Thursday, 9 July 2026
NewsFeed

เสียงชม ‘เจ้าภาพเอเปค’ จากนานาชาติล้นหลาม ชี้ ประเทศไทยมีแต่ได้ ภายใต้การนำของ ‘บิ๊กตู่’

บทสรุปเจ้าภาพเอเปค เสียงชื่นชม ‘บิ๊กตู่’ ล้นหลาม จัดได้สง่างามและสมศักดิ์ศรี สร้างความประทับใจทั้งไทยและนานาชาติ เห็นหนทางสดใส ประเทศไทยต้องไปต่อ

ปิดฉากการประชุมระดับโลกเอเปคที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพอย่างสง่างามและสมศักดิ์ศรี โดยมีการส่งชะลอมให้นางกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีอเมริกา เพื่อเป็นสัญลักษณ์การเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไป การจัดงานครั้งนี้เต็มไปด้วยความยอดเยี่ยม  เห็นได้จากการที่นางรีเบคกา สตามาเรีย ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการเอเปคชมว่าการจัดงานครั้งนี้จัดได้ในระดับเวิลด์คลาสทุกด้าน 

บรรดาผู้นำประเทศต่างๆ แสดงออกหลายวิธี เช่น นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ลี เซียนลุง โพสต์ภาพอาหารในงานเลี้ยงตามพร้อมคำชมมากมาย แต่ที่เป็นสีสันของงานคงไม่พ้นประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงแห่งฝรั่งเศส ที่แว้บไปชมมวยไทย เยี่ยมชมวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม แล้วไปเดินยาวราช พักนั่งดื่มเบียร์สิงห์ในร้านอาหารอย่างสนุกสนาน  

เจ้าชายมุฮัมหมัด บินซัลมาน มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบียเอ่ยชมว่าประเทศไทยมีความเป็นมิตร ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปฏิสันถาร พระองค์ทรงแย้มสรวลตลอดเวลา การเข้าเฝ้าของมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดิอาระเบียครั้งนี้ เป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนในการรื้อฟื้นสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ หลังจากซาอุดีอาระเบียตัดความสัมพันธ์กับไทยไปนานถึง 32 ปี และเพิ่งจะมารื้อฟื้นความสัมพันธ์กันอีกครั้งในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยนโยบายทางการทูตของรัฐบาลไทยชุดนี้

การเยือนไทยของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นับเป็นการเยือนไทยในรอบ 11 ปี ทำให้การเยือนไทยของประธานาธิบดีจีนครั้งนี้มีความหมายและความสำคัญอย่างยิ่ง และที่ประทับใจอย่างยิ่งคือทางรัฐบาลไทยได้จัดเค้กวันเกิดเซอร์ไพรซ์ภริยาของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงด้วย 

นางกมลา แฮร์ริสสร้างความแปลกใจคาดไม่ถึง เพราะไม่อยู่ในกำหนดการ ด้วยการชวนสื่อทุกคนให้ไปตลาดอตก. จากนั้นซื้อเครื่องแกงหลายอย่าง ทั้งแกงเขียวหวาน แกงเผ็ด ใบมะกรูดแห้ง กลับอเมริกา สร้างความประทับใจแก่คนไทยทุกคน เรื่องเหล่านี้แม้จะไม่ใช่ประเด็นหลักในการจัดงานครั้งนี้ แต่สะท้อนความพึงพอใจที่ผู้นำประเทศ ที่มีต่อประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

การประชุมเอเปคในประเทศไทยครั้งนี้มีความสำคัญ ถือว่าเป็นการประชุมระดับภูมิภาคที่สำคัญเวทีหนึ่งของโลก เป็นการประชุมแบบพหุภาคีจากหลายภาคส่วนที่มาเข้าร่วมกัน ประเด็นของการหารือมุ่งไปที่เรื่องของโปรโตคอลหรือในเชิงข้อตกลงตามระเบียบแบบแผน เน้นเรื่องการอำนวยความสะดวกทางการค้า การเชื่อมต่อระหว่างกัน ซึ่งประเทศไทยผลักดันในเรื่องของ BCG Model ทั้งเรื่องเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว

ประเด็นในการหารือครั้งนี้จะส่งผลช่วยเศรษฐกิจไทยทั้งรายย่อยและรายใหญ่ เป็นประโยชน์ที่คนไทยจะได้รับแน่นอน โดยเฉพาะด้านธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เม็ดเงินจำนวนนี้ก็จะลงไปสู่ธุรกิจรากหญ้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ประตูสนามบิน ไกด์ แท็กซี่ โรงแรม ธุรกิจนวดสปา ร้านอาหาร แม่ค้าพ่อค้าในแหล่งท่องเที่ยว นี่คือผลประโยชน์ร่วมของคนไทยที่ไม่อาจปฎิเสธได้

