Thursday, 16 July 2026
NewsFeed

‘ภูมิใจไทย’ ดันนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิต ‘คนพิการ’ ให้เข้าถึงอุปกรณ์เพื่อใช้ชีวิต - มีศักดิ์ศรีเท่าคนทั่วไป

เมื่อวานนี้ (23 มี.ค.66) น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ร่วมเสวนาในหัวข้อ 'คนพิการอยู่ไหนในการเมืองไทย' จัดโดยมหาวิทยาลัยรังสิต พร้อมนำเสนอนโยบายด้านผู้พิการ ต้องการให้คนพิการมีความภูมิใจ มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีพลังที่ไม่ใช่ภาระ สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ เป็นพลเมืองดีของสังคม

น.ส.อนุสรี กล่าวว่า การส่งเสริมให้มีงานทำ มีอาชีพ มีรายได้ โดยคิดในกรอบภาพรวมใหญ่ มีกับดักหลายด้านที่ทำให้ทำไม่ได้ จึงต้องปฏิรูปกฎหมายส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการที่ระบบการลงทะเบียนคนพิการต้องไม่ตกหล่น มีการบริการถึงที่อย่างทั่วถึง และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการลงทะเบียนออนไลน์ คนพิการต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิคนพิการอย่างเท่าเทียมสมบูรณ์

น.ส.อนุสรีกล่าวว่า มี 4 หน่วยงานรับผิดชอบ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงแรงงาน (รง.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แต่ขาดการบังคับใช้กฎเกณฑ์ทางกฎหมายว่าหากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจะเป็นอย่างไร

'ศรีสุวรรณ' บุกถาม 'ชัชชาติ' สวนชูวิทย์ตกเป็นของกทม.แล้วหรือไม่ หลังถูกนำไปพัฒนาเป็นอาคารสูงโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่

(24 มี.ค.66) ที่ศาลาว่าการ กทม.1 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อสอบถามสถานะของที่ดินสวนชูวิทย์ บริเวณสุขุมวิท ซอย 10 หลังเคยมีกรณีพิพาทกันในคดีรื้อทุบบาร์เบียร์ว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตามกฎหมายไปแล้วหรือไม่

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อ 22 พ.ค.2548 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ จัดแถลงข่าวครั้งแรกระหว่างการต่อสู้คดีรื้อบารณ์เบียร์ในศาล เพื่อแสดงความตั้งใจว่าไม่ต้องการใช้ประโยชน์จากที่ดินผืนดังกล่าว และจะนำที่ดินคืนสาธารณะให้สังคมโดยจัดทำเป็นสวนสาธารณะ และต่อมาวันที่ 24 ธ.ค.2548 ไม่ทันถึงปีนายชูวิทย์ก็จัดแถลงข่าวเปิดตัวสวนชูวิทย์และกล่าวในวันนั้นว่า เจตนาที่จะเสียสละนำที่ดินดังกล่าวสร้างเป็นสวนสาธารณะให้กรุงเทพมหานคร ให้เป็นปอดของคน กทม. ได้ใช้ประโยชน์แทนโครงการสร้างโรงแรม เรียกว่า 'สวนชูวิทย์'

ต่อมาในคดีรื้อบาร์เบียร์นั้น ศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อ ม.ค.59 ว่าที่ดินพิพาทบริเวณสุขุมวิทซอย 10 นั้นศาลฎีกาเห็นว่าหลังเกิดเหตุ นายชูวิทย์กับพวก ได้ร่วมกับจำเลยอื่นชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายไปบางส่วนแล้ว และยังมีการนำที่ดินพิพาทไปทำประโยชน์เป็นสวนสาธารณะให้ประชาชนทั่วไปใช้ได้ โดยไม่ได้นำที่ดินไปทำธุรกิจแสวงหาผลกำไรอีก บ่งบอกว่าจำเลยรู้สึกสำนึกผิด นับว่ามีเหตุปรานี เห็นสมควรกำหนดโทษใหม่ให้เหมาะสม พิพากษาแก้ว่าจากจำคุก 5 ปี ให้เหลือแค่ 2 ปี ไม่รอลงอาญา

‘ลุงหนู’ เห็นพ้อง ‘บิ๊กป้อม’ ผู้ได้เสียงมากสุด รวมเสียงข้างมากได้ ควรเป็นนายกฯ

หลังมีกระแสกรณีที่พรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชารัฐร่วมรับประทานอาหารมื้อเที่ยงที่ป่ารอยต่อฯ เมื่อ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็น โดยระบุว่า “ไม่ควรเอาคำพูดคนอื่นในวงสนทนามาเล่า ผม และพล.อ.ประวิตร หลักการเดียวกัน ผู้ได้เสียงมากสุด รวมเสียงข้างมากได้ ควรเป็นนายกฯ” 

