Friday, 17 July 2026
NewsFeed

สตูล นักท่องเที่ยวทะลักฉลองเทศกาลสงกรานต์ ตม.เตือนแรงงานไทยเดินทางกลับงดใช้ช่องทางธรรมชาติ

วันนี้ 12 เมษายน 2566 การเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ผ่านช่องทางชายแดนจังหวัดสตูลซึ่งมี 3 ช่องทาง นักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียและจากทวีปยุโรปแห่เดินทางผ่านชายแดนจังหวัดสตูลกันอย่างคึกคักโดยเฉพาะที่ถ้าเทียบเรือตำมะลังซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างจังหวัดสตูลและเกาะลังกาวีประเทศมาเลเซีย  ในช่วง 7 วันที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามากันไม่ขาดสาย  และเพื่อเป็นการต้อนรับในวันขึ้นปีใหม่ไทยทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูลตั้งโต๊ะบริการนักท่องเที่ยวด้วยการนำน้ำดื่มและไอศครีมมาให้บริการฟรีเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทยร่วมเฉลิมฉลองในวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย


สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านด่านชายแดนเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย และชาวยุโรปที่ต้องการจะมาร่วมเฉลิมฉลองและร่วมสนุกสนานในวันสงกรานต์ไทยด้วยการเล่นน้ำดับร้อน และเดินทางไปยังเมืองใหญ่รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวอย่างเกาะหลีเป๊ะเพื่อพักผ่อน และสัมผัสประเพณีที่งดงามของไทย


พันตำรวจเอกธนิสร   แสงท่านั่ง ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล กล่าวว่า ในช่วงนี้นักท่องเที่ยวและแรงงานจะเดินทางผ่านด่านชายแดนกันเป็นจำนวนมาก โดยจังหวัดสตูลมีด่านชายแดนทางเรือ 2 ด่านได้แก่ท่าเทียบเรือตำมะลังและด่านชายแดนเกาะหลีเป๊ะ-ลังกาวีประเทศมาเลเซีย  พร้อมกันนี้ยังมีด่านชายแดนวังประจัน บ้านวังเกรียนรัฐเปอร์ลิส  ประเทศมาเลเซียซึ่งเป็นทางบก  3 ช่องทางที่นักท่องเที่ยวและแรงงานเดินทางเข้ามา  ในช่วงนี้วันละไม่น้อยกว่า 1,500 คน

 
สำหรับแรงงานไทยในต่างแดนที่จะเดินทางกลับบ้านเพื่อมาฉลองเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ไทย   ทางตม.สตูลขอให้เดินทางผ่านช่องทางทั้ง 3 ด่านนี้โดยไม่อนุญาตให้เดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติ   เพราะทั้ง 3 ช่องทางจะมีทางเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้อยู่แล้ว


นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำจังหวัดสตูล

รัฐบาลทหารพม่า สั่งโจมตีทางอากาศ พิกัด สนง. ใหม่ กองกำลังต่อต้านรัฐบาล

รัฐบาลทหารพม่าสั่งโจมตีทางอากาศ กลางพิธีเปิดสำนักงานใหม่กองกำลังต่อต้านรัฐบาล ทำยอดผู้เสียชีวิตทะลุ 50 ราย 

เมื่อวันอังคาร (11 เมษายน 66) สื่อพม่ารายงานข่าวด่วน การโจมตีทางอากาศของกองทัพรัฐบาลทหารพม่าในหมู่บ้านปาซี จี ในจังหวัด ซะไกง์ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของพม่า เวลาประมาณ 8.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ในขณะที่กำลังมีพิธีเปิดสำนักงานใหม่ของกลุ่มกองกำลังป้องกันประชาชน (People's Defence Force) ภายในศาลาว่าการชุมชนประจำหมู่บ้าน ความรุนแรงของการโจมตี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 53 คน ในจำนวนนั้นนี้ผู้หญิง 15 คน และเด็กๆ จำนวนหนึ่ง  

