Saturday, 18 July 2026
NewsFeed

‘เวียดนาม’ โวย!! ‘จีน’ สั่งห้ามทำประมงฝ่ายเดียวในทะเลจีนใต้ ชี้ ละเมิดอธิปไตยประเทศ-ทวีความขัดแย้งในเขตน่านน้ำ

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 66 ทางเวียดนามได้ออกมาคัดค้านคำสั่งฝ่ายเดียวของจีน ที่ห้ามการทำประมงในทะเลจีนใต้ โดยยืนยันว่า ‘เป็นการละเมิดอธิปไตยของเวียดนาม’ พร้อมกับเรียกร้องไม่ให้จีนทำให้สถานการณ์ยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น

จีนออกคำสั่งห้ามทำประมงในทะเลจีนใต้มาตั้งแต่ปี 2542 โดยให้เหตุผลว่าคำสั่งห้ามดังกล่าวซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 16 สิงหาคม มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการทำประมงอย่างยั่งยืนและปรับปรุงระบบนิเวศทางทะเล ซึ่งเวียดนามก็ออกมาคัดค้านคำสั่งของจีนตลอดเวลาเช่นเดียวกัน

คำสั่งห้ามดังกล่าวครอบคลุมน่านน้ำ 12 องศาเหนือของเส้นศูนย์สูตร รวมถึงกินเข้าไปยังพื้นที่บางส่วนของเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (อีอีแซด) ในพื้นที่ 200 ไมล์ทะเลของเวียดนาม ทั้งยังรวมถึงหมู่เกาะพาราเซล ซึ่งเป็นดินแดนที่ทั้งจีนและเวียดนามต่างอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ดังกล่าว

‘พิธา’ ขอยกเครื่องกฎหมายต่อต้านผูกขาด ปิดช่องโหว่ กสทช. เปลี่ยนจาก ‘รบ.เกรงใจกลุ่มทุน’ เป็น ‘รบ.ที่เกรงใจประชาชน’

‘พิธา’ ชี้ ค่ามือถือ-เน็ตบ้านเสี่ยงแพงขึ้น จากบรรทัดฐานที่เลวร้ายของ กสทช. เผย ‘ก้าวไกล’ เป็นรัฐบาล พร้อมยกเครื่องกฎหมายต่อต้านผูกขาด ปิดช่องโหว่ กสทช. ปฏิเสธอำนาจตัวเอง เปลี่ยน ‘รัฐบาลเกรงใจกลุ่มทุน’ เป็น ‘รัฐบาลเกรงใจประชาชน’

(21 เม.ย.66) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความเห็นกรณีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เห็นชอบหลักการกรณี AIS เข้าซื้อหุ้น JAS และ 3BB ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับ TRUE-DTAC ว่า ในข่าวไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดมากนัก ยิ่งทำให้ประชาชนเป็นกังวลว่า ‘หลักการ’ ทิศทางเดียวกับ TRUE-DTAC หมายความว่า กสทช.จะยอมให้ควบรวมแบบไม่ต้องขออนุญาตเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะ กสทช. ได้สร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายว่าการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคม มีช่องโหว่ให้สามารถรวมกันได้ โดยไม่มีหน่วยงานใดในประเทศนี้สามารถยับยั้งได้ และกำลังจะใช้บรรทัดฐานนี้กับการควบรวมครั้งใหม่ของ AIS และ 3BB หรือไม่

นายพิธากล่าวว่า การควบรวมครั้งใหม่นี้จะส่งผลต่อค่าอินเทอร์เน็ตบ้านอย่างไร อธิบายง่ายๆ ก็คือการที่บริษัท AIS ที่ขาหนึ่งทำธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน จะเข้าซื้อบริษัท 3BB ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านอีกราย ทำให้ AIS จะกลายเป็นบริษัทที่ครอบครองส่วนแบ่งตลาดอินเทอร์เน็ตบ้านเป็นอันดับหนึ่งของประเทศจนอาจมีอำนาจเหนือตลาด ซึ่งในระยะยาวจะลดการแข่งขันลงและทำให้ค่าเน็ตบ้านที่ประชาชนต้องจ่ายแพงขึ้น

