Saturday, 18 July 2026
NewsFeed

ตำรวจไซเบอร์ แจ้งข้อหาสองพี่น้องแสบ เปิดเพจหลอกขายเกมส์ “Moshi Game : Gift Cards” พบมีความเชื่อมโยงมากกว่า 80 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 1.7ล้านบาท

เมื่อวันที่ (20 เม.ย. 2566) ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้สั่งการให้มีการจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการหลอกลวงขายสินค้าออนไลน์ ลักษณะอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน

พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พบว่ามี ขบวนการเครือข่ายเพจ Facebook “Moshi Game : Gift Cards” โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะโพสต์ขายเครื่องเล่นเกมส์ และอุปกรณ์เกี่ยวกับเกมส์คอมพิวเตอร์ จนมีประชาชนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ จำนวนมากกว่า ๘๐ ราย มีมูลค่าความเสียหายกว่า ๑.๗ ล้านบาท

ภายหลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.สอท.2 จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.จักรกฤช ศรีโรจนากูร ผกก.2 สอท.2 เร่งรัดสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานในคดีนี้พบว่า 
กลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลอกลวงผ่าน แอปพลิเคชั่นเฟซบุ๊ก ชื่อว่า “Moshi Game : Gift Cards” ซึ่งเป็นบัญชีที่เปิดสาธารณะ พบมีการเปลี่ยนแปลงชื่อเพจรวม ๓ ครั้ง แล้วได้โพสต์ขายเครื่องเล่นเกมส์ ราคาถูกกว่าท้องตลาดให้กับประชาชนทั่วไป โดยจะหลอกให้เหยื่อโอนเงินให้ก่อน ซึ่งแจ้งว่าจะส่งสินค้าให้ภายหลังประมาณ 1 เดือน เนื่องจากต้องรอสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ แต่เมื่อถึงกำหนดก็ไม่มีสินค้าส่งให้ผู้ซื้อ มีผู้ตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อ จำนวนมากกว่า ๘๐ ราย มีมูลค่าความเสียหายกว่า ๑.๗ ล้านบาท

‘บิ๊กป้อม’ เมิน ‘เศรษฐา’ ปิดประตูจับมือ ชี้!! ‘พปชร.’ ยังไม่จับมือใคร ย้ำ!! ก้าวข้ามความขัดแย้ง ขอทำให้คนไทยทุกคนอยู่ร่วมกันได้

‘บิ๊กป้อม’ เมิน ‘เศรษฐา’ ปิดประตูจับมือ ย้อน พปชร. ยังไม่แย้มจับใคร ลั่น อยากปักธงที่ 1 ของโคราช ย้ำ ก้าวข้ามขัดแย้ง ต้องทำให้ทุกฝ่ายร่วมกันได้ 

(22 เม.ย.66) ที่สถานีรังสิต พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการนำคณะกรรมการบริหารพรรค ปราศรัยหาเสียงจ.นครราชสีมา ว่า การนั่งรถไฟในวันนี้ เพื่อดูวิถีของประชาชน ตามที่ตนได้บอกเรื่องการพัฒนาภาคอีสาน ทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมอื่น เพื่อช่วยทำงานในภาคอีสาน และให้เด็กอาชีวะมีงานทำในพื้นที่อุตสาหกรรม การมานั่งรถไฟครั้งนี้เพื่อดูระบบตามนโยบายโครงการอีสานประชารัฐ ของพรรคให้ได้ก่อน เพื่อทำให้หลายจังหวัดในภาคอีสานมีความเจริญ คนมีงานทำเป็นการสร้างงาน และถ้าทำได้จริงเชื่อมจะเชื่อมต่อไปที่ภาคตะวันออกและไปที่จังหวัดกาญจนบุรี ได้ 

ผู้สื่อข่าวถามว่าตั้งเป้าส.ส.นครราชสีมาไว้ อย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องถามนายวิรัช รัตนเศรษฐ เป็นหัวหน้าทีมภาคอีสาน ตนไม่ได้เป็นหัวหน้าทีม เพราะหัวหน้าพรรคคงไม่ต้องมาดูในระดับพื้นที่ ขณะที่นายสันติ กล่าว แทรกว่า อยากได้ส.ส.ทั้ง 16 เขตเลือกตั้ง

เมื่อถามว่าพรรคพลังประชารัฐอยากปักธงเป็นอันดับหนึ่งในภาคอีสาน ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “อยากสิครับ ไม่น่าถาม อยากได้ แต่ไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่า อยากให้พี่น้องชาวอีสานเลือกผม  เพื่อให้ได้ที่หนึ่ง เมื่อถามย้ำว่าหากได้ที่หนึ่งแล้วจะเป็นนายกฯ ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องการเป็นนายกฯต้องไปเลือกกันในสภาฯ ไม่ใช่มาเลือกกันตรงนี้

