Thursday, 16 July 2026
NewsFeed

ม.แม่โจ้ จัดงานนิทรรศการแสดงผลิตภัณฑ์นำเสนอ Pitching ผลิตภัณฑ์ และประกาศผลรางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์ชุมชน ECON BIZ#2

คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดงานนิทรรศการแสดงผลิตภัณฑ์นำเสนอ Pitching ผลิตภัณฑ์ และประกาศผลรางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์ชุมชน ECON BIZ#2ภายใต้โครงการยกระดับวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ (SMATI)

วันศุกร์ที่ 24 มีนาคม 2566  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐวุฒิ ดุษฎี รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการแสดงผลิตภัณฑ์นำเสนอ Pitching ผลิตภัณฑ์ และประกาศผลรางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์ชุมชน ECON BIZ#2 ภายใต้โครงการยกระดับวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ (SMATI)โดยมีรองศาสตราจารย์ ว่าที่ร้อยตรี ดร.สุรชัย กังวล คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณบดี ผู้บริหาร คณาจารย์และบุคลากร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผู้ประกอบการ และวิสาหกิจชุมชน เข้าร่วมกิจกรรม ณ อาคารแผ่พืชน์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณัฐวุฒิ ดุษฎี รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า  กิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนมหาวิทยาลัยแม่โจ้สู่มหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 กลุ่มการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ดำเนินงานโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Reinventing University) ตามนโยบายการพลิกโฉมระบบอุดมศึกษาของประเทศไทย กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มหาวิทยาลัยได้รับการสนับสนุนงบประมาณโครงการยกระดับวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ MJU Enhancing SMEs and New Entrepreneurs with Smart and Modern Agricultural Technology Innovation (SMAT) มุ่งหวังให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งมีอัตลักษณ์ ความเชี่ยวชาญ องค์ความรู้ด้านนวัตกรรมเกษตร ความพร้อมในด้านทรัพยากรบุคคล เครือข่ายความร่วมมือ และปัจจัยเกื้อหนุนต่าง ๆ เพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางและมีระบบนิเวศที่เอื้อต่อการขับเคลื่อนนวัตกรรม อันจะนำไปสู่การยกระดับและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร สอดคล้องกับแนวคิดหลักของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งผู้ประกอบการ (Entrepreneurial University) ซึ่งกิจกรรมในวันนี้อันประกอบด้วยนิทรรศการจากผู้เข้าร่วมโครงการ หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ การจัดประกวดรางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์ชุมชน 

กิจกรรมการบรรยายพิเศษและการเสวนาในหัวข้อที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนอันจะผลักดันไปสู่การเป็นผู้ประกอบการที่จะเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต จะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันการดำเนินงานโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย(Reinventing University) ตามนโยบายการพลิกโฉมระบบอุดมศึกษาของประเทศไทย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เป็นอย่างดี ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนในการร่วมขับเคลื่อนการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม(TechnologyDevelopment and Innovation) และร่วมขับเคลื่อนการสร้างผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
 
ด้านรองศาสตราจารย์ ว่าที่ร้อยตรี ดร.สุรชัย กังวล คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า ตามที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีการดำเนินโครงการยกระดับวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ (SMATI) ภายใต้โครงการพลิกโฉมระบบอุดมศึกษาของประเทศไทย (Reinventing University System) โดยคณะเศรษฐศาสตร์ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างผู้ประกอบการใหม่ แนะแนวทางการส่งเสริมการตลาด และขณะนี้ คณะเศรษฐศาสตร์ ได้ดำเนินการขับเคลื่อนผลผลิตการดำเนินงานสำเร็จลุล่วงด้วยดี อันจะนำไปสู่การยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร สอดคล้องกับแนวคิดหลักและแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งผู้ประกอบการ ตามนโยบายการพลิกโฉมระบบอุดมศึกษาของประเทศไทย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 

VIU เตรียมรีเมก Reborn rich ซีรีส์เกาหลีชื่อดัง แฟน ๆ รอลุ้น ใครจะมารับบท ‘จินโดจุน’

(24 มี.ค.66) เตรียมจัดความสนุกตลอดปี 2023 ให้กับผู้ชม VIU (วิว) กันแบบเต็มอิ่ม ทั้งคอซีรีส์ไทย และ เกาหลี