ทั้งนี้ กองกำลังป้องกันประชาชน เป็นกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่จัดตั้งขึ้นหลังเหตุรัฐประหารในพม่าเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 มีเป้าหมายเพื่อโจมตีกองทัพรัฐบาลทหารพม่า โดยมีสมาชิกเป็นประชาชนจากหลากหลายพื้นฐาน ทั้งแรงงาน, แม่บ้าน, นักธุรกิจ และ กลุ่มเยาวชน เน้นการใช้ยุทธวิธีแนวกองโจร ปัจจุบันเป็นกองกำลังส่วนหนึ่งภายใต้การดูแลของ รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ที่รัฐบาลของนายพล มิน อ่อง หล่าย ขึ้นทะเบียนเป็นองค์กรก่อการร้าย

สำหรับเหตุการณ์นี้ ทาง รัฐบาลทหารพม่า ได้ยืนยันการโจมตีทางอากาศในหมู่บ้าน ปาซี จี ว่าเกิดขึ้นจริง แต่ปฏิเสธว่า ไม่ได้มีเป้าหมายที่ชุมชนของพลเรือน และผู้เสียชีวิตไม่ได้เกิดจากโจมตีของฝ่ายกองทัพเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากแรงระเบิดของคลังเก็บดินปืนของกลุ่มกองกำลังป้องกันประชาชน ที่ใช้ในอุตสาหกรรมทำเหมืองภายในพื้นที่ คาดว่าน่าจะปะทุขึ้นจากแรงระเบิดที่ทิ้งลงมาจากเครื่องบินรบของกองทัพ

ชาวบ้านผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เล่าว่า มีการทิ้งระเบิดลูกใหญ่กลางศาลาว่าการชุมชน ต่อด้วยการกราดยิงจากปืนกลลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ ในขณะที่ชาวบ้านกำลังหนีออกจากอาคารที่ถูกทำลาย

ด้าน วอลเกอร์ เทิร์ค หัวหน้าฝ่ายสิทธิแห่งองค์การสหประชาติ กล่าวว่า เขารู้สึกสยดสยองกับการโจมตีทางอากาศอันโหดร้ายครั้งนี้ เนื่องจากในจำนวนเหยื่อผู้เสียชีวิต มีกลุ่มเด็กนักเรียนที่กำลังร้องรำบนเวที ในพิธีที่จัดขึ้นในหมู่บ้าน และเรียกร้องให้หน่วยงานสากลไต่สวนหาผู้รับผิดชอบอย่างถึงที่สุด

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ได้ออกมาประณามการโจมตีของกองทัพพม่าอย่างรุนแรงเช่นเดียวกัน และย้ำให้ยุติการใช้ความรุนแรงกับประชาชนพม่าทั่วประเทศโดยทันที 

การโจมตีทางอากาศครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ร้ายแรงที่สุดอีกครั้งของการใช้กำลังทางทหารกับพลเรือนพม่า และหากนับตั้งแต่เกิดเหตุรัฐประหาร ปี 2564 ในพม่า ที่ทำให้เกิดสงครามกลางเมืองทั่วประเทศ มีผู้เสียชีวิตไปแล้วหลายพันคน และมีประชาชนอีกราว 1.4 ล้านคนต้องละทิ้งที่อยู่อาศัย 

‘ฮ่องกง’ ประเดิมจัด ‘สงกรานต์’ หลังชะงักไป 3 ปี พร้อมสารพัดกิจกรรม ช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมไทย

ฮ่องกง, 11 เม.ย. (ซินหัว) — ประชาชนจำนวนไม่น้อยเข้าร่วมกิจกรรมสาดน้ำเคล้าเสียงหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน เพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ตามประเพณีไทย บริเวณถนนเฉิงหนาน ย่านเกาลูน เขตบริหารพิเศษฮ่องกงทางตอนใต้ของจีน เมื่อวันอาทิตย์ (9 เม.ย.) ที่ผ่านมา

รายงานระบุว่าบริเวณรอบถนนเฉิงหนานของฮ่องกงได้ชื่อว่าเป็น “เสี่ยวไท่กั๋ว” (ประเทศไทยขนาดเล็ก) เนื่องจากมีชาวไทยอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยผู้คนไม่ว่าเด็กน้อยหรือผู้ใหญ่ ไม่ว่ามาจากแห่งหนไหน ต่างสาดน้ำเล่นกันอย่างคึกคัก แสดงความเบิกบานใจและส่งมอบคำอวยพรให้แก่กัน