สืบนครบาลรวบเสี่ยกำมะลอสุดแสบคาม่านรูดโจรลวงลักสินสอด ภัยร้ายของผู้หญิง

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริต โดยสืบนครบาลได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากคู่สามีภรรยาผู้เสียหายว่าถูกเสี่ยแป๋ม ต้อม หรือหนึ่ง และอีกหลายชื่อ ลักทรัพย์สินเงินทองเป็นค่าสินสอดไว้ โดยคนร้ายมาตีสนิทกับพี่สาวของผู้เสียหาย มีการหลอกลวงให้เชื่อว่าเป็นเจ้าของอพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่ง มีฐานะดี และ หวังอยู่กินแบบสามี-ภรรยา กับพี่สาวผู้เสียหาย โดยก่อนวันแต่งงานเหตุ 1 วัน ได้ลักทรัพย์สินที่เตรียมไว้เป็นสินสอด ซึ่งเก็บอยู่ในห้องดังกล่าว เป็นทองคำหนัก 14 บาท พร้อมพระเลี่ยมทอง 2 องค์ และ มีเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง สร้างความเดือดร้อนให้คู่บ่าวสาว  และเป็นที่ต้องการตัวมากเพราะสร้างความเดือนร้อนไปทั่วพล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส. บช.น. จัดทีมสืบสวน บก สส บช น แกะรอย ไล่ล่าคนร้ายให้ได้โดยเร็ว

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2566 เวลาประมาณ 22.00 น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส. บช.น. , พ.ต.อ.ไกรวิทย์ อุณหก้องไตรภพ รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.ธัญญพัทธ์ บุญสุข ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท ณัฐวุฒิ สีเสมอ , พ.ต.ท.นิติกรณ์ ระวัง รองผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. ได้สั่งการให้ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.กิติพัฒน์ ใจอารีรอบ , พ.ต.ต.สมพร คำเกตุ สว.กก.สส.๒ บก.สส.บช.น . พร้อมกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.๒ บก.สส.บช.น. ทำการจับกุมตัวนายปิยะศักดิ์  เรืองฤทธิ์ อายุ 45 ปี อยู่ที่ บ้านเลขที่ 74 ซ.เอกชัย 81 ต.คลองบางบอน อ.บางบอน จ.กรุงเทพฯ

โดยกล่าวหาว่า ลักทรัพย์ในเคหสถานโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคล หรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ ตามหมายจับศาลอาญา ที่ จ.1400/2563 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 จับกุมได้ที่บริเวณ ห้องพักเลขที่ 317 โรงแรม 39 อินน์ 26/5 ม.4 ซอยสุขสวัสดิ์ 39 ถนนสุขสวัสดิ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับอีกจำนวน 2 หมายจับ(รวมจับกุม 3 หมายจับ) ดังนี้
 - หมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่90/2566 ลงวันที่20มีนาคม2566 ข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถาน
 - หมายจับศาลแขวงชลบุรี ที่41/2563 ลงวันที่16 มีนาคม 2563 ข้อหายักยอก

‘จุรินทร์-ชวน’ นำ ‘ปชป.’ ปราศรัยใหญ่ 23 เม.ย. นำไทยสู่ความสำเร็จ ‘องอาจ’ ลั่น!! ขอทุ่มเทเพื่อคนส่วนใหญ่ ไม่เอื้อตระกูลตัวเอง-พวกพ้อง

‘จุรินทร์-ชวน’ นำทัพปราศรัยใหญ่ ลานอนุสาวรีย์พระเจ้าตาก 23 เม.ย.นี้ ‘องอาจ’ ลั่นเวลาที่เหลือ ปชป. นำเสนอวิสัยทัศน์พาประเทศไปสู่ความสำเร็จ

(22 เม.ย.66) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ดูแลกทม. เปิดเผยว่าในวันอาทิตย์ที่ 23 เม.ย. นี้ ตั้งแต่เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป พรรคประชาธิปัตย์จะเปิดปราศรัยใหญ่ที่วงเวียนใหญ่ ลานอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช นำโดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคฯ นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา และอดีตหัวหน้าพรรคฯ พร้อมขุนพลพรรคประชาธิปัตย์อีกคับคั่ง

นายองอาจ กล่าวต่อว่า ในช่วงเวลาอีก 20 กว่าวันจะถึงวันเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ จะได้นำเสนอวิสัยทัศน์การนำประเทศไทยให้เดินหน้าพัฒนาไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนด้วยการสร้างรายได้ให้ประชาชน สร้างรายได้ให้ประเทศ รวมถึงการพัฒนาคนเพื่อรองรับความก้าวหน้าของประเทศ และการทำให้ประเทศชาติเข้มแข็งด้วยประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามยุทธศาสตร์ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” 

