Saturday, 18 July 2026
NewsFeed

สวนนงนุชพัทยา ต้อนรับเอกอัครราชทูตเบลเยียม ชมสวนนงนุชพัทยา พร้อมปลูกต้นไม้บริเวณ “สวนรุกขชาติ” เชิงเขาบันไดกฤษ

สวนนงนุชพัทยา ให้การต้อนรับ นางซีบีย์ เดอ การ์ทีเย ดีฟว์ (H.E.Ms.Sibille de Cartier d,Yves) เอกอัครราชทูตเบลเยียม ประจำประเทศไทย ให้เกียรติปลูกต้นไม้ บริเวณ“สวนรุกขชาติ” เชิงเขาบันไดกฤษ ตามโครงการ“ปลูกสวนพฤกษศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์” โดยทำการปลูกต้นลำไยเครือจำนวน1ต้น พร้อมถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึก   

สำหรับ “สวนรุกขชาติ”ทางสวนนงนุชพัทยาดำเนินการให้แก่ประเทศไทย โดยขออนุญาตเช่าพื้นที่จากกรมป่าไม้จำนวน43ไร่ และดำเนินการไปแล้ว14 ไร่ โดยค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการต่างๆทางสวนนงนุชพัทยาเป็นผู้ดูแลทั้งหมด โดมีคณะฑูตและหน่วยงานภาครัฐ,บุคคลทั่วไปมาปลูกต้นไม้อย่างต่อเนื่อง

'ธรรมนัส' เหน็บ 'เศรษฐา' มีอำนาจตัดสินใจจับมือใครหรือ?  เตือน!! ไมค์จ่อปากอย่าพูดเอามันส์ ออกตัวแรงระวังจะเสียคน

(22 เม.ย.66) ที่ จ.นครราชสีมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา ในฐานะประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการเลือกตั้งในภาคเหนือ ว่า เรามียุทธศาสตร์ และอยากปักหมุดทุกจังหวัด อย่างน้อยขอให้ได้ทุกจังหวัด 1-2 เขตส่วน จ.พะเยา มั่นใจอยู่แล้วว่าจะยกจังหวัด และน่าจะได้ที่ จ.แม่ฮ่องสอน ในเดือน พ.ค.นี้จะลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.แม่ฮ่องสอน ส่วนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ลงพื้นที่หาเสียงที่ภาคใต้ในปลายเดือน เม.ย.นี้ พร้อมกับพรรคพปชร.มีแผนปราศรัยใหญ่ที่ จ.สงขลาในวันที่ 28 เม.ย. จากนั้นวันที่ 29 เม.ย.จะไปปราศรัยใหญ่ที่ จ.นครศรีธรรมราช 

ผู้สื่อข่าวถามว่า การลงพื้นที่ภาคใต้พร้อมกันจะเป็นอะไรหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เป็นเรื่องการเมือง อย่าไปมองเป็นประเด็นอื่น ซึ่งเราทำแผนไว้นานแล้ว เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่ที่จะต้องแข่งกับคนของพรรค พปชร.ที่ออกไป ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า น้ำเก่าออกไป เรามีน้ำใหม่ที่มีคุณภาพกว่า มีความมั่นใจว่าเราจะชนะ และจะได้เพิ่มอีกหลายจังหวัด เช่น จ.พังงา ที่ไม่เคยมีส.ส. มั่นใจว่าจะปักหมุดได้ ส่วนจ.นครศรีธรรมราช หลับตามองเห็นแล้ว เขต 1 ของนายรงค์ บุญสวยขวัญ กรรมการบริหารพรรคและผู้สมัคร ส.ส. พล.อ.ประวิตร สั่งระดมสรรพกำลังเข้าไปช่วย และตนเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนให้อีกทาง เชื่อว่าผ่านแน่นอน ส่วนเขต 2 ของนางสุภาพ ขุนศรี ผู้สมัคร ส.ส.ก็ผ่าน ส่วนเขต 5 นายสุธรรม จริตงาม ผู้สมัคร ส.ส. ถือว่าเป็นเต็งหนึ่ง รวมถึงเขต 3 ของนายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ผู้สมัคร ส.ส. ดังนั้นเราไม่แพ้ใครแน่นอน หลังจากหาเสียงที่ภาคใต้แล้ว วันที่ 30 เม.ย.จะไปปราศรัยใหญ่ที่ จ.ขอนแก่น จากนั้นวันที่ 1 พ.ค.จะไปปราศรัยที่ จ.ร้อยเอ็ด 