โดย Viu (วิว) ผู้ให้บริการระดับแนวหน้าด้านวิดีโอสตรีมมิ่งแบบ OTT (Over-the-top) ยักษ์ใหญ่ระดับภูมิภาคจากกลุ่มบริษัท PCCW Media (พีซีซีดับเบิลยู มีเดีย) จัดงาน “Viu UPFRONT 2023” เปิดตัวผลงาน Viu Original (วิว ออริจินัล) เตรียมเสิร์ฟหน้าจอคอซีรีส์ให้ได้ฟินแบบจุใจ ทั้งซีรีส์ฟอร์มยักษ์ไทยและเกาหลี ที่ ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ชั้น M บริเวณ Q Stadium ในค่ำคืนที่ผ่านมา พร้อมได้ดาราดังกว่า 40 ชีวิตจาก ซีรีส์ Viu Original มาร่วมงาน

ธวัตวงศ์ ศิลมานนท์ กรรมการผู้จัดการ Viu (วิว) ประเทศไทย กล่าวว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดงานเปิดตัวซีรีส์ Viu Original ครั้งนี้ขึ้นมา และต้องขอบคุณผู้ชมของ Viu ที่สนับสนุนและตั้งตารอซีรีส์ของเรามาโดยตลอด โดยคอนเทนต์ของปีนี้ Viu จะนำเสนอเนื้อหาที่มีความสนุกครบรส ไม่ว่าจะเป็นแนวแอ็คชั่น โรแมนติก ดราม่า และคอมเมดี้ และอีกความตั้งใจของปีนี้คือโปรเจ็ค Viu Scream Dates ที่เราจะสร้างสรรค์กิจกรรมให้กับแฟนๆ ซีรีส์ทุกคน ได้ใกล้ชิดกับศิลปินและนักแสดงมากยิ่งขึ้น ในรูปแบบกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้ผู้ชมทุกคน

สำหรับ Viu Original ปีนี้ เริ่มต้นความสนุกที่ซีรีส์ โรแมนติก คอมเมดี้ และคัมมิ่งออฟเอจ อย่าง Love Me Again อีกครั้ง ฉันรักเธอ ที่นำแสดงโดย มิว-ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์, มายด์-ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล, แม็ค-กรธัสส์ รุจีรัตนาวรพันธ์ และเขตต์ ฐานทัพ

ถัดมาที่ Close Friend โคตรแฟน 3 Soju Bomb! ซีรีส์ของวัยฝันที่นำโดยเหล่านักแสดงหน้าใหม่มากความสามารถ อย่าง เบสท์-ชลสวัสดิ์ เตียววณิชกุล, ดัง-ธีระทัศน์ อิงคะประสิทธิ์, วิน-ศุภวิชญ์ ประธานชัยมงคล, เอิร์ธ-นันทวัฒน์ ไพบูลย์ภัทรธน และอู๋-ภัทรพล เฮงสุนทร ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของเหล่านักแสดงรุ่นใหม่ไฟแรงในสังกัดของ Viu (วิว) จากโปรเจ็ค Viu Talent (วิว ทาเลนท์) ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อค้นหาคนบันเทิงที่มีความสามารถพร้อมสร้างพื้นที่ให้นักแสดงรุ่นใหม่ได้โชว์ศักยภาพ

ซีรีส์สุดเข้มข้น The Outing นำแสดงโดย ชิน-ชินวุฒ อินทรคูสิน, นิวเคลียร์-หรรษา จึงวิวัฒนวงศ์, นนกุล-ชานน สันตินธรกุล, ติช่า-กันติชา ชุมมะ, เจนิส-เจณิสตา พรหมผดุงชีพ และท็อปแท็ป-จิรกิตติ์ คูอาริยะกุล กับเรื่องราวของสามครอบครัวผู้ดูแลบริษัทเอเจนซี่โฆษณาดาวรุ่งที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เพื่อระดมทุนจำนวนมหาศาล

และ Shadow เงา/ล่า/ตาย ซีรีส์วัยรุ่นแนวสืบสวนสอบสวนที่ผสมเรื่องราวเหนือธรรมชาติ จิตวิทยา ความรัก และมิตรภาพของเพื่อนที่พยายามค้นหาความจริงของเรื่องราวอันมืดดําในอดีต นำแสดงโดย สิงโต-ปราชญา เรืองโรจน์, ฟลุ้ค-ณธัช ศิริพงษ์ธร, เฟี๊ยต-ภัชทา จันทร์เงิน, ท็อป-ปฐมภพ พูลกลั่น (LazyLoxy) และอั๊ต-อัษฎา พานิชกุล