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ชวนร่วมคุ้มครองโลก เพื่อให้โลกคุ้มครองเรา

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) เชิญชวน ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการคุ้มครองโลก เพื่อให้โลกคุ้มครองเรา กระตุ้นเตือนให้ทุกภาคส่วนร่วมกันตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะโลกมีเพียงใบเดียว

นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า วันที่ 22 เมษายน ของทุกปี โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งองค์การสหประชาชาติ (United Nations Environment Program : UNEP) กำหนดให้เป็นวันคุ้มครองโลก หรือ Earth Day โดยจัดขึ้นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ. 1970 (พ.ศ. 2513) เป็นการระดมพลังประชาสังคม สร้างการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ระดับรากหญ้าไปจนถึงนโยบายระดับประเทศ นับเป็นจุดกำเนิดของการเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม กระตุ้นให้ผู้คนและหน่วยงานต่าง ๆ อนุรักษ์ ปรับปรุง และฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ถือเป็นวันสำคัญที่ได้รับการยอมรับมากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่ได้จัดกิจกรรมวันคุ้มครองโลกขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2533 จนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามนุษย์ได้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจนเกินขีดความสามารถในการฟื้นตัว ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมถึงภาวะโลกร้อนหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น อุณหภูมิโลกสูงขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกละลาย เกิดอุทกภัย วาตภัย ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่และสุขภาพของมนุษย์ กลายเป็นวาระระดับโลกที่นานาประเทศให้ความสำคัญ และไทยตระหนักในความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่าย จึงได้ประกาศเจตนารมณ์ในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 รวมถึงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2065

ตำรวจไซเบอร์ เตือนภัยรายวัน ล่าสุดปลอม SMS บริษัท ทิพยประกันภัย อ้างให้เงินปันผล และบัตรเติมน้ำมันฟรี

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นพนักงาน บริษัททิพยประกันภัย ส่งข้อความสั้น (SMS) และโทรศัพท์ไปยังประชาชนแจ้งว่าได้รับสิทธิ์เงินปันผล หรือได้รับบัตรเติมน้ำมันฟรี โดยให้แอดไลน์ปลอมของบริษัท แล้วหลอกลวงกดลิงก์ติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมโทรศัพท์มือถือ ดังนี้

ตามที่ บช.สอท. ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์เตือนภัยกรณี การเปิดเผยรายชื่อ 29 หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ที่มิจฉาชีพมักนำมาแอบอ้างหลอกลวงประชาชน ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่เดือน ต.ค.65 - เดือน มี.ค.66 ปรากฏว่ายังคงมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้รับรายงานจากกองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ตอท.) ว่า พบผู้เสียหายหลายรายได้รับข้อความสั้น (SMS) จากมิจฉาชีพซึ่งแอบอ้างเป็นพนักงาน บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด แจ้งว่า ผู้เสียหายได้รับสิทธิ์เงินปันผล จำนวน 2,000 บาท หรือได้รับบัตรน้ำมันฟรี มูลค่า 3,000 บาท เมื่อผู้เสียหายกดลิงก์ที่แนบมากับข้อความดังกล่าว จะเป็นการเพิ่มเพื่อนทางแอปพลิเคชันไลน์ของ บริษัท ทิพยประกันภัย ที่มิจฉาชีพปลอมขึ้นมา

จากนั้นผู้เสียหายจะถูกสอบถามรายละเอียดต่างๆ มักเริ่มจากสอบถามว่าได้รับการแจ้งมาจากช่องทางใด ขอทราบชื่อนามสกุล พร้อมทั้งขอหมายเลขโทรศัพท์ไว้เพื่อติดต่อกลับ เมื่อตอบคำถามเสร็จสิ้น จะมีหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยโทรมายังผู้เสียหาย อ้างเป็นพนักงานบริษัทฯ สอบถามว่าอยู่บุคคลเดียวหรือไม่ หากอยู่บุคคลเดียวให้เปิดลำโพงโทรศัพท์มือถือเพื่อทำตามขั้นตอน จากนั้นมิจฉาชีพจะส่งลิงก์ทางไลน์ซึ่งได้เพิ่มเพื่อนไว้ก่อนหน้านี้ ให้ติดตั้งแอปพลิเคชันของบริษัทปลอม อ้างว่าจะต้องขอสิทธิ์ผ่านช่องทางนี้เท่านั้น เมื่อผู้เสียหายกดลิงก์จะมีการขอสิทธิ์ติดตั้งแอปพลิเคชันที่ไม่รู้จัก แจ้งว่าเป็นไฟล์ที่อาจเป็นอันตราย หรือไฟล์นามสกุล .apk หรือแจ้งว่าเป็นซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย มีการหลอกให้ตั้งรหัสผ่าน 6 หลัก จำนวนหลายๆครั้ง เพื่อหวังให้ผู้เสียหายกรอกรหัสชุดเดียวกับรหัสการเข้าถึง หรือการทำธุรกรรมการเงินของแอปพลิเคชันธนาคารต่างๆ ในโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย รวมไปถึงขอสิทธิ์ในการควบคุมอุปกรณ์ หรือโทรศัพท์มือถือของเหยื่อ เช่น ดูและควบคุมหน้าจอ ดูและดำเนินการ เป็นต้น โดยในขั้นตอนนี้มิจฉาชีพจะคอยสอนผู้เสียหายว่าต้องทำอย่างไร