การจัดงานครั้งนี้คือช่องทางให้ไทยได้แสดงศักยภาพและความพร้อมในการจัดการประชุมระดับโลก หลังการระบาดของโควิด-19 ซึ่งทั้งโลกอยู่ในภาวะซบเซา สิ่งที่คนไทยจะได้รับอย่างชัดเจนคือ การกระตุ้นหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ การค้าขาย ทุกระดับ ผู้นำและตัวแทนประเทศต่างๆ รวมถึงสื่อมวลชนทุกชาติเข้ามาเยือนเมืองไทยและต้องกินใช้ในบ้านเรา นั่นคือการทำให้เม็ดเงินหมุนเวียน  

ในส่วนของเศรษฐกิจระดับมหภาค คงมีการดำเนินการต่อหลังจากนี้จนกลายเป็นผลประโยชน์ระยะยาวของเมืองไทย แต่ที่แน่ๆ ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียกลับมาแนบแน่นเหมือนเดิม หลังขาดสะบั้นไปนานถึง 32 ปี

น่าปลื้มใจ!! สื่อจีนเผย ‘ละคร-อาหาร-ชุดไทย’ ดึงดูดคนจีนรุ่นใหม่ให้หลงใหลใน ‘วัฒนธรรมไทย’

สำนักข่าวซินหัว สื่อทางการของจีน ได้เผยเรื่องราวเกี่ยวกับเทรนด์ความสนใจของคนจีนรุ่นใหม่ว่า ปัจจุบันนี้มีความสนใจและชอบในวัฒนธรรมไทยมากขึ้น ผลมาจากการได้ดูละครและชิมอาหารไทย

สำนักข่าวซินหัว ได้เผยข้อมูลว่า ปัจจุบันวัฒนธรรมไทยอันมีเสน่ห์ได้ดึงดูดใจวัยรุ่นชาวจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างจีน-ไทย ที่นับวันจะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

“ถ้ามีโอกาสนะ ฉันจะไปเที่ยวกรุงเทพฯ ลองชิมต้มยำกุ้งรสต้นตำรับ สวมชุดไทยแล้วเช็กอินบนโซเชียลมีเดียว่าอยู่ที่พระบรมมหาราชวัง” หลัวเผยเยี่ยน นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากมหาวิทยาลัยครูกว่างซีทางตอนใต้ของจีนพูดคุยถึงประเทศไทยว่า มีหัวข้อให้เธอพูดถึงได้อย่างไม่รู้จบ

“ฉันกดติดตามบล็อกเกอร์ชาวไทยหลายคน ดูพวกเขาแบ่งปันเรื่องราวการใช้ชีวิตในไทย ทำให้รู้สึกว่าไทยเป็นประเทศที่เป็นมิตรและอบอุ่นมาก” หลัวบอกกับนักข่าว พร้อมเสริมว่าแรกเริ่มเธอเรียนรู้วัฒนธรรมไทยผ่านภาพยนตร์จีนที่ถ่ายทำในไทยก่อนจะเขยิบไปดูละครไทยและกินอาหารไทยจนหลงใหลประเทศไทย

การเผยแพร่วัฒนธรรมภาพยนตร์และละครจีน-ไทย ได้หยั่งรากลึกในจิตใจของผู้คนอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นำไปสู่ความร่วมมือด้านละคร ภาพยนตร์ และเนื้อหาออนไลน์มากมายระหว่างสองประเทศ ก่อเกิดผลงานละครและภาพยนตร์ออกสู่สายตาสาธารณชน กลายเป็นสะพานเชื่อมคนรุ่นใหม่เข้าใจวัฒนธรรมของกันและกัน

จีนนั้นเริ่มนำเข้าละครโทรทัศน์ไทยตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 21 ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้ชมภายในประเทศอย่างมาก ขณะการพัฒนาอันรวดเร็วของแพลตฟอร์มคลิปวิดีโอสั้นในช่วงไม่กี่ปีนี้ช่วยให้ละครและภาพยนตร์ไทยน้ำดีเป็นที่รู้จักบนโลกออนไลน์ ส่วนเหล่าวัยรุ่นมีส่วนเผยแพร่ละครและภาพยนตร์ไทยที่พวกเขาชื่นชอบผ่านการพากย์เสียงและทำซับไตเติล

