Saturday, 18 July 2026
NewsFeed

'เสี่ยเฮ้ง' กร้าว!! ถึงม็อบ 'ปฏิรูปกษัตริย์ สร้างรัฐสวัสดิการ' 'แรงงานต่างชาติ' ทำผิด 112 ถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน

(3 พ.ค. 66) นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ถึงประเด็น ม็อบแรงงานต่างชาติเคลื่อนไหวเรียกร้อง ‘ปฏิรูปกษัตริย์ สร้างรัฐสวัสดิการ’ โดยระบุว่า

ย้ำและ #เตือน อีกทีนะครับ... 
ถึง ม็อบ “ปฏิรูปกษัตริย์ สร้างรัฐสวัสดิการ”

'แรงงานต่างชาติ' ทำผิด เข้าข่าย ม.112 
ถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน นะครับ 

ม็อบแรงงานต่างชาติเคลื่อนไหวเรียกร้อง “ปฏิรูปกษัตริย์ สร้างรัฐสวัสดิการ” เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 66 ที่ผ่านมา ทางกรมการจัดหางาน ได้เตือน ไปยังแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยทุกเชื้อชาติแล้ว

‘ชวน’ นำทีม ‘ปชป.’ ลุยหาเสียง อ้อนขอคะแนนชาวปัตตานี ย้ำ!! ช่วยสนับสนุนพรรคการเมืองสุจริต อย่าเลือกเพราะเงิน

‘ชวน’ นำทีมประชาธิปัตย์ บุกขอคะแนนชาวปัตตานี วอนอย่าเลือกเพราะเงิน ลั่นปชป. จะขึ้นหรือลงก็อยู่พรรคนี้ ย้ำยึดหลักปชต.สุจริต แซะหัวหน้าบางพรรค ถูกสอบทุจริต

(3 พ.ค. 66) ที่ จ.ปัตตานี นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วยนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. และนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. ขึ้นรถแห่รอบพื้นที่เขตเทศบาลเมืองปัตตานี ช่วยหาเสียงให้นายสนิท นาแว ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 เบอร์ 8 และเข้าสักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ที่ศาลเจ้าเล่งจูเกียง ปัตตานี ก่อนเดินทางไปตลาดปาลัส อ.ปะนาเระ และเทศบาลเมืองตะลุบัน อ.สายบุรี หาเสียงให้ นายยูนัยดี วาบา ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 เบอร์ 6

นายชวน กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีหลักการประชาธิปไตยสุจริต ไม่มีหัวหน้าพรรคคนไหนที่ถูกคดีทุจริต ไม่เหมือนบางพรรค ที่มีหัวหน้าพรรคมาไม่กี่คนก็ถูกสอบทุจริต ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ริเริ่มการให้เบี้ยผู้สูงอายุ วันนี้เราจะเพิ่มให้อีกมากกว่า 1,000 บาทตามสภาพเศรษฐกิจ แม้หลายพรรคจะแข่งกันเสนอตัวเลขว่าจะให้มากกว่า แต่สุดท้ายต้องดูความเป็นไปได้ เพราะแจกเงินก็ได้ผลแค่ช่วงแจก แต่ไม่ยั่งยืน ระยะยาวเป็นภาระหนี้สินของประเทศ แต่พรรคทำนโยบายที่ยั่งยืน เช่น นมโรงเรียน โครงการกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อให้เด็กไทยมีโอกาสในการศึกษา

‘อุ๊งอิ๊ง’ ฟาดสายปั่น!! มุ่งใช้เทคนิคทางการเมืองไม่เลิก ทั้งที่ ‘เพื่อไทย’ พูดหลายรอบ ไม่จับมือ ‘พปชร.-รทสช.’

(3 พ.ค. 66) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย หรืออุ๊งอิ๊ง ได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นที่มีคนบางกลุ่ม ออกมาปั่นกระแสถึงปมการจับมือ ของพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ ย้ำชัด ไม่จับมือ โดยระบุว่า...

