Saturday, 18 July 2026
NewsFeed

'บิ๊กป้อม' ชู!! นโยบายใหญ่ 'อีสานประชารัฐ'  ความเจริญทั่วอีสาน เชื่อมประสานสู่ทะเล

‘บิ๊กป้อม’ ชู ‘อีสานประชารัฐ’ สร้างรถไฟทางคู่ บึงกาฬ-EEC 480 กม. สร้างนิคมอุตสาหกรรม-อาชีวะ-ท่าเรือบก-ทางหลวงพิเศษ 8 เลน ลั่นจะทำให้อีสานเจริญ ‘สันติ’ เหน็บที่ผ่านมามีแต่พรรคขอแลนด์สไลด์ แต่ไม่เคยคิดพัฒนาให้ บอกถ้า พปชร.เป็นรัฐบาลทำจริงทำทันที ‘ไพบูลย์’ ยันยื่นแจงนโยบายต่อ กกต.แล้ว ย้ำนโยบาย พปชร.ทำมาเพื่อชนะแลนด์สไลด์

(20 เม.ย.66) ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ร่วมแถลงเปิดนโยบาย ‘อีสานประชารัฐ’ พัฒนาภาคอีสานด้วยรถไฟทางคู่ บึงกาฬ-อู่ตะเภา

โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวเปิดนโยบายว่า เราจะพัฒนาภาคอีสาน และภาคตะวันออก ให้เป็นรถไฟทางคู่ จาก จ.บึงกาฬ - ท่าเรือแหลมฉบัง - ท่าเรือมาบตาพุด - สนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง โดยเป็นการพัฒนาพื้นที่ 24 จังหวัดในภาคอีสาน และภาคตะวันออก สอดรับกับโครงการ EEC โดยทางรถไฟจะผ่าน 13 จังหวัด ได้แก่ บึงกาฬ  อุดรธานี สกลนคร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา สระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และยังเชื่อมต่ออีก 11 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร ศรีษะเกษ หนองคาย และหนองบัวลำภู ระยะทางรวมประมาณ 480 กม.โดยเราได้สำรวจเส้นทางมาเรียบร้อยแล้ว และจะสร้างเมื่อเราได้เป็นรัฐบาล

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราทำเพื่อคนอีสานโดยเฉพาะ เพื่อจะได้มีงาน สร้างงาน สร้างอาชีพให้คนอีสาน เพราะน้ำเขาก็น้อย การเกษตรก็มีข้อขัดข้องเยอะ คนอีสานออกมาทำงานต่างจังหวัดทั้งนั้น เราทำโครงการนี้เพื่อชาวอีสานโดยเฉพาะ อย่าเพิ่งถามถึงภาคอื่น เอาให้ภาคอีสานเจริญ โดยภาคอีสานมีทั้งหมด 133 เขต คิดเป็น 1 ใน 3 ของประเทศ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การมาทำโครงการใหญ่ในภาคอีสานจะเป็นการทำให้ภาคอื่นรู้สึกน้อยใจหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราทำอีสานก่อน จากนั้นจะทำภาคเหนือและใต้ต่อไป อันนี้คิดกันมาหลายปีแล้ว อย่าเพิ่งไปคิดว่ามันจะเสร็จพรุ่งนี้

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าจะส่งผลต่อคะแนนเสียง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี ไม่ต้องห่วง ขอบคุณที่เป็นห่วง แต่ตนไม่ห่วง ส่วนเรื่องงบประมาณที่จะใช้นั้น ไม่ต้องห่วง ยังไม่ได้คิดแต่สามารถดำเนินการได้แน่นอน

ด้าน นายสันติ กล่าวว่า เราจะพัฒนาอีสาน เปิดภาคอีสานของเราให้ทันต่อโลก เนื่องจากดูแต่ละพรรคการเมืองแล้วมีแต่ที่จะขอให้ชาวภาคอีสานทั้ง 20 จังหวัด และภาคตะวันออก 5 จังหวัด ขอแต่แลนด์สไลด์ แต่ไม่เคยเห็นพรรคการเมืองใดเลยที่คิดว่าจะพัฒนาภาคอีสานให้พ้นความยากจน หรือนำเงินลงทุนมหาศาลไปพัฒนา ซึ่งไม่มีเลย มีแต่ พปชร.ที่ให้ความสำคัญกับชาวอีสาน ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีภาคอีสานไม่ได้รับการพัฒนาใดๆ เลย พปชร.จึงมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ จาก จ.บึงกาฬ ที่อยู่บนสุดของอีสานวิ่งตรงลงมาผ่านภาคอีสานทางตะวันออกทั้งภาค มาถึงท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือมาบตาพุด และสนามบินอู่ตะเภา เพื่อเปิดโลกให้ชาวอีสาน