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งชุดสืบเร่งติดตามแก๊งค์ผู้ต้องหาชาวจีนอุ้มเรียกค่าไถ่หนองปรือ กำชับเร่งออกหมายแดงอินเตอร์โพลตามจับคนร้ายหนีต่างประเทศ

จากกรณีเมื่อวันที่ 20 มี.ค.66 เวลา 9.00 น. เกิดเหตุผู้เสียหายชาวจีน 2 ราย ถูกแก๊งค์คนร้ายชาวจีนอุ้มขึ้นรถหลังจากส่งลูกไปโรงเรียน จากนั้นได้เรียกค่าไถ่จากสามีเป็นเงิน 5 แสนบาทโดยให้จ่ายเป็นเงินสกุล USDT ก่อนบินหลบหนีต่างประเทศ เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.หนองปรือ ภ.จว.ชลบุรี ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียได้นำเสนอไปแล้วนั้น

กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เร่งสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุในคดีดังกล่าวโดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญที่ประชาชนทั้งชายไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และ พ.ต.อ.ทวี กุดแถลง ผกก.สภ.หนองปรือ เร่งสืบสวนจับกุมคนร้ายในคดีดังกล่าวมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

จากการสืบสวนทราบว่า การก่อเหตุครั้งนี้มีการเตรียมการวางแผนเป็นอย่างดี เชื่อว่าแก๊งค์คนจีนดังกล่าวได้วางแผนกันมาจากประเทศจีน โดยมีการตรวจสอบข้อมูลของผู้เสียหายมาก่อน จนทราบว่าผู้เสียหายมีการใช้ชีวิตประจำวันอย่างไร และมีทรัพย์สิน จากนั้นจึงได้บินมายังประเทศไทยจำนวน 4 ราย และเข้าพักที่โรงแรมในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมการวางแผนเข้าก่อเหตุ โดยมีเครือข่ายคนจีนในประเทศไทยสนับสนุนรถยนต์เพื่อใช้ในการก่อเหตุ จากนั้นได้ย้ายไปพักในโรงแรมในพื้นที่เมืองพัทยาเพื่อเตรียมเข้าก่อเหตุจริง โดยมีการศึกษาเส้นทางและสะกดรอยผู้เสียหาย จากนั้นตามวันเวลาเกิดเหตุจึงได้เข้าก่อเหตุดังกล่าว โดยได้อุ้มผู้เสียหายขึ้นรถของตนที่เตรียมมา และได้ขับรถของผู้เสียหายไปทิ้ง จากนั้นได้พาผู้เสียหายไปที่บริเวณเขายายร้า อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยมีการเตรียมอุปกรณ์ยังชีพในป่าไปด้วย จากนั้นจึงได้ส่งคลิปวิดีโอไปให้กับสามีของผู้เสียหายเพื่อเรียกเงินค่าไถ่ และหลังจากได้เงินตามที่ต้องการแล้ว เวลาประมาณ 13.00 น. จึงได้ปล่อยตัวผู้เสียหายโดยให้เดินกลับเอง ก่อนจะรีบจองตั๋วเครื่องบินกลับประเทศจีนโดยทันที

กระบี่-ชาวสวนยางพารา กระบี่ ยินดีสนับสนุน พรรคการเมืองที่มีนโยบาย ช่วยเหลือชาวสวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน ให้มีราคาดีตลอดทั่งปี 

วันที่ 24 มี.ค. 66  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรชาวสวนยางพารา ตำบลเขาเขน อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ นำน้ำยางพาราสด หลังจากเริ่มเปิดกรีดยางพาราได้ในช่วงนี้   ส่งขายให้กับ จุดรับซื้อในชุมชน  นำเงินมาเป็น ค่าใช้จ่ายในครอบครัว แม้ว่าราคาจะตกต่ำ ต่อเนื่อง จากสัปดาห์ที่ผานมา ราคาอยู่ที่ กิโลกรัมละ 45-46 บาท  ล่าสุดเหลือราคา กิโลกรัมละ 41 บาท ขณะที่ผลผลิต น้ำยางพารา มีไม่มากเนื่องจาก อยู่ในช่วงเริ่มเปิดกรีด และ หน้าแล้ง ฝนทิ้งช่วงมานาน ทำให้น้ำยางพาราลดลง ชาวสวนต้อง หยุดเว้นวันกรีด เพื่อให้ต้นยางพาราฟื้นตัว   ส่งผลกระทบต่อเจ้าของสวนยางพารา และ ลูกจ้างกรีดยางพาราเป็นอย่างมาก เนื่องจาก ราคา ปุ๋ยเคมี ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ทุกชนิด แก๊สหุงต้ม ค่าไฟฟ้า เพิ่มขึ้นอยู่ต่อเนื่อง

