Friday, 24 July 2026
NewsFeed

‘ต่าย ชุติมา’ ย้ำสถานะ ‘ทิม พิธา’ เป็นแค่พ่อและแม่ แถมบอกตอนนี้มีคนคุกเข่า ‘ขอแต่งงาน’ แล้ว!!

(17 พ.ค.66) แม้จะเลิกรากันไปหลายปี แต่อยู่ๆความสัมพันธ์ของ ‘ต่าย ชุติมา’ กับ ‘ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ก็กลับมาถูกจับตาอีกครั้งในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา หลังฝ่ายหญิงโพสต์สนับสนุน รวมถึงยังนำภาพหวานในอดีตมาลงอีกครั้ง 

ล่าสุดต่ายได้ไปร่วมรายการ ‘แย่งซีน’ ของ แพรี่ ไพรวัลย์ วรรณบุตร พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า เธอกับเขามีสถานะเพียงพ่อและแม่ของลูก ซึ่งตอนนี้ลูกสาวอายุได้ 7 ขวบ ในส่วนการเลี้ยงลูก เธอจะมีระเบียบมากกว่า ขณะที่พิธาจะออกแนวสบายๆ

เมื่อแพรรี่ถามว่า พิธาโอ๋ลูกสาวไหม ต่ายก็ว่า เขาจะมีความหวง “ตอนเด็กๆ เขาจะบอกว่าไม่ต้องแต่งงานหรอก” เธอเล่ายิ้มๆ แล้วว่า “เขาเป็นคุณพ่อที่โรแมนติกกับลูก วันวาเลนไทน์ก็ซื้อดอกไม้ให้ลูกทุกปี” เมื่อถามว่าซื้อให้แค่ลูกเหรอ ต่ายตอบว่า “ซื้อให้แค่ลูกค่ะ”

เขาได้บอกไหมว่าหนูฝากเอาไปให้หม่ามี๊ด้วย? “เคยมีมาเป็นคำพูดค่ะ ก็มีแบบปะป๊าคิดถึง อะไรอย่างนี้ เราก็เอ๊ะ…พูดเองหรือเปล่า” ต่ายเล่าพลางยิ้ม

เรื่องที่พิธากำลังฮอตเป็นที่หมายตา เหมือนจะเป็นสามีแห่งชาติไปแล้ว ต่ายบอก “ก็ยินดีกับเขาด้วย” มันทำให้เราอยากขยับเขยื้อนกลับไปไหม กับคำถามนี้ เธอบอกทันทีว่า “ไม่ เพราะคนใหม่มันดีกว่า” ก่อนจะตามมาด้วยคว่า “ไม่ได้ๆ อันนี้พูดไม่ได้” บอกพลางหัวราะ

ส่วนเรื่องการแชร์ภาพแต่งงานที่ทำให้หลายคนฮือฮา เธออธิบายว่า เป็นเรื่องที่สืบเนื่องจากการที่มีด้อมโพสต์เรื่องแต่งงานกับพิธา โดยเธอตั้งใจจะแซวเล่นเท่านั้น อีกทั้งภาพสติ๊กเกอร์ที่ใช้ก็ไม่ใช่ภาพปากคว่ำ แต่เป็นรูปยิ้มมุมปากต่างหาก “แซวด้อมเฉยๆ แซว หวงอะไรอ่ะ” เธอว่าที่ด้อมบอกให้ไปต่อแถว อย่ามาแซงคิว เรื่องนี้ก็ไม่ได้คิด เพราะเราไม่ได้ต่อคิว “เขาบอกอย่าแซงคิว เราก็บอกไม่แซงอยู่แล้วละ เพราะเราไม่ได้ต่อตั้งแต่แรก จนออกจากแถวไปแล้ว แล้วเขาเพิ่งมาจะให้มาต่อใหม่ ไม่ต่อแล้วดิ”

สำหรับโอกาสจะกลับมาคืนดี ต่ายบอกขอบคุณคนที่เชียร์ แต่สถานะพ่อแม่ของลูกในตอนนี้ก็แฮปปี้อยู่แล้ว เมื่อถามว่ามีโอกาสจะเป็นไปได้ไหม เธอบอกนั่นเป็นเรื่องอนาคต ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เสมอ “กรรมยังไม่หมดกัน เราก็ต้องมาชดใช้กันอยู่ดี”

ช่วงที่พิธาหาเสียง ต่ายบอกว่าเธอก็ได้ให้กำลังใจ ฝากลูกไปบอกว่าเชียร์อยู่นะ ขอให้ได้ 
“แบบยูทำได้อยู่แล้ว อะไรประมาณนั้น”

ครั้นแพรี่ถามว่าไม่อยากเป็นสตรีหมายเลข 1 หรือ เธอก็ว่า “มันเหนื่อยไป ไม่ๆๆๆ” การไปไหนแล้วสื่อจับจ้อง ก็ไม่ใช่ฟีลของเธอ

เมื่อถูกถามว่าในความคิดของเธอ อะไรคือเสน่ห์ของพิธา เธอบอกอันดับแรกก็รูปลักษณ์ภายนอก แล้วเขาเป็นคนคลั่งรักไง จะชัดเจน จะลงรูปคู่ ซึ่งในความเห็นเธอ ความชัดเจนทำให้ผู้หญิงมีความปลอดภัยในความรู้สึก