'แก้วสรร' ถาม 'แจกเงินดิจิทัล สินบนเลือกตั้ง’ หรือเป็น ‘นโยบายงี่เง่า’ โดยสุจริตเท่านั้น

'แก้วสรร' ออกบทความด่วน แจกเงินดิจิทัล: สินบนเลือกตั้ง? ตั้งคำถาม กกต. น่าจะไต่สวนให้ละเอียดว่า โครงการเป็นสินบนเลือกตั้ง หรือนโยบายงี่เง่าโดยสุจริตเท่านั้น
.
(12 เม.ย.66) นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ ออกบทความเรื่อง ‘แจก ‘เงินดิจิทัล’ : สินบนเลือกตั้ง???’ ในรูปแบบถาม-ตอบ มีเนื้อหาว่า...

ถาม: ‘เงินดิจิทัล’ หนึ่งหมื่นบาท ที่เพื่อไทยประกาศจะแจกให้ทุกคนนั้น มัน เป็น ‘นโยบาย’ หรือ ‘สินบนเลือกตั้ง’?
ตอบ: ตามความเข้าใจของผมนั้น ‘เงินดิจิทัล’ ของเพื่อไทย ก็คล้ายกับคูปอง ที่เราต้องซื้อเวลาไปศูนย์อาหารตามห้างสรรพสินค้า ซื้อมาแล้วก็ใช้ได้ แต่ซื้ออาหารในศูนย์นั้นเท่านั้น...เงินดิจิทัลที่เพื่อไทยจะแจกก็เหมือนกัน คือ แจกให้ทุกคนที่อยู่ในเขตชุมชนรัศมี 4 กิโล ให้ได้คูปองไปซื้อหาสินค้าในวงสี่กิโลเมตรนี้ได้ โดยเขาอ้างว่า นี่คือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนสี่กิโลเมตร ใครขายของได้เงินดิจิทัลหรือคูปองนี้มา ก็เอามาขึ้นเงินจากงบประมาณแผ่นดินได้ในที่สุด โดยทั้งหมดนี้ต้องยุติใน 6 เดือน

ถาม: โครงการทั้งแผ่นดิน ให้สิทธิผู้คนถึง 55 ล้านคน วงเงิน 5 แสนล้านอย่างนี้ บริหารจัดการได้อย่างไร?
ตอบ: ก็ทำได้โดยอาศัยระบบออนไลน์ ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะนั่นแหละครับ

ถาม: มันต่างจากเงินที่ได้เปล่าอื่นๆ สมัย นายกฯ ตู่อย่างไร?
ตอบ: มันมุ่งจ่ายเมื่อมีธุรกรรมซื้อขายเกิดขึ้นเหมือนกัน แต่ไม่ใช่จ่ายคนละครึ่ง เขาจ่ายให้หมดเลย แล้วของเพื่อไทยนั้นจ่ายโดยไม่มีเหตุเศรษฐกิจซบเซา ในช่วงโควิด หรือช่วยคนจนเลย อยู่ดีๆ ก็จ่ายให้ไปซื้อของ อ้างว่ามุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ผู้คนจะรวยหรือจนก็ได้เงินหมด ขอให้เอาไปจับจ่ายในรัศมีสี่กิโลเมตรก็พอแล้ว...ข้อที่มุ่งกระตุ้น ‘การจับจ่ายในพื้นที่’ นี่แหละครับ ที่ทำให้แจกดะทุกคน ทุกหนแห่งเลย

ถาม: ถ้าผมไปเป็นผู้สมัคร ส.ส. แล้วประกาศว่า ชนะเลือกตั้งเมื่อไหร่ ห้างเดอะมอลล์จะแจกคูปองอาหารให้พี่น้อง 6 เดือนเลย อย่างนี้ผมผิดกฎหมายเลือกตั้งฐานสัญญาว่าจะให้ไหม?
ตอบ: ผิดครับ คุณจะให้เองหรือเดอะมอลล์ให้ ก็ผิดเหมือนกัน

ถาม: ถ้าผิด อย่างนั้นสัญญาว่าชนะเลือกตั้งแล้ว รัฐบาลจะแจกเงินดิจิทัลให้ทุกคน อย่างนี้ก็ต้องผิดเหมือนกันใช่ไหม?
ตอบ: เขาต้องยกข้อต่อสู้ว่า นี่คือเงินรัฐที่จ่ายตามนโยบายสาธารณะ ไม่ใช่สินบนซื้อเสียง