อธิบายให้ละเอียดกว่านั้น คือในขณะนี้ตลาดของอินเทอร์เน็ตบ้าน มีผู้แข่งขันอยู่ 4 ราย ได้แก่ TRUE ครอบครองส่วนแบ่งตลาด 36%, 3BB ครองส่วนแบ่งตลาด 28%, NT (TOT เดิม) ครองส่วนแบ่งตลาด 20% และ AIS ครองส่วนแบ่งตลาด 13% การที่ AIS จะเข้าซื้อ 3BB จะทำให้ AIS+3BB ครองส่วนแบ่งตลาด 41% มากเป็นอันดับหนึ่ง แทนที่ TRUE ถ้าเรายังจำกันได้ ก่อนที่จะมี AIS Fiber และมีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านแค่ 3 ราย ค่าบริการสูงกว่าในปัจจุบัน และคุณภาพการให้บริการก็แย่กว่าในปัจจุบัน

นายพิธากล่าวต่อว่า เราคงต้องจับตากันว่ากรณีนี้ กสทช. จะมีมติออกมาเร็ว ๆ นี้หรือไม่ แต่หลังเลือกตั้งหากพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล จะต้องมีการยกเครื่องกฎหมายต่อต้านการผูกขาดใหม่ทั้งหมด ให้มีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อปิดช่องโหว่ที่ กสทช.จะปฏิเสธอำนาจตัวเอง แล้วปล่อยปละละเลยหน้าที่การกำกับดูแลของตัวเอง ให้เกิดการควบรวมที่จะลดการแข่งขัน สร้างภาระค่าครองชีพให้ประชาชนด้วยราคาสินค้าค่าบริการที่แพงขึ้น

‘อิทธิเดช’ ชี้!! ‘ลุงหนู’ ห่วงประชาชนรับภาระค่าไฟแพง ชูนโยบาย ‘กรีนดีอยู่ดี’ ใช้พลังงานสะอาดแทนเชื้อเพลิงนำเข้า

(21 เม.ย.66) นายอิทธิเดช สุพงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 15 ในฐานะโฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ห่วงใย และเข้าใจปัญหาค่าไฟฟ้าแพงกระทบต่อเงินในกระเป๋าของประชาชน ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากราคาเชื้อเพลิงที่สูง และปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยลดลง ทำให้ต้องนำเข้า LNG ที่ราคาสูงมาทดแทน ขณะเดียวกันประเทศไทยยังมีข้อจำกัดเรื่องเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าที่ไม่สามารถใช้น้ำมันแทน LNG ได้ทันที

นายอิทธิเดช กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย จึงได้เสนอนโยบายพลังงานสะอาด ลดรายจ่ายประชาชน หรือ ‘กรีนดีอยู่ดี’ โดยจะติดตั้งหลังคาโซล่าเซลล์ฟรีทั้งในบ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียม สถานประกอบการ และชุมชน โดยขนาดของแผงโซล่าเซลล์ที่ติดตั้งจะช่วยผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์คิดเป็นค่าไฟไม่น้อยกว่า 450 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน ซึ่งเท่ากับว่าถ้าใช้ไฟฟ้าไม่ถึง 450 บาท ก็ไม่ต้องจ่ายค่าไฟ และยังสามารถส่งกระแสไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้ ขายให้กับรัฐบาลผ่านระบบของการไฟฟ้า โดยประชาชนจะได้รับค่าตอบแทนในรูปของเครดิตพลังงาน เพื่อนำไปใช้จ่ายค่าไฟฟ้า ตลอดอายุโครงการ 25 ปี

‘ปิยบุตร’ ลุยขอนแก่น ชู ‘การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต’ ลั่น!! หากก้าวไกลเป็น รบ. ประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิม

เมื่อวานนี้ (20 เม.ย.66) ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าและผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย อภิชาติ ศิริสุนทร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ ‘ครูใหญ่’ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล รณรงค์หาเสียงให้ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล จังหวัดขอนแก่น

โดยช่วงบ่ายวานนี้  ปิยบุตรเดินสายปราศรัย 3 เวที ประกอบด้วย บ้านหนองปลิง บ้านโนนรัง บ้านลาดนาเพียง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ช่วยหาเสียง ‘แบงค์ชัย’ อิทธิพล ชลธราศิริ ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต 2 (เบอร์ 1) ก่อนที่ช่วงเย็น ปราศรัยที่สวนสาธารณะริมน้ำบึงแก่นนคร อ.เมือง จ.ขอนแก่น ช่วยหาเสียง วีรนันท์ ฮวดศรี หรือ ทนายป๊อก ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต 1 (เบอร์ 4) โดยมีประชาชนมารอฟังการปราศรัยอย่างคึกคัก

ปิยบุตรกล่าวว่า ตั้งใจมาช่วยหาเสียงที่ขอนแก่นเขต 1 สาเหตุสำคัญเพราะเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ประชาชนให้ความไว้วางใจผู้สมัครของพรรคอนาคตใหม่ เทคะแนนกว่า 38,000 คะแนน แต่พอพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ส.ส.คนนั้นกลับย้ายพรรค ไม่ไปต่อกับพรรคก้าวไกล ซึ่งต้องขออภัยประชาชนอย่างยิ่ง ครั้งนี้ตั้งใจแก้มือ พรรคก้าวไกลส่งทนายป๊อกเป็นผู้สมัคร เขาคือทนายความด้านสิทธิมนุษยชนที่ช่วยเหลือคนที่ถูกดำเนินคดีทางการเมืองหลังการรัฐประหาร 2557 พี่น้องประชาชนจึงเชื่อมั่นในอุดมการณ์ได้ เลือกตั้งครั้งนี้ขอความไว้วางใจอีกครั้ง ให้พรรคก้าวไกลได้คะแนนมากกว่าเดิม เพื่อยืนยันว่าประชาชนชาวขอนแก่นต้องการการเมืองแห่งความหวังและการเปลี่ยนแปลง

ปิยบุตรกล่าวอีกว่า พรรคก้าวไกลมีนโยบายทั้งหมด 312 นโยบาย ที่ต้องมีมากขนาดนี้ เพราะปัญหาของประเทศไทยมีมากเหลือเกิน ที่ผ่านมาหลายพรรคการเมืองต่างมีนโยบายเศรษฐกิจที่ดี แต่สิ่งที่พรรคก้าวไกลแตกต่างจากทุกพรรคการเมืองอย่างชัดเจน คือเรื่องการเมือง นำมาสู่คำขวัญ ‘การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต’ เพราะถ้าไม่มีนโยบายการเมืองที่ดี เมื่อไปเป็นรัฐบาลก็จะเจอทหารยึดอำนาจ เจออำนาจพิเศษเข้าแทรกแซง พรรคก้าวไกลจึงเล็งเห็นว่าต้องมีนโยบายการเมืองดี เป็นการเมืองเพื่อคนส่วนใหญ่ ที่จะทำให้นโยบายเศรษฐกิจส่งมอบให้ประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อทุนผูกขาด และกองทัพ