สำหรับเรื่องของหัวใจในปัจจุบัน ต่ายบอก “จริงๆ เป็นคนไม่มีคนจีบนะ ถ้าเจอก็จะคลิกกันเองมากกว่า ไม่ได้ต้องมาตามจีบ” บอกด้วยว่า เธอจะดูคนที่สามารถคุยด้วยกันได้ สมมติเขาเป็นคนดีมาก หล่อมาก รวยมาก แต่คุยแล้วไม่รู้จะคุยอะไร ก็ไม่คุยนะ มันต้องรู้สึกว่าถ้าเราอยากจะคุย อยากจะรู้จักเขามากขึ้น มันก็จะคุยกันไปเอง ก็ไม่ได้เชิงว่ามีสเปก แต่ถ้าเจอแล้วชอบ ก็คือใช่

เรื่องความคิดจะแต่งงาน เธอบอกพลางหัวเราะว่า “จริงๆ มีคนขอแต่งงานแล้วนะ ไม่นาน เมื่อปีที่แล้ว เขาก็คุกเข่า แต่แหวนผิดไซส์ ก็เลยใส่นิ้วอื่น”

แพรี่ถามอีกว่า การที่อยู่ดีๆ ก็โดนพาดพิง โดนแซะ ในแบบที่ไม่ค่อยดีมีความรู้สึกอยากฟาดไหม เธอรับว่า “อยากฟาดมาก ถ้าพูดเรื่องจริงไม่ได้ว่าอะไรเลย แต่ส่วนใหญ่จะรู้สึกหงุดหงิดที่ไม่รู้แล้วพูดทำไม เห็นแล้วแบบดูมั่นใจมาก ก็จะแบบเจ๋อเนอะ”

‘กำนันเผ่น’ ส.ส. เพื่อไทย ดวงเฮง!! ถูกรางวัลที่ 1 รับ 24 ล้าน หลังแพ้ชัยให้ ‘ก้าวไกล’ ถือเป็นรางวัลปลอบใจแม้สอบตก

เมื่อวันที่ 16 พ.ค.66 ภายหลังกองสลากประกาศผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 66 รางวัลที่ 1 ได้แก่หมายเลข 132903 รางวัลเลขท้าย 2 ตัวได้แก่ 99

ล่าสุด เฟซบุ๊กเพจ ‘สังคมข่าว สมุทรสาคร 2’ ได้โพสต์ภาพ ‘กำนันเผ่น’ หรือ นายอุดม กันม่วง อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรคเพื่อไทย เขต 1 ดวงเฮงถูกรางวัลที่ 1 หมายเลข 132903 งวดประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2566 จำนวน 4 ใบ ได้รับเงินรางวัล 24 ล้าน

โดยระบุข้อความว่า “24 ล้านอยู่นี่เอง กำนันเผ่น กำนันอุดม กันม่วง อดีตกำนันตำบลพันท้ายนรสิงห์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรคเพื่อไทย เขต 1 ดวงเฮง ถูกลอตเตอรี่ งวดประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2566 รางวัลที่ 1 4 ใบ เป็นเงิน 24 ล้านบาท”

สำหรับ นายอุดม กันม่วง เพิ่งลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทย เขต 1 จ.สมุทรสาคร ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่เพิ่งผ่านมา และได้อันดับ 3 ส่วนผู้ชนะได้แก่ ว่าที่ ส.ส.จากพรรคก้าวไกล

จับแล้วหนึ่งในแก๊งปลอมไลน์ผู้ว่าขอนแก่น หลอกยืมเงินข้าราชการในพื้นที่กว่า 5 แสนบาท

สืบเนื่องจากกรณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้ออกประกาศแจ้งเตือนผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว “ไกรสร กองฉลาด” แจ้งเตือนมิจฉาชีพใช้รูปภาพและชื่อไลน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ทักข้อความไปยืมเงินบุคคลอื่น ทั้งภาพและข้อความระบุว่า “ใช้รูปภาพและชื่อผู้ว่าขอนแก่น หลอกยืมเงิน ตั้งแต่เช้าแล้วครับ ทั้งนายอำเภอบ้านแฮด บ้านไผ่ และเขาสวนกวาง โทรมาพร้อมทั้งส่งข้อความแชทมารายงาน มีคนแอบอ้างชื่อและนำรูปผมไปเป็นโปร์ไฟล์ หลอกยืมเงินนายกเทศมนตรีเทศบาลบ้าง สมาชิกสภาเทศบาลบ้าง ในพื้นที่ 3 อำเภอในข้างต้น”

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 จึงได้สืบสวนติดตามกรณีดังกล่าว โดยมิจฉาชีพปลอมไอดีไลน์ ได้ใช้รูปโปรไฟล์และชื่อตรงกับ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ทักข้อความไปหาผู้บริหารและสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดขอนแก่นหลายแห่ง หลอกยืมเงินรายละ 500,000 บาท จากการตรวจสอบพบว่าบัญชีที่ใช้ก่อเหตุมีนายสารนิช อายุ 24 ปี เป็นเจ้าของบัญชี ประกอบกับหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้เปิดบัญชีมีคนต่างด้าว ซึ่งอยู่บริเวณชายแดนไทย-เมียนมาร์ เป็นผู้จดทะเบียน จึงเชื่อมั่นว่ากลุ่มแก๊งดังกล่าวมีลักษณะเป็นขบวนการมิจฉาชีพกลุ่มใหญ่ ประกอบกับ นายสารนิช ยังเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดอุบลราชธานี ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น”

โดยได้หลบหนีการจับกุมมาอาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
กระทั่งวันที่ 15 พ.ค.66 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 จึงนำข้อมูลทั้งหมดประสานกรณีดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.สงขลา และบูรณาการกำลังร่วมกันทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
ในเบื้องต้นผู้ต้องหารับว่าเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารดังกล่าว ซึ่งตนไปรับจ้างเปิดและขายบัญชีให้กับคนที่รู้จักกันทางเฟซบุ๊ค ชื่อ นายฮ้อย (รับจัดหาบัญชี) ในราคา 300 บาท เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ปี 66

ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท.,พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.พงศ์นรินทร์ เหล่าเขตกิจ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.3 พร้อมชุดสืบสวนร่วมดำเนินการจับกุม

กรมสุขภาพจิตชี้ มุมมองทางการเมืองของแต่ละบุคคลแตกต่างกันได้ วอน สื่อสารด้วยความเข้าใจ แตกต่างแต่ไม่แตกแยก

วันนี้ (15 พฤษภาคม 2566) กรมสุขภาพจิต ขอให้สังคมติดตามการรายงานผลการเลือกตั้งด้วยสติ ใช้เวลาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผลการเลือกตั้งอย่างเหมาะสม เนื่องจากทุกบุคคลมีพื้นฐานความชื่นชม ศรัทธาและประสบการณ์ต่างกัน ย่อมมีความคาดหวังที่หลากหลาย ทำให้มีทั้งผู้ที่มีความเห็นแตกต่างและไม่สมหวังในผลของการเลือกตั้งฯ ครอบครัวและชุมชนควรสื่อสารกัน ด้วยความเข้าใจ ยอมรับ และป้องกันความขัดแย้งอันจะนำไปสู่ความรุนแรงทั้งในครอบครัวหรือในสังคม

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากกระแสความใส่ใจในการเมืองที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2566  กรมสุขภาพจิตได้ติดตามสถานการณ์ทางอารมณ์และสุขภาพจิตของประชาชนอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกับในทุกครั้งที่มีเหตุการณ์สำคัญในสังคม และจากรายงานทางระบบ Mental Health Check In ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2566 พบว่า ประชาชนมีระดับความเครียดเริ่มขยับตัวสูงขึ้นจาก ร้อยละ 2.17 ตั้งแต่ต้นปี 2566 และในระยะสองสัปดาห์ก่อนเลือกตั้ง ระดับความเครียดขยับเพิ่มถึง ร้อยละ 3.07 และมีระดับสูงขึ้นเท่าตัว คือสูงกว่าร้อยละ 6.0 ในบางวัน และในช่วงเวลาการรอคอยผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการนี้ มีแนวโน้มที่ความเครียดของประชาชนจะสูงขึ้นต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในครอบครัวหรือกลุ่มต่างๆในสังคมที่มีสมาชิกหลายกลุ่มวัย ที่อาจมีผลต่อมุมมองทางการเมืองที่แตกต่างได้มากขึ้น 

แพทย์หญิงอัมพร กล่าวต่ออีกว่า  สิ่งที่จะมองข้ามไม่ได้ คือ สถานการณ์การรายงานผลการเลือกตั้งฯ ที่ประชาชนหลายภาคส่วนยังคงตั้งใจ จดจ่อเพื่อติดตามว่าพรรคหรือบุคคลที่ตนเองเลือก จะประสบความสำเร็จหรือไม่ ซึ่งในวงจรของการเลือกตั้งย่อมมีทั้งผู้ที่ลงคะแนนเลือกแล้วเป็นไปตามที่หวังและไม่สมหวัง หากผู้ที่ติดตามข่าว ไม่สามารถดูแลอารมณ์ของตนได้ อาจเกิดปัญหาการมีปากเสียงหรือความรุนแรงที่เกิดขึ้นหลังจากการเลือกตั้งได้ กรมสุขภาพจิตเสนอข้อแนะนำเพื่อการดูแลสุขภาพจิตและสัมพันธภาพกับคนรอบข้างในช่วงของการรอผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ด้วยหลัก 4 ไม่ 4 ต้อง โดย 4 ไม่ ได้แก่ 1. ไม่กดดัน ตำหนิ ผู้ที่มีความเห็นแตกต่าง 2. ไม่เยาะเย้ย ดูถูก หรือถากถาง ผู้ที่ผิดหวัง 3. ไม่ใส่อารมณ์ ความรู้สึกกับข่าวมากเกินไป 4. ไม่ล้อเลียน ไม่ซ้ำเติมความผิดหวังของผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ และ 4 ต้อง ประกอบด้วย 1. ต้องรับฟังอย่างเปิดใจ 2. ต้องหลีกเลี่ยงการรับข่าวสารมากเกินไป 3. ต้องหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจตนเอง 4. ต้องให้กำลังใจ พูดคุย ด้วยสติและถ้อยคำที่สุภาพแสดงความห่วงใย ซึ่งโอกาสนี้นอกจากผู้ที่ไม่สมหวังจะต้องยอมรับในความเห็นที่แตกต่าง ผู้ที่สมหวังเองก็ต้องแสดงออกถึงการให้เกียรติ มีน้ำใจนักกีฬาโดยยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เพื่อให้ครอบครัวหรือญาติมิตรได้ปรับปรุงสายใยความผูกพันและสังคมก็สามารถดำเนินพัฒนาการทางการเมืองระดับมหภาคต่อไปได้ ด้วยความสงบและสันติสุข

