนละ 20 รางวัล  เป็นเวลา 3 เดือน  รวม 60 รางวัล  เริ่มจับรางวัลผู้โชคดีในเดือนสิงหาคม 2566  โดยประชาชนสามารถทำแบบทดสอบได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง  แต่จะได้รับสิทธิ Whoscall Premium และสิทธิลุ้น iPhone 14 เพียง 1 สิทธิ เท่านั้น

ในห้วงวันที่ 11 – 31 ก.ค.2566 มีประชาชนเข้ามาทำแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์ สำหรับประชาชน จำนวน 40 ข้อ  และได้รับสิทธิ Whoscall Premium Gift Code ฟรี ซึ่งสามารถใช้บริการฟีเจอร์เสริมต่างๆ จาก Whoscall Premium ได้ฟรีเป็นระยะเวลา 1 ปี จำนวน 78,083 คน  ในจำนวนนี้มีประชาชน ทำแบบทดสอบได้คะแนนตั้งแต่ 35 ข้อ  ขึ้นไป และได้รับสิทธิ์ลุ้นรับรางวัล iPhone 14 จำนวน 70,846 คน สำหรับวันนี้เป็นการจับรางวัลหาผู้โชคดี จำนวน 20 คนแรก  ที่จะได้รับรางวัล iPhone 14  จำนวน  20 รางวัลๆละ 1 เครื่อง สำหรับวิธีการจับรางวัลผู้โชคดี จำนวน 20 ท่าน ใช้วิธีกดสุ่มเลือกผู้โชคดีทีละรางวัลจากรายชื่อทั้งหมด โดยข้าราชการตำรวจหรือข้าราชการอื่นที่เข้าไปทำแบบทดสอบ สำหรับประชาชน จำนวน 40 ข้อนี้ ทุกคนมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลทั้งหมด และวันนี้ผู้ที่โชคดีได้รับรางวัล iPhone 14  จำนวน 20 รางวัลๆ ละ 1 เครื่อง รายชื่อแนบท้ายใบแถลงข่าวนี้ ผบ.ตร.กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ได้จับรางวัลหาผู้โชคดีรับ iPhone 14 จำนวน 20 คนแรก ครบถ้วนแล้ว และสำหรับเดือนสิงหาคม 2566  มีผู้ที่ได้รับรางวัลในการแนะนำให้ประชาชนทำแบบทดสอบมากที่สุด จำนวน 2 รางวัล ได้แก่

1. ตำรวจผู้แนะนำมากที่สุด คือ พ.ต.อ.ชัยณรงค์  บุญด้วง รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว แนะนำ จำนวน 1,805 ราย 
2. ประชาชนผู้แนะนำมากที่สุดคือ น.ส.นัฐจิตต์ กุลดิลก แนะนำ จำนวน 164 ราย

สำหรับผู้ที่ทำแบบทดสอบไปแล้ว แต่ไม่ได้รับรางวัลประจำเดือน กรกฎาคม 2566  ยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลประจำเดือน สิงหาคม และ กันยายน 2566 ได้โดยไม่ต้องทำแบบทดสอบใหม่ ส่วนผู้แนะนำที่จะได้รับรางวัล ต้องเริ่มนับใหม่ในเดือนถัดไป และต้องไม่ซ้ำคนเดิม ส่วนแบบทดสอบยังใช้แบบทดสอบเดิมบนระบบเดิม จึงขอฝากให้พี่น้องสื่อมวลชนได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้โชคดีได้รับทราบทั่วกัน สำหรับผู้โชคดีสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ช่องทาง www.เตือนภัยออนไลน์.com  ในการรับรางวัล  จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อไปยังผู้ที่โชคดี จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับมอบหมายจะนำส่งรางวัลถึงบ้านหรือที่อยู่ของผู้โชคดีกับมือท่านเอง  สำหรับการจับรางวัลหาผู้โชคดีได้รับรางวัล iPhone 14 ประจำเดือน สิงหาคม และ กันยายน 2566 เดือนละ 20 รางวัล รวม 40 รางวัล จะมีขึ้นในวันที่เท่าใด ขอให้ติดตามรายละเอียดได้ในช่องทาง  www.เตือนภัยออนไลน์.com จึงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนได้เข้าทำแบบทดสอบเพื่อจะได้มีภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์และได้ลุ้นรางวัล iPhone 14 ได้ใน 3 ช่องทาง ดังนี้ 1) สแกนคิวอาร์โค้ด 2) เข้าเว็ปไซต์ไซเบอร์วัคซีน และ ๓) ทำแบบทดสอบเมื่อครูไซเบอร์ไปให้ความรู้ในพื้นที่ โดยเป็นการเข้าแบบทดสอบผ่าน Google Form สำหรับทำแบบทดสอบ  ( หากไม่ชิงรางวัล สามารถทำแบบทดสอบได้เลย ) และจะสามารถดูเฉลยได้เมื่อทำข้อสอบเสร็จ กด "ดูคะแนน" 
กรณีต้องการรับสิทธิเพื่อชิงรางวัลต้องดำเนินการ ดังนี้