‘ลุงป้อม’ สั่ง เร่งพัฒนาระบบฐานข้อมูลสวัสดิการรัฐฯ เพื่อความรวดเร็ว-ครอบคลุม-เข้าถึงง่าย ปชช.ได้ประโยชน์

(24 มี.ค. 66) พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบูรณาการเชื่อมโยงฐานข้อมูล ด้านสวัสดิการของรัฐฯ ครั้งที่ 1/2566 ณ ห้องประชุมมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ที่ประชุมได้รับทราบ การดำเนินการออกแบบ การเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านสวัสดิการของรัฐฯ และการดำเนินการเชื่อมโยงฐานข้อมูล ผ่านหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน รวมถึงข้อมูลบุคคลด้านอื่น ๆ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อาศัย เป็นต้น และได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยมีการจัดทำ API เพื่อใช้ค้นหาข้อมูลสวัสดิการที่ได้มีการเชื่อมโยง และรวบรวมข้อมูลแล้ว สามารถค้นหาด้วยหมายเลขบัตรประชาชน และจัดทำ Dashboard เพื่อแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูล และแสดงความซ้ำซ้อนของสวัสดิการ และได้ทำการเชื่อมโยงแล้วจำนวน 13 สวัสดิการ มีประชากรได้รับสิทธิ์ ถึง 19,348,391 ราย (27,923,508 สิทธิ์) อาทิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กองทุนคุ้มครองเด็ก เบี้ยความพิการ และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เป็นต้น

‘นฤมล’ สละปาร์ตี้ลิสต์ เปิดทางคนรุ่นใหม่ทำงาน ยัน!! ไม่กลับคำ แม้ผู้ใหญ่พิจารณาลำดับใหม่

เมื่อเวลา 09.50 น. (24 มี.ค.66) ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวทิศทางการทำงานการเมืองกับพรรค พปชร.ว่า พรรค พปชร.มีบุคลากรคุณภาพจำนวนมาก ทั้งผู้ที่ร่วมก่อตั้งพรรคมาตั้งแต่ปี 2561 ผู้ที่เข้ามาร่วมพัฒนาพรรคระหว่างทาง และผู้ที่เพิ่งเข้ามาร่วมงานกับพรรค ทุกคนต่างมีความสามารถที่หลากหลายอันเป็นประโยชน์ต่อพรรค และต่างมีความตั้งใจที่จะทำสิ่งที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน

นางนฤมล กล่าวว่า สำหรับตนเองมีความตั้งใจมาทำงานการเมือง เพราะปรารถนาที่จะตอบแทนพระคุณแผ่นดินไทย โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่เสียภาษีส่งให้ตนได้เรียนต่อต่างประเทศ ทำให้เด็กยากจนคนหนึ่งที่ต้นทุนชีวิตต่ำมาก ได้มีโอกาสที่ดีในชีวิตมากมาย ตนได้รับโอกาสจากพรรคให้ได้เข้ามาทำงานการเมือง จึงตัดสินใจลาออกจากราชการ ด้วยความหวังและความตั้งใจที่จะนำความรู้และประสบการณ์ที่มีมาทำประโยชน์ตอบแทนผู้มีพระคุณ ซึ่งคือพี่น้องประชาชน

"การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 แหม่มได้รับโอกาสจากผู้บริหารพรรคให้ได้ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 5 เป็นผู้หญิงคนเดียวใน 10 ลำดับแรก โดยที่ไม่ได้ร้องขอจากท่านใดเลย แต่เป็นความเมตตาล้วนๆ ของผู้บริหารพรรค ณ ขณะนั้น ที่เห็นเราทุ่มเททำงานให้พรรคตั้งแต่ยังตั้งไข่เมื่อมกราคม 2561 ทั้งที่แหม่มเป็นหน้าใหม่ทางการเมือง ไม่ใช่เด็กบ้านใหญ่ ไม่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งมาก่อน ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ แหม่มจึงอยากเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ทางการเมืองได้เข้ามาอยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับต้นๆ บ้าง หากเราที่เคยได้รับโอกาสมาแล้ว ไม่เสียสละ คนใหม่ๆ ก็จะแทบไม่มีโอกาสที่จะได้ขึ้นมา จึงได้แสดงความจำนงต่อคณะกรรมการสรรหาและผู้บริหารพรรคว่าขอสละสิทธิที่จะได้รับการเสนอชื่อในบัญชี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ดังนั้นวันนี้ ทางพรรคจึงจะมีการพิจารณาบัญชีรายชื่อกันใหม่อีกครั้ง"