กรมสุขภาพจิต ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารผลของการลงคะแนนการเลือกตั้งฯ อย่างมีสติและปล่อยใจให้สงบ แต่หากรู้สึกเครียดสามารถสำรวจสุขภาพใจด้วย Mental Health Check-In (MHCI)เพื่อรับทราบแนวทางการดูแลตนเอง หรือรับการปรึกษาที่สถานบริการสาธารณสุขที่อยู่ใกล้บ้านหรือโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง 
 
เสริมสร้างสุขภาพใจ และสายใยครอบครัว ในช่วงลุ้นผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ
นภาพร/เชียงใหม่

เปิดลงทะเบียนแล้ว!! กับกิจกรรม ‘Seminar in Fair #2’ เพื่อมาเจาะลึก ‘อุตสาหกรรมอาหาร’ วันที่ 23-24 พ.ค.นี้

(17 พ.ค. 66) ข่าวดี! การกลับมาของกิจกรรม Seminar in Fair #2 : THAIFEX - Anuga Asia 2023 ระหว่างวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2566 ณ ห้องจูปิเตอร์ 7 และ 8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โอกาสดีของผู้ประกอบการ พบกับเสวนา/บรรยายให้ความรู้ เต็มอิ่มตลอด 2 วัน สนใจสมัครเข้าฟังการบรรยาย ฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย (รับจำนวนจำกัด) ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ ปิดรับสมัคร 22 พฤษภาคม 2566  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0989931942 (คุณกาญจนา) หรือ โทร 1169 กด1 และ 1 ในเวลาราชการ 

ห้ามพลาด! กับ 9 หัวข้อบรรยาย พร้อมลิงค์รับสมัคร คลิกเลย 
1. การเจาะตลาด Mainstream สหรัฐอย่างไรให้ได้ผล โดย  คุณณัฐวิณี เนตรสุวรรณ ผู้นำเข้าสินค้าอาหารไทยในตลาดสหรัฐอเมริกาและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ ThaiTable.com คลิก https://shorturl.asia/ycdOI

2.เจาะตลาดคนรักอาหารไทยด้วย Video Conference โดย นายพงษ์พัฒน์ เชี่ยวปัญญาทอง Mass Market  บริษัท Zoom Video Communications จำกัด คลิก https://shorturl.asia/LVxdz

3.เจาะลึกตลาดอาหารในตะวันออกกลาง โอกาสใหม่ของผู้ประกอบการไทย โดย คุณปณต บุณยะโหตระ
ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมการค้าผู้ส่งออกเอเซียและตะวันออกกลาง และอดีตผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และผู้นำเข้าสินค้าไทยในตลาดตะวันออกกลาง คลิก https://shorturl.asia/Sfanx

4.ครัวออร์แกนิคไทยสู่ครัวโลก โดย ดร.อนุรักษ์ เรืองรอบ นายกสมาคมการค้าเกษตรกรรมยั่งยืนไทย และ คุณกนก อภิรดี ประธานคณะที่ปรึกษาสมาคมการค้าเกษตรกรรมยั่งยืนไทย และอดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) คลิก https://shorturl.asia/51GT3

5. โอกาสทองของอาหารไทยในลาตินอเมริกา: สินค้ากัญชา ข้าว โดย คุณชนะ คณารัตนดิลก รองประธานบริษัท Riceland จำกัด และ 
คุณกิติชัย วงศ์เจริญสิน รองประธานบริษัท CPL Public จำกัด และ 
ศ.ดร.สุพจน์ หาญหนองบัว CEO บริษัท Siam Snail จำกัด คลิก https://shorturl.asia/Mqw1f 

6. จับอาหารอินทรีย์ไทยมาติดปีกบิน โดย ดร.อนุรักษ์ เรืองรอบ นายกสมาคมการค้าเกษตรกรรมยั่งยืนไทย คลิก https://shorturl.asia/XAnsS

7. Market Opportunities for Thai Products in Latin Zone โดย Mr.Miguel George Cruz, Chief of Commercial & Cultural Sector, Mexican Embassy และ Mr. Fernando Berguno, Commercial Attache Chilean Embassy คลิก https://shorturl.asia/rOvi0

8. แนวโน้มตลาดอาหารไทยในตลาดส่งออกใหม่ โดย นางประภา บุรณศิริ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ สำนักพัฒนาตลาดและธุรกิจไทยในต่างประเทศ 2 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ คลิก https://shorturl.asia/HsxWk

9. Future Food โอกาสทองของผู้ส่งออกไทย โดย ผู้แทนจาก ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (Economic Intelligence Center: EIC ) ธนาคารไทยพาณิชย์ คลิก https://shorturl.asia/SKBnF

‘เนเน่-จิ๊บ’ ผู้สมัคร ส.ส. รทสช. โพสต์ภาพประทับใจในอ้อมกอด ‘บิ๊กตู่’ พร้อมชื่นชมการทำงานของทั้งสอง ขอให้สู้ไปด้วยกัน อย่าถอดใจ