“บิ๊กจ๋อ” นำทีมสืบนครบาล ซ้อนแผนรวบ “ตั้มฟองเบียร์” หนุ่มจิตวิปลาส “ชอบกินเด็ก” เคยต้องคดีพรากผู้เยาว์-ยาเสพติด

วันที่ 12 เมษายน พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.  สั่งให้พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.  นำทีม พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังชุดสืบสวนติดตามจับกุม นายศรัณย์ จันทศรี หรือฉายา “ตั้มฟองเบียร์” อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/1 ม.1 ต.ตำแย อ.พยุห์ จ.ศรีษะเกษ ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ จ.228/2566 ลงวันที่ 27 มี.ค. 66 ข้อหา ปราศจากเหตุอันสมควรพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบหาปีไปเสียจากบิดามารดา และแจ้งข้อหาเพิ่ม“ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น” จับได้ที่ ริมถนนในซอยเอกชัย 64/5 แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน จังหวัดกรุงเทพ

พฤติการณ์สืบเนื่องจาก ชุดลาดตระเวนออนไลน์ของสืบนครบาลได้รับแจ้งจากผู้เสียหายรายหนึ่งผ่านเฟสบุ๊คเพจ สืบสวนนครบาล IDMB โดยผู้เสียหายได้แจ้งว่า บุตรสาววัย 11 ปี นักเรียนชั้น ป.6 ได้ถูกคนร้ายซึ่งมีศักดิ์เป็น “อดีตน้าเขย” พาตัวหนีออกไปจากบ้านกว่า 11 วัน และมีการกระทำชำเราจำนวนหลายครั้ง โดยได้แจ้งความไว้ที่ สน.ท่าข้าม 
ซึ่งตำรวจได้มีการออกหมายจับไว้แล้ว แต่ยังลอยนวลเกรงว่าลูกสาวจะไม่ปลอดภัย แล้วอาจจะมีการถ่ายคลิปโป๊เก็บไว้  

จากตรวจสอบประวัติ นายศรัณย์ จันทศรี เคยต้องโทษกว่า 4 คดี พ.ศ. 2553 ถูกดำเนินคดีในข้อหา “พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล” พ.ศ. 2555 ถูกดำเนินคดีข้อหา “ใช้สารระเหย”  พ.ศ. 2558 ถูกดำเนินคดีในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง”  และพ.ศ. 2558 ถูกดำเนินคดีในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย”

ภายหลังรับแจ้งและวิเคราะห์ข้อมูล พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ได้สั่งการใก้ชุดสืบสวนตามจับคนร้ายรายนี้ให้ได้โดยเร็ว เพื่อความปลอดภัยและอนาคตของเหยื่อที่เป็นเด็กเพียง 11 ปี โดยเปิดแผนปฏิบัติการใช้ “นางนกต่อ” ติดต่อไปหา นายศรัณย์ฯ เพื่อนัดหมาย บริเวณที่มีเจ้าหน้าที่ดักซุ่ม ก่อนจะเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด 

‘ชวน’ ห่วง!! คอร์รัปชันระบาดหนัก เหตุ!! เป็น ‘ยุคโกงปราบรัฐธรรมนูญ’

(12 เม.ย.66) นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดเพชรบุรีโดยสรงน้ำพระเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ที่วัดมหาธาตุวรวิหารและรับพรจากท่านเจ้าอาวาส พระครูวาทีวรวัฒน์ จากนั้นจึงเดินทักทายประชาชนและขึ้นรถแห่พร้อมด้วยนายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัครเขต 1 นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ผู้สมัครเขต 3 นายอรรถพร พลบุตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและทีมงานพรรคประชาธิปัตย์ตระเวนในตลาดเทศบาลเมืองเพชรบุรีมีประชาชนให้การต้อนรับมอบดอกไม้พวงมาลัยผลไม้ข้าวแช่ขนมหวานเมืองเพชรเป็นกำลังใจตลอดเส้นทาง