“ผมขอโอกาสพี่น้องประชาชนอีกครั้ง เลือกผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น พรรคก้าวไกลเข้าสภาฯ ทุกภารกิจที่เป็นเรื่องยาก ไม่ว่าจะเป็นปฏิรูปกองทัพ รัฐสวัสดิการที่มั่นคงยั่งยืน การกระจายอำนาจ น้ำประปาดื่มได้ทั่วประเทศ รถเมล์ไฟฟ้าทั่วประเทศ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ลบล้างผลพวงรัฐประหาร ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 เรื่องเหล่านี้ที่ไม่เคยสำเร็จหรือไม่เคยมีใครทำ จำเป็นต้องมีพรรคการเมืองของมวลชนที่มีเจตจำนงชัดเจน พร้อมทำทันทีโดยไม่ต้องรีรอ และมีจำนวน ส.ส. มากพอ เป็นพรรคที่ยืนอยู่ได้ด้วยการสนับสนุนทรัพยากรจากประชาชน ไม่ใช่กลุ่มทุนผูกขาด ขอโอกาสให้พรรคก้าวไกลเข้าไปทำ โดยมีประชาชนเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กผลักดันให้เราทำสำเร็จ เลือกก้าวไกลแล้วประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิม” ปิยบุตรกล่าว

‘องอาจ’ ฉะ ‘บิ๊กป้อม’ อ้าง ปชป.เท ‘มาร์ค’ หวังร่วม รบ. ยัน!! มาร์คออกเพราะสปิริต และร่วมรัฐหลังได้ หน.ใหม่

(21 เม.ย. 66) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร กล่าวถึงบทความของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้ารรคพลังประชารัฐ (พปช.) เรื่องจะจัดตั้งรัฐบาลอย่างไร ที่เขียนลงในเฟซบุ๊กพาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์ว่า หัวหน้าพรรค คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศไม่ยอมให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ แต่พอถึงเวลาจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วม โดยหัวหน้าพรรคคนใหม่ แต่ให้คุณอภิสิทธิ์ลาออกไป โดยมีประโยชน์ของประชาชนมากมายมาอ้างว่า ข้อความที่ พล.อ.ประวิตร เขียนนี้ยังคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เพราะในความเป็นจริงแล้ว นายอภิสิทธิ์ ได้ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคฯ ตั้งแต่กลางคืนวันที่ 24 มี.ค. 2562 หลังจากทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการว่าเรามีจำนวน ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งน้อยกว่าเดิม โดยการลาออกนี้เป็นการแสดงสปิริตความรับผิดชอบต่อผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น

‘บิ๊กป้อม’ เร่งส่งออกน้ำมันปาล์ม-ประกันรายได้ปี 65-66 ช่วยเหลือ-บรรเทาความเดือดร้อน ‘เกษตรกรสวนปาล์ม’

(21 เม.ย.66) ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2566 เพื่อเร่งขับเคลื่อนกลไกสร้างสมดุลน้ำมันปาล์ม 

โดยที่ประชุมเห็นชอบโครงการผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์ม เพื่อลดผลผลิตส่วนเกินปี 2566 ซึ่งมีเป้าหมาย CPO ปริมาณ 150,000 ตัน โดยมีเงื่อนไข สต็อก CPO ในประเทศสูงกว่า 250,000 ตันและราคา CPO ในประเทศสูงกว่าราคาตลาดโลก เพื่อประสิทธิภาพการบริหารสมดุลย์น้ำมันปาล์มภายในประเทศ และเห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี 65-66 ที่ราคาประกันผลปาล์มทะลาย (น้ำมัน 18%) ราคา 4.00 บาทต่อกิโลกรัม ไม่เกิน 25 ไร่ต่อครัวเรือน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้

‘ทางรถไฟจีน-ลาว’ หนุนส่งออก ‘ทุเรียนไทย’ สู่ตลาดจีน เพิ่มกำลังการขนส่งรวดเร็วยิ่งขึ้น สร้างรายได้มหาศาล