กระทั่งเมื่อมิจฉาชีพได้สิทธิ์ควบคุมอุปกรณ์หรือโทรศัพท์มือถือแล้ว จะทำการล็อกหน้าจอโทรศัพท์ ทำให้เสมือนโทรศัพท์ค้าง โดยมักจะแสดงข้อความว่า อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ ห้ามใช้งานโทรศัพท์มือถือ หรือมิจฉาชีพอาจจะให้ทำการคว่ำโทรศัพท์มือถือไว้ จากนั้นมิจฉาชีพจะสามารถนำรหัสที่ผู้เสียหายเคยกรอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ทำการโอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหาย

ทั้งนี้นับตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.65 – 16 เม.ย.66 พบว่าการหลอกลวงให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมโทรศัพท์มือถือ มีผู้เสียหายดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ผ่านระบบการรับแจ้งความออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กว่า 3,346 เรื่อง มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งจัดอยู่ในลำดับที่ 9 จาก 14 ประเภท ของการหลอกลวงออนไลน์ทั้งหมด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญ และมีความห่วงใยต่อภัยการหลอกลวงผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้างเป็นหน่วยงานต่างๆ หลอกลวงให้ประชาชนติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมเอาทรัพย์สินของประชาชน สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ได้กำชับสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง รวมถึงวางมาตรการป้องกันสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชน

ที่ผ่านมา บช.สอท. โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้ขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบมาโดยตลอด มุ่งเน้นการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

โฆษก บช.สอท. กล่าวอีกว่า การหลอกลวงในรูปแบบดังกล่าวยังคงเป็นการหลอกลวงในรูปแบบเดิมๆ เพียงแต่มิจฉาชีพจะเปลี่ยนชื่อหน่วยงาน และเปลี่ยนเนื้อหา หรือสิทธิประโยชน์ไปตามวันเวลา และสถานการณ์ในช่วงนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งว่าได้รับสิทธิต่างๆ หรือได้รับเงินคืน หรือให้อัปเดตข้อมูล โดยในขั้นตอนสุดท้ายจะหลอกลวงให้เหยื่อกดลิงก์ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมของหน่วยงานที่นำมาแอบอ้าง ที่ผ่านมาก็ปรากฏในหลายๆ หน่วยงาน มิจฉาชีพจะอาศัยความไม่รู้ และความโลภ ของประชาชนเป็นเครื่องมือ ใช้ความสมัครใจของเหยื่อให้ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอม และมีการใช้สัญลักษณ์ของหน่วยงาน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

 

‘ประวิตร’ เผย ไม่มีปัญหา ยินดีให้ ป.ป.ช. เปิดข้อมูลไต่สวน กรณีนาฬิกายืมเพื่อน จะได้รู้ความจริง ยันไม่ได้ไปเอาของใครมา

(22 เม.ย.66) ที่สถานีรังสิต พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ศาลปกครอง มีคำพิพากษาให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยข้อมูลการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีกล่าวหา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริง ว่า “ผมอยากให้เปิดจะได้รู้ความจริง จะได้รู้ว่าเป็นอย่างไร อยากให้เปิดนานแล้ว ไม่มีปัญหาเลย ผมไม่ได้ไปเอาของใครมา ผมยืมเขามาก็คืนเขาแล้ว”

3 คู่หยุดโลก!! รับฝีปากประชันศึกดีเบต

วันที่ 22 เม.ย.66 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน "ต้องทันกัน" โดยเสนอให้สื่อสำนักใหญ่จัดดีเบตการเมืองสามคู่หยุดโลก เริ่มด้วยคู่ “ประวิตรปะทะประยุทธ์” มันส์แน่นอน จากนั้นเป็นคู่ “สุดารัตน์ประลองกึ๋นอุ๊งอิ๊ง” แล้วตบท้ายด้วยคู่ “เศรษฐาโชว์มุมมองเศรษฐกิจกับพิธา” เชื่อว่าสื่อไหนทำได้รับรองถนนโล่ง ผู้ชมหน้าจอถล่มทลาย

