Friday, 17 July 2026
NewsFeed

'เพื่อไทย' แจง 10 ประเด็น 'กระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท' ไม่ใช่สกุลเงินใหม่ ตรวจสอบโปร่งใส ใช้จ่ายได้จริง

(19 เม.ย.66) นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และกรรมการ เลขานุการ โฆษกคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ชี้แจงเพิ่มเติม 10 ประเด็น 'กระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท' ดังนี้...

1. กระเป๋าเงินดิจิทัลไม่ใช่คริปโตเคอร์เรนซี่ ไม่ใช่เงินสกุลใหม่ แต่เป็นเหรียญ (คูปอง) หรือสิทธิ์การใช้เงิน ที่ใช้ Blockchain เขียนเงื่อนไขลงไปในนั้น เพื่อนโยบายการคลังที่ตรงจุด สามารถเอามาแลกเป็นเงินบาทได้ทุกเมื่อ

2. เหรียญ (คูปอง) หรือสิทธิ์การใช้เงิน ที่ใช้ในกระเป๋าเงินดิจิทัล ไม่มีความเสี่ยง ไม่มีการเก็งกำไร ไม่มีการถูกทุบ ไม่มีการขาดทุน ไม่มีการสร้างมูลค่า ไม่สามารถแลกเปลี่ยนด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นได้ ไม่มีราคาตก-ราคาขึ้น เพราะทุกเหรียญมีค่าเท่าเงินบาทเสมอ รับประกันโดยรัฐบาล

3. กระเป๋าเงินดิจิทัล ไม่มีผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้นต่อความมั่นคงของระบบการเงิน ไม่เกี่ยวกับทุนสำรองระหว่างประเทศ เพราะไม่ใช่การสร้างสกุลเงินใหม่

4. กระเป๋าเงินดิจิทัล เงิน 10,000 บาท ลงถึงมือประชาชนทุกคน (16 ปี ขึ้นไป) ทุกบาททุกสตางค์ ใช้จ่ายจริง ซื้อของได้จริง ไม่มีการสูญหายของงบประมาณ ตรวจสอบได้ทุกธุรกรรมตลอดเส้นทาง

5. กระเป๋าเงินดิจิทัล ไม่ใช่กรณีเดียวกับ Bitcoin Luna USDT ตามมีผู้กล่าวอ้าง เหล่านั้นออกโดยเอกชนและมุ่งหมายเป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน กระเป๋าเงินดิจิทัลคือเหรียญ (คูปอง) หรือสิทธิ์การใช้เงิน ที่ใช้ Blockchain เขียนเงื่อนไขลงไป ออกโดยรัฐบาล ไม่ใช่สกุลเงินคู่ขนานกับเงินบาท

กองกำลังสุรนารี จัดพิธีสืบสานประเพณีสงกรานต์ สรงน้ำพระ  รดน้ำดำหัวขอพรผู้บังคับบัญชา เนื่องในเทศกาลวันปีใหม่ไทย (วันสงกรานต์) 2566

วันที่ 10 เมษายน 2566 ที่ห้องประชุมกองกำลังสุรนารี พลตรี วีระยุทธ รักศิลป์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พร้อมด้วย คณะนายทหาร กำลังพลหน่วยขึ้นตรง ร่วมพิธีทำบุญถวายเพลพระ และจัดพิธีสรงน้ำพระพระพุทธรูปประจำกองบัญชาการ เพื่อความเป็นสิริมงคลแต่ตนเอง และกำลังพล เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2566 หรือวันปีใหม่ไทย เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม และเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยจากนั้นที่บริเวณด้านหน้ากองบัญชาการกองกำลังสุรนารี คณะนายทหาร และกำลังพลหน่วยขึ้นตรงกองกำลังสุรนารี ได้ร่วมกันรดน้ำขอพร ผู้บังคับบัญชา ซึ่ง พลตรี วีระยุทธ รักศิลป์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ได้อวยพร และขอขอบคุณ พร้อมให้กำลังใจแด่กำลังพลทุกหน่วย ทุกนายที่ได้ร่วมกันทุ่มเทเสียสละ และตั้งใจปฏิบัติทำงานในความรับผิดชอบ

เปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเลช่วงเทศกาลสงกรานต์  2566 ตั้งเป้าผู้เสียชีวิตไม่เกิน 3 คน

วันที่ 10 เมษายน 2566 นายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธาน เปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเลช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2566 โดยมีนายณัฐชนน จันทร์คง ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงกระบี่ นายกิตติพนธ์ วุฒิวงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่  นางบัญชาลักษณ์ ลือสวัสดิ์  ประธานสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษาจังหวัดกระบี่ ผู้แทนหน่วยงานกระทรวงคมนาคมในพื้นที่จังหวัดกระบี่ หัวหน้าส่วนราชการ และสื่อมวลชน เข้าร่วมและมีหน่วยงานภาคเอกชน องค์กรต่าง ๆ ร่วมสนับสนุนน้ำดื่ม เครื่องดื่มและอุปกรณ์เพื่อให้บริการแก่ประชาชนที่สัญจร ณ จุดบริการประชาชนป้อมตำรวจทางหลวง วัดถ้ำเสือตําบลกระบี่ใหญ่ อําเภอเมือง จังหวัดกระบี่ 

ทั้งนี้จังหวัดกระบี่ได้มีการจัดทำแผนบูรณา การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเลช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2566 และให้ทุกอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ
ประกอบด้วยบูรณาการจุดตรวจหลัก ๘ อำเภอ จำนวน 17 จุด จุดบริการประชาชน 8 อำเภอ จำนวน
27 จุด และด่านชุมชน 8 อำเภอ จำนวน 29 ด่านชุมชน มีกำลังเจ้าหน้าประมาณ 1,000 คนเพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวจากปัญหาอุบัติเหตุ และในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2566 นี้ 

โดยทางศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนและทางทะเลจังหวัดกระบี่ ได้กำหนดแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเลในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2566 มีช่วงการดำเนินงานควบคุมเข้มข้น 7 วัน ระหว่างวันที่ 11 - 17 เมษายน 2566 มีเป้าหมายการดำเนินงาน การเกิดอุบัติเหตุไม่เกิน 35 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ admit ไม่เกิน 36 คน และผู้เสียชีวิตไม่เกิน 3 คน ภายใต้ 5 มาตรการได้แก่ 1) มาตรการด้านการบริหารจัดการ 2) มาตรการด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม 3) มาตรการด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ 4) มาตรการด้านผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย และ 5) มาตรการด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ หัวข้อการรณรงค์ “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ ”

ทกจ.กระบี่ร่วมกับ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ตำรวจท่องเที่ยวกระบี่ลงพื้นที่สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวก่อนเข้าช่วงเทศกาลสงกรานต์

วันที่ 10 เมษายน 2566 เวลา 10.00 น. นายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ พร้อมนางสาวศศิธร กิตติธรกุล นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว ออกตรวจสถานประกอบการธุรกิจนำเที่ยว ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา กับสถานประกอบการธุรกิจนำเที่ยว ในพื้นที่ จ.กระบี่ ตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559

‘ชาวเน็ตเขมร' เปลี่ยนประวัติศาสตร์ เล่าเป็นฉากๆ เคลม!! ‘นายขนมต้ม' เป็นคนเขมร ชื่อ ‘ฉันใหญ่นะ’

เคลมอีกแล้ว ! ชาวเน็ต 'เขมร' เล่าเป็นฉากๆ 'นายขนมต้ม' เป็นคนเขมร 

(10 เม.ย. 66) The Wild Chronicles - ประวัติศาสตร์ ข่าวต่างประเทศ ท่องเที่ยวที่แปลก ออกมาเปิดเผยว่าในเว็บไซต์ khmer440 มีชาวเขรมใช้นามปากกาว่า SEAhistory มาเล่าว่า นายขนมต้มนั้นแท้จริงเป็นชาวเขมร และวิชาที่นายขนมต้มใช้นั้นไม่ใช่มวยไทย แต่เป็นมวยเขมรตามหลักฐานที่ปรากฏบนกำแพงนครวัด