(17 พ.ค.66) หลังจากเกิดปรากฎการณ์ พรรคสีส้มครองที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในกรุงเทพมหานคร ไปได้ถึง 32 ที่นั่ง และล่าสุดเฟซบุ๊กผู้สมัคร ส.ส.กทม เขต 33  ‘เนเน่ รัดเกล้า สุวรรณคีรี’ และผู้สมัคร ส.ส.กทม เขต 30 ‘จิ๊บ ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์’ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้โพสต์ภาพประทับใจในอ้อมกอดของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หมายเลข 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมข้อความว่า… 

“ความประทับใจของวันนี้  #ลุงตู่ บอก "โคตรเชียร์พวกเธอเลย" แล้วดึงไปกอด..   "ขอบคุณพวกเธอทุกคน สู้กันได้ดีมาก รักทุกคนนะ รู้ใช่ไหม อย่าถอดใจแล้วมาสู้ไปด้วยกันต่อนะ" 🤟❤️”

ทั้งนี้ มีประชาชนเข้ามาให้กำลังใจ กันอย่างล้นหลาม

‘จตุพร’ เชื่อ ‘พิธา’ ตั้งรัฐบาล 310 เสียงไม่สำเร็จ การเมืองหน้าฉากเชื่อไม่ได้ เบื้องหลังวิ่งวุ่น จับมือกัน โดดเดียวก้าวไกล

เมื่อวานนี้ (16 พ.ค. 66) นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน "คำสัญญาที่ว่างเปล่า?" ระบุ คำสัญญาร่วมตั้งรัฐบาล 310 เสียงจะมีบางพรรคจ้องหนีไปจับมือกับพรรคอื่น โดยอ้างความจำเป็นของบ้านเมือง ดังนั้นแนวโน้มส่อว่า พรรคก้าวไกลจะตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ

นายจตุพร เตือนว่า นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย เรียกร้องทุกพรรคสนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกฯ ในทางการเมืองอาจเพียงพูดให้ดูดีเท่านั้น แต่ไม่รู้ความเป็นจริงที่อยู่ฉากหลังนั้นคืออะไร อีกอย่างคำสัญญาทางการเมืองนั้น มีคุณค่าเป็นแค่ “ความจำเป็นในอดีต” ดังนั้น พรรคก้าวไกลจึงต้องระวังไว้

รวมทั้งระบุว่า อย่างไรก็ตาม การตั้งรัฐบาล 310 เสียงที่ทำสัญญาปากเปล่ากันนั้น แม้เป็นเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร (จากทั้งหมด 500 เสียง) แต่คือเสียงข้างน้อยในรัฐสภา ซึ่งมีเสียงรวม 750 เสียง ดังนั้น ส.ว. ยังยืนนิ่ง ไม่ตีไพ่โง่ไปสนับสนุนเสียงของน้อยในสภาผู้แทนราษฎรที่เหลือ 190 เสียง

อีกทั้ง เห็นว่า ในความจริงของ ส.ว. เพียงไปจับมือกับสภาผู้แทนฯ ให้ได้เสียงอีก 126 เสียงก็จะเป็นเสียงข้างมากในรัฐสภา คือ ส.ว. 250 เสียงบวก 126 เสียง รวมเป็น 376 เสียง ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 750 เสียงก็สามาตั้งนายกฯ ได้แล้ว แต่ รธน. 2560 บัญญัติเพียงให้เป็นนายกฯ ไม่ได้คุ้มครองเสถียรภาพรัฐบาล จึงมีโอกาสพ่ายแพ้ทางการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้น ส.ว. จะไม่มีวันแตกแถวในการเลือกนายกฯ และความเชื่อจะปิดสวิตช์ ส.ว. จึงเป็นไปได้ยาก

นายจตุพร เชื่อว่า ในช่วงเวลา 2 เดือนหลังการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเป็นจุดหักเหทางการเมืองในทุกเรื่องได้ เพราะมีหน้าที่วินิจฉัยคำร้องยุบพรรค และคดีของนายพิธา แม้หลายคนมั่นใจว่า กกต. จะไม่กล้าขัดขวางมติประชาชน แต่ตนมีบทเรียน จึงไม่ห้ามที่ใครจะเชื่อเช่นนั้น ถึงอธิบายก็ไม่มีใครฟัง และบทเรียนใครก็เป็นบทเรียนคนนั้น

"เราได้ผ่านความเชื่อมาแล้วว่า เสียงประชาชนไม่มีใครกล้า ซึ่งพิสูจน์แล้วไม่เคยเป็นความจริงเลย ยิ่งการเลือกตั้งหนนี้ไม่ได้เป็นตามปกติ เพราะที่สุดต้องมาเจอด่านเสียง 376 ซึ่งเป็นเรื่องยากกับพรรคที่ชนะเลือกตั้ง"

พร้อมระบุว่า นายเศรษฐา ควรไปพิจารณาประวัติศาสตร์การเมืองช่วงพรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลที่มีเสียงมากถึง 377 เสียง ช่วงนั้น ส.ส. ประชาธิปัตย์เคยไปทำเนียบรัฐบาลขอให้รัฐบาลไฟเขียวให้ ส.ส. รัฐบาลลงชื่อให้ครบจำนวนจะได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อให้สภาได้ดำเนินการตรวจสอบตามกระบวนการประชาธิปไตย แต่ถูกพรรคไทยรักไทย ด่ายับเลยว่า ไม่มีธรรมเนียมให้ ส.ส. รัฐบาลไปลงชื่อให้ฝ่ายค้าน จนนำไปสู่การเมืองบนถนนในเวลาต่อมา