“อิ๊งไม่เข้าใจเลย และไม่ทราบเลยว่าเป็นกระแสของพรรคคู่แข่งหรือเปล่าที่พยายามปั่นว่าเราไม่ชัดเจน ทั้ง ๆ ที่มันชัดเจน จนไม่รู้จะชัดยังไง ทุกคนได้ออกไปพูด ไม่ใช่แค่ตัวอิ๊งค์ด้วยซ้ำ คุณเศรษฐาเองก็พูด ผู้ใหญ่ในพรรคเองก็พูด ว่าเราจะไม่จับมือ แต่ก็ยังปั่นก็อยู่ว่าไม่ชัดเจน”

อุ๊งอิ๊ง ได้เสริมว่า “คงเป็นหนึ่งในเทคนิกทางการเมือง ก็เลยไม่ทราบว่าถ้าวันนี้ยืนยันแบบนี้ จะยังปั่นกระแสกันอยู่ไหม ยังจะปั่นขึ้นอยู่หรือเปล่า”

‘โฟร์ท นฤมล’ อดีตนักร้องยุค 90 สู่ตำแหน่งใหญ่ นั่งผู้บริหารหญิงคนไทยคนแรกของ ‘ธนาคารซิตี้แบงก์’

ซิตี้แบงก์ แต่งตั้ง ‘โฟร์ท นฤมล’ อดีตนักร้องยุค 90 นั่งผู้บริหารหญิงคนไทยคนแรก

(3 พ.ค. 66) ธนาคารซิตี้แบงก์ ประกาศแต่งตั้ง นางสาวนฤมล จิวังกูร ขึ้นดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ประเทศไทย (Citi Country Officer for Thailand) ดูแลรับผิดชอบการดำเนินธุรกิจภายในประเทศไทย โดยขึ้นตรงต่อ นายอมล กุปเต ผู้บริหารใหญ่ธนาคารซิตี้แบงก์ ภูมิภาคเอเชียใต้และอาเซียน (Head of South Asia and Asean for Citi) และมีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ นางสาวนฤมล เป็นผู้บริหารหญิงและคนไทยคนแรกของธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ที่ได้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว

นางสาวนฤมล จิวังกูร สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ เอกบริหารการเงิน มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้เริ่มต้นทำงานที่ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ.2539 ซึ่งก่อนการแต่งตั้งเข้าดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย นางสาวนฤมลดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานตลาดเงินตลาดทุน ของธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย

สหรัฐฯ เตรียมยุติข้อบังคับฉีดวัคซีนโควิด19 ชี้!! มาตรการเหล่านี้ไม่จำเป็นอีกต่อไป

(3 พ.ค. 66) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า เมื่อวันจันทร์ (1 พ.ค.) ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ รายงานว่าฝ่ายบริหารภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะยุติข้อกำหนดของรัฐบาลกลางเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่เหลือส่วนใหญ่ภายในสัปดาห์หน้า

รายงานระบุว่าสหรัฐฯ จะยกเลิกข้อกำหนดที่บังคับนักเดินทางระหว่างประเทศ คนงานและผู้รับเหมาของรัฐบาลกลาง บุคลากรการดูแลสุขภาพ และนักการศึกษากลุ่มผู้นำ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขด้านโรคโควิด-19 ของประเทศสิ้นสุดลง

อนึ่ง ไบเดนสั่งการให้บังคับใช้ข้อกำหนดการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ข้างต้นครั้งแรกเมื่อปลายปี 2021

‘จุรินทร์’ นำทีม ‘ปชป.’ ปราศรัยใหญ่ อ้อนขอคะแนนชาวพิจิตร ลั่น!! ‘ปชป.’ พาประเทศชาติรอดได้ ย้ำ!! เคยพิสูจน์ให้เห็นแล้ว