นาย SEAhistory บอกว่า ‘ตำนานนายขนมต้ม’ ซึ่งพูดถึงเรื่องนักมวยไทยที่ถูกพม่าจับตัวไป และสามารถใช้วิชามวยไทยต่อยชนะพม่าถึงสิบคนนั้น เป็นเรื่องที่ชาวไทยแต่งขึ้น โดยลอกไปจากตำนานของเขมร

ตำนานเขมรอันเป็นเรื่องราวที่แท้จริงเล่าแบบนี้ ...กาลครั้งหนึ่งเมื่อกษัตริย์พม่ารบชนะอยุธยา และกวาดต้อนชาวไทยไปนั้น ได้มีทาสชาวเขมรคนหนึ่งอยู่ในหมู่เชลยไทย มีหน่วยก้านดี จึงถูกเรียกมาให้ต่อยมวยให้กษัตริย์พม่าดู

ทาสเขมรคนนั้นชื่อนายขนมต้ม แต่แทนที่จะต่อยมวย เขาได้ใช้วิชาร่ายรำอันงดงามและทรงพลัง ทำให้นักมวยพม่าที่เป็นคู่ชกมีอาการมึนเมา และถูกเขาสยบลงในที่สุด

กษัตริย์พม่ารู้สึกประหลาดใจจึงเรียกนักมวยพม่ามาสู้อีก ก็ล้วนถูกนายขนมต้มใช้การร่ายรำทำให้เมามายไปทั้งสิ้น รวมแล้วเป็นสิบคน

วีรกรรมนี้ทำให้กษัตริย์พม่ามีความพึงพอใจ จึงประทานเงินทองและภรรยาให้กับนายขนมต้ม จนนายขนมต้มอยู่สอนวิชามวยเขมรในเมืองพม่า กลายเป็นต้นตำรับมวยพม่า หรือที่เรียกว่า และเหว่ (Lethwei)

ชาวเขรมชื่อนาย SEAhistory ชี้ให้เห็นว่าไม่มีหลักฐานใดๆ ระบุว่านายขนมต้มเป็นชาวไทย แต่หลักฐานชิ้นใหญ่ที่สนับสนุนเรื่องราวของเขา คือชื่อของนายขนมต้มเอง เพราะคำว่า ‘ขนมต้ม’ เป็นคำที่ไม่มีความหมายในภาษาไทย โดยคำว่า ‘ขนม’ นั้นแปลว่าของหวาน ส่วนคำว่า ‘ต้ม’ แปลว่าต้มอาหาร หรือแปลว่าซุป ...ใครกันจะเอาของหวานไปต้มทำซุปเล่า?
ในทางตรงข้ามคำว่าขนมต้มกลับมีความหมายในภาษาเขมร โดยมาจากคำว่า ‘ขยม’ ที่แปลว่า ‘ตัวฉัน’ หรือ ‘ข้ารับใช้’ และคำว่า ‘ธม’ ที่แปลว่า ‘ใหญ่’

ดังนั้นนายขนมต้มจึงมีชื่อที่แท้จริงว่า ‘นายขยมธม’ ที่แปลว่า ‘ฉันใหญ่นะ’

เขาชี้ให้เห็นว่าเมื่อก่อนนั้นทาสเขมรถูกชาวไทยกดขี่ ห้ามไม่ให้เปิดเผยถึงเชื้อชาติที่แท้ของตน แต่ชาวเขมรมีความฉลาดเฉลียวจึงแอบตั้งชื่อตัวเองเป็นภาษาเขมร เพื่อส่งสัญญานให้ลูกหลานในอนาคตเรียนรู้ว่าชนชาติของตนนั้น ‘ฉันใหญ่นะ’ ขนาดไหน