"นายเศรษฐา พูดให้พรรคการเมืองแสดงสปิริตสนับสนุนนายพิธา เป็นนายกฯ พูดก็ดี แต่ผมไม่อยากทาย กลัวถูก และไม่ได้ปรามาสอะไร ผมว่าจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะพรรคเพื่อไทยฉลาดเดินเกม เขาบอกว่าหน้าที่ต่อไปนี้การจัดตั้งรัฐบาลให้เป็นหน้าที่ของพรรคก้าวไกลรวมเสียง 310 จาก 6 พรรคร่วมตั้งรัฐบาล"

นายจตุพร ย้ำว่า ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีตัวเลขตั้งรัฐบาลที่ไม่เปิดเผยที่ผ่านการดีลลับๆ ตามการออกแบบรัฐบาล แล้วท้ายที่สุดพรรคก้าวไกลจะถูกโดดเดียว และแต่ละฝ่ายจะอ้างความจำเป็น จนทำให้เกิดเรื่องขึ้นแน่นอน เนื่องจากตัวแปรสำคัญคือ ส.ว. ซึ่งเลือกเล่นเกมกับพรรคการเมืองให้แย่งกันตั้งรัฐบาล โดย ส.ว. เลือกยืนนิ่ง ๆ ไม่แสดงท่าทีใด

สิ่งสำคัญในกรณีเลือกนายพิธา เป็นนายกฯ จะต้องให้ไปหาเสียงมา 376 เสียง โดยไม่ต้องพึ่งเสียง ส.ว. โหวตให้ แต่กรณีคนอื่นเป็นนายกฯ ให้มีเสียงแค่ 251 เกินครึ่งสภาผู้แทนฯ เท่านั้น ดังนั้น การที่บางพรรคปล่อยพรรคก้าวไกลเดินหน้าตั้งรัฐบาลให้ผ่านด่านเป็นนายกฯ ย่อมมองเห็นผลลงท้ายว่า ไปไม่ได้ ตั้งรัฐบาลๆ ไม่สำเร็จเพราะบางพรรคและบางคนจ้องฉีกสัญญาทิ้งแล้วตั้งรัฐบาลกันเอง โดยไม่มีพรรคก้าวไกลเข้าร่วมด้วย

"หลังจากนั้นในพรรคร่วมสัญญา 310 เสียงจะมีคนรักชาติแบบผิดสังเกต ตีฝ่าวงล้อมออกมา ก็ไปบุกบ้านป่ารอยต่อฯ ส่วนคำสัญญาไม่เอาสองลุงที่บอกมาช่วงหาเสียงนั้น จะอ้างเป็นเรื่องความจำเป็นในอดีต แต่ตอนนี้จะไม่เกิดขึ้นแล้ว"

นายจตุพร กล่าวว่า ในสมัยก่อนในทางการเมืองจะมีข้ออ้างความจำเป็นด้วย "ข้อมูลใหม่" แต่มาสมัยนี้ หลังการหาเสียงเลือกตั้ง ทุกพรรคล้วนมีบาดแผลเต็มตัว อีกทั้งพรรคเพื่อไทยไม่ได้แพ้ใคร แต่แพ้พรรคก้าวไกล ในฐานะเป็นพรรคฝ่ายเดียวกันและกระแสการเมืองประชาชนบีบให้ต้องพูดในด้านดีเข้าไว้ จึงสนับสนุนพรรคคก้าวไกล แต่ให้เป็นหน้าที่พรรคก้าวไกลตั้งรัฐบาลเต็มทีในจำนวน 310 เสียง

อีกทั้ง เห็นว่า พรรคก้าวไกลเมื่อชนะเลือกตั้งก็ควรได้เป็นนายกฯ ตามกระบวนการเลือกตั้ง แต่กติกาที่เป็นอยู่ในขณะนี้มันไม่ปกติ และจะเอาเสียงประชาชนไปปิดสวิตซ์ ส.ว. ก็ยาก แล้วยังหวังให้ ส.ว. จำนวนหนึ่งแตกออกมาหนุนพรรคก้าวไกลนั้น ยิ่งเป็นความฝันในฤดูแล้ง เพราะไม่มีอยู่จริง ดังนั้น ในช่วงสองเดือนระหว่าง กกต. พิจารณา ตรวจสอบและรับรอง ส.ส. ไม่รู้ว่าเสียง 310 จะเหลืออยู่ครบกันหรือไม่

"ที่ไม่รู้ว่าจะเหลือเท่าไรนั้น ส่วนหนึ่งมาจาก กกต. อีกทั้งจะมีพรรคใดใจแข็งหรือไม่ เนื่องจากก้าวไกลเป็นพรรคใหม่พรรคเดียวที่มาเข้าพวก ส.ส. เก่าๆ โดยพรรคอื่น ๆ รู้จักกันมาดี เป็นนักการเมืองเก่าทั้งสิ้น ผ่านระบบอุปถัมภ์กันมายาวนาน ซึ่งสัมพันธ์กันในทางการเมืองได้หมด”

นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อกระแสสังคมเลือกก้าวไกลแล้ว ยกแรกทุกพรรคต้องเล่นบทพระเอกก่อน คือ สนับสนุนพรรคก้าวไกล เลือกนายพิธา เป็นนายกฯ ดังนั้น ตนจึงเตือนไว้ก่อนเลยว่า ถ้าไม่ลงสัตยาบันใน 310 เสียง จะมีคนไม่รักษาสัญญา

"อีกทั้งถ้า 310 เสียงยืนกราน 190 ยืนกราน และ 250 ก็ยืนกราน ผมรู้ว่าคนคิดกันนอกเกมนี้และทำกันตั้งแต่คืนแรก การพูด การดีลย่อมเห็นกันหมด ให้พูดตอนนี้คนก็ปฎิเสธ แต่ก็เห็นอยู่แล้ว บางคนไม่พร้อมเป็นพรรคฝ่ายค้าน บางคนพกความเครียดแค้น บางคนก็ไปตายเอาดาบหน้าแต่ขอเป็นรัฐบาลก่อน สิ่งสำคัญจะสวนความรู้สึกของคนแต่ละรุ่น"

ดังนั้น ที่กังวลกันว่า จะมีเรื่องวุ่นวาย ก็หนีไม่ออกกันจริงๆ ถ้าพรรคก้าวไกลถูกหักหลังโดยคนกันเอง ตนไม่ได้เสี้ยมและไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ขอให้ทำสัญญาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด แต่ถ้าเกิดขึ้นก็จะเป็นเรื่องใหญ่ กองเชียร์จากประชาชนถือพรรคก้าวไกลเป็นชัยชนะของพวกเขา และคนก็พร้อมจะออกมาบนถนนถ้าก้าวไกลไม่ได้ตั้งรัฐบาลและนายพิธา ไม่ได้เป็นนายกฯ

"ถ้าถามว่า คนที่จะลงมือเขากลัวหรือไม่ เขาก็ไม่กลัว แต่คนที่ไปต่อสู้ก็คิดว่าเขาจะกลัว จะไม่กล้า แต่เขาก็กล้ามาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นถ้า 310 เสียงยืนแข็ง และ ส.ว. ไม่โหวตให้ 190 แต่ผมเชื่อว่าวินาทีนี้ ส.ว. ไม่โหวตอยู่แล้ว เพื่อดำรงภาพตัวเองให้ดูดีไว้ก่อน" พร้อมระบุว่า ขณะนี้ ส.ว.เพียงยื้อเวลาไว้ได้ร่วม 2 เดือนรอให้ กกต. รับรองผล ส.ส. จนครบก่อน ท่าทีจะชัดเจนยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม หาก ทุกฝ่ายยืนแข็งในท่าทีของตัวเอง คือ 310 จับมือกันมั่นแน่น 190 ก็ไม่แตกแถว และ 250 ก็ยืนกราน ดังนั้นทั้งสามพวกนี้เป็นนักเลงจริงกันแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็อยู่ต่อ เป็นรัฐบาลรักษาการไม่มีกำหนดเวลา

"แต่มันจะมีนักเลงไม่จริง และนักเลงไม่จริงก็จะทำตัวเป็นนักเลงจริง ตอนพูดดีมาก จริงจัง แต่หลังฉากกะล่อน โดยการคิดทางการเมืองนั้น ไม่มีใครคิดถึงคุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาล แต่สังคมกลับไปเรียกร้องในสิ่งที่จากนักการเมืองที่ไม่มีกัน จึงให้ตามการเรียกร้องไม่ได้

นายจตุพร กล่าวว่า พรรคก้าวไกลไม่ได้โง่จนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เขารู้ เพียงแต่ใน 310 เสียงจะยึดมั่นคำสัญญา ไม่แหกไปจับมือกับอีกฝ่ายตั้งรัฐบาลหรือไม่ โดยปาดน้ำตาอ้างความจำเป็น ยิ่งคนที่โชว์เหนืออ้างสุภาพบุรุษทางการเมืองแล้ว คนนั้นตัวดีที่สุด ชอบทำให้ตายใจ และตอนนี้เสียง 310 เหมือนตกอยู่ในวงล้อม

พร่้อมทั้งย้ำว่า การเมืองขณะนี้ล้วนเป็นการแสดงหน้าฉากให้ดูดีกันทั้งนั้น แต่หลังฉากวิ่งวุ่นจับมือวนเวียนกันไปหมด ส่วนคนเป็นกองเชียร์พรรคก้าวไกลจะออกมาอย่างมากมายในวันที่พรรคก้าวไกล ไม่ได้เป็นแกนตั้งรัฐบาล

นอกจากนี้ ยังไม่รวมกลไกของ กกต.ในช่วงสองเดือนการตรวจสอบรับรอง ส.ส. ซึ่งจะเป็นตัวเร่งสถานการณ์ได้ แล้วยังอาจส่งบางเรื่องไปศาล รธน. พิจารณา โดยทั้งหมดเข้าใจว่า ให้เสร็จทันวันเลือกประธานสภา แล้วจะต่อกับการเลือกนายกฯ ในช่วงถัดกันไป