นายจตุพร กล่าวถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ออกจดหมายฉบับที่ 10 ที่มีเนื้อหาสำคัญทิ่มแทง กระชวก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ชนิดตีความเนื้อหาในจดหมายสะท้อนถึงตัดขาดความเป็นพี่น้องชายชาติทหารอย่างสิ้นเยื่อใยต่อกัน

เนื้อหาส่วนสำคัญของจดหมายฉบับที่ 10 นั้น พล.อ.ประวิตร เปิดเผยถึงการก้าวข้ามความขัดแย้ง โดยสนับสนุนให้แก้ รธน.และกฎหมายเลือกตั้งมาเป็นระบบบัตรสองใบ และ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ใช้ 100 หาร แต่ พล.อ.ประยุทธ์ คัดค้าน เชื่อตามความเห็น ส.ว. เพราะเกรงจะสู้พรรคเพื่อไทยไม่ได้ จึงยืนกรานให้ใช้แบบเดิมคือ บัตรเลือกตั้งใบเดียวและ ส.ส.บัญชีรายชื่อใช้ 500 หารจำนวนคะแนนเสียง พร้อมทั้งตอนท้ายของจดหมาย พล.อ.ประวิตร ยังให้ติดตามฉบับที่ 11 “ผมจะพูดถึงเรื่อง เป็นนายกต้องให้เกียรติสภาอย่างไร”

นายจตุพร กล่าวว่า ขอเสนอให้สื่อใหญ่ๆ จัดคู่ดีเบตระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กับพล.อ.ประวิตร เพราะจดหมายของ พล.อ.ประวิตร ฉบับที่ 10 นั้นพุ่งเป้าโดยตรงใส่ พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับกล่าวหาต่อต้านการแก้กฎหมายเลือกตั้งและ รธน.ที่เปลี่ยนจากบัตรใบเดียวมาเป็นบัตรสองใบและระบบปาตี้ลิสต์หาร 100 อีกทั้งจะมีจดหมายในฉบับที่ 11 เรื่องการเป็นนายกฯให้เกียรติสภาก็พุ่งชน พล.อ.ประยุทธ์ โดยตรงเพราะถูกข้อกล่าวหาว่า ไม่ให้เกียรติสภา

"ดังนั้น คู่นี้จะเป็นคู่มวยหยุดโลก ดีเบตระหว่าง พล.อ.ประวิตรกับ พล.อ.ประยุทธ์ มันต้องเกิดขึ้น พล.อ.ประวิตร จะเขียนจดหมายฝ่ายเดียวได้อย่างไร และ พล.อ.ประยุทธ์ จะตอบเป็นจดหมายทำไม มาดีเบตกันเลย พูดแบบไม่มีเวลาจำกัด เมื่อ พล.อ.ประวิตร แทงเข้าขั้วหัวใจ พล.อ.ประยุทธ์ แล้วยังสำทับอีกว่า จะแทงอีกครั้งหนึ่งในจดหมายที่ 11 ดังนั้น ไม่มีทางอื่นแล้ว คู่มวยหยุดโลกนี้ต้องเกิดขึ้นในเวทีดีเบต”

นายจตุพร ประเมินว่า การเขียนจดหมายพุ่งชนแบบกามิกาเซ่นั้นเป็นเพราะฐานคะแนนของ พปชร.และ รทสช. มาจากที่เดียวกัน อีกอย่างฝ่ายอนุรักษ์มีความเชื่อว่ามีเพียง พล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้นที่จะหยุดทักษิณ ชินวัตร ได้ ยิ่งจะทำให้ พล.ประวิตร-พปชร. คะแนนเสียงหายไปจากจอเรดาร์

ดังนั้น ในการแข่งขันรอบแรกระหว่าง รทสช.กับ พปชร.ต้องชิงดำกันก่อน ว่าใครจะเป็นที่หนึ่งของสายอนุรักษ์ โดยไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แต่เป็นเรื่องของสองพลเอกชื่อ “ประวิตรปะทะประยุทธ์” เท่านั้น เพราะจดหมายฉบับที่ 10 พุ่งใส่ พล.อ.ประยุทธ์ เต็มๆ โดยไม่ต้องมีใครมาเสี้ยมหรือยุกันให้บาดหมางใดๆ

อีกอย่าง เห็นว่า เสียง ส.ว. 250 คน ย่อมอยู่กับ พล.อ.ประวิตรหรือ พล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้น จึงต้องวัดดวลกันให้รู้ไปเลยใครจะได้ ส.ว.เสียงข้างมากมาครอง แล้วยังต้องช่วงชิงเสียงในตลาดฝ่ายอนุรักษ์ด้วยกันเพื่อแข่งกันตั้งรัฐบาล โดยวงประเมินทั่วไปในขณะนี้ เชื่อกันว่า พล.อ.ประวิตรจะชนะ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ถ้ากระแสเป็นตามปกติแล้วเสียงจะมาเทให้พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น พล.อ.ประวิตร จะปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์ เดินหาเสียงแบบสบายตัวอีกไม่ได้ จึงต้องจ้วงแทง นับเป็นการเขียนจดหมายที่อ่านการเมืองได้ขาดและพุ่งเป้าได้ตรง
ส่วนการจับมือพรรคข้ามฟากกับพรรคเพื่อไทยร่วมตั้งรัฐบาลนั้น นายจตุพร กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร จะเผยโฉมอีกไม่นาน เพียงจดหมายฉบับที่ 10 ก็เริ่มบอกเค้าลางให้เห็นบ้างแล้ว แต่จำเป็นต้องประกาศศึกกับพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้งกันก่อน