นางนฤมล กล่าวว่า เคยพูดเสมอว่าถึงเวลา พปชร.ต้องผลัดใบ ให้พลังใหม่ได้เข้ามาทำงาน ครั้งนี้อาจจะได้ผลัดหนึ่งใบ ได้เห็นพลังใหม่หนึ่งใบผลิดอกออกผล ครั้งหน้าก็อาจจะได้ผลัดเพิ่มอีกหลายใบ ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้จึงจะเติบโตอย่างเข้มแข็งและสวยงาม และสำหรับตน การทำงานทางการเมืองไม่ได้มีเพียงการทำงานในสถานะ ส.ส.เพียงเท่านั้น ยังมีงานอีกมากมายหลายรูปแบบที่เราสามารถช่วยพรรค ช่วยผู้สมัคร และรับใช้พี่น้องประชาชนได้ ที่สำคัญที่สุด คือ อุดมการณ์ทางการเมือง เพราะสำหรับตน การทำงานการเมือง คือ การเสียสละ ไม่ใช่การเอาชนะ และไม่ใช่การยึดติดในตำแหน่ง ที่ตนเชื่อเสมอว่า เมื่อเราไม่ยึดติด เราจะมีอิสระทางความคิด ซึ่งนำไปสู่อิสระในการตัดสินใจในทุกๆ เรื่องเพื่อส่วนรวม

ผู้สื่อข่าวถามถึงอนาคตทางการเมืองหลังจากที่เสียสละไม่ลง ส.ส.บัญชีรายชื่อจะยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ และจะช่วยงานพรรคอย่างไรบ้าง นางนฤมล กล่าวว่า จะช่วยงานอย่างอื่น เพราะมีความรับผิดชอบกับบุคคลที่พาเข้ามาทำงานกับพรรค และเสียใจที่ไม่สามารถทำให้ทุกคนได้สมหวังในการลงรับสมัครเลือกตั้ง ที่เป็นผลมาจากการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ และเกิดพื้นที่ทับซ้อนที่ทำให้เกิดผลกระทบ เพราะเป็นความรับผิดชอบของเราที่ต้องนำพาเขาไปสู่การเลือกตั้ง แต่ทั้งนี้ตนยังช่วยงานสนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้สมหวัง แล้ววันนี้ยังเป็นแม่ทัพในกทม.และขึ้นเวทีปราศรัยได้ไม่มีใครห้าม

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าสาเหตุเป็นเพราะลำดับบัญชีรายชื่อของนางนฤมล ตกไปอยู่ลำดับที่ 20 กว่าทำให้เกิดความไม่พอใจ นางนฤมล กล่าวว่า ไม่มี และการประชุมพรรค วันที่ 22 มี.ค.ที่มีชื่อของตนอยู่ในลำดับตามที่เป็นข่าวและเป็นตามนั้นจริงๆ แต่เมื่อมองลำดับ 20 - 30 อันดับแรก ไม่เห็นคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจ ทุ่มเททำงานให้พรรค จะมีโอกาสเข้ามาทำงาน ถ้าเราไม่ถอยไม่เสียสละ ถ้าคิดว่าเป็นผู้บริหารต้องได้ลำดับต้น คนรุ่นใหม่จะไม่มีทางเข้ามาได้ และหลายพรรคการเมืองก็เป็นลักษณะที่คล้ายกัน จึงอยากให้เขาเข้ามามีโอกาสทำงานการเมืองแต่โอกาสจะเป็นไปได้น้อยถ้าไม่เสียสละ ส่วนคนรุ่นใหม่ที่ต้องการให้อยู่ในบัญชีรายชื่อต้องหารือกับกรรมการสรรหาก่อนว่าจะเป็นใคร และตนได้เสนอชื่อไปแล้ว เป็นคนที่ทำงานมาร่วมกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพรรคจัดลำดับให้ขยับมาอยู่ 1 - 3 จะเปลี่ยนใจหรือไม่ นางนฤมลกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวหากดูจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว พรรค พปชร.ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 19 คน ครั้งนี้คาดว่าจะได้ใกล้ๆ เดิม หากอยู่ในลำดับ 10 - 20 ก็มีโอกาสเข้าสภาทั้งสิ้น และ พล.อ.ประวิตร ไม่ได้คัดค้านโดยระบุว่าตามใจ