นายสันติ กล่าวว่า สำหรับรถไฟทางคู่แบบใหม่ที่เราจะทำนั้น จะมีรางขนาด 1.435 ม.ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับรถไฟความเร็วสูง จะมีการสร้างทางหลวงพิเศษ 8 ช่องจราจร ตลอดแนวเส้นทางรถไฟ จะมีการสร้างนิคมอุตสาหกรรม ขนาด 20,000 ไร่ 6 แห่ง กว่า 6,000 โรงงาน โดยเป็นนิคมอุตสาหกรรมนำสมัย นอกจากนี้ จะมีการสร้างวิทยาลัยอาชีวะใกล้นิคมอุตสาหกรรม นิคมฯละ 2 แห่ง รวม 12 แห่ง เพื่อเตรียมแรงงานที่มีทักษะและคุณภาพรองรับอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาท่าเรือบก ซึ่งจะเป็นพื้นที่รองรับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากนิคมอุตสาหกรรมที่จัดตั้งขึ้นก่อนที่จะมีการขนส่งไปยังท่าเรือน้ำลึกที่ภาคตะวันออก

“หลายสิบปีที่ผ่านมา ชาวอีสานได้รับการพัฒนาอย่างเชื่องช้า มีแต่คนไปขอให้แลนด์สไลด์ แต่ยังไม่เคยได้ยินพรรคใดที่ตั้งใจที่จะไปพัฒนาภาคอีสานเพื่อลูกหลานอยู่ดีกินดี เราจึงขอแรงใจทั้ง 133 เขตให้กับ พปชร.เพื่อ พปชร.จะได้มีอำนาจในการมาพัฒนาภาคอีสาน และเรามั่นใจว่าชาวอีสานจะต้องเลือก พปชร.ทั้ง 133 เขต เพื่อให้ พปชร.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และใน 133 เสียง ที่เลือกเราเข้าไปในสภาจะไปยกมือสนับสนุนให้ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตนยืนยันว่าโครงการเหล่านี้ทำจริง ทำทันที แต่เราจะต้องมีนายกฯเป็นคนที่จะใช้อำนาจผลักดันโครงการดีๆ เหล่านี้ได้” นายสันติ กล่าว

‘จนท.’ นำร่าง ‘อิคคิว’ มือก่อเหตุยิง ‘จีจี้’ จากโรงพยาบาล ไปบำเพ็ญกุศลที่วัด ใน จ.อยุธยา อุบ!! สถานที่เป็นความลับ

(20 เม.ย.66) เจ้าหน้าที่มูลนิธิที่เป็นตัวแทนครอบครัวได้เคลื่อนย้าย ร่างของนายอิคคิว จากแผนกนิติเวช โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดแห่งหนึ่งใน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเจ้าหน้าที่ได้นำร่างผู้เสียชีวิตใส่ในโลงศพสีทองก่อนำขึ้นรถตู้เดินทางออกไป ส่วนจะนำไป บำเพ็ญกุศลที่วัดไหนยังไม่มีการรับรายงานเนื่องจากทางญาติจะเป็นคนโทรบอกเจ้าหน้าที่ที่เคลื่อนศพระหว่างทาง ว่าให้ไปไว้ที่วัดไหน

‘ศุภชัย’ เมิน!! ‘ชูวิทย์’ โพสต์คลิปซื้อเสียง พบแผ่นพับ ‘หมอมิลล์’ ลั่น!! ไม่รู้จักคนในคลิป เชื่อ!! มีขบวนการจ้องใส่ร้ายป้ายสี