เมื่อไม่นานนี้ สำนักข่าวซินหัว, แหลมฉบัง/คุนหมิง รายงานว่า ขบวน ‘รถไฟผลไม้’ บรรทุกทุเรียนและมังคุดของไทย จำนวน 23 ตู้คอนเทนเนอร์ ได้เดินทางถึงนครคุนหมิง เมืองเอกของมณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน
.
รถไฟขบวนนี้มีต้นทางจากแหลมฉบัง ท่าเรือแห่งสำคัญของไทย และวิ่งถึงจุดหมายปลายทางในจีนโดยผ่าน ‘ทางรถไฟจีน-ลาว’ ซึ่งปัจจุบันกำลังกลายเป็น ‘ทางด่วน’ ของบรรดาผู้ส่งออกชาวไทยในการเข้าถึงตลาดจีนอย่างรวดเร็ว
.
อรทัย เอื้อตระกูล วัย 67 ปี อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนำเข้าและส่งออกสินค้าพืชของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย เผยกับสำนักข่าวซินหัวว่า เมื่อก่อนทุเรียนส่วนใหญ่ถูกส่งออกสู่จีนทางถนนและทางทะเล ซึ่งเป็นเส้นทางที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ เพราะหลายปัจจัยอย่างสภาพอากาศเลวร้าย ทำให้บางครั้งใช้เวลาขนส่งนานกว่า 20 วัน
.
ทว่าปัจจุบัน ทุเรียนไทยถูกขนส่งถึงคุนหมิงภายใน 3 วัน ด้วยอานิสงส์จากการขนส่งแบบห่วงโซ่ความเย็นบนทางรถไฟจีน-ลาว ซึ่งอรทัยแสดงความหวังว่าจะช่วยให้ผู้บริโภคชาวจีนได้เพลิดเพลินกับทุเรียนสดใหม่และสุกอร่อยเหมือนกับชาวไทยเพิ่มขึ้น

ด้าน นที ชวนสนิท ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาการเศรษฐกิจการพาณิชย์ (IBERD) กล่าวว่า ปัจจุบันจีนเป็นตลาดส่งออกทุเรียนแห่งสำคัญที่สุดของไทย และหวังว่าผู้บริโภคชาวจีนจะได้ชิมทุเรียนรสชาติดียิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการช่วยขยับขยายตลาดทุเรียนไทย

อนึ่ง ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ของไทย ระบุว่า จีนเป็นตลาดส่งออกทุเรียนไทยขนาดใหญ่สุดในปี 2022 ครองสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 96 ของปริมาณการส่งออกทุเรียนทั้งหมด คิดเป็นมูลค่า 3.09 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 1.06 แสนล้านบาท)

บริษัท ไทยแลนด์ รอยัล ฟาร์ม กรุ๊ป จำกัด (Thailand Royal Farm Group) ได้ดำเนินธุรกิจส่งออกทุเรียนในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตทุเรียนที่มีชื่อเสียงของประเทศ เป็นเวลานานมากกว่า 16 ปีแล้ว

วีริศา วนนุรักศ์สกุล ซีอีโอของบริษัทฯ กล่าวว่า ความต้องการจากตลาดจีนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทำให้ราคาขายส่งทุเรียนพุ่งสูงไม่หยุด และรายได้จากงานบรรจุหีบห่อแบบจ้างงานชั่วคราวในช่วงฤดูส่งออกกลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญของคนท้องถิ่นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ทางรถไฟจีน-ลาว ได้เปิดเส้นทางใหม่สำหรับการส่งออกทุเรียนไทย และบรรเทาปัญหากำลังการขนส่งไม่เพียงพอที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ รวมถึงการขนส่งทางถนนและทางทะเลที่ไม่มีความแน่นอน

กนกวรรณ สุวรรณกนิษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการสินค้า การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเปิดทางรถไฟจีน-ลาว ได้ส่งเสริมการพัฒนาการขนส่งสินค้าทางรางของไทย โดยปริมาณการขนส่งสินค้าจากไทยสู่ลาวเพิ่มขึ้นจาก 500-600 ทีอียู (TEU: หน่วยนับตู้คอนเทนเนอร์ยาว 20 ฟุต) ในปี 2019 เป็น 2,000 ทีอียูในปี 2022 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 3,000 ทีอียูในปี 2023