ดังนั้น ความวุ่นวายจึงหนีไม่พ้น เพราะทุกพรรคพยายามหนีจากการตกเป็นเป้าทางการเมืองของกระแสประชาชน เนื่องจากทุกพรรคเห็นแล้วว่า พรรคก้าวไกลไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ การคาดการ พล.อ.ประยุทธ์ น่าจะวางมือทางการเมือง ก็แสดงถึงการไม่ต้องการตกเป็นเป้าในช่วงการตั้งรัฐบาล โดยปล่อยให้พรรคก้าวไกลเผชิญปัญหากันก่อนและตามลำพัง

นอกจากนี้ เป้าต่อไปต้องพิจารณา กกต. แล้วพรรคการเมืองทั้งหลาย ยกเว้นพรรคก้าวไกล ที่จะเดินสายคุยการตั้งรัฐบาลกันหมด ดังนั้น ตนจึงขอให้ประชาชนเปิดใจ กล้าฟัง โดยตนเชื่อว่า นายพิธา ตั้งรัฐบาล 310 เสียงไม่ได้

"ใน 310 เสียงนั้น ผมอยากบอกคุณพิธา ว่า เอ็มโอยู หรือสัญญาประชาคมนั้น ให้ลงบันทึก ว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น 310 เสียงใน 6 พรรคเราจะไม่ทิ้งกัน แล้วนำบันทึกมาแถลงต่อสาธารณะให้ทั้ง 6 พรรคลงนามเป็นคำมั่นว่าจะไม่ทิ้งกัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น"

นายจตุพร มั่นใจว่า ถ้าไม่มีภาพทั้ง 6 พรรคมาแถลงร่วมกันแล้ว จะมีคนเลี้ยวหนีแน่นอน และได้เตรียมการเลี้ยวแล้ว เพียงรอให้สุดทางก่อนในช่วงเวลา 2 เดือนนี้ ดังนั้น ถ้าต้องการจะมัดรวมก็ต้องแถลงร่วมกันเสีย

“ถ้าไม่เป็นสัญญาประชาคม เชื่อผม อยู่ไม่ครบแน่ ไม่ได้ยุแยงตะแคงรั่ว อย่างไรก็ไป ใครไม่เซ็นให้สังเกตไว้เลย หากทำเป็นสัญญาประชาชคมมาร่วมลงนามต่อสาธารณะแล้วคุณพิธาจะปลอดภัยใน 6 พรรคการเมือง แล้วมีเวลาไปต่อสู่เรื่องอื่นๆ อีกต่อไป มิฉะนั้น จะมีพวกรับปากแล้วเบี้ยว นัดแล้วไม่มาได้”

‘ลิซ่า’ เสิร์ฟลุคหวาน เปิดไหล่โชว์เครื่องเพชร ประกบคนดังระดับโลกในงาน Bvlgari 

(17 พ.ค. 66) เกินเรื่องเกินราว สร้างเรื่องสร้างราวอีกแล้ว ‘ลิซ่า BLACKPINK’ ร่วมงานเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ของ ‘Bvlgari’ ที่จัดขึ้นที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี มาด้วยลุคที่สวยและฉ่ำสุดๆ ให้ฟิลลิ่งเจ้าหญิงราชนิกูล ยิ่งตอนอยู่ใต้ร่มก็คือดีไปหมด แถมประกบเหล่าตัวแม่ Anne Hathaway, Priyanka Chopra, Zendaya ไปเลยสิคะ ปังไม่หยุด

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “สร้างอาชีพ สร้างชีวิต” ร่วมกับกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับสตรีที่ด้อยโอกาสในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ในโครงการส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรี

วันนี้ (วันพุธที่ 17 พฤษภาคม 2566) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก  นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นำทีมลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับสตรีที่มีรายได้น้อย มีภาระหน้าที่ดูแลคนในครอบครัว เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือด้อยโอกาสทางสังคม จำนวน 8 ราย คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 139,810 บาท  (หนึ่งแสนสามหมื่นเก้าพันแปดร้อยสิบบาทถ้วน) เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน โดยมี  นายสำรวย เกษกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นางจินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เป็นประธานร่วมในพิธี พร้อมด้วย นางสาวชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นางสาวจารุวรินทร์ ธนาชนะสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมในพิธี  ณ  บริเวณศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดศรีสะเกษ

‘ฟ่าน ปิงปิง’ คัมแบ็กพรมแดงเมืองคานส์ ปรากฏตัวในชุดลายเสือสุดเรียบหรูดูแพง

(17 ก.พ. 66) หายหน้าหายตาไปพักใหญ่ ไม่ค่อยได้ออกสื่อบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อน สำหรับ ‘ฟ่าน ปิงปิง’ ที่ล่าสุดได้เผยลุคอลังการ พร้อมกับหน้าสวยเด็กแบบแทบไม่เชื่ออายุจริงๆ ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 2023 ครั้งที่ 76

งานนี้สวมชุดเดรสเกาะอก ทรงบอลกาวน์จาก Christoper Bu ที่สื่อถึงแรงบันดาลใจจากป่า เป็นชุดเดรสลายพิมพ์กราฟิกใบไม้ เปลือกไม้ และเสือหลายตัวที่ดูเหมือนจะเดินออกจากชุด พร้อมกับสวมเครื่องประดับต่างหูมรกตพร้อมแหวนเข้าชุดกัน ดูขลังเรียบหรูเเละดูเเพงสุดๆ ทำเอาช่างภาพรุมถ่ายรูปรัวๆ เลยทีเดียว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top