อีกทั้ง เห็นว่า การเมืองมันอำมหิตมาก ไม่มีพี่ ไม่มีน้อง เหมือนตามที่เพื่อไทยประกาศไม่มีพรรคพี่พรรคน้อง อีกสายอนุรักษ์นิยมก็เริ่มไม่มีพี่ไม่น้องแล้ว ดังนั้น การข้ามมาเอาคะแนนเสียงอีกฝั่งที่มีเพื่อไทย ก้าวไกล ครองเสียงอยู่ย่อมเป็นไปไม่ได้ จึงต้องเปิดศึกแย่งเสียงในฝั่งเดียวกันก่อน คือ ดีงคะแนนจาก รทสช.

“ศึกดวลดีเบตระหว่าง พล.อ.ประวิตรกับ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นศึกที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์กับคนไทย เมื่อ พล.อ.ประวิตร ลงมือกระชวกขนาดนี้ แสดงถึงไร้ความเป็นพี่เป็นน้องกัน ไม่มีความเกรงใจหลงเหลืออยู่ เพราะจดมายฉบับ 10 มันคิดเป็นอื่นไปไม่ได้เลย นอกจากเปิดศึกชนกัน แล้วมีจดหมายฉบับ 11 มาตอกย้ำให้ชัดยิ่งขึ้น”

นายจตุพร ค่าดว่า ทางฝ่าย รทสช. ต้องรู้ตัวเช่นกันว่า กระบอกปืนจากมือ พล.อ.ประวิตร คนฝ่ายเดียวกันได้หันมายิงใส่ พล.อ.ประยุทธ์ จึงเป็นการชี้ชะตานายกฯ ภายใต้กติกา ส.ว. 250 คน เมื่อเป็นเดิมพันสูงชนิดทุ่มสุดตัว ก็ยอมกันไม่ได้ หลีกทางให้กันก็ไม่พ้น ดังนั้น จึงต้องให้คู่นี้มาดีเบตกันแล้ว

ส่วนการดีเบตคู่ที่สอง นายจตุพร เสนอจัดประลองกึ๋นระหว่างคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กับอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย เพราะคุหญิงสุดารัตน์ เคยเป็นแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทยมาก่อน ปัจจุบันอุ๊งอิ๊งก็เป็นแคนดิเดตนายกฯเพื่อไทยอยู่ ตนเชื่อว่า ดีเบตคู่นี้คนอยากฟังมาก

ยังมีอีกคู่คือ ระหว่างนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย กับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล ซึ่งน่าสนใจ เพราะแนวคิดทางเศรษฐกิจในมุมต่างๆนั้นเป็นอย่างไร ส่วนนอกนั้น คงไม่ต้องดีเบตกันแล้ว เพราะแต่ละพรรคสร้างรังแต่พอตัวของตัวเองไปแล้ว คงไม่ได้ไปแข่งขันกับใคร แค่รักษาฐานเสียงให้ตัวเองรอดก็หนักหนาสาหัสแล้ว

"ผมว่า การดีเบตของสามคู่นี้ จะต้องมีคนดู เอาคู่ประวิตรกับประยุทธ์ มาเป็นแมตซ์หยุดโลก ตามด้วยคุณหญิงสุดารัตน์กับอุ๊งอิ๊ง จะเห็นมุมใหม่ แล้วเศรษฐากับพิธา จะเห็นหลักคิดวิธีคิดทางเศรษฐกิจเป็นอย่างไร ผมว่าเอาสามคู่นี้มันส์แน่”

ในสถานการณ์ทุกพรรคเร่งโหมหาเสียงนั้น นายจตุพร เล่าถึงศิลปะโกงเสียงของของนักการเมืองว่า ทุกยุคของการเลือกตั้ง ล้วนมีลูกเล่นแกมโกงเพื่อชิงคะแนนเสียงกันทั้งนั้น บางยุคกล่าวหาผู้สมัครซื้อเสียง เมื่อเขาไปแล้ว ตัวเองก็เจรจาซื้อเสียงเสียเอง บางครั้งนักการเมืองก็เขี้ยวลากดินคิดกระทั่งกล่าวหาบางพรรคใช้แบงก์ปลอมซื้อเสียง ถ้าไม่อยากติดคุกต้องนำมาแลกกับตัวเองในครึ่งราคา ดังนั้น จึงได้กำไรฟรีๆ ไปเท่าตัว อีกฝ่ายก็เจ๊งทันที แถมทุกชาวบ้านรุมด่าเอาอีก สิ่งเหล่านี้เป็นศิลปะทำลายทางการเมืองของพวกเขี้ยวลากดินที่เคยปฏิบัติชิงคะแนนเสียงกันมาแล้วทั้งสิ้น