นายชวนกล่าวปราศรัยว่า สมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรกพร้อมกับนายอลงกรณ์ พลบุตรได้รับเลือกเป็น ส.ส.เพชรบุรีพรรคประชาธิปัตย์ครั้งแรกได้ส่งเสริมจังหวัดเพชรบุรีเป็นเขตส่งเสริมการลงทุนพิเศษเขต 3 ทำให้มีการลงทุนมีการสร้างงานสร้างอาชีพเกิดขึ้นอยากมากในเพชรบุรีตลอดจนการสร้างสะพานข้ามปากอ่าวบางตะบูนเกิดถนนคลองโคน-ชะอำเป็นประโยชน์ต่อการเดินทางและการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลเพชรบุรีช่วยพัฒนาเศรษฐกิจนับแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงวันนี้นอกจากนี้ยังช่วยเด็กไทยนับล้านคนให้มีโอกาสทางการศึกษาด้วยกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้ริเริ่มในจำนวนนี้มีลูกหลานเพชรบุรีกว่า 3 หมื่นคนด้วยรวมทั้งการที่ตนได้ริเริ่มดำเนินการให้มีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเด็กนักเรียนได้ดื่มนมและมีอาหารกลางวันรับประทาน

“ผมห่วงใยต่อปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นที่รุนแรงมากขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีคนบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญปราบโกงแต่จริงๆ กลับเป็นยุค ‘โกงปราบรัฐธรรมนูญ’ ซึ่งประชาชนร่วมแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นได้โดยสนับสนุนนักการเมืองที่สุจริตมีความซื่อสัตย์จึงขอให้ช่วยเลือก อลงกรณ์ พลบุตร เขต 1 กัมพล สุภาแพ่ง เขต 2 อภิชาติ สุภาแพ่ง เขต 3 เบอร์ 7 อดีต ส.ส.เพชรบุรีทั้ง 3 เขตและพรรคประชาธิปัตย์เบอร์ 26” นายชวน กล่าว


ที่มา: https://www.naewna.com/politic/723869 

สมุทรปราการ- เบอร์ 6 มาแล้ว!! “ดร.ยงยุทธ” ผู้สมัคร สส.เบอร์ 6 ลุยหาเสียงพบปะพี่น้องในชุมชน ลั่น!! ก้าวข้ามความขัดแย้ง มุ่งมั่นพัฒนาสมุทรปราการ

ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ผู้สมัคร สส.เบอร์ 6 เขต 2 สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่องภายในชุมชนพื้นที่ เขต 2 สมุทรปราการ ประกอบด้วย ต.บางปู ต.บางปูใหม่ ต.แพรกษา และ ต.ท้ายบ้านใหม่ โดยพบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนในชุมชนต่างๆ พร้อมทั้งรับฟังปัญญาและพร้อมหาทางออกเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เขต 2 สมุทรปราการ ซึ่งการลงพื้นที่หาเสียงในครั้งนี้มีประชาชนจำนวนมากมาคอยให้กำลังใจ พร้อมทั้งส่งเสียงเชียร์อย่างต่อเนื่อง

อีกทั้ง ยังมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขเพื่อพัฒนาพื้นที่สมุทรปราการให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป โดยยึดมั่นอุดมการณ์ขอก้าวข้ามความขัดแย้ง ขจัดทุกปัญหา พัฒนาทุกพื้นที่

‘กรณ์’ ลงพื้นที่ ‘ยานนาวา-บางคอแหลม-สาทร’ ชูแก้ปัญหา ศก.-ปากท้อง เน้นหารายได้เข้าประเทศ

(12 เม.ย.66) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ลงพื้นที่ บางคอแหลม สาทร ยานนาวา เพื่อช่วย 2 ผู้สมัคร ส.ส.ได้แก่ นายวรนนท์ อัศวกิตติเมธิน ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 เบอร์ 3 และ นายปรัชญา อึ้งรังษี ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 เบอร์ 14 โดยมี นายปรินต์ ทองปุสสะ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 เบอร์ 12 และ นางสาวริณดา คงตาละนันท์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 18 เบอร์ 2 ร่วมให้กำลังใจ โดยขึ้นรถแห่พร้อมผู้สมัคร พบปะพี่น้องประชาชนแถวมัสยิดดารุลอบีดีน ถนนจันทน์ ทะลุ ซอยกิ่งจันทน์ ซอยวัดไผ่เงิน เพื่อขอคะแนนพี่น้องประชาชน และผู้ที่สัญจรผ่านไปมาด้วย 