‘ภท.’ ไม่ให้ ราคา ‘ชูวิทย์’ โพสต์ซื้อเสียง ลั่นสอบแล้ว ไม่จริง เชื่อมีกระบวนการใส่ร้าย ด้าน ผู้สมัครในคลิป โร่ แจ้งความตำรวจ-กกต.หนองคาย ยันถูกใส่ร้าย ไม่รู้จักบุคคลในคลิป

(20 เม.ย.66) นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์คลิประบุว่า อสม. เริ่มเดินสายจดรายชื่อตามบ้านเพื่อซื้อเสียง พร้อมระบุเป็นส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล โดยคลิป เป็นแผ่นพับของ นางจิดาภา สุนทรธนากุล ผู้สมัครส.ส.หนองคาย เขต 2 เบอร์ 4 พรรคภูมิใจไทย ว่า พรรคได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ยืนยันว่า ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย ที่อ้างว่า มีชื่ออยู่ในคลิปนั้น รวมทั้งผู้ช่วยหาเสียงทั้งหมดไม่มีพฤติการณ์ทำตามที่ปรากฏอยู่ในคลิป และมั่นใจว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นเป็นกระบวนการใส่ร้าย ถ้าเจ้าตัวไม่ได้ทำ ซึ่งก็ได้ไปแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ กกต.จว.หนองคายแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่ามีกระบวนการจ้องทำลาย นายศุภชัย กล่าวว่า เมื่อเจ้าตัวไม่ได้ทำ แล้วมีความพยายามว่าทำ ตรงนี้ก็เป็นการใส่ร้ายป้ายสี ถือเป็นความไม่ประสงค์ดี ซึ่งเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ เกิดขึ้นเป็นประจำ เป็นระยะๆ แสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ซื้อเสียง มีการถ่ายคลิป แล้วมีการสะบัดๆ ให้เห็นชื่อ เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ทำให้คะแนนเสีย นายศุภชัย กล่าวว่า คงไม่ เพราะผู้สมัครได้ลงพื้นที่อย่างหนักและเต็มที่ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. ก็ได้ลงนามประกาศพรรค ห้ามผู้สมัครทุกคนกระทำการใดๆที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งทุกคนก็ถือปฏิบัติ เคร่งครัด แล้วจู่ ๆ ก็มีเรื่อง แล้วก็มีคนออกมาแฉแบบ ทันทีทันใด และเชื่อว่าจะเกิดขึ้นใน ทุกๆ ที่ เพราะทำกันง่ายเหลือเกิน

“ผมไม่ให้ราคาคนโพสต์ วันนี้มีพรรคการเมืองที่ถูกกล่าวหาแบบนี้ ก็ควรมาช่วยกันปกป้องว่ามีการใส่ร้ายป้ายสีหรือไม่ ควรมาช่วยกันใช้สติ ปัญญา ตรึกตรองว่ามันเป็นไปได้หรือไม่ เพราะอาจถูกกลั่นแกล้ง แต่ก็ไม่เป็นไร ซึ่งผู้สมัครส.ส.ก็ไปแจ้งความแล้ว และก็จะไปแจ้งต่อกกต. ต่อไป”นายศุภชัย กล่าว

ด้านนางจิดาภา สุนทรธนากุล ผู้สมัคร ส.ส. หนองคาย เขต2 พรรคภูมิใจไทย ที่ปรากฏแผ่นพับหาเสียงในโลกโซเชียล และถูกนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นำมาโพสต์ ถึงการซื้อเสียงว่า ถูกใส่ร้าย ซึ่งได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. โพนพิสัยแล้ว เมื่อช่วงเวลา 11.00น. ใน 2 เรื่องคือ ป้ายถูกทำลายและคลิปที่เผยแพร่ทางโซเชียล และขอให้เป็นเรื่องของกระบวนการตามกฎหมาย ที่เจ้าหน้าที่จะไปดำเนินการ ตำรวจและ กกต. ก็ดำเนินการสืบสวนสอบสวน

ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดพื้นที่ ภ.7 8 9

วันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2566 ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพฯ ตามนโยบายรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังทั้งระบบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการเชิงรุกในการปราบปรามจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ขยายผลการจับกุมและยึดทรัพย์สินผู้ค้ายาเสพติด ประกอบกับ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มีนโยบายให้ทุกหน่วยในสังกัด ดำเนินการปราบปรามทำลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดทุกระดับ เพิ่มความเข้มในการทำลายเครือข่ายผู้ค้ารายย่อยในระดับชุมชนที่มีความใกล้ชิดกันประชาชนอย่างจริงจัง และให้ดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อจับกุมดำเนินคดีและยึดทรัพย์สินผู้ค้ายาเสพติด ทั้งระดับรายย่อยในชุมชน ผู้ค้ารายกลางและรายใหญ่ที่มีความเชื่อมโยงหลายพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ภายใต้การอำนวยการโดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. /รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส., พล.ต.ท.ธนายุตม์  วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7, พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.๘ และ พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.๙

สำนักงาน ป.ป.ส. โดย นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส., นายธนากร  คัยนันท์  รองเลขาธิการ ป.ป.ส.,นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. รับผิดชอบงานด้านการปราบปรามยาเสพติด

‘อุ๊งอิ๊ง’ โฟนอินนำทัพ ‘พท.’ ปราศรัย ขอโอกาสชาวคันนายาว อ้อน!! 14 พ.ค. นี้ กาทั้งคนทั้งพรรค ให้เพื่อไทยแลนด์สไลด์

คนกทม. โซนตะวันออกนับพันคน แห่ฟังพรรคเพื่อไทยปราศรัย ‘อุ๊งอิ๊ง’ อ้อนคน กทม. ต้องแลนด์สไลด์เท่านั้น 

(20 เม.ย.66) ที่ลานสวนสยาม เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดปราศรัยใหญ่ “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อคนกรุงเทพ” นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย นายดนุพร ปุณณกันต์ คณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่ กทม. และ ผู้สมัคร ส.ส. กทม. ของพรรคเพื่อไทย โซนตะวันออกทั้ง 10 เขต ประกอบด้วย 

1. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ผู้สมัครส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 19 กทม. 
2. นายโพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ผู้สมัครส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 18 กทม. 
3. นายไพฑูรย์ อิสระเสรีพงษ์ ผู้สมัครส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 17 กทม. 
4. น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ผู้สมัครส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 20 กทม. 
5. นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา ผู้สมัครส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 14 กทม. 
6. นายธกร เลาหพงศ์ชนะ ผู้สมัครส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 22 กทม. 
7. นายอรรฆรัตน์ นิติพน ผู้สมัครส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 21 กทม. 
8. นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัครส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 15 กทม.  
9. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ผู้สมัครส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 16 กทม. และ 
10. น.ส.สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ผู้สมัครส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 13 กทม.

โดย นายดนุพรได้กล่าวปราศรัยเป็นคนแรก ว่า พรรคเพื่อไทยเราเห็นความสำคัญของพี่น้องประชาชน นโยบาย ของพรรคเพื่อไทย คือ “ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอาส” หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล สิ่งที่เข้ามาทำเป็นลำดับแรก คือลดรายจ่าย ทั้งค่าไฟฟ้า และค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ถ้าอยากที่จะให้รายจ่ายลดทุกอย่าง ต้องเลือกพรรคเพื่อไทย เราจะเข้าไปดูแลเรื่องแบบนี้ทั้งระบบ การเพิ่มรายได้ อาทิ ค่าแรงและในปี 2570 จะได้ค่าแรงวันละ 600 บาท ถ้ามีการขึ้นค่าแรงแล้วต้องขึ้นทั้งระบบ เงินเดือนคนจบใหม่จะต้องได้ 25,000 บาท 

การขยายโอกาศให้ประชาชน คือ โอกาศที่ทำให้ประชาชน มีสุขภาพที่ดี เพียงอากาศที่สะอาดที่จะให้ประชาชนได้หายใจ ยังทำไม่ได้ท่านจะเลือกอีกหรือ

พรรคเพื่อไทย ‘เราคิดใหญ่ทำเป็น’ สุขภาพขอประชาชน ต้องมาเป็นอันดับแรก หากเจ็บป่วยมีบัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกโรค

เวลา 18.20 น. อุ๊งอิ๊ง ได้โฟนอินเข้ามาบนเวทีปราศรัย ว่า พรรคที่จะเข้ามาแก้ปัญหา ที่คาราคาซังมาแล้ว 8 ปี พรรคเพื่อไทย นโยบายของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะนโยบายของกรุงเทพ จะได้เป็นเมืองแห่งโอกาสของคนกรุงเทพทุกคน นโยบาย 20 บาท ตลอด จะประหยัดได้เยอะมาก เราทำได้แน่นอน พรรคเพื่อไทยพูดแล้วทำได้ การตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ต้องแลนด์สไลด์เท่านั้นหากไม่เลนส์สไลด์เราจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ และรัฐบาลก็จะเป็นชุดเดิม คนกรุงเทพฯ ต้องมีชีวิตที่ดีขึ้น กินดี อยู่ดี มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี 

“การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากขอให้ประชาชนหนักแน่นในพรรคเพื่อไทย ไม่ต้องแบ่งคะแนนเสียงให้กับพรรคใด ขอพี่น้องประชาชนชาว กรุงเทพมหานคร เลือกพรรคเพื่อไทย ในกทม. ให้แลนด์สไลด์”

ม.แม่โจ้ เปิดตลาดเกษตรแม่โจ้วิถีชุมชน คนรักสุขภาพ ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ แห่งใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดกิจกรรมเปิดตลาดเกษตรแม่โจ้ "กิ๋นของเมือง ฟังซอ ผ่อกาดอินทรีย์ เยือนถิ่นเกษตรแม่โจ้" เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในตลาดชุมชน ขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน 2566 ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยภายในตลาดชุมชนส่งผลต่อเนื่องไปยังการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยมีนายศักดิ์ชัย คุณานุวัฒน์ชัยเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน และมี ดร.อำนวย ยศสุข นายกสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตลอดจน คณะผู้บริหารร่วมต้อนรับ โดยภายในงานพบกับกิจกรรม และบูทจำหน่ายสินค้า อาทิ ผลผลิตทางการเกษตรที่ได้รับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (Organic) ผลผลิตทางการเกษตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน เกษตรปลอดภัย (GAP) สมุนไพร สินค้า OTOP งานหัตถกรรมชุมชน อาหาร เครื่องดื่ม ต้นไม้ พันธุ์ไม้ และวัสดุทางเกษตร เป็นต้น

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยสู่ปีที่ 100 อย่างภาคภูมิและยั่งยืนในปี พ.ศ.2577 โดยกำหนดเป้าหมายการพัฒนาสู่การเป็นการนิเวศแห่งสังคมอุดมปัญญา เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Agro-ecosystem for Lifelong learning) ของคนทุกเพศทุกวัย ทุกกลุ่มอาชีพ และเป็นภูมิปัญญาด้านการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของประเทศ เพื่อการพัฒนาสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน โดยมีเป้าหมายการพัฒนามหาวิทยาลัยแม่โจ้สู่การเป็น "มหาวิทยาลัยแห่งชีวิต" คือมุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยเกษตรอินทรีย์ (Organic University) มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) และมหาวิทยาลัยเชิงนิเวศ (Eco. University)

‘ธนาธร’ ลุยภาคตะวันออก รับฟังปัญหาชาวประมง ชาวบ้านชง!! สร้างเขื่อนกันคลื่นบนแนวชายหาด

‘ธนาธร’ ลุยช่วยหาเสียงภาคตะวันออก ประชาชนตอบรับคึกคัก เปิดวงพบชาวประมงเรือเล็ก สะท้อนปัญหาเขื่อนกันคลื่น-หาดกัดเซาะ

(20 เม.ย.66) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าและผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ร่วมกิจกรรมหาเสียงที่ภาคตะวันออกต่อเนื่องเป็นวันที่สอง โดยเริ่มกิจกรรมในช่วงเช้าที่ตลาดเทพจินดา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เดินตลาดหาเสียงร่วมกับ น.ส.สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ ผู้สมัคร ส.ส.ระยอง เขต 5 (เบอร์ 3) ก่อนขึ้นรถแห่หาเสียง เดินทางไปพบกลุ่มประมงเรือเล็ก ที่หาดบ้านพยูน เปิดวงพูดคุยสะท้อนปัญหาเขื่อนกันคลื่นที่กระทบวิถีชีวิตของชาวประมง