‘จุรินทร์-ไพฑูรย์-นราพัฒน์’ ปราศรัยใหญ่พิจิตร ชูเลือกประชาธิปัตย์พาชาติรอด

(3 พ.ค. 66) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายไพฑูรย์ แก้วทอง ราษฎรอาวุโสของชาวจังหวัดพิจิตร อดีต ส.ส. และรัฐมนตรีหลายกระทรวง นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค ภาคเหนือ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ (เสธ.อ้าย) นอกจากนี้ยังมีผู้สมัคร ส.ส. ภาคเหนือตอนล่าง มาร่วมกันขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ที่บริเวณโรงเรียนตะพานหิน อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร พร้อมกับผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง ประกอบด้วย เขต 1 พล.ท.ฉลวย แย้มโพธิ์ใช้ เบอร์ 3 เขต 2 พ.ต.ท.สามารถ แก้วทอง เบอร์ 6 เขต 3 นายวรวุธ แก้วทอง เบอร์ 1

โดยบรรยากาศในวันนี้ นอกจากมีพี่น้องประชาชนมาร่วมฟังการปราศรัยจำนวนมากจนล้นสนามกีฬาโรงเรียนแล้ว ชาวพิจิตรยังเข้ามาขอถ่ายรูป มอบพวงมาลัย ดอกกุหลาบ เพื่อเป็นกำลังใจให้นายจุรินทร์อย่างคับคั่ง

นายจุรินทร์ ได้กล่าวปราศรัยว่า มาถึงวันนี้เหลือเวลาเพียง 10 วันจะถึงวันเลือกตั้ง ดังนั้นจึงถึงเวลาที่พี่น้องต้องตัดสินใจ เพราะเลือกตั้งครั้งนี้จะมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ขอให้เลือกประชาธิปัตย์ทั้ง 2 ใบ เพื่อให้ประชาธิปัตย์ได้ ส.ส.มากที่สุดสำหรับเข้าไปทำงานรับใช้พี่น้องได้มากขึ้นเท่านั้น

นอกจากนี้ยังกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีโอกาสแลนด์สไลด์ยาก ตามที่มีนักวิเคราะห์ รวมทั้งผลสำรวจโพลบอกตรงกันว่า เที่ยวหน้าจะไม่มีพรรคการเมืองไหนแลนด์สไลด์เลยแม้แต่พรรคเดียว ดังนั้นเมื่อไม่มีพรรคไหนแลนด์สไลด์ก็แปลว่าไม่มีพรรคไหนจะสามารถรวมเสียงข้างมากเพื่อตั้งรัฐบาลได้อย่างแน่นอน ซึ่งเท่ากับว่าทุกพรรคจะมีโอกาสตั้งรัฐบาลได้พอ ๆ กัน ดังนั้นทุกเสียงจึงมีความหมายสำหรับประชาธิปัตย์

‘แจ๊ค อนุซา’ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวลาว ถูกยิงดับในคาเฟ่ใจกลางเมือง ตร.เร่งหาคนร้าย

(3 พ.ค. 66) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการลาวโพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิด ภาพมือปืนสวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลและหมวกสีดำเดินตรวจสอบเป้าหมายว่าอยู่ในคาเฟ่ ก่อนชักปืนพกสั้นที่เอวออกมาและกลับเข้าไปในร้านจ่อยิงระยะเผาขน 2 นัด เป้าหมายคือนายอนุสา หลวงสุพรม หรือ แจ็ค วัย 25 ปี ล้มลงบนพื้น ขณะที่มือปืนฉวยโอกาสหลบหนีไป คลิปจากกล้องวงจรปิดเห็นมือปืนใช้ผ้าเช็ดหน้าเปิดและปิดประตูร้านอย่างระมัดระวัง คาดว่าไม่ต้องการทิ้งลายนิ้วมือไว้ในที่เกิดเหตุ ตำรวจกำลังสอบสวนและตามหาผู้ต้องสงสัย

‘ทนายตั้ม’ เปิดอกเคลียร์ใจ ปมชีวิตหรูหรา ยัน!! บินฝรั่งเศสไปทำงาน-ไม่เอี่ยวเว็บพนัน