ส่วน นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.จะไม่ให้คนทุจริตเลือกตั้งไปเป็น ส.ส. พร้อมขู่ไม่ยอมให้ผีหลุดไปหนุนจัดตั้งรัฐบาลนั้น นายจตุพร กล่าวว่า คนไทยคงไม่เชื่อตามที่พูดแน่ ซึ่งการพูดดังกล่าวแสดงถึงจะไม่รับรองให้เป็น ส.ส. ก่อน

อีกอย่างนโยบายของพรรคเพื่อไทย เฉพาะที่มารายได้ทำโครงการเงินดิจิทัลก็ไปไม่ถูกแล้ว แต่อาจมีเจตนาการซ่อนเร้นอะไรไว้ ซึ่งหวังว่า การวินิจฉัยของ กกต.จะมีความตรงไปตรงมา เรื่องที่ไม่รู้ ก็ไม่ควรใช้ความรู้สึกของ กกต.วินิจฉัย แต่ต้องฟังผู้ชำนาญการพิจารณา และควรให้ประชาชนได้รับรู้ก่อนจะมีการหย่อนบัตรเลือกตั้ง อีกทั้งต้องปฏิบัติกับทุกพรรคตรงไปตรงมาเหมือนกับปฏิบัติกับพรรคเพื่อไทยด้วย "เรื่องซื้อเสียง ผมว่า กกต.ไม่มีปัญญาจัดการอยู่แล้ว งบประมาณอนุญาตให้ใช้จ่ายเป็นเรื่องจอมปลอม เป็นการแต่งบัญชีหลอกกันทั้งนั้น มีแต่ กกต.เท่านั้นที่เชื่อเป็นจริง แต่นักการเมืองไม่มีใครเชื่อเลย จึงขอให้ กกต.ได้ทำหน้าที่อย่างสุจริต ให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมสักครั้ง อย่างน้อยคนจะได้จำว่า ได้ทำหน้าที่อย่างสุจริต โปร่งใสจริงๆ ตามที่กฎหมายกำหนด หรือที่ได้กล่าวไว้กับประชาชน"

‘อนุทิน’ แจง!! ปมมีคนพาดพิงสมาชิกพรรคซื้อเสียง ลั่น!! พฤติกรรมน่ารังเกียจ คนในพรรคไม่ทำเรื่องเลวๆ 

‘อนุทิน’ ลั่น ไม่มีผู้สมัครพรรคซื้อเสียง ซัด เป็นสิ่งเลวมั่นใจลูกพรรคไม่ทำ      

(22 เม.ย.66) ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุขในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีคลิปซื้อเสียงที่ จ.หนองคาย ว่าคนในคลิปไม่ใช่ตัวแทนพรรค ซึ่งพรรคมีจดหมายของพรรคแจ้งไปยังผู้สมัครทุกคน ว่าพรรครังเกียจ และไม่สนับสนุนการเลือกตั้งที่ผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ใครทำแบบนั้นถือว่าไม่หวังดีกับพรรค เชื่อไม่มีใครทำเลวๆ แบบนั้น คลิปทำขึ้นมาเองก็ได้ ช่วงที่พรรคถูกรังแกด้อยค่า แต่เราก็มีความหนักแน่น ผู้สมัครล้วนได้รับการปลูกฝังที่ที่ดีจากพรรคให้ปฏิบัติตามกฎหมาย จะไม่มีสิ่งนั้นเกิดขึ้นแน่นอน ทั้งนี้ นางจิดาภา สุนทรธนากุล ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย เขต 2 ของพรรค ท่านได้ปฏิเสธกับพรรค และแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ซึ่งคนที่ทำอาจเป็นคู่แข่ง

‘จุรินทร์’ ช่วย ‘หมอโนเกีย’ เบอร์ 3 บุกตลาดคลองลัดมะยม  ปลื้ม!! ผลโพลดีขึ้น ฝากปชช. เลือก’ปชป.’ ทั้งประเทศ

(22 เม.ย.66) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย ดร.รัชดา ธนาดิเรก นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค ร่วมกันลงพื้นที่ ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ขอคะแนนเสียงให้กับ น.พ.พลวิทย์ เจริญพงศ์ ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา หมายเลข 3 