เมื่อถามว่า มีโพลออกมาว่า พปชร.จะได้ 70 ที่นั่ง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เกรดเอบวก รวมกันได้เกือบ 100 ที่นั่งแล้ว ดังนั้น ถามว่าพปชร.ในเรื่องของ ส.ส.แบบแบ่งเขตนั้นเรามีความมั่นใจ ส่วนใหญ่พื้นที่เลือกตั้งที่ได้ตอนปี 62 เกือบจะทุกจังหวัด เราสามารถรักษาพื้นที่ได้ ถึงแม้คนที่เป็น ส.ส.เก่าจะย้ายไปพรรคอื่น แต่เราก็หาคนใหม่มาลง เรามั่นใจว่าจะยึดพื้นที่ได้ 

เมื่อถามว่าแสดงว่าโพลที่ออกมาไม่ใช่ตัวเลขที่ พรรค พปชร.คาดการณ์ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า หลายสำนักที่คาดการณ์ตัวเลข พปชร.กับพรรคที่เคยร่วมรัฐบาลกันมา จะได้สูสี ถ้าเราจะเป็นรองคงเป็นรองพรรคเพื่อไทย อละพรรคภูมิใจไทย หรือจะอาจจะสูสีกับพรรคภูมิใจไทย ส่วนกับพรรคอื่นเราอาจจะได้มากกว่า 

‘บิ๊กป้อม’ โชว์ผลงาน ‘แก้น้ำแล้ง’ ชี้ ทำมา 3-4 ปี ไม่เคยมีประกาศภัยแล้ง ปชช.เชียร์ให้เป็นนายกฯ บอกอย่างอารมณ์ดี “ต้องเลือก พูดเฉยๆ ไม่ได้เป็น”

(22 เม.ย.66) ที่สถานีรถไฟปากช่อง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ระหว่างโดยสารรถไฟไป จ.นครราชสีมา ถึงการบริหารจัดการน้ำ มีเราไม่มีแล้งว่า วันนี้มีพื้นที่แห้งแล้งหรือไม่ วันนี้ไม่มีแล้ง อย่างเขื่อนลำตะคลองวันนี้ปริมาณน้ำ 70% ตนทำมา 3-4 ปี ไม่มีแล้งสักวัน ไม่มีการประกาศภัยแล้งในประเทศเลย

"อันนี้เป็นผลงานของผม ผมเป็นคนทำในนามรัฐบาล ที่ทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ " พล.อ.ประวิตร กล่าว

เมื่อถามว่า ตลอดเส้นทางมีประชาชนมาให้กำลังใจจำนวนมากรู้สึกอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ก็รู้สึกดี”

เมื่อถามว่า มีคนเชียร์ให้เป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า "คุณก็เลือกสิ ถ้าเลือกก็ได้ ถ้าไม่เลือกก็ไม่ได้ พูดเฉยๆ ไม่ได้เป็นหรอก จะไปเป็นได้อย่างไร"

‘พุทธิพงษ์’ ชูนโยบายติด ‘โซล่ารูฟ’ ฟรี ช่วยลดภาระปชช. มั่นใจ!! ตอบโจทย์ แก้ปัญหาค่าไฟแพงในระยะยาว

‘พุทธิพงษ์’ ย้ำ ภูมิใจไทย เน้นลดรายจ่ายให้ประชาชน ชู นโยบายติด โซล่ารูฟ ฟรี ยัน ประชาชนต้องไม่จ่ายค่าไฟเกินจริง พร้อมผลักดันทำได้ทันที ลดค่าไฟถึง 450 บาทต่อหลัง มั่นใจ ตอบโจทย์แก้ปัญหาค่าไฟระยะยาว 