1. กดลิงก์ "เข้าเว็บไซต์ไซเบอร์วัคซีน" จาก Google form  หรือ เข้าผ่านเว็บไซต์  www.เตือนภัยออนไลน์.com   
และสมัครใช้งานและเข้าสู่ระบบไซเบอร์วัคซีนผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว (เข้าสู่ระบบผ่านไลน์) 
2. ทำการยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน  หรือแอปพลิเคชัน THaID 
3. หน้าแรกของระบบไซเบอร์วัคซีน จะมีปุ่ม "ทดสอบ 40 คำถามสำหรับประชาชน"  ให้กดเพื่อทำแบบทดสอบ
4. เลือกยืนยันความสมัครใจรับการทดสอบ และ กรอกอีเมล  กรณีต้องการทราบผลคะแนนทางอีเมล
เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รู้เท่าทันภัยออนไลน์อย่างต่อเนื่อง จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ทำแบบทดสอบ วัคซีนไซเบอร์ จำนวน 40 ข้อ และขอให้แชร์แบบทดสอบไปให้กับญาติหรือผู้เป็นที่รักเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ทำแบบทดสอบมีความรู้เท่าทันกลโกงของคนร้ายบนโลกออนไลน์และไม่ตกเป็นเหยื่อ 

ทั้งนี้สามารถติดตามข้อมูลการแจ้งเตือนภัยออนไลน์ได้ผ่านทาง www.เตือนภัยออนไลน์.com Facebook https://www.facebook.com/เตือนภัยออนไลน์ หมายเลขโทรศัพท์ 081-866-3000 หรือโทรศัพท์สายด่วน 1441 กรณีถูกคนร้ายหลอกลวงแจ้งความตำรวจผ่านระบบ www.thaipoliceonline.com  

( QR CODE ข้อสอบ 40 ข้อ สำหรับประชาชน)

ตำรวจไซเบอร์ ตัดวงจรค้ากามเด็กผันตัวจากผู้ขายเป็นนายหน้า นำเด็ก ๑๔ ค้าบริการ ผ่านทวิตเตอร์

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้สั่งการให้มีตรวจสอบการกระทำความผิดตามสื่อสังคมออนไลน์ ต่าง ๆ ที่สร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนให้ถึงต้นตอของขบวนการอย่างจริงจัง

สืบเนื่องจากกลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. ได้รับแจ้งจาก 
มูลนิธิพิทักษ์สตรี (Alliance Anti Trafic หรือ AAT) กรณีพบการโพสต์ลักษณะเชิญชวนให้ซื้อบริการทางเพศ ในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร โพสต์โดยผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ที่มีชื่อว่า you @you๐๙๖๕๔๓ โดยให้ QR Code สำหรับเพิ่มเพื่อนไว้เป็นช่องทางสำหรับติดต่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้สายลับสแกน QR Code จากทวิตเตอร์ เพื่อใช้ในการติดต่อผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ จากนั้นจึงได้รับข้อมูลจากนายหน้าว่ามีหญิงสำหรับขายบริการ ในราคา ๑,๑๐๐ บาท และมีการส่งภาพหญิงขายบริการดังกล่าวมาให้จำนวน ๔ ภาพ โดยเงื่อนไขต้องมีการโอนมัดจำก่อนใช้บริการจำนวน ๒๐๐ บาท โดยโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารออมสินของ น.ส.เอ (นามสมมติ) ส่วนอีก ๙๐๐ บาท นัดจ่ายหลังจากส่งหญิงขายบริการที่โรงแรม โดยได้ข้อมูลจากหญิงขายบริการว่าได้รับส่วนแบ่ง ๖๐๐ บาทต่อครั้ง จากนายหน้าหรือผู้เป็นธุระจัดหา