ประชาธิปัตย์ เขต 1 เขต 3 สงขลา “สรรเพชญ” และ”สมยศ” กระแส นำคู่แข่ง หายห่วง

ผู้สื่อข่าว จ.สงขลา รายงานความเคลื่อนไหวของสนามเลือกตั้งใน เขตเลือกตั้งที่ 1 สงขลา ซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่าง 3 พรรคการเมืองใหญ่ คือพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมี นายสรรเพชญ บุญญามณี ลูกชายของนายนิพนธ์ บุญญามณี ลงสมัครในเขตนี้ พรรคภูมิใจไทยส่ง นายประสงค์ บริรักษ์ อดีตนายกเทศบาลเมืองเขารูปช้างลงสมัคร และพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่งนายเจือ ราชสีห์ ลงสมัคร สำหรับนายเจือ ราชสีห์ เป็นอดีต สส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ เคยเป็น สส.เขต 1 มาหลายสมัย แต่ล่าสุดลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อไปสังกัดรวมไทยสร้างชาติ โดยได้เชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รักษาการนายกรัฐมนตรี มาตรวจราชการ จ.สงขลา โดยการเสนอโครงการสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาแทนการใช้แพขนานยนต์

สำหรับกระแสของประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 1 นับตั้งแต่มีการเปิดตัวผู้สมัคร แม้จะมีผู้สมัครจากพรรคการเมืองต่างๆส่งผู้สมัครจำนวนมาก เช่นพรรคก้าวไกล พรรคพัฒนากล้า พรรคพลังประชารัฐ แต่เป็นที่รับรู้กันในหมู่ประชาชนคือการแข่งขันกันระหว่าง นายสรรเพชญ บุญญามณี จากพรรคประชาธิปัตย์ นายเจือ ราชสีห์ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ และนายประสงค์ บริรักษ์ จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจความนิยมของประชาชน ยังพบว่ากระแสความนิยมของคนในเขตเลือกตั้งที่ 1 ในเขตเทศบาลนครสงขลา เขตเทศบาลเมืองเขารูปช้าง และอีกหลายตำบลเป็นของนายสรรเพชญ บุญญามณี ส่วนนายเจือ ราชสีห์ มีกระแสนิยมในพื้นที่ ต.เกาะยอ และ ต.พะวง  และนายประสงค์ มีกระแสความนิยมในพื้นที่ เทศบาลเขารูปช้างบางส่วน เนื่องจากเป็นอดีตนายกเทศบาลเมืองเขารูปช้างมาก่อน

‘เสี่ยหนู’ ชี้ ถือเป็นเรื่องดีหลัง ‘ทนายตั้ม’ ตรวจสอบ ‘ชูวิทย์’ ขออย่าข่มขู่-บ่ายเบี่ยง ต้องมีน้ำใจนักกีฬา ยอมให้ตรวจสอบ

(24 มี.ค. 66) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณี นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ‘ทนายตั้ม’ ออกมาแฉว่า นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ รับเงินสีเทาภายใต้หัวข้อแฉไปไถมา ว่า ส่วนตัวยังไม่ได้ติดตาม พอดีมีภารกิจส่วนตัวลาราชการมา 2 วัน ได้แต่อ่านข่าวเห็นว่ามีการเปิดเผยกันบางอย่าง ซึ่งก็ดีเป็นสังคมแห่งการเปิดเผย ใครที่ชอบเปิดเผยอะไรของแต่ละคนไว้ เมื่อถูกเปิดเผยบ้างก็ขอให้มีน้ำใจนักกีฬาเพียงพอที่จะให้ตรวจสอบ อย่าไปข่มขู่ อย่าไปขออะไรใคร อย่าไปบิดเบือน ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่พี่น้องประชาชนจะได้เห็นว่าที่จริงแล้วเป็นเช่นไร

เลื่อนอ่านฎีกาครั้งที่ 8 หลัง ‘ธาริต’ กลับคำรับสารภาพ คดีมาตรา 157 แจ้งข้อหา ‘อภิสิทธิ์-สุเทพ’ สั่งฆ่า ปชช.