ตัวแทนกลุ่มชาวประมง กล่าวว่า ที่ผ่านมาการสร้างเขื่อนกันคลื่นบนแนวชายหาด ส่งผลกระทบให้เกิดการกัดเซาะชายหาดจนชายหาดธรรมชาติเดิมเสียความสมดุล ทางกลุ่มเคยหารือกันแล้วว่าสิ่งที่ชาวบ้านในกลุ่มต้องการมากกว่า คือเขื่อนกันคลื่นนอกชายหาด ที่จะช่วยให้เรือเล็กสามารถจอดได้ และสามารถนำไปสู่กิจกรรมการท่องเที่ยว เช่น การพานักท่องเที่ยวตกหมึกตกกุ้ง ซึ่งสอดคล้องกับวิถีของชาวประมงมากกว่า

ตัวแทนกลุ่มชาวประมง กล่าวต่อว่า การดำเนินการของภาครัฐที่ผ่านมากลับเน้นไปที่การทำเขื่อนกันคลื่นบนแนวหาด การทำ EIA ก็ไม่ครบกระบวนการและไม่ได้รับฟังเสียงชาวบ้านอย่างแท้จริง ทำให้เกิดผลกระทบตามมา ฝากถึงพรรคก้าวไกลว่าหากได้เป็นรัฐบาล ขอให้พิจารณาทบทวนรูปแบบการทำเขื่อนกันคลื่นให้เหมาะสมกับวิถีของประชาชนที่ต้องพึ่งพาอาศัยใช้ชีวิตทำกินอยู่กับทะเลด้วย

น.ส.สว่างจิตต์ ได้รับปากพร้อมเน้นย้ำถึงหลักคิดของพรรคก้าวไกลว่าการพัฒนาต้องไม่ขัดหรือแย้งกับกับสิ่งที่ชุมชนต้องการ และจะต้องมีส่วนร่วมกับชุมชนเป็นสำคัญ หากได้เป็น ส.ส. ตนก็พร้อมที่จะยืนอยู่เคียงข้างประชาชนอย่างเต็มที่

‘ชวน’ ลุยกำแพงเพชร อ้อนปชช. กาเบอร์ 26 มั่นใจ!! ชาวบ้านยังศรัทธาพรรคประชาธิปัตย์

‘ชวน’ ลงพื้นที่กำแพงเพชร มั่นใจชาวบ้านยังศรัทธาพรรคประชาธิปัตย์

(20 เม.ย.66) บริเวณลานหน้าวัดไตรตรึงษ์ษาราม ม.8 ต.ไตรตรึงษ์ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 4 เขต นำโดย “นายพลเดช ศรีแปงวงค์” ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 4 เขต ซึ่งประกอบไปด้วย “นายนพพล ศรีแปงวงค์” ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ,นายศรสิน อินทะชัย ผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 และ ,นางสาวนันทิตา โต๊ะดอนทอง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 ได้เปิดการปราศรัย หาเสียงในพื้นที่โดยมีประชาชนเข้าร่วมรับฟังกว่า 300 คน

โดยในวันนี้มี “นายชวน หลีกภัย” อดีดประธานสภาผู้แทนฯ และที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางให้กำลังใจกับผู้สมัคร ส.ส.ในนามของพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 4 เขต พร้อมเดินทักทายกับชาวบ้านที่มาต้อนรับ และเข้าร่วมรับฟังการปราศรัยในวันนี้ ซึ่งก็มีชาวบ้านจากหลายพื้นที่ในเขตเลือกตั้งทั้ง 4 เขต ของจังหวัดกำแพงเพชร ต่างมารับฟังการปราศรัย และมอบพวงมาลัยและดอกไม้ให้กำลังใจ