ต่อมาวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๖ พ.ต.ท.วิสุทธิ์  ขุนพิลึก สว.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท., พ.ต.ท.วิเชียร  คำชุมภู สว.ฯ, พ.ต.ท.ธนพงศ์ธัช  อ่อนชูเหมรัต สว.ฯ, พ.ต.ต.เขมอธิษฐ์  ทองคำ สว.ฯ, ว่าที่ ร.ต.ท.ชัยวัฒน์  ตั้งใจเพียร รอง สว.ฯ  พร้อมชุดสืบสวน ร่วมกับ ศพดส. ภ.๖, กก.สส.ภ.จว.พิษณุโลก, กก.สส.ภ.จว.กำแพงเพชร และ สภ.เมืองกำแพงเพชร เข้าดำเนินการจับกุม โดยเมื่อเวลา ๐๙.๒๗ น. สายลับตกลงใช้บริการและได้โอนเงินมัดจำเป็นจำนวนเงิน ๔๐๐ บาท เข้าบัญชีผู้ต้องหา จากนั้นเวลา ๑๓.๐๐ น. จึงนัดหมายส่งตัวหญิงสาวผู้ขายบริการที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในตำบลนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร และส่งมอบเงินส่วนที่เหลือจำนวน ๔,๐๐๐ บาท

ต่อมาเวลาประมาณ ๑๔.๐๐ น. น.ส.เอ (นามสมมติ) ขับ รถจักรยานยนต์ Honda Wave I สีน้ำเงินดำพาหญิงสาวผู้ขายบริการที่นัดหมายไว้มาส่งให้กับสายลับเข้ามาภายในโรงแรม ที่ห้องพักหมายเลข ๐๑, ๐๒, ๐๓ และ ๐๔ สายลับจึงได้ชำระเงินส่วนที่เหลือให้กับ น.ส.เอ (นามสมมติ) ภายในห้องพักหมายเลข ๐๑ เป็นเงินจำนวน ๔,๐๐๐ บาท เมื่อ น.ส.เอ (นามสมมติ) รับเงินจำนวนดังกล่าวแล้ว จึงออกมาจากห้องหมายเลข ๐๑ เดินออกมาบริเวณถนนหน้าห้องเตรียมที่จะขี่รถจักรยานยนต์กลับไป เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้แสดงตัวและเชิญตัว น.ส.เอ (นามสมมติ) และหญิงสาวผู้ขายบริการทางเพศมาตรวจสอบข้อมูลบุคคลที่ สภ.เมืองกำแพงเพชร

จากการตรวจสอบข้อมูลบุคคลหญิงสาวผู้ขายบริการทางเพศ ทราบชื่อ ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ ๑๔ ปี, ด.ญ.ซี(นามสมมติ) อายุ ๑๕ ปี และ น.ส.ดี (นามสมมติ) อายุ ๑๖ ปี จึงได้ประสาน เจ้าหน้าที่ พม. เข้าร่วมคุ้มครองคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยทีมสหวิชาชีพ ได้ร่วมกันสัมภาษณ์เด็กหญิงผู้ขายบริการทางเพศและมีการประชุมร่วมกันระหว่าง เจ้าหน้าที่ พม., พนักงานสอบสวน และเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ผลการประชุมมีความเห็นว่าผู้ให้สัมภาษณ์ ราย ด.ญ.บี , ด.ญ.ซี และ น.ส.ดี เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ 

จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและร่วมกันจับกุม น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ ๑๖ ปี อาศัยอยู่ ต.ในเมือง อ.เมืองกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร ความผิดฐาน “กระทำการค้ามนุษย์โดยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี, เป็นธุระจัดหาล่อไปหรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม, เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม, ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด”

ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผบก.ตอท., พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทาง อินเทอร์เน็ต บก.ตอท. สั่งการ พ.ต.ท.วิสุทธิ์ ขุนพิลึก สว.ฯ, พ.ต.ท.วิเชียร คําชุมภู สว.ฯ, พ.ต.ท.ธนพงศ์ธัช อ่อนชูเหมรัต สว.ฯ, พ.ต.ต.เขมอธิษฐ์  ทองคำ สว.ฯ พร้อมทีมสืบสวนดำเนินการจับกุม

ชื่นชม!! ‘น้องพลอย’ ขายไก่ย่างเลี้ยงดูแม่ป่วยติดเตียง ฝันอยากเรียนพยาบาล ไว้ดูแลแม่ - ช่วยเหลือสังคม

(8 ส.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับทราบข่าวเด็ก นร.ม.4 ขายไก่ย่าง เพื่อดูแลแม่ที่ป่วยติดเตียง หลังแม่ประสบอุบัติเหตุจากการทำงานก่อสร้างจนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง หวังมีอนาคตได้เรียนต่อพยาบาล

ผู้สื่อข่าวได้ลงไปที่บ้านเลขที่ 138 หมู่ที่ 1 ตำบลกุดจอก อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา พบ นางสาวหฤทัย รักพินิด หรือ น้องพลอย อายุ 16 ปี เด็กนักเรียนชั้น ม.4 กำลังเช็ดตัวให้กับ นางสาวกนกพร ครุฑขุนทด อายุ 36 ปี ผู้เป็นแม่ ที่นอนป่วยติดเตียงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

โดย น้องพลอย จะคอยดูแล ป้อนข้าว ป้อนน้ำ เช็ดตัวให้กับแม่ และทำงานบ้านทุกอย่าง ไม่ว่าจะล้างจาน หุงข้าว กวาดบ้าน ซักผ้า และสิ่งที่น้องพลอยต้องทำทุกวัน ก็คือ ‘การขายไก่ย่าง’ ในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน เพื่อหาเงินซื้อกับข้าวให้แม่ ซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้กับแม่

น้องพลอย บอกว่า ครอบครัวของตนเอง ปัจจุบันนี้ อยู่ด้วยกัน 4 คน แม่ลูก ซึ่งตนเองมีพี่ชาย อายุ 18 ปี ส่วนตนเองเป็นลูกสาวคนที่สอง และมีน้องสาวคนเล็ก กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล ส่วนพ่อทำงานก่อสร้าง ในต่างจังหวัด นาน ๆ จะส่งเงินมาให้ทางบ้าน ครั้งละ 1,000 บาท

โดยน้องพลอย กล่าวว่า สาเหตุที่แม่ต้องนอนป่วยติดเตียง ก็เพราะว่า แม่ไปทำงานก่อสร้างกับพ่อที่กรุงเทพมหานคร ได้ประสบอุบัติเหตุ แผ่นปูนหล่นลงมาทับบริเวณหลัง ทำให้พิการนอนป่วยติดเตียงมานานกว่า 4 ปี แล้ว ส่วนพี่ชายต้องออกจากโรงเรียนเพราะไม่มีเงินเรียนต่อ ตนเองสงสารแม่มาก จึงได้นำเงินเก็บไปซื้อไก่ มาย่างขายในช่วงเย็นของทุกวัน ซึ่งบางวันก็ขายได้เพียงวันละ 100-200 บาทเท่านั้น