บริษัท สปีด อินเตอร์ ทรานสปอร์ต จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจส่งออกและขนส่งผลไม้มากกว่า 20 ปี ได้ตัดสินใจพัฒนาการขนส่งสินค้าทางรางอย่างจริงจัง หลังจากทดลองดำเนินงานมากว่าหนึ่งปี

พานเจียวหลิง ซีอีโอของบริษัทฯ กล่าวว่ามีการซื้อตู้คอนเทนเนอร์แบบห่วงโซ่ความเย็นสำหรับขนส่งสินค้าพร้อมติดตั้งระบบจีพีเอส (GPS) ในปีนี้ ซึ่งช่วยระบุตำแหน่งและเฝ้าติดตามอุณหภูมิแบบเรียลไทม์จากระยะไกล รวมถึงส่งข้อมูลโลจิสติกส์ให้ลูกค้าได้อย่างทันท่วงที

เปิดตัวขุนพล ‘พรรคใหญ่’ ชิงชัยเก้าอี้ ส.ส. นครพนม ใครได้หมายเลขไหน? อย่าจำผิด!!

สำหรับ 4 เขตของจังหวัดนครพนม ตามการแบ่งเขตของ กกต. มีดังนี้ 

>>เขต 1 อำเภอศรีสงคราม อำเภอนาหว้า อำเภอบ้านแพง อำเภอนาทม

>>เขต 2 อำเภอเมืองนครพนม (เฉพาะเทศบาลเมืองนครพนม, ตำบลท่าค้อ, ตำบลนาราชควาย,  ตำบลหนองญาติ และตำบลอาจสามารถ) อำเภอท่าอุเทน อำเภอโพนสวรรค์

>>เขต 3 อำเภอเมืองนครพนม (เฉพาะตำบลขามเฒ่า, ตำบลคำเตย, ตำบลนาทราย, ตำบลดงขวาง, ตำบลบ้านกลาง และตำบลโพธิ์ตาก) อำเภอธาตุพนม อำเภอเรณูนคร

>>เขต 4 อำเภอเมืองนครพนม (เฉพาะตำบลกุรุคุ, ตำบลบ้านผึ้ง และตำบลวังตามัว) อำเภอนาแก อำเภอปลาปาก อำเภอวังยาง

เชียงใหม่-กสศ.จัดกิจกรรม​“Thank You Teacher ขอบคุณครูทุนเสมอภาค” ครั้งที่ 1 พร้อมแลกเปลี่ยนบทเรียนการทำงาน

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2566 เวลา 10.30 น. ที่โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่ กสศ.จัดกิจกรรม​ “Thank You Teacher ขอบคุณครูทุนเสมอภาค” กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข สัญจรใน 4 ภูมิภาค เพื่อสร้างสัมพันธ์เครือข่ายการทำงานระหว่างครูทุนเสมอภาคในระดับภูมิภาคจากทุกหน่วยงานต้นสังกัดใน 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคใต้ และเพื่อขอบคุณครูทุนเสมอภาค พร้อม​ร่วมแลกเปลี่ยนบทเรียนการทำงาน ตลอดจนเสริมศักยภาพ ในการดำเนินงานภายใต้โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขผ่านกระบวนการจัดกิจกรรมโดยมีทีมงานวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ พร้อมสตาร์ทโค้ช กสศ. เข้าร่วมจัดกิจกรรมในครั้งนี้

นางสาวสุชาดา จัตุรภุชพิทักษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ) เผยว่า กสศ. จัดกิจกรรม​ “Thank You Teacher ขอบคุณครูทุนเสมอภาค” กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข สัญจร ครั้งที่ 1  ระหว่าง​วันที่ 21 - 22 เมษายน 2566 ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีครูในพื้นที่ ภาคเหนือเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 114 คน จาก จังหวัดเชียงราย น่าน พะเยา เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ ลำปาง ลำพูน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ และพิจิตร 