‘ชูวิทย์’ ร้องสภาทนายความ ตรวจสอบมรรยา ‘ทนายตั้ม’ ขอให้ลบชื่อ-ถอนใบอนุญาต ชี้!! เป็นตัวอย่างให้วางตัวเหมาะสม

(10 เม.ย. 66) ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เข้าร้องต่อสภาทนายความ พร้อมยื่นหนังสือให้สอบมรรยาทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้มเนื่องจากมีพฤติกรรมหลายอย่างที่เข้าข่ายผิดต่อมรรยาททนายความ 

โดยมีนายวัชระ สุคนธ์ กรรมการมรรยาททนายความและนายสมพร ดำพริก อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายเป็นผู้รับเรื่อง 

นายชูวิทย์ กล่าวถึง กรณีที่ทนายตั้มตั้งโต๊ะแถลงข่าวโจมตีตน ซึ่งไม่ได้รู้จักกัน ไม่ได้เป็นคู่ความ จึงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีวัตถุประสงค์ใด ไม่เข้าใจว่ากล่าวหาโจมตี ประจานตนและลูกชาย อีกทั้งใช้สื่อออนไลน์กล่าวโจมตีมาตลอด วันนี้จึงนำหนังสือมาร้องเรียนต่อนายกสภาทนายความ ให้ตรวจสอบว่า นายษิทราฝ่าฝืนข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยเรื่องมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529 หมวด 4  หรือไม่ และขอให้ลบชื่อออกเพิกถอน ใบประกอบวิชาชีพ เพื่อเป็นตัวอย่าง บนพื้นฐานจริยธรรมและศีลธรรมอันดี 

นายชูวิทย์ กล่าวว่า จากกรณีที่ปัจจุบันมีทนายความหลายคนที่ให้ข้อมูลทางโซเชียล แต่ไม่ครบถ้วน จึงต้องการปราบแก๊งทนายโซเชียล มองว่าเป็นอันตรายต่อประชาชน มองว่าเป็นการโฆษณา เรียกราคา ซึ่งอาชีพทนายความควรพิสูจน์ฝีมือว่าความไม่ใช่การพูดผ่านโซเชียลให้ประชาชนหลงเชื่อ ถูกหลอก ด้วยข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือข้อมูลผิดๆ 

นายสมพร เปิดเผยว่า หลายครั้งหลายคราวที่ทนายตั้มแถลงข่าวออกสื่อ ส่วนตัวก็เห็นว่าไม่สมควร เข้าข่ายผิดมรรยาททนายความ ซึ่งต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไป ขณะที่ทนายความคนอื่นก็ต้องวางตัวให้เหมาะสมเช่นกัน

สำหรับการพิจารณาลงโทษทนายความที่ทำผิดมรรยาททนายความ มี  4 ระดับ คือ ว่ากล่าวตักเตือน, ภาคทัณฑ์, พักใบอนุญาต ไม่เกิน 3 ปี และโทษหนักสุดคือลบชื่อออกจากการเป็นทนายความ ส่วนการว่ากล่าวตักเตือน และภาคทัณฑ์ นั้นยังสามารถว่าความได้ แต่ความผิดที่ถูกพักใบอนุญาตและลบชื่อออกจะเป็นทนายความนั้น ห้ามว่าความโดยเด็ดขาด

นายวัชระ กล่าว่า จะนำหลักฐานไปตรวจสอบโดยจะตั้งเป็นรูปแบบคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งที่ผ่านมาทนายษิทราเคยถูกร้องเรียนการทำหน้าที่ของทนายมากกว่า 12 เรื่อง บางเรื่องอยู่ระหว่างตรวจสอบและบางเรื่องคณะกรรมการยกคำร้องไป

เตือนใจช่วงสงกรานต์ จะดื่มเหล้าเมายา หัดคิดถึงคนอื่นบ้าง อย่าเอาแค่สนุกตน

(10 เม.ย.66) นพ.สมรส พงศ์ละไม ได้โพสต์เฟซบุ๊ก 'Somros MD Phonglamai' เตือนใจและเตือนสติผู้คนก่อนสงกรานต์ ผ่านบทสนทนากับผู้ป่วยท่านหนึ่ง ว่า...