นายกรณ์ กล่าวว่า จากการพบปะพี่น้องประชาชนตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทุกคนมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พวกเขาต้องการพรรคการเมืองและนักการเมืองที่จะเข้าไปเป็นรัฐบาล เข้าใจความเดือดร้อนของประชาชนทั้งเรื่องของแพง ค่าน้ำมันแพง ค่าไฟฟ้าแพง ซึ่งตรงกับชุดนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้าที่นำเสนอ ซึ่งทำให้เราเชื่อมั่นว่ามาถูกทาง หลายพรรคการเมืองอาจจะมีนโยบายที่สร้างความหวือหวา ลด แลก แจก แถม ซึ่งมีจำนวนมากและมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่สำหรับพรรคชาติพัฒนากล้า เราตั้งธงยุทธศาสตร์ว่า จะหารายได้เข้าประเทศ 5 ล้านล้านบาทภายใน 4 ปี เราจึงคิดนโยบาย 12 นโยบายเฉดสี ที่เรานำเสนอมาอย่างต่อเนื่อง 

นายกรณ์ ได้ยกตัวอย่างเศรษฐกิจเฉดสีเหลือง คือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยระบุว่า คนไทยทุกคนมีชีวิตอยู่บนแพลตฟอร์ม แต่ประเทศไทยกลับไม่มีแพลตฟอร์มเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องของการท่องเที่ยว ในแต่ละปีมีการจองโรงแรมที่พัก โดยรวมปีละนับล้านล้านบาท ซึ่งต้องเสียค่าการตลาดให้กับแพลตฟอร์ตหลายแสนล้านบาท ทำให้เราเสียโอกาสในรายได้ดังกล่าว ดังนั้นเราจึงควรพัฒนาแอปพลิเคชันเป็นของเราเอง เพื่อเก็บเงินไว้ให้กับผู้ประกอบการชาวไทย 

นอกจากนี้ ในเรื่องของซอฟท์พาวเวอร์ เรามีเยอะมากแต่ขาดการส่งเสริม เช่น ตอนนี้ซีรีส์วาย ของคนไทยเป็นที่นิยมไปทั่วโลก ซึ่งหากมีการส่งเสริมผู้ผลิตคอนเทนท์เหล่านี้ มันจะนำไปสู่โอกาสในการขยายผล ประชาสัมพันธ์ผ่านอาหารไทย สินค้าไทย แหล่งท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็นช่องทางผลักดันไปสู่ตลาดโลก ทำให้เขาอยากมา และประเทศไทยเองก็จะมีรายได้จากการขายคอนเทนท์เหล่านั้นด้วย  

หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า เศรษฐกิจสีเงิน เป็นนโยบายผู้สูงอายุ ที่พรรคเรามองต่างจากพรรคอื่น คือเรามองผู้สูงอายุเป็นสินทรัพย์ที่มีค่า ไม่ใช่ภาระ เรามีนโยบาย ‘สูงไวไฟแรง’ ส่งเสริมผู้สูงอายุที่ยังมีไฟ ยังมีแรงที่จะทำงานต่อ เราจะสนับสนุนเงินชดเชยเงินเดือนให้กับผู้ประกอบการที่ว่าจ้างผู้สูงอายุ รายละ 5,000 บาทต่อเดือน เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการพร้อมที่จะจ้างผู้สูงอายุให้ทำงานต่อไป รวมถึงเรามีนโยบายทางภาษีด้วย สำหรับทุกคนถึงวัยเกษียณและต้องการทำงานต่อ จะลดภาระภาษีเงินได้บุคคลให้ 50% 

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ด้วยโครงการ อารยสถาปัตย์ อัดฉีดเม็ดเงิน 50,000 บาท ให้กับบ้านที่มีผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้น เพื่อปรับปรุงบ้านให้มีความปลอดภัย โดยตั้งเป้าภายใน 4 ปี จะซ่อมแซมบ้านให้ได้ครบ 1,000,000 หลัง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องของแรงงานและผู้รับเหมา