(22 เม.ย.66) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผอ.การเลือกตั้งกทม. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า จากสภาพอากาศที่ร้อนมาก พี่น้องประชาชนต้องหาตัวช่วยโดยการเปิดพัดลม เปิดแอร์ ช่วยลดอุณหภูมิ สิ่งทีตามมาคือค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น จึงเป็นเรื่องนี้ต้องเร่งแก้ไข เพื่อคนไทยไม่เจอกับปัญหาค่าไฟฟ้าแพงเกินจริง มีแต่ขึ้น ไม่มีลง ซึ่งการนำพลังงานทดแทนมาช่วยเป็นเรื่องจำเป็น และทำได้ทันที โดยโซล่าเซลล์ หรือ โซล่ารูฟ ใช้แสงอาทิตย์ให้เป็นประโยชน์ นำมาติดตั้งให้ทุกครัวเรือน สามารถลดค่าไฟฟ้าให้ประชาชนได้ถึงเดือนละ 450 บาท โดยภาครัฐลงมือติดตั้งให้ฟรี  ลดภาระให้ประชาชน สิ่งที่ภาครัฐจะได้ คือ การลดกำลังผลิตไฟฟ้าจากโรงงานถ่านหิน ประหยัดการซื้อไฟฟ้า และเมื่อประชาชนใช้โซล่ามากขึ้น นำพลังงานสะอาดมาทดแทน ทำให้รัฐบาลสามารถนำปริมาณคาร์บอนเครดิตของทั้งประเทศ ไปทำเป็นรายได้กลับเข้าประเทศได้อีกด้วย 

‘เซินเจิ้น’ เปิดใช้ ‘โรงจอดรถเมล์อัจฉริยะ’ ชี้ มี 11 ชั้น พื้นที่ 752 ตร.ม. แบ่งเป็นโถงจอด-ส่งรถ 2 ห้อง ประหยัดพื้นที่กว่าเดิม 10 เท่า!!

(22 เม.ย.66) สำนักงานข่าวซินหัวรายงานว่า โรงจอดรถโดยสารประจำทางโครงสร้างเหล็ก 3 มิติเซี่ยซา เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในนครเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน

โรงจอดรถอัจฉริยะนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกของสี่แยกถนนฝูหรง และถนนปินไห่ในเขตฝูเถียน ก่อสร้างโดยบริษัท ซีไอเอ็มซี ไอโอที (CIMC IoT) ในเครือบริษัท ไชน่า อินเตอร์เนชันแนล มารีน คอนเทนเนอร์ จำกัด

โรงจอดรถมีความสูง 11 ชั้น แบ่งออกเป็นโถงจอดและส่งรถ 2 ห้อง โดยครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 752 ตารางเมตร และใช้อุปกรณ์ยกแนวตั้งจำนวน 2 ชุด

รายงานระบุว่า พื้นที่จอดรถโดยสารประจำทางแต่ละจุดครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 9 ตารางเมตร ขณะพื้นที่จอดรถแนวนอนแบบเดิมใช้พื้นที่ถึงประมาณ 100 ตารางเมตร อัตราการใช้ประโยชน์ที่ดินจึงเพิ่มมากกว่า 10 เท่า

‘เศรษฐีปราจีนฯ’ แจกข้าวสาร 1,500 ถุง เงินสดกว่า 50,000 บาท ให้ชาวบ้าน เพื่อทำบุญให้บรรพบุรุษ เผย ยังคงจะแจกต่อไป จนกว่าไม่มีกำลัง

(22 เม.ย.66) เนื่องในโอกาสเทศกาลเซงเม้ง คนไทยเชื้อสายจีนมีการทำบุญให้แก่บรรพบุรุษ ที่ฮวงซุ้ย หมู่ที่ 1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี นายพรชัย หวังศุภกิจโกศล อายุ 45 ปี พร้อมญาติ ได้เดินทางไปกราบไหว้บรรพบุรุษแล้วได้ทำบุญโดยการนำข้าวสารไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านหมู่ที่ 1 ในพื้นที่ตำบลท่าตูม มีชาวบ้านในพื้นที่ทราบข่าวแห่เดินทางไปเข้าคิวรอรับการแจกข้าวสารเป็นจำนวนมาก

โดยการแจกข้าวสารครั้งนี้ นายพรชัย หวังศุภกิจโกศล ได้เตรียมข้าวสารไปแจกจำนวน 1,500 ถุง ปรากฏว่า ไม่เพียงพอกับชาวบ้านที่แห่เดินทางไปรอรับข้าวสาร ทางผู้แจกต้องนำเงินสดมอบให้แทนรายละ 200 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 50,000 บาท ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 3 แล้วที่นายพรชัย หวังศุภกิจโกศล อายุ 45 ปี พร้อมญาติ นำข้าวสารมาแจกให้กับประชาชนในพื้นที่