A: ขาที่ขาดไปโดนอะไรมาเหรอครับ? 
B: ผมไปซื้อของที่เซเว่น เดินออกมากับภรรยาและลูกอายุ 1 เดือน แล้วมีรถพุ่งเข้ามาชนครับ

A:  แล้วลูกกับแฟนเป็นไรมั้ย?
B: ภรรยากับลูกไม่เป็นอะไรครับ แต่ผมขาขาด คนข้างหน้าผมเสียชีวิต อีก 3 คนถัดจากผมสมองบวมติดเตียง ครอบครัวเค้าเหมือนตายทั้งเป็น

A: ทำไมชนเยอะขนาดนั้นล่ะครับ !? 
B: เค้าเมาครับ เลยโดนไป 10 กว่าคนตรงถนนเส้นหลักเลย

A: แล้วคนขับเป็นอะไรมากมั้ยครับ ? 
B: คนขับไม่เป็นอะไรเลยครับ

A: ก็ยังโชคดีนะครับที่แฟนกับลูกไม่เป็นอะไรเนอะ
B: ผมไม่เคยเมาแล้วขับเลยนะครับหมอ แต่อยู่ๆก็ซวยขาขาด โชคดีที่ไม่ตายไม่พิการเป็นผักเหมือนคนอื่นๆ ผมได้แต่ภาวนาให้เคสผมเป็นเคสสุดท้ายที่โดนคนเมาแล้วชนจนขาขาด แต่ตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิมครับ

A:  😶​ ... 

…. หมอก็เงียบไปพักใหญ่ๆ เขียนรายละเอียดการรักษาให้คนไข้ไปก็คิดไป 

ได้แต่คิดในใจว่าหมอก็รักษาคนไข้ที่โดนคนเมาแล้วขับชนมาเยอะมากกกกกกกกกกก ทั้งสมองบวม อัมพาต ความจำเสื่อม ผ่ากระโหลก ขาขาด แขนขาด เพราะคนที่คิดว่า "ไม่เมา ยังขับรถไหว"

‘โรม’ ซัด!! ‘พีระพันธุ์’ เป็นใครมาไล่ประชาชน หวังแต่จะแช่แข็งประเทศไทย-ไล่คนเห็นต่าง

‘ก้าวไกล’ เร่ง สตช. เคลียร์ให้ชัด ‘แฮกเกอร์ 9near’ มีใครอยู่เบื้องหลัง-เกี่ยวข้องการเมืองหรือไม่ ชี้ ‘พีระพันธุ์’ ทัศนคติอันตราย แช่แข็งประเทศไทย-ไล่คนเห็นต่าง จี้ซ้ำ ปปง. จะเงียบไปถึงไหน ปม ‘ส.ว.ทรงเอ’ โดนข้อหาสมคบฟอกเงิน

(10 เม.ย.66) ที่พรรคก้าวไกล รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล แถลงข่าวประจำสัปดาห์ในหลายประเด็น เริ่มจาก ข้อสังเกตต่อกรณีแฮกเกอร์ใช้ชื่อ ‘9near’ โพสต์ขายข้อมูลที่อ้างว่าเป็นข้อมูลส่วนตัวของคนไทยกว่า 55 ล้านรายการ ที่จนถึงตอนนี้ตำรวจยังจับกุมตัวไม่ได้ว่า เรื่องนี้เป็นการหลุดของข้อมูลครั้งสำคัญที่ไม่อาจประมาณมูลค่าความเสียหายได้ ตนและพรรคก้าวไกลติดตามอย่างใกล้ชิด และต้องการเห็นการรับมืออย่างเป็นมืออาชีพของรัฐบาล โดยจากข้อมูลที่ปรากฏ ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน ตำรวจขอออกหมายจับ มีการทราบตัวและทราบที่อยู่ของแฮกเกอร์ แต่กลับไม่มีการควบคุมตัว พรรคก้าวไกลมองว่ามีความไม่ชอบมาพากล อาจมีคนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งหมายความว่าการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะนี้กำลังเจอ ‘ตอ’ อยู่หรือไม่