เงินที่ได้จากการขายไก่ย่าง ก็จะนำไปซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ซื้อกับข้าวมาเลี้ยงแม่ ครอบครัว ซึ่งวันไหนขายไม่ได้ ตนเองก็ไม่มีเงินไปโรงเรียน จำเป็นต้องห่อข้าวไปกินเอง ซึ่งมีเงินไปโรงเรียนมากสุดก็แค่ 50 บาท ซึ่งตนเองอยากเรียนจบชั้น ม.ปลาย เพราะมีความฝันอยากจะเป็นพยาบาล คอยดูแลแม่ และคอยช่วยเหลือสังคม ใครต้องการอยากจะช่วยเหลือครอบครัวของน้องพลอยก็สามารถโทรศัพท์ สอบถามได้ที่เบอร์ 087-0138247 ประธานอสม.หมู่บ้าน หรือ ติดต่อที่เบอร์ 065-0903105 แม่ของน้องพลอย

‘พยาบาลสาว’ รุดช่วยคนเจ็บจากอุบัติเหตุรถล้ม ไม่แคร์แม้ชุดขาวจะเปื้อน สนใจแค่ ‘ช่วยชีวิตคน’

เมื่อวานนี้ (7 ส.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ‘ขวัญดาว ตรีศูนย์’ ได้โพสต์ข้อความว่า “ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหนหัวใจก็ยังเป็นพยาบาล…ขณะที่ขับรถอยู่ก็มองเห็นไกล ๆ ว่ามีคนขับมอเตอร์ไซด์ข้ามเลน ขับตัดหน้ารถบรรทุก แบบเฉียดฉิว จากนั้นก็ตกลงไปในร่องหลุมลึกข้างทาง คนขับน่าจะวูบจากโรคประจำตัว…ใด ๆ นั้นคือคนขับรถผ่านไปมาบริเวณนั้นไม่มีใครมองเห็นผู้บาดเจ็บเลย…รถมอไซด์และคนเจ็บตกลงไปในหลุมซะลึกทำให้ขาซ้ายผิดรูปมีบาดแผลที่ศีรษะ ดีใจที่ได้ช่วยเหลือนะคะ ขอบคุณทีมร่มโพธิ์คะ” 

พร้อมกันนี้ได้โพสต์ภาพของตนเอง ในขณะที่กำลังให้การช่วยเหลือหญิงรายหนึ่ง ที่ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักตกข้างทาง จนทำให้ได้รับบาดเจ็บ

เวลาต่อมาทราบว่า ผู้ที่กำลังให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บชื่อ น.ส.ขวัญดาว ตรีศูนย์ เป็นพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งกำลังจะเดินทางไปทำธุระส่วนตัว ได้ผ่านมาเจอเหตุการณ์ และได้ให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ หลังจากภาพและข้อความดังกล่าว ถูกโพสต์ออกไปได้ไม่นาน ก็ได้มีผู้เข้ามาแสดงความชื่นชมในการกระทำดังกล่าวเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เข้ามาแสดงความชื่นชมว่า “I see เก่งจัง ชื่นชมครับ ความเป็นพยาบาล เป็น 24 ชั่วโมง ตลอดอายุไข”

ทั้งนี้ น.ส.ขวัญดาว เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 14.00 น. ขณะที่ตนกำลังขับรถเพื่อที่จะไปทำธุระส่วนตัวที่ ต.น้ำร้อน อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ โดยขับรถไปเพียงคนเดียว ขณะนั้นได้ขับรถตามหลังรถบรรทุกมาห่าง ๆ และได้สังเกตเห็นคนขี่รถจักรยานยนต์ขับสวนทาง โดยรถมีลักษณะส่าย ๆ จากนั้นก็ได้ตัดหน้ารถบรรทุก และพุ่งลงไปข้างทาง ตกลงไปในท้องร่องข้างถนน จึงได้จอดรถห่างออกไปประมาณ 200 เมตร จากนั้นก็ได้วิ่งมาดูก็พบว่ามีรถจักรยานยนต์ตกอยู่ในท้องร่อง และมีผู้บาดเจ็บเป็นผู้หญิงนอนสลบซุกเข้าไปในท่อ และมีเลือดออกบริเวณศรีษะ ตนจึงรีบวิ่งกลับไปที่รถเพื่อหาผ้าสะอาดมาทำการห้ามเลือด และทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top