เมื่อถามว่า หากผลเลือกตั้งพรรค พปชร.ได้กลับมา 12 ที่นั่งใน กทม.จะส่งผลต่ออนาคตของนางนฤมลหรือไม่ นางนฤมล กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยอะไรในเรื่องนี้ เพราะแค่จัดผู้สมัครลง 33 เขต ก็ลำบากใจแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเสียสละครั้งนี้จะช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาทำงานจริงหรือเป็นแค่การเปิดช่องให้กับเด็กของคนบางกลุ่มเข้ามาทำงาน นางนฤมล กล่าวว่า ได้ฝากกรรมการสรรหาพิจารณาและให้โอกาสคนรุ่นใหม่ แต่ท้ายที่สุดต้องเคารพมติของกรรมการ

‘เพื่อไทย’ จัดทำปาร์ตี้ลิสต์ 100 รายชื่อ เสร็จแล้ว เตรียมยื่นส่ง กกต. เพื่อทำไพรมารีโหวต 4-7 เม.ย.นี้

(24 มี.ค. 66) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมพร้อมเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยว่าจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้มีการเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค. 2566 โดยในส่วนของการเตรียมพร้อมของพรรคเพื่อไทยนั้น ในส่วนของรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อที่ กกต. ให้ยื่นรายชื่อผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อ ในวันที่ 4 – 7 เมษายนที่จะถึงนี้ ขณะนี้ทางพรรคเพื่อไทยพร้อมแล้ว โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องประวัติต่าง ๆ ของผู้สมัคร โดยกำลังจะนำรายชื่อเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาพิจารณารายชื่อผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งระบบเขตและระบบเลือกตั้ง และจะนำรายชื่อทั้งหมดส่งไปทำไพรมารีโหวตและเมื่อเสร็จจากขั้นตอนทำไพรมารีโหวต ก็จะนำรายชื่อส่งกลับมาให้คณะกรรมการบริหารพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

‘รัสเซีย’ ฉะ ‘UK’ กรณีส่งกระสุนยูเรเนียมให้ ‘ยูเครน’ ชี้ อาจส่งผลให้สงครามบานปลายและร้ายแรงกว่าเดิม

(24 มี.ค. 66) เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) ในวันพฤหัสบดี (23 มี.ค.) ปฏิเสธเสียงคร่ำครวญของรัสเซีย เกี่ยวกับคำแถลงของสหราชอาณาจักร ที่บอกว่าจะส่งกระสุนที่มียูเรเนียมด้อยสมรรถนะเป็นส่วนประกอบให้แก่ยูเครน ยัน เป็นไปตามกฎระเบียบและกฎหมายระหว่างประเทศ

รัสเซียเมื่อวันพุธ (22 มี.ค.) ออกมาเตือนเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ลุกลามบานปลายอย่างร้ายแรงในวิกฤตยูเครน หากว่าลอนดอนมอบกระสุนยูเรเนียมด้อยสมรรถนะที่มีประสิทธิภาพเจาะเกราะให้แก่เคียฟ

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับแผนของสหราชอาณาจักรและเสียงโวยวายจากรัสเซีย ทางสโตลเทนเบิร์ก ให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพี ว่า “บรรดาพันธมิตรนาโต้กำลังปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และกฎหมายระหว่างประเทศในทุก ๆ อย่างที่พวกเขาทำในการสนับสนุนยูเครน”

“สิ่งอันตรายที่สุดคือสงคราม ซึ่งกำลังเข่นฆ่าหลายพันชีวิต” เขากล่าว ณ พิธีเปิดปฏิบัติการฝูงบินเครื่องเติมเชื้อเพลิงทางอากาศ กองบินใหม่ของนาโต้-อียู ที่ฐานทัพอากาศแห่งหนึ่งในเนเธอร์แลนด์ “สำหรับประธานาธิบดีปูติน การหยุดสงครามคือสิ่งสำคัญที่สุดที่สามารถทำได้เพื่อลดความเสี่ยงต่าง ๆ”

แอนนาเบล โกลดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักร ยืนยันเมื่อวันจันทร์ (20 มี.ค.) ว่าสหราชอาณาจักรจะมอบกระสุนยูเรเนียมด้อยสมรรถนะแก่ยูเครน โลหะหนักที่จะช่วยให้กระสุนสามารถเจาะทะลวงเหล็กได้ง่ายกว่าเดิม

มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุสปุตนิกในวันพุธ (22 มี.ค.) เน้นย้ำว่าถ้อยแถลงของลอนดอน คือสัญญาณแห่ง ‘การขาดความยั้งคิด ไร้ความรับผิดชอบ และลอยนวลพ้นผิด’ ของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรในเรื่องของกิจการระหว่างประเทศต่าง ๆ

เธอเน้นย้ำว่า กระสุนที่มียูเรเนียมด้อยสมรรถนะเป็นส่วนประกอบไม่ใช่แค่ทรงพลานุภาพมากกว่าและศักยภาพในการเจาะทะลุทะลวงมากกว่า แต่มันยังก่อการปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีในดิน สร้างความเสียหายระยะยาวแก่สิ่งแวดล้อม และส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวไปอีกหลายชั่วอายุคน

ส่วน เซียร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวว่า การใช้กระสุนยูเรเนียมด้อยสมรรถนะ จะเป็นการก้าวสู่สถานการณ์ที่ลุกลามบานปลายอีกก้าวและเป็นย่างก้าวที่ร้ายแรง พร้อมระบุมันจะลดศักยภาพของยูเครนในการผลิตอาหารคุณภาพสูงที่ไร้การปนเปื้อน

‘ปคบ.-อย.’ บุกทลายโกดังอาหารเสริม-เครื่องสำอางปลอม พบนำเข้าจากจีน ตรวจยึดของกลางมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท!!

(24 มี.ค. 66) ที่ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.สุพจน์ พุ่มแหยม ผกก.4 บก.ปคบ., ภก.วีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติกรณีทลายโกดังเก็บผลิตภัณฑ์อาหารเสริม, ยาปลอม และเครื่องสำอางปลอม ขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ตรวจยึดของกลาง 19 รายการ รวม 6,320 กล่อง มูลค่าสินค้าปลอมกว่า 10,000,000 บาท

‘ดร.ธรณ์’ เปรียบเทียบ ‘อ่าวมาหยา’ ในอดีตและปัจจุบัน ไร้นักท่องเที่ยว แต่เป็นความสงบที่สวยงาม

(24 มี.ค. 66) ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว 'Thon Thamrongnawasawat' เปรียบเทียบสภาพแวดล้อมของอ่าวมาหยาในอดีตและปัจจุบัน โดยระบุว่า…

“ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆ สักคำให้ลึกซึ้ง
ไม่ต้องบรรยายอะไรให้สวยเลิศเลอ…”

‘โด ควอน’ ถูกรวบคาสนามบิน ‘มอนเตเนโกร’ หลังพยายามหลบหนี ล่าสุดอัยการสหรัฐฯ ตั้งข้อหา 8 กระทง

(24 มี.ค.66) ฟิลิป แอดซิช (Filip Adzic) รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทมอนเตเนโกร ระบุผ่านทวิตเตอร์ถึงเรื่อง บุคคลที่ต้องสงสัยว่าเป็น นายโด ควอน (Do Kwon) ผู้ร่วมก่อตั้ง Terra ถูกจับกุมภายในดินแดนของประเทศบอลข่าน เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 

บุคคลที่สงสัยว่าเป็น นายโด ควอน ถูกควบคุมตัวที่สนามบิน หลังจากใช้ ‘เอกสารปลอม’ และเจ้าหน้าที่กำลังรอการยืนยันตัวตนอย่างเป็นทางการ

“นายควอน ถูกควบคุมตัวที่สนามบินมอนเตเนโกร พร้อมกับ Hon Chang Joon ขณะพยายามบินไปดูไบ” แอดซิดกล่าว

โดยสำนักข่าวท้องถิ่นของเกาหลีใต้ Yonhap News Agency กล่าวว่า ทางการยืนยันได้จาก ‘ข้อมูลภาพถ่าย’ รวมถึงชื่อ, สัญชาติ และอายุของบัตรประจำตัวประชาชน ว่า บุคคลที่ถูกจับเป็นบุคคลเดียวกันกับ ‘โด ควอน’ ซีอีโอของ Terraform Labs พร้อมอดีตผู้ช่วยผู้บริหาร blockchain ถูกจับกุมพร้อมกัน

ถูกตั้งข้อหา 'ฉ้อโกง' หลังโดนจับกลางสนามบินมอนเตเนโกร

หลังจากนั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงผ่านไป ถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงโดยอัยการสหรัฐในนิวยอร์ก หลังจากที่เขาถูกจับกุมในมอนเตเนโกร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top