(3 พ.ค. 66) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ทนายความชื่อดัง เปิดแถลงข่าวชี้แจงประเด็นต่างๆ ที่ถูกกล่าวหา ที่สำนักงาน Sittra Law Firm โดย นายษิทรา กล่าวว่า ที่ผ่านมามีข้อสงสัยการใช้ชีวิตที่ดูหรูหราของตนในขณะที่งบการเงินของสำนักงานดูเหมือนจะขาดทุนหรือมีกำไรไม่มากนัก ซึ่งตนยืนยันยังชี้แจงเหมือนครั้งก่อน ๆ ว่าตนเปิดบริษัท Sittra Law Firm ในปี 2565 แต่ก่อนหน้านั้น ตนเคยเปิดบริษัทชื่อ Wisdom Law Firm และทำเหมือนทนายความทั่วไปคนหนึ่ง รายได้เข้าบริษัทบ้าง เข้าตนเองบ้าง แต่รับคดีไม่มีค่าใช้จ่ายก็เยอะ

กระทั่งตามทำคดีลุงพล จึงได้มาเปิดบริษัท Sittra Law Firm โดยหนังสือของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุชัดว่าบริษัท Sittra Law Firm เดิมชื่อ Wisdom Law Firm กระทั่งเปลี่ยนชื่อในวันที่ 25 ม.ค. 2565 จากนั้นจึงเริ่มทำธุรกิจจริง ๆ ในเดือน เม.ย. 2565 ดังนั้นอย่าไปดูงบการเงินปีเก่า ๆ เพราะตอนนั้นไม่ค่อยมีรายได้ โดยสามารถไปขุดภาพเก่า ๆ จากอินสตาแกรมของตนได้ ตนเพิ่งจะมามีรายได้มากในปี 2565 นี่เอง

“งบการเงินของ Sittra Law Firm ปี 2565 ที่ผ่านมา ผมมีรายได้ทั้งหมด 22 ล้าน เป็นรายได้ของบริษัท แต่ตอนนี้งบเขายังทำไม่เสร็จ ผมก็เลยยังไม่รู้ว่าจะต้องเสียภาษีเท่าไร แต่ผมเสียภาษีทุกเดือนเยอะอยู่แล้ว เพราะมีทั้งภาษี VAT ภาษีอะไร 2-3 ตัวที่ผมจะต้องโอนจ่ายอยู่ทุกเดือน แล้วของ Sittra Law Firm เรามีผู้ตรวจบัญชีแล้วก็ส่งสรรพากร อันนี้เราก็ยินดีให้ตรวจสอบได้” นายษิทรา กล่าว

นายษิทรา กล่าวต่อไปว่า ตนทำธุรกิจด้านกฎหมาย เป็นที่ปรึกษาให้หลายบริษัท รวมถึงรับว่าความ ซึ่งในปี 2565 ที่ผ่านมา ตนยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไปประมาณ 1 ล้านบาท ยังไม่รวมกับทางบริษัท Sittra Law Firm ดังนั้นรายได้ทุกบาททุกสตางค์ที่เข้ามาตนยื่นภาษีถูกต้อง นี่จึงเป็นเหตุที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ไม่รับคดีของตนแต่ส่งเรื่องให้กรมสรรพากรตรวจสอบตามกระบวนการ ใครจะไปร้องเรียนอะไรตนไม่กังวล เพียงแต่ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ออกมาตอบโต้เพราะรอบุคคลและเอกสารที่เกี่ยวข้อง 

ส่วนประเด็นการทำคดีลุงพลในเวลานั้น ยอมรับว่าเคยเจอกระทั่งรอ 6 เดือนกว่าเงินจะเข้า เพราะเมื่อไปทำคดีลุงพล ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นจึงไม่มีใครจ้างตน เวลานั้นจึงใช้เงินเก่าไปก่อนในช่วงที่ไม่มีงาน ส่วนการเปิดมูลนิธิทนายประชาชน ก่อนหน้านี้ที่มีบุคคลอ้างว่ามีการโอนเงินให้ตนหลักหมื่นถึงหลักล้าน บอกได้เลยว่าไม่เป็นความจริง เรื่องนี้ค้นหาข่าวเก่า ๆ ได้ ตนก็เคยตอบไปแล้วว่าแฟนคลับลุงพลชอบสร้างเรื่อง 