สำหรับเนื้อหาการปราศรัยในวันนี้ นายชวน ได้กล่าวถึงเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์ ในอดีตที่ผ่านมาว่าทางพรรคได้มีนโยบายดีๆ ออกมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นในช่วงที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลหรือจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และในครั้งนี้ ก็ได้นำเสนอนโยบายที่สำคัญต่างๆ ที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้นำเสนอต่อประชาชน ในโอกาส ที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นนโยบายที่ดีต่อพี่น้องประชาชนในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องสาธารสุขเรื่องของความเป็นอยู่ปากท้องของพี่น้องประชาชน รวมไปถึงด้านการศึกษา ซึ่งชาวบ้านที่รับฟังการปราศรัย มีท่าทีสนใจนโยบายเป็นอย่างมาก โดย นายชวน หลีกภัยได้ใช้เวลาในการปราศรัยในครั้งนี้อยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะเดินทางไปหาเสียงต่อที่ จ.ตาก

‘ธรรมนัส' ระดมพล ‘พปชร.’ ปราศรัยขอคะแนนชาวพะเยา ชี้!! ที่ผ่านมาผลงานเป็นที่ประจักษ์ อ้อน!! เลือกทั้งคน-ทั้งพรรค

ปูพรมหาเสียง ! ‘ผู้กองธรรมนัส' ระดมทีมบุกปราศรัย ขอคะแนนเสียงชาวพะเยา คึกคัก ! ชูผลงานเป็นที่ผ่านมาประจักษ์ชัดเจน อ้อน กาเบอร์ 6 ยกจังหวัด กาเบอร์ 37 เลือกพปชร. เป็นรัฐบาล 

(20 เม.ย.66).ณ หอประชุมเทศบาลปง ตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ได้จัดปราศรัยหาเสียงต่อเนื่องจากช่วงเช้า นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 เบอร์ 6 จังหวัดพะเยา พปชร. และในฐานะประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ พร้อมด้วยนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะกรรมการบริหารพรรค พปชร. นายจีรเดช ศรีวิราช ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 เบอร์ 6 พปชร.และนายอนุรัตน์ ตันบรรจง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 เบอร์ 6 จังหวัดพะเยา ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักมีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมรับฟังการปราศรัยเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน

โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มาฝากนโยบายของพรรคฯ ภายใต้การนำของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่มีจุดยืน “ก้าวข้ามความขัดแย้ง ขจัดทุกปัญหา พัฒนาทุกพื้นที่” เพื่อความรักสามัคคี เพื่อความมั่นคงและความสงบสุขของประชาชนในบ้านเมือง ที่สำคัญคือการผลักดันแก้ปัญหาที่ดินทำกินซึ่งเป็นความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรส่วนใหญ่เพื่อสานต่องานจากเมื่อครั้งตนเอง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ นั่นคือ การแก้ปัญหาที่ดินทำกิน โดยผลักดันเปลี่ยน ส.ป.ก.เป็นโฉนด และ ค.ท.ช.เปลี่ยนเป็น ส.ป.ก. ตามเป้าหมาย “มีเรา ไม่มีแล้ง มีน้ำ ไม่มีจน” ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นประโยชน์และสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคน"  

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวว่า ตลอด 4 ปีที่ได้เป็น ส.ส.และเมื่อครั้งทำหน้าที่รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ และเป็นคณะทำงานต่างๆ ในรัฐบาล ได้ผลักดันพัฒนาโครสร้างพื้นฐาน ถนนหนทางของพะเยาให้สะดวกปลอดภัยมากขึ้น ผลักดันโครงการรถไฟทางคู่ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ซึ่งโครงการรถไฟทางคู่ สายดังกล่าว ประกอบด้วยสถานี 26 สถานี และอุโมงค์รถไฟ 4 แห่ง เริ่มต้นจากเด่นชัย จ.แพร่ อำเภองาว จ.ลำปาง สู่พะเยา ของเราด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีโครงการสร้างสนามบิน เพื่อบินตรงจากกรุงเทพ-พะเยา เป็นต้น 

"พ่อแม่พี่น้องทุกท่านครับ วันที่ 14 พฤษภาฯ อย่าลืมไปกาบัตรสีม่วงเบอร์ 6 ยกจังหวัด และบัตรสีเขียวเบอร์ 37 เลือกพรรคพลังประชารัฐ เข้าไปเป็นรัฐบาล เพื่อทำงานสร้างบ้านแปงเมือง เป็นปากเป็นเสียงแทนทุกท่านครับ"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top