ซึ่งบรรยากาศการลงพื้นที่ในวันนี้เป็นไปอย่างคึกคัก บรรดาพ่อค้าแม่ค้ามอบดอกไม้ พี่น้องประชาชนเข้ามาพูดคุยให้กำลังใจ และขอเซลฟี่ร่วมกันเพื่อเป็นที่ระลึกพร้อมกับบอกว่าตัวจริงหล่อกว่าในภาพ นอกจากนี้มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเมื่อทราบว่านายจุรินทร์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ก็เข้ามาขอถ่ายรูปด้วยเช่นกัน 

นายจุรินทร์ ให้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เสียงตอบรับหลังจากการลงพื้นที่วันนี้ถือว่าดีมาก เขตตลิ่งชัน–ทวีวัฒนา พรรคส่งนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่มีคุณสมบัติพร้อมเป็นผู้แทนราษฎรได้ หากได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องในเขตนี้ โดยเลือกเบอร์ 3 นพ.พลวิทย์ หรือ หมอโนเกีย เพื่อให้เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่จะไปประดับสภา และเป็นหน้าตาให้กับพี่น้องเขตตลิ่งชัน – ทวีวัฒนาได้อีกคนหนึ่ง นอกจากการที่ได้ ดร.รัชดา ธนาดิเรก และนายชนินทร์ รุ่งแสง ที่ปัจจุบันไปลงในเขตบางพลัด - บางกอกน้อย 

“ตอนนี้เราเดินรณรงค์หาเสียงในเขตกรุงเทพมหานคร ได้เสียงตอบรับดี พี่น้องชาว กทม. ต้อนรับประชาธิปัตย์ดีขึ้นมากเป็นลำดับ เราเชื่อว่าเที่ยวนี้พี่น้องชาว กทม. จะช่วยสนับสนุนให้ประชาธิปัตย์ ทั้งในเขตฝั่งธนและเขตพระนคร” นายจุรินทร์กล่าว พร้อมกับแสดงความมั่นใจว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ พี่น้องชาว กทม. จะไม่ทิ้งพวกเราและจะสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ เพราะมีหลายคนเดินเข้ามาพบและมาขอโทษที่เลือกตั้งคราวที่แล้วไม่ได้ลงคะแนนให้ แต่เที่ยวนี้จะลงคะแนนให้ประชาธิปัตย์แน่นอน 

นอกจากนี้นายจุรินทร์ ได้กล่าวอีกว่า เราสู้ทุกเขต ทั้ง 33 เขต ซึ่งผู้สมัครของพรรคมีศักยภาพทุกคน เรามีนโยบายที่ชัดเจนสำหรับพี่น้องชาว กทม. และอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบในฐานะที่เราเป็นสถาบันทางการเมืองที่อยู่คู่กับชาว กทม. มายาวนาน จึงไม่มีนโยบายลด แลก แจก แถม ไม่ว่าจะเป็นนโยบายอินเทอร์เน็ตฟรี 1 แสนจุดทั่ว กทม. นโยบายเรียนฟรีถึงปริญญาตรี ในสาขาที่ตลาดต้องการ นโยบายธนาคารหมู่บ้าน/ชุมชน 2 ล้านบาท นโยบายรักษาฟรี และตรวจสุขภาพฟรีด้วยบัตรประชาชนใบเดียว เป็นต้น 

สำหรับที่ผู้สื่อข่าวถามถึงผลโพลที่พรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นายจุรินทร์ กล่าวว่า เราได้ติดตามผลสำรวจทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะมีผลสำรวจที่แตกต่างกันออกไป แต่ถ้าดูโดยรวมตนไม่อยากให้ดูภาพลวงตา เพราะการเลือกตั้งเที่ยวนี้เป็นการเลือกตั้งโดยการใช้บัตร 2 ใบ ซึ่งบัตรสีม่วงเป็นการลงคะแนนเลือก ส.ส. เขต ที่แต่ละเขตก็มีเบอร์แตกต่างกัน ส่วนบัตรสีเขียว เป็นการลงคะแนนให้พรรค ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 และก็จะเป็นการเลือก ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อด้วย ดังนั้นถ้าไปดูคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ก็ถือว่าอยู่ในระดับดี ถึงดีมาก ทำให้มีความมั่นใจว่าสอดคล้องกับสิ่งที่เราได้ลงพื้นที่มาทั่วประเทศ และเสียงขานรับประชาธิปัตย์ก็ดีขึ้นเป็นลำดับด้วย ซึ่งยังมีเวลาอีกประมาณ 3 อาทิตย์ ที่ยังสามารถเพิ่มเติมความนิยมขึ้นมาได้อีกจากนโยบายที่อยู่บนพื้นฐานความรับผิดชอบ ไม่สร้างภาระหนี้หรือภาษีให้ตกอยู่กับคนไทย 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top