โดยสามารถตรวจสอบจากเอกสารเส้นทางเงินเข้า-ออกบัญชี หรือสเตทเม้นของมูลนิธิ ช่วงเดือน ม.ค.-พ.ย. 2564 ที่ตนรับทำคดีลุงพลได้ ยอดโอนเข้ามามีเพียงหลักสิบ หลักร้อย อย่างมากก็หลักพันบาท และล่าสุดที่เพิ่งปรับสมุดบัญชีมา เพราะสเตทเม้นยังไม่ออก พบมูลนิธิมีเงินเหลือประมาณ 2 แสนบาท ส่วนประเด็นคำถามว่าเหตุใดตนต้องเดินทางไปประเทศฝรั่งเศสบ่อยครั้ง เรื่องนี้ด้านหนึ่งคือการไปเที่ยว แต่อีกด้านก็ไปทำงานด้วย เพราะตนก็มีลูกความเป็นเศรษฐีชาวไทยที่ไปอยู่กับสามีที่ฝรั่งเศส 

จากนั้น นายษิทรา ได้เชิญลูกความคนดังกล่าวมาร่วมแถลงข่าวด้วย โดยขอไม่เปิดเผยชื่อ-นามสกุลจริง เพราะต้องการความเป็นส่วนตัว โดยขอเรียกว่า 'พี่อ้อย' ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่ได้อยากมาออกสื่อ แม้ในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 จะเคยสมทบทุน 20 ล้านบาทเพื่อจัดซื้อวัคซีน แต่ที่ผ่านมามีการนำคลิปวิดีโอไปเผยแพร่แล้วทำให้ได้รับความเสียหาย ส่วนอีกคนที่มาด้วยกันคือ 'พี่น้อย' เป็นเลขาของพี่อ้อย ซึ่งเหตุที่บินกลับมาเมืองไทย เพราะวันที่ 5 พ.ค. 2566 ต้องไปทำพิธีส่งมอบอาคารเรียนที่ ร.ร.วัดขนงพระเหนือ ที่บริจาคเงิน 84 ล้านบาทเพื่อก่อสร้าง

โดย อ้อย เล่าว่า คลิปที่มีตำรวจยกกระเป๋า วันนั้นนายษิทราไปส่งตนที่สนามบิน แล้วมีตำรวจ 2 นาย เห็นตนยกกระเป๋าอยู่ และเห็นนายษิทรา ด้วยความที่รู้จักกับนายษิทราจึงเข้ามาทักทายสอบถามว่าจะไปไหน นายษิทราก็ตอบไปว่ามาส่งตนไปต่างประเทศ ตำรวจ 2 นายนั้นก็เข้ามาช่วยยกกระเป๋า แต่ตนก็ไม่ทราบว่าทั้ง 2 นายเป็นใคร ส่วนตอนไปเช็กอินแล้วมีพนักงานยกมือไหว้ อันนี้เป็น Service Mind ของพนักงานอยู่แล้ว ก็ต้องไปถามสายการบิน

'อุ๋ย บุดด้า เบลส' ปลื้ม!! เจอชาวต่างชาติทักทายเป็นภาษาไทย บอกชอบเมืองไทยมาก แต่ที่กลับมาบ้านเกิด ก็เพื่อหาเงินไปใช้ที่เมืองไทย

(3 พ.ค.66) 'อุ๋ย บุดด้า เบลส' (Buddha Bless) หรือ 'นที เอกวิจิตร' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

นั่งรถไฟจากเวลส์กลับมา London พี่ฝรั่งคนนี้จ้องหน้าผมอยู่หลายรอบ พอถึงเบอมิงแฮม เค้ากำลังจะลง ก็พูดกับผมขึ้นมาว่า...สวัสดีครับ คนไทยใช่มั้ยครับ...คงนั่งฟังผมคุยภาษาไทยกับภรรยามานานแล้ว🤣🤣🤣 

พี่เค้าพูดไทยเก่งมาก เลยถามว่าเคยอยู่ไทยมาก่อนเหรอครับ...เค้าบอกว่า ไปๆ มาๆ 16 ปีแล้วครับ อยู่อุบลฯ มีภรรยาคนไทย ใช้ชีวิตแบบทำงานที่อังกฤษปีละ 5 เดือน แล้วเอาเงินกลับไปใช้ที่ไทย 7 เดือน 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top