เป็นไปได้หรือไม่ที่ทหารยศจ่าสิบโทคนดังกล่าวอาจอยู่ท่ามกลางข้อมูลจำนวนมากที่เกี่ยวกับความมั่นคง แต่การที่กองทัพออกมาปฏิเสธบอกว่าการกระทำที่ว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ตนคิดว่ากองทัพไม่ควรร้อนตัว ต้องให้มีการตรวจสอบก่อน จะอ้างขั้นตอนระบบราชการอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น เว้นเสียแต่ว่าคนที่มีส่วนได้เสียกับเรื่องนี้เป็นคนมีอำนาจ หรือมีความเป็นไปได้ที่จะทำเรื่องนี้ให้กลายเป็นประเด็นทางการเมืองเพื่อใส่ร้ายบางพรรคหรือนักการเมืองบางคน โดยพรรคก้าวไกลได้ติดตามการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในเรื่องนี้ หวังว่าจะไม่ทำลายอาชีพของตัวเองด้วยการปล่อยให้ข้อมูลของประชาชนอยู่ในมือมิจฉาชีพ

ต่อมารังสิมันต์ กล่าวถึงกรณี พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ปราศรัยไล่คนเห็นต่างออกจากประเทศ พร้อมผลิตซ้ำวาทกรรมชังชาติ ล้มเจ้า โดยขอตั้งคำถามกลับว่า พีระพันธุ์เป็นใครจึงมาไล่ประชาชน ประชาชนเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดของประเทศ นักการเมืองมาเป็นรัฐบาลไม่มีสิทธิไล่ผู้เห็นต่าง ในสังคมประชาธิปไตยเป็นเรื่องปกติมากที่ประชาชนจะมีความเห็นแตกต่างกัน การแสดงความเห็นเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ตนสงสัยว่าทำไมพีระพันธุ์จึงไม่เข้าใจ ทั้งที่เป็นนักการเมืองมานาน เคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม เคยนั่งอยู่ในกรรมาธิการการกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นกรรมาธิการที่มีจุดประสงค์เพื่อปกป้องสิทธิของประชาชนทุกคนไม่ให้ถูกละเมิด

"ความคิดของคุณพีระพันธุ์ ที่จะแช่แข็งประเทศไทย เป็นเรื่องที่อันตรายของคนที่คิดจะเป็นรัฐบาล เพราะความคิดที่บอกว่าสังคมต้องเหมือนเดิมไม่ต้องเปลี่ยน ก็คงเท่ากับประชาชนต้องอยู่กับปัญหา ความคิดแบบนี้ไม่มีทางทำให้สังคมก้าวหน้าได้ ผมอยากให้คุณพีระพันธุ์คิดให้ดีว่าหากอยากทำเพื่อประชาชนจริงๆ ควรจะใช้อำนาจที่มีปกป้องประชาชน ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ทั่วประเทศ ผมพบว่าปัญหายาเสพติดกำลังเป็นปัญหาร้ายแรง ขอถามว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ทำอะไรบ้าง" รังสิมันต์กล่าว

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินคดี ส.ว.ทรงเอ รังสิมันต์กล่าวว่า ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและรอคอยความคืบหน้าว่าจะนำไปสู่บทสรุปอย่างไร ยอมรับว่ารู้สึกกังวลอย่างยิ่งว่าเรื่องนี้จะเป็นปาหี่ นำไปสู่การช่วยเหลือ ส.ว.ทรงเอ เพราะทั้งที่ ส.ว.ทรงเอ หรือ อุปกิต ปาจรียางกูร มีสายสัมพันธ์กับขบวนการค้ายาเสพติดของ ทุน มิน ลัต แต่กลับได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกัน ทำให้กระบวนการยุติธรรมอาจถูกตั้งคำถามว่ามี 2 มาตรฐาน