(24 มี.ค. 66) ที่ห้องพิจารณา 809 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ครั้งที่ 8 คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หมายเลขดำ อ.310/2556 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.) ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อดีตหัวหน้าชุดสอบสวนคดีการเสียชีวิตของประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐ จากเหตุรุนแรงทางการเมือง ปี 2553 พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ และ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ในฐานะพนักงานสอบสวน เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนกระทำการ โดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 200 วรรคสอง” กรณีดำเนินคดีนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ฐานสั่งฆ่าประชาชน ซึ่งจำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี

คดีนี้ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์ ขอให้ลงโทษพวกจำเลย โดยศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า พวกจำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง พิพากษากลับให้จำคุกคนละ 3 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยไว้คนละ 2 ปี ไม่รอลงอาญา

จำเลยทั้ง 4 คน ยื่นฎีกา ต่อมาวันที่ 2 ก.พ. 66 ศาลนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาคดีนี้อีกครั้ง แต่นายธาริต มอบหมายให้ทนายความ ยื่นคำร้องพร้อมใบรับรองแพทย์ ขอเลื่อนฟังคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปก่อน เนื่องจากต้องเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดนิ่วในไต โดยแพทย์ให้รักษาและรอดูอาการเป็นเวลา 3 เดือน

อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า นายธาริต จำเลยที่ 1 ขอเลื่อนฟังคำพิพากษาฎีกาโดยอ้างว่าป่วยมาแล้วหลายครั้งนานกว่า 1 ปี มีเจตนาประวิงคดีให้ล่าช้า และมีพฤติการณ์หลบหนี จึงให้ออกหมายจับนายธาริตเพื่อมาฟังคำพิพากษาฎีกา โดยวันนี้นัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลฎีกา ทนายโจทก์ จำเลยที่ 1 – 4 ทนายจำเลย นายประกันจำเลยที่ 1 พนักงานอัยการ ในฐานะทนายจำเลย เดินทางมาศาล

ทนายจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ส่งสำนวนคืนศาลฎีกา เพื่อพิจารณาสั่งให้ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปรับปรามการทุจริต มาตรา 4 ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่ใช้บังคับแก่คดี ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 3 วรรคสอง มาตรา 5 วรรคแรก มาตรา 26, 27, 29 วรรคแรก ส่งผลให้กฎหมายดังกล่าวเป็นอันใช้บังคับกับคดีไม่ได้ ตามคำร้องฉบับลงวันที่ 23 มี.ค. 2566

จําเลยที่ 1 ขอถอนคำให้การฉบับเดิมและขอให้การใหม่เป็นรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาของโจทก์ทั้งสอง เพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลฎีกา ในการลงโทษจําเลยที่ 1 สถานเบา หรือรอการลงโทษจำเลยที่ 1

ทนายโจทก์ที่ 1 – 2 แถลงคัดค้านร่วมกันว่า คดีนี้มีการเลื่อนการอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลฎีกามาแล้วหลายครั้งเป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี จำเลยที่ 1 เป็นนักกฎหมายประกอบวิชาชีพกฎหมายโดยใช้วิชากฎหมายมาโดยตลอด ย่อมต้องทราบดีว่าเมื่อ มีการนัดฟังคำพิพากษาแล้ว ไม่มีเหตุที่ต้องขอส่งสำนวนกลับคืนศาลฎีกาโดยอ้างเหตุที่ไม่เป็นสาระสำคัญแก่คดี การที่จำเลยที่ 1 ขอให้ส่งสำนวนคืนศาลฎีกา จึงเป็นการประวิงคดีให้ล่าช้า ประกอบกับจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญจึงไม่มีผลใช้บังคับ แต่คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 200

ดังนั้น มาตรา 157 จึงไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับแก่คดี อันจะต้องส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 ทั้งการที่จำเลยที่ 1 ขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาของโจทก์ทั้งสอง เป็นการถอนคำให้การและให้การใหม่ หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จึงล่วงเลยระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 163 วรรค 2 แล้ว

นอกจากนี้ ยังเป็นการให้การไปโดยจำนนต่อหลักฐานและคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ จึงไม่ควรมีเหตุที่จะบรรเทาโทษให้จำเลยที่ 1 เพื่อไม่ให้การดำเนินกระบวนพิจารณาล่าช้า และป้องกันการประวิงคดีโดยการยื่นคำร้องต่าง ๆ ที่ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจพิจารณาสั่ง เข้ามาก่อนการอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลฎีกา ทนายโจทก์ที่ 1 – 2 จึงขอให้ศาลฎีกาเป็นผู้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีนี้เอง