นายพรชัย หวังศุภกิจโกศล กล่าวว่า ทางเราได้แจกข้าวสารให้กับประชาชน เพราะทางอากง อาม่า และบรรพบุรุษของเรากำชับตลอดว่าถ้าเรามีเงินทองแล้วเราต้องตอบแทนชาวบ้าน วันนี้เราเลยมาแจกข่าวสาร ซึ่งเราทำกันมาทุกปี ซึ่งปีนี้แจกทั้งหมด 1,500 ถุง และก็ยังจะแจกต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะไม่มีกำลังที่จะทำได้


ที่มา : https://www.naewna.com/local/726025

‘ดร.พงศ์ธร’ ชำแหละ!! นโยบาย ‘เพื่อไทยโทเคน’ ชี้!! ทฤษฎีอาจทำได้ แต่ทาง กม.ยังมีข้อจำกัด

เมื่อวันที่ 21 เม.ย.66 ผู้ใช้ติ๊กต๊อก บัญชี ‘PhongThon’ โดย ‘ดร.พงศ์ธร ธาราไชย’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (PPS) ได้ออกมาวิเคราะห์นโยบายชูโรง ‘เพื่อไทย Digital Currency’ ของพรรคเพื่อไทย โดยกล่าวว่า...
.
“ตาม White Paper (เอกสารนำเสนอข้อมูล) ของพรรคเพื่อไทย ที่ออกมา ได้บอกว่าออกเงินมา 10,000 บาท ประชากร 50 ล้านคน เท่ากับว่าจะมีเงินโทเคนอยู่ในระบบทั้งสิ้น 5 แสนล้านโทเคน ซึ่ง 5 แสนล้านโทเคน ก็จะมี Asset Backed (หลักทรัพย์) เป็น 'เงินบาท' หมายความว่า 1 โทเคน ก็มีค่าเท่ากับ 1 บาท 
.
ทว่า เหรียญโทเคนไม่ใช่เงิน ซึ่งมันจะสามารถโปรแกรมได้เลยว่าให้ไปใช้บริเวณใด ในระยะเวลาที่กำหนดได้บ้าง โดยเบื้องต้นโปรแกรมได้กำหนดระยะเวลาใช้งานที่ 1 ม.ค.67 - 31 มิ.ย.67 และใช้ได้ในพื้นที่จำกัดรัศมี 4 กิโลเมตร ตามที่อยู่บัตรประชาชน รวมถึงกำหนดการใช้ซื้อสินค้าได้บางประเภท”

ดร.พงศ์ธร ได้เสริมว่า “โดยทฤษฎีแล้ว รัฐบาลจะได้เงินจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งในเอกสารข้อมูลของเพื่อไทยได้บอกไว้ว่า จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า Multiplier (ผลทวีคูณ) ถึง 6 เท่า ซึ่งถ้าเอา 6 ไปคูณเงิน 5 แสนล้านออกมา ก็จะทำให้มีมูลค่ามวลรวมของประเทศเพิ่ม 3 ล้านล้านบาท และถ้าไปเทียบกับค่ามวลรวมของไทยจากปี 2565 ที่ 17.4 ล้านบาทแล้ว ตามทฤษฎีจะทำให้มี GDP เพิ่มขึ้น เต็มที่ถึง 17%

กองทัพเรือ เรียกกำลังพลสำรองฝึกทบทวนวิชาทหาร ให้มีความรู้ความเข้าใจในสายวิทยาการที่สังกัดอยู่ตามบัญชีบรรจุกำลังพลสำรอง

พลเรือโท สุเทพ  ปุจฉาการ รองเสนาธิการทหารเรือ เป็นประธานเปิดการเรียกกำลังพลสำรอง เพื่อฝึกวิชาทหาร และเรียกกำลังพลสำรองเพื่อปฏิบัติราชการ ของกองทัพเรือ ประจำปีงบประมาณ 2566 ณ ศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

การเรียกกำลังพลสำรองเพื่อฝึกวิชาทหาร และเรียกกำลังพลสำรองเพื่อปฏิบัติราชการในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อฝึกทบทวนวิชาทหาร และฝึกการปฏิบัติราชการ ให้ได้มีความรู้ความเข้าใจในสายวิทยาการที่สังกัดอยู่ตามบัญชีบรรจุกำลังพลสำรองของ สอ.รฝ. และสามารถปฏิบัติงานร่วมกับกำลังพลประจำการได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมได้รับทราบถึงความก้าวหน้าด้านวิชาการและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ ทร.ได้รับ