“ผมยังเชื่อใจว่าองค์กรอัยการจะไม่เอาชื่อเสียงของตัวเองมาทิ้งกับเรื่องนี้ คำถามคือตอนนี้รออะไร เมื่อไรกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) จะส่งสำนวน เพื่อให้อัยการดำเนินการต่อไป หวังว่าก่อนสงกรานต์จะมีความชัดเจน มิเช่นนั้นประชาชนจะตั้งคำถามว่าพวกท่านกำลังช่วยเหลือ ส.ว.ทรงเอ ซึ่งอาจเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่” รังสิมันต์กล่าว

สวนสัตว์โคราชเปิดตัว!! ‘ลูกพญาแร้ง’ ตัวแรกของเอเชีย หลังพยายามเพาะขยายพันธุ์มานานกว่า 30 ปี 

องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย โดยสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดตัว ‘ลูกพญาแร้ง’ ตัวแรกของทวีปเอเชียและของประเทศไทย หลังรอมากว่า 30 ปีภายใต้การดำเนินงานโครงการฟื้นฟูประชากรพญาแร้งในถิ่นอาศัยของประเทศไทยเพื่อเป็นต้นแบบในการฟื้นฟูประชากรแร้งในพื้นที่ธรรมชาติของประเทศไทย

(10 เม.ย. 66) ที่สวนสัตว์นครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย โดยสวนสัตว์นครราชสีมา ได้เปิดตัว ‘ลูกพญาแร้ง’ เพศเมีย ตัวแรกของทวีปเอเชีย และของประเทศไทย ภายใต้การดำเนินงานโครงการฟื้นฟูประชากรพญาแร้งในถิ่นอาศัยของประเทศไทยเพื่อเป็นต้นแบบในการฟื้นฟูประชากรแร้งในพื้นที่ธรรมชาติ ของประเทศไทย โดยมีนายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย และนายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัว

โดยแม่พญาแร้งได้ออกไข่ใบแรก เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2566 และทางเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ได้นำเข้าตู้ฟัก เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566 โดยธรรมชาติพญาแร้งจะออกไข่ครั้งละ 1 ฟองเท่านั้นต่อฤดูการผสมพันธุ์แต่เพื่อเพิ่มโอกาสในการเพิ่มประชากร ทางเจ้าหน้าที่โดยคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ จึงนำไข่มาฟักในตู้ฟักเพื่อเพิ่มอัตราการฟักเป็นตัวมากยิ่งขึ้นและเพื่อเพิ่มประชากรพญาแร้ง โดยให้แม่พญาแร้งออกไข่ใบที่สอง และเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นความสำเร็จครั้งแรกของประเทศไทยที่แม่พญาแร้ง สามารถออกไข่ใบที่สอง ซึ่งใบนี้จะปล่อยให้แม่พญาแร้งฟักเองเพื่อยังคงสัญชาตญาณตามธรรมชาติ ซึ่งคาดว่าอาจได้รับข่าวดีในเร็วๆ นี้

โดยลูกพญาแร้งจากไข่ใบแรก ฟักออกมาเป็นตัว เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งใช้เวลาการฟักในตู้ฟักประมาณ 50 วัน สำหรับลูกพญาแร้ง ซึ่งเกิดจากแม่ชื่อว่า นุ้ย และพ่อชื่อ แจ็ค หลังจากพญาแร้งน้อยลืมตาดูโลกก็ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์เป็นอย่างดี

นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า โลกของเรามีแร้งทั้งหมด 23 ชนิดในประเทศไทยพบ 5 ชนิด รวมถึงพญาแร้ง ซึ่งเป็นแร้งประจำถิ่นของประเทศไทย ปัจจุบันประเทศไทย ไม่พบแร้งประจำถิ่นอยู่ในธรรมชาติอีกเลยมานานกว่า 30 ปีแล้ว โดยพญาแร้งฝูงสุดท้ายพบที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ได้สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติแล้วกว่า 30 ปี จากการโดนยาเบื่อที่พรานล่าสัตว์ป่าใส่ไว้ในซากเก้งเพื่อล่าเสือโคร่ง ซึ่งพบซากพญาแร้งครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2535 แร้งทุกชนิดทั่วโลกมีแนวโน้มลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะพญาแร้ง ที่มีสถานภาพเสี่ยงขั้นวิกฤติต่อการสูญพันธุ์ (CR) ตามองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤติ ปัจจุบันทั่วโลกมีประชากรพญาแร้งในธรรมชาติไม่ถึง 9,000 ตัว การเกิดขึ้นของลูกพญาแร้งในสถานที่เพาะเลี้ยงถือเป็นเรื่องยากมาก โดยปัจจุบันประเทศไทยมีพญาแร้งแค่ในสถานที่เพาะเลี้ยง จำนวนเพียงแค่ 6 ตัวเท่านั้น

สวนสัตว์นครราชสีมา มีความพยายามเพาะขยายพันธุ์พญาแร้งมากว่า 20 ปี โดยพ่อแม่พญาแร้งคู่แรก เริ่มให้ไข่ครั้งแรกเมื่อปี 2563 แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากไข่ไม่มีเชื้อ จึงมีความพยายามจับคู่ผสมพันธุ์ใหม่โดยใช้วิธีตามธรรมชาติ ปัจจุบันลูกพญาแร้งเกิดใหม่ในสถานที่เพาะเลี้ยงทั่วโลก มีเพียงแค่ประเทศอิตาลี และประเทศไทยนับเป็นประเทศที่สองที่สามารถเพาะขยายพันธุ์พญาแร้งได้ในสถานที่เลี้ยง นับเป็นความสำเร็จขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย

‘จ๊ะ นงผณี’ งง!! คู่กรณีตุ๋นลงทุน ‘Forex3D’ ขอไกล่เกลี่ย ลั่น!! “เสียเงิน เสียเวลา และยังเสียได้อีก ขอแค่ให้เข้าคุก”

จ๊ะ เหวอคู่กรณีตุ๋นลงทุน Forex3D ทำสูญ 60 ล้าน ขอเลื่อนนัด-ไกล่เกลี่ย ลั่นไม่ยอม จะเสียแค่ไหนก็ได้ ขอแค่ให้พวกมึงเข้าคุก

จากกรณีที่ จ๊ะ – นงผณี มหาดไทย นักร้องดัง ยอมรับว่าเคยถูกหลอก ชวนลงทุนใน FOREX-3D สูญเงินสดกว่า 60 ล้าน และไม่ได้เงินคืน เธอโทษตัวเองก่อนเพราะโลภเอง ทุกวันนี้ทำงานไม่บ่นสักคำเพราะชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันต่อไป กระทั่งได้ตัดสินใจฟ้องเพื่อเอาผิดกับผู้ที่ชวนลงทุน

(10 เม.ย. 66) จ๊ะได้โพสต์บทสนทนาระหว่างเธอกับทนายความส่วนตัว เกี่ยวกับคดีฟ้องร้องดังกล่าวว่า “วันนี้ทนายของจ๊ะมีนัดขึ้นศาล กรณี forex 3d ที่จ๊ะโดนหลอกให้ไปร่วมลงทุน สรุป คู่กรณีที่จ๊ะฟ้อง ขอเลื่อนการมาขึ้นศาล แต่แจ้งทางเรามาว่า พร้อมที่จะเจรจาไกล่เกลี่ย”
ซึ่งในรูปภาพก็สรุปได้ว่า ทนายความจ๊ะแจ้งว่า ทางคู่กรณีไม่ได้มาขึ้นศาลเองแต่ส่งทนายมา โดยมีประสงค์ที่จะเจรจาไกล่เกลี่ยในนัดหน้า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top