“ละครไทยไม่เพียงช่วยให้เธอเข้าใจวัฒนธรรมไทย แต่ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญของการเรียนรู้ภาษาไทยด้วย” อิ่นหรุ่ย บัณฑิตสาวจากสาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยกลุ่มชาติพันธุ์อวิ๋นหนาน (ยูนนาน) กล่าว โดยสมัยเรียน อิ่นเคยเข้าร่วมชมรมแปลซับไตเติลละครและภาพยนตร์ชื่อดัง รวมถึงข่าวสารของสื่อหลักในไทย

ขณะเดียวกันอิ่นยังเป็นนักพากย์เสียงละครไทยคนดัง ผลงานพากย์เสียงของเธอที่แชร์บนสื่อสังคมออนไลน์มักมียอดกดถูกใจจำนวนมาก โดยอิ่นเผยว่าการพากย์เสียงละครเรื่องโปรดเป็นอีกหนึ่งวิธีฝึกพูดภาษาไทยของเธอ รวมถึงหวังว่าการแปลและการเผยแพร่ผลงานเช่นนี้จะช่วยให้หลายคนเข้าใจประเทศไทยเพิ่มขึ้น

การสั่งสมประสบการณ์แปลละครไทยสมัยเรียนยังเกื้อหนุนการเลือกอาชีพของอิ่น โดยธุรกิจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจีน-ไทย ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้บรรดาชาวจีนที่เรียนภาษาไทยสามารถเลือกทำอาชีพนักแปลด้านธุรกิจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนได้ด้วย

อนึ่ง การเรียนการสอนของสาขาวิชาภาษาไทยตามมหาวิทยาลัยจีนในช่วงหลายปีนี้ได้บูรณาการวัฒนธรรมไทยเข้ากับการเรียนการสอนแต่ละวันเพื่อช่วยนักศึกษาเรียนรู้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น เช่น การแข่งขันพากย์ละครไทย การแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาไทย สัปดาห์วัฒนธรรมเทศกาลลอยกระทง หรือวันไหว้ครูของไทย

‘อนุทิน’ ชี้!! แนวโน้มผู้ป่วยโควิดทั่วโลกเพิ่มขึ้นช่วงฤดูหนาว ห่วงกลุ่ม 608 แนะเข้ารับวัคซีนกระตุ้นสร้างภูมิคุ้มกัน

อนุทิน ห่วงใยประชาชน หลังพบ แนวโน้มผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วโลกเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาว แนะกลุ่ม 608 เข้ารับวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกัน 

(21 พ.ย. 65) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข มีความห่วงใยประชาชนจากแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นในหลายประเทศเนื่องด้วยขณะนี้เป็นฤดูหนาวที่เอื้อต่อการแพร่เชื้อไวรัส ประกอบกับทั่วโลกมีการผ่อนคลายมาตรการป้องกันโรค ขณะที่ไทยก็ได้เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวซึ่งมีผู้เดินทางมาจากทั่วโลก

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า การดูแลป้องกันตนเอง เช่น สวมหน้ากากอนามัย เมื่ออยู่ในที่แออัด การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ตลอดจนการสร้างภูมิคุ้มกันโดยการรับวัคซีนจึงมีความจำเป็นสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่ม 608 ซึ่งมีความเสี่ยงสูง ต้องเข้ารับวัคซีนตามเกณฑ์ และเข็มกระตุ้นเมื่อครบระยะเวลา เพื่อลดอาการป่วยหนักหรือเสียชีวิต โดยประชาชนสามารถติดต่อเข้ารับวัคซีนสถานพยายาลใกล้บ้าน ซึ่งปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขกระจายวัคซีนสำหรับประชาชนทุกกลุ่มไปยังสถานพยาบาลทั่วประเทศและเพียงพอกับความต้องการ

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า แม้สถานการณ์แพร่ระบาด หรือการมีจำนวนผู้ป่วยหนักในไทยไม่ได้อยู่ในระดับสูงหรือน่ากังวล แต่ฤดูหนาวจะเป็นช่วงที่ไวรัสมีการแพร่กระจายรวดเร็ว และตอนนี้หลายประเทศที่อากาศหนาวจัดก็มีผู้ป่วยมากขึ้น นายอนุทินจึงมีความห่วงใย และขอให้ประชาชนเข้ารับวัคซีน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้กระจายวัคซีนสำหรับทุกกลุ่มไปยังสถานพยาบาลพร้อมบริการให้ประชาชนทั่วประเทศ