โดยมีการฝึกต่างๆ อาทิ การอ่านแผนที่ การฝึกทหารราบบุคคลท่ามือเปล่า การรักษาฝั่ง การตรวจการณ์ การป้องกันภัยทางอากาศ การยิงอาวุธประจำกาย การบรรเทาสาธารณภัย และการบรรยายในหัวข้อต่างๆ เป็นต้น

โดยมีกำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน และนายทหารประทวนกองหนุน สังกัดหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) ประเภทละ 30 นาย รวม 60 นาย เข้าทำการฝึกวิชาทหาร และประเภทละ 10 นาย รวม 20 นาย เพื่อปฏิบัติราชการ รวมทั้งสิ้น 80 นาย จะทำการฝึกตั้งแต่ 19 - 28 เม.ย.66 เป็นระยะเวลา 10 วัน


นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645

'พงศ์พรหม' มอง!! 'คนรุ่นก่อน' หวังดี แต่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ส่วนคนรุ่นใหม่ อยากเปลี่ยนแปลง อยากเจริญ แต่ไม่อยากเหนื่อย

(22 เม.ย.66) นายพงศ์พรหม ยามะรัต ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Pongprom Yamarat' ระบุว่า...

คุยกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ Gen X ปลาย Y ต้น แทบทุกคนบ่นเหมือนกันว่า คนรุ่นเราแม่งเหนื่อย แต่สู้ เพราะอะไรไม่รู้ที่ทำให้ทัศนคติเราดี

อาจเพราะเราโตมาด้วยการขึ้นรถเมล์ แต่ก็มีมือถือใช้บ้าง โตด้วยการกินข้าวแกงข้างถนน แต่ก็รู้จัก Starbucks ที่เมืองนอก

มันทำให้เรานั่งรถบีเอ็มก็ได้ รถเมล์ก็ดี ทำให้เรารู้จักความพอเพียง แต่ก็ไม่ปฏิเสธการว่าก็อยากจะหาเงินพันล้าน เพราะเราก็ทะเยอทะยานพอที่จะบอกว่า เราก็ต้องสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้สำเร็จด้วย

สิ่งที่คนรุ่นเราเจอปัญหามาก คือคนรุ่นก่อนเรา แม้จะน่ารัก แต่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงในโลกใบใหม่น้อยมาก เราจึงมักเจอคำพูดดีๆ แต่ขาดการปฏิบัติ ขาดการลงมือทำ ขาดการคิดนอกกรอบเพื่อการเปลี่ยนแปลง

เอาหละ!! งั้นคนรุ่นเราเปลี่ยนให้...

ตอนนี้เราโตจนเป็นผู้บริหารตามองค์กรละ ไม่ก็เป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็กบ้าง ใหญ่บ้างละ 

เราเจอปัญหาเพิ่มเติมจากคนรุ่นใหม่ แทนที่เขาจะขยันกว่าเรา เพราะโอกาสเขามีมากกว่าเรา แต่กลายเป็นว่า...

'อยากเจริญ แต่ไม่อยากเหนื่อย'

ซึ่งวนกลับมาเรื่องเดิม ขาดการปฏิบัติ ขาดการลงมือทำ ขาดการคิดเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง แถมท้อเร็ว ท้อง่าย ขาด Global mindset ที่มีในเด็กเวียดนาม, สิงคโปร์, จีน, อเมริกา, อังกฤษ, เยอรมนี

แต่กลับบ่นเก่งกว่า...
...ทำไมไทยไม่เจริญ
...ทำไมถนนเราไม่เรียบ
...ทำไมต้นไม้ไม่เยอะๆ แบบเมืองนอก
...ทำไมไม่มีเสื้อผ้าสวยๆ เยอะๆ

ผมมักเปรียบเทียบให้คน Gen X ปลาย Y ต้นฟัง ว่าคนอายุก่อนเกษียณวันนี้ ลงล่างไปจนอายุ 30 ต้น กำลังแบกภาระใหญ่ให้ประเทศไทย

เรามีคนรุ่นก่อนเราจำนวนไม่น้อยที่หวังดีต่อประเทศ แต่ไม่เข้าใจถึงการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง (คนดีๆ เก่งๆ ก็เยอะ ตรงนี้ต้องขออภัย)

เรามีคนรุ่นใหม่ที่อยากให้ประเทศดีอย่างเมืองนอก แต่ความอดทนไม่พอ เพราะไม่เข้าใจว่า “ไม่มีความสำเร็จใดบนโลกใบนี้ที่ได้มาโดยไม่ต้องเหนื่อย”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top