‘วิโรจน์’ ชี้!! ‘พปชร.-รทสช.’ กลับลำ พร้อมดีลทุกพรรค สะท้อนการเมืองแบบเก่า ลั่น!! ‘ก้าวไกล’ ไม่เอาระบบแบบนี้

‘วิโรจน์’ ชี้ ‘พปชร.-รทสช.’ กลับลำแทงกั๊ก พร้อมดีลทุกพรรค สะท้อนการเมืองเก่า-ไร้จุดยืน

เมื่อวันที่ 12 เมษายน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประกาศไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรค ก.ก. แต่ภายหลังนายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค พปชร. กลับบอกว่าพร้อมดีลทุกพรรค ว่า ตอนนี้ประชาชนต้องแยกให้ออกว่า นี่คือความเห็นส่วนบุคคล หรือเป็นความเห็นของพรรค เท่าที่ตามข่าวพบว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา และประธานภาคเหนือ พรรค พปชร. ก็บอกว่าเป็นความเห็นของนายไพบูลย์ คนเดียว เช่นเดียวกับนายสันติ ตอนนี้น่าจะมีแต่พรรค ก.ก. พรรคเดียวที่ยืนยันเป็นมติพรรคว่า จะไม่ร่วมกับรัฐบาลทหารจำแลง คำพูดของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก. หรือคำพูดของผู้สมัคร ส.ส.เขต และผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อคนใด ก็พูดตรงกัน เพราะเป็นมติของพรรคก.ก. ที่จะไม่ร่วมงานกับพรรค พปชร. และพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า การประกาศว่าเราไม่ร่วมกับพรรคทหารจำแลง ไม่ใช่แค่การประกาศเชิงสัญลักษณ์หรือเอาเท่ห์อย่างเดียว แต่มีเหตุผลคือพรรค ก.ก. มีนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 รวมทั้งการปฏิรูปองค์กรอิสระที่เป็นนั่งร้านให้กับเครือข่ายรัฐประหาร และการจัดการยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่เป็นพิมพ์เขียวของการแบ่งปันผลประโยชน์ของเครือข่ายอุปถัมภ์ของผู้ก่อรัฐประหาร ดังนั้นถ้าเรามีจุดยืนที่จะแก้ไขบ้านเมืองแบบนี้ แต่กลับไปเอาพรรคที่เป็นสารตั้งต้นของปัญหาเหล่านี้มาร่วมรัฐบาลด้วย เราจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร

‘โซเชียล’ ท้วง!! หลัง กกต. ชี้!! แจกเงินดิจิทัลไม่ผิด หวั่น!! สร้างบรรทัดฐานใหม่ ใช้เงินแผ่นดินหาเสียง

(12 เม.ย.66) จากเฟซบุ๊ก ‘Sompob Pordi' ของ นายสมภพ พอดี นิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความถึงนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ความว่า…

ตามที่มีรายงานข่าวว่า ท่านได้กล่าวถึงนโยบายพรรคการเมืองหนึ่งที่สัญญาว่า หากได้เป็นรัฐบาลแล้ว จะแจกเงินดิจิทัลจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาทให้ประชาชนทุกคนที่อายุ ๑๖ ปีขึ้นไปนั้นว่า…

…เป็นนโยบายที่ใช้งบประมาณแผ่นดินอยู่แล้ว หากได้ไปเป็นรัฐบาล นโยบายลักษณะนี้จะไม่ผิดกฎหมายสัญญาว่าจะให้ ซึ่งนโยบายที่จะเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ คือการใช้เงินที่ไม่ใช่เงินของแผ่นดิน...
ผมใคร่ขอให้ท่านพิจารณาข้อความตามพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาตรา ๗๓ วรรค ๑ ซึ่งมีข้อความว่า…

ผู้สมัครหรือผู้ใด จัดทำให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด…มีความผิดตามกฎหมาย โดยมีบทลงโทษจำคุกตั้งแต่ ๑ ถึง ๑๐ หรือปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ ถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับนั้น

ว่า มีถ้อยคำใดในกฏหมายดังกล่าวที่ระบุว่าการสัญญาว่าจะให้ จะต้องเป็นเงินของผู้สัญญาเอง หากเป็นเงินของแผ่นดิน ให้ถือว่าไม่เป็นความผิด หรือไม่? 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top