‘ทนายรัชพล’ เผย!! ตร. จ่อเรียกสอบ ‘ชูวิทย์’ ปมรับเงิน ‘สารวัตรซัว’ ชี้!! โดนคุก 10 ปี

งานเข้า!ทนายดังชี้ตร.จ่อเรียกสอบ ‘ชูวิทย์’ เสี่ยงผิดฟอกเงิน ปมรับเงิน ‘สารวัตรซัว’

(24 มี.ค.66) จากกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ออกมายอมรับว่าเงินสด 6 ล้านบาท ที่ถูกนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม โพสต์เปิดโปงและตั้งโต๊ะแถลงว่าเป็นเงินจาก ‘สารวัตรซัว’ โดยนายชูวิทย์ ระบุว่า เป็นเงินของตำรวจผู้ใหญ่นอกราชการมาพยายามเคลียร์ในกรณีการเปิดสถานที่อาบอบนวด ซึ่งเจ้าตัวพยายามปฏิเสธ แต่ถูกยัดเยียด จึงตัดสินใจนำเงินก้อนดังกล่าวไปบริจาคแก่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ และโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งโรงพยาบาลทั้ง 2 แห่ง ได้ขอคืนเช็คเงินดังกล่าวให้นายชูวิทย์แล้ว

การค้าจีน-ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ทะลุ 14 ล้านล้านบาท ตอกย้ำความไว้ใจ-แน่นแฟ้นระหว่างประเทศ

(24 มี.ค.66)  (ซินหัว) — การค้าระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศตามแนวแม่น้ำโขงเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2022 แม้เผชิญการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) และภาวะเศรษฐกิจโลกซบเซา

รายงานระบุว่าปริมาณการค้าระหว่างจีนกับกัมพูชา ลาว เมียนมา ไทย และเวียดนามในปีก่อน มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 4.16 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 14.22 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยเป็นผลมาจากความไว้วางใจและความร่วมมือที่แน่นแฟ้นระหว่างกัน

‘สดร.’ ชวนดูปรากฏการณ์ ‘ดวงจันทร์บังดาวศุกร์’ อย่าพลาดรับชม เวลา 18.00 น. วันนี้ 24 มี.ค.66

ชมถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ ‘ดวงจันทร์บังดาวศุกร์’ ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่หาชมยากและเกิดขึ้นไม่บ่อยนักโดยเฉพาะที่ไทย ตั้งแต่ช่วงเย็นวันนี้ (24 มี.ค.2566) เวลา 18.00 เป็นต้นไป

(24 มี.ค.66) ห้ามพลาดปรากฏการณ์ "ดวงจันทร์บังดาวศุกร์" ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่หาชมยากและเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก นานทีๆจะสังเกตการณ์ได้ในประเทศไทย ผู้สนใจสามารถร่วมชมความสวยงามด้วยตาเปล่า หรือรับชมถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ผ่านทางเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ช่วงเย็นวันนี้ (24 มี.ค.2566) ตั้งแต่เวลา 18.00 เป็นต้นไป

ปรากฏการณ์ "ดวงจันทร์บังดาวศุกร์" จะเริ่มตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 18.37-19:45 น. (ตามเวลากรุงเทพมหานคร) ซึ่งหากชมผ่านกล้องโทรทรรศน์จะสังเกตเห็นดวงจันทร์จะค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปบังดาวศุกร์ และเคลื่อนที่ออกจากดาวศุกร์อย่างชัดเจน

ไทม์ไลน์ช่วงเวลาดวงจันทร์บังดาวศุกร์
เริ่มสังเกตการณ์ได้ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำทางทิศตะวันตก วัตถุทั้งสองอยู่เคียงกันสูงจากขอบฟ้าประมาณ 32 องศาในช่วงเวลาประมาณ 18.37 น. ดวงจันทร์จะค่อยๆเคลื่อนที่ไปบังดาวศุกร์

และจะเคลื่อนที่ออกจากดาวศุกร์ในเวลาประมาณ 19.45 น. โดยขณะนั้นดวงจันทร์อยู่สูงจากขอบฟ้าทิศตะวันตกประมาณ 16 องศา (ข้อมูลดังกล่าวคำนวณจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร หากสังเกตการณ์ในพื้นที่อื่น ช่วงเวลาของการบังอาจจะเริ่มและสิ้นสุดไม่พร้อมกัน)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top