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อเป็นการขอบคุณคุณครูที่ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนผ่าน “โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข” หรือ “ทุนเสมอภาค” เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมสร้างเครือข่ายครูทุนเสมอภาคระดับภูมิภาค อีกทั้งเป็นการทบทวนและถอดบทเรียนการดำเนินงานโครงการทุนเสมอภาค และเพื่อเป็นการสื่อสารและรับรู้ถึงสถานการณ์และผลลัพธ์สำคัญของโครงการทุนเสมอภาค และในครั้งต่อไป ครั้งที่ 2 จัดที่ ภาคใต้ที่จังหวัดสงขลา  ที่โรงแรม หรรษา เจ บี ระหว่างวันที่ 28 - 29 เมษายน 2566, ครั้งที่ 3 จัดที่ ภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี ที่โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ ระหว่างวันที่ 19 - 20 พฤษภาคม 2566 และ ครั้งที่ 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น ที่ โรงแรม le cassia ระหว่างวันที่ 26 - 29 พฤษภาคม 2566

นางสาวสุชาดา กล่าวอีกว่า กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ)เป็นกองทุนที่มีภารกิจหลักคือสร้างความเสมอภาคให้การศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา มีการทำงานใน 3 ลักษณะ เป็นเรื่องของการให้ความช่วยเหลือโดยตรง ของทุนเสมอภาคจะเป็นกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกับคุณครูทั่วประเทศเพื่อคัดกรองช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่อยู่ในภาวะยากจนพิเศษ ซึ่งตรงนี้เด็กนักเรียนจะได้รับทุนเสมอภาคเมื่อผ่านการคัดกรองจะได้รับทุนต่อเนื่อง 3 ปี เพื่อให้นักเรียนอยู่ในระบบการศึกษาภาคบังคับให้ได้นานที่สุดตามศักยภาพของตัวเด็กนักเรียนเอง 

ส่วนในเรื่องของการทำงานเรื่องของคุณภาพการศึกษาร่วมกับโรงเรียนพัฒนาครูโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศ อันนี้มีการทำงานกับโรงเรียนขนาดกลาง 700 โรงเรียนทั่วประเทศ แล้วในส่วนของการวิจัยพัฒนาเพื่อที่จะทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย กสศ.อยู่ในฐานะที่เป็นตัวเร่งให้กับทางระบบทั้งภาครัฐและภาคเอกชนและภาคประชาสังคมเองด้วยได้มาร่วมมือกันเพื่อที่จะสร้างความสัมพันธ์ทางการศึกษาให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง

พัฒนชัย/เชียงใหม่

‘คุณหญิงกัลยา’ หนุนยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย เตรียมพร้อมมุ่งหน้าสู่เป้าหมายการศึกษาโลก

(21เม.ย.66) ดร.คุณหญิง กัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ ‘2 ทศวรรษแห่งการส่งเสริมและยกระดับคุณภาพการศึกษา’ พร้อมด้วย ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ รักษาการประธานกรรมการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เนื่องในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 23 สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

ดร.คุณหญิง กัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการศึกษาและได้มุ่งปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างหลากหลาย ขณะที่การเปลี่ยนแปลงของโลกทำให้กระทบถึงการสร้างและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จึงจำเป็นต้องมาระดมความคิดกันว่าอยากจะเห็นประเทศไทยพัฒนาคนไปในทิศทางใด จึงจะทำให้เด็กมีความสุขและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้

โดยเรื่องนี้เป็นภาระของคนรุ่นเราที่ต้องทำให้ได้ภายในเวลารวดเร็ว สอดคล้องกับเป้าหมายการศึกษาโลก คือ เด็กต้องเรียนอย่างมีความสุข ระหว่างเรียนมีรายได้ เรียนจบแล้วมีอาชีพ สามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพื่อเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ทันสมัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งเราจะไปถึงตรงจุดนั้นได้เร็วได้มากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับการปรับตัวและการประเมินคุณภาพการศึกษา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top