‘ธนาธร’ ร่วมวงปลุกพลังเลือก ‘ก้าวไกล’ ชูอุดมการณ์ ลดเหลื่อมล้ำ สู้ทุนใหญ่ผูกขาด

‘ก้าวไกล’ ล่องใต้เปิดเวทีพบสมาชิกที่กระบี่-ภูเก็ต เดินหน้าขยายฐานสมาชิกเตรียมสู้ศึกเลือกตั้ง ‘ธนาธร’ ร่วมเวทีด้วย เคลียร์ชัดอุดมการณ์อนาคตใหม่ ต่อเนื่องสู่ก้าวหน้า-ก้าวไกล คือการต่อสู้กับความเหลื่อมล้ำ สร้างสังคมที่เป็นธรรมเป็นประชาธิปไตย 

พรรคก้าวไกล จัดกิจกรรมเปิดรับสมัครและพบปะสมาชิกพรรคที่จังหวัดกระบี่และจังหวัดภูเก็ต โดยมี ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ร่วมเวทีเปิดการรณรงค์ขยายฐานสมาชิก และพูดคุยเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ของพรรคก้าวไกลในการเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งทั่วประเทศ พร้อมเชิญ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ร่วมการบรรยายเกี่ยวกับประเทศไทยที่พรรคก้าวไกล-คณะก้าวหน้า อยากเห็น

ธนาธร เริ่มต้นด้วยการอธิบายถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ในประเทศไทยที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก โดยระบุว่าความเหลื่อมล้ำเช่นนี้เป็นผลโดยตรงจากการจัดสรรทรัพยากรของประเทศอย่างไม่เป็นธรรม อำนาจทางการเมืองถูกใช้เพื่อการเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มทุนขนาดใหญ่มากกว่าประชาชน นำไปสู่การผูกขาดทางเศรษฐกิจอยู่ในมือของกลุ่มทุนขนาดใหญ่และชนชั้นนำ 

นี่คือปัญหาที่พรรคอนาคตใหม่เดิม มาจนถึงพรรคก้าวไกลและคณะก้าวหน้าวันนี้ยืนยันมาตลอดว่าเป็นเป้าหมาย ก็คือการทลายทุนผูกขาด และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยทุกคน ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย อำนาจเป็นของประชาชน และทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการเรียกร้องแสดงออก

ธนาธร กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาชนชั้นนำมักอ้างความสามัคคีปรองดองมาเรียกร้องต่อทุกคนในชาติและใช้ในการโจมตีพวกเราตลอดเวลา แต่คำถามคือการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนผูกขาดร่ำรวยเป็นหลักแสนล้านภายในเวลาไม่กี่ปี ขณะที่ปล่อยให้คนเกิน 50% ของประเทศนี้มีรายได้ไม่ถึง 7,500 บาทต่อเดือน เข้าไม่ถึงน้ำประปาที่มีคุณภาพ บริการสาธารณะที่ดี ทั้งที่เป็นสิทธิพื้นฐาน สิ่งนี้คือความปรองดองของคนในชาติหรือไม่

ดังนั้น ประเทศไทยในแบบที่เราอยากเห็นเป็นเรื่องที่เรียบง่ายมาก คือเป็นประเทศที่ประชาชนทุกคนไม่ว่าจะเกิดที่จังหวัดไหน ต้องเข้าถึงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน น้ำประปา โรงเรียน โรงพยาบาลที่ดีเหมือนกัน เราต้องการสร้างประเทศที่เสมอภาคเป็นธรรม ดอกผลการพัฒนากระจายถึงทุกคน มีเศรษฐกิจที่ทันสมัย มีเทคโนโลยีของตัวเอง และเป็นประชาธิปไตย ซึ่งเป็นเรื่องสามัญพื้นฐานที่คนไทยทุกคนควรได้รับ นี่คือสังคมไทยที่เราเปลี่ยนแปลงได้

“การเรียกร้องให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ มีความเป็นธรรม ดอกผลการพัฒนากระจายถึงทุกคน มีเศรษฐกิจที่ทันสมัย ไม่ใช่เรื่องสุดโต่ง ไม่ใช่เรื่องที่ผิด นี่คือสังคมที่เราทุกคนอยากให้ลูกหลานของเราเติบโตขึ้นมา โอกาสในการเปลี่ยนแปลงอยู่ในมือทุกท่านแล้ว มาร่วมกันผลักดันวาระสำคัญของประเทศ ให้ดอกผลของการพัฒนาไม่ได้ตกอยู่กับเจ้าสัวไม่กี่คน แต่อยู่กับคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ เราทำได้ด้วยการร่วมสร้างพรรคก้าวไกลด้วยกัน” ธนาธรกล่าว

ด้านชัยธวัช ได้บรรยายถึงยุทธศาสตร์ของพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้ง โดยระบุว่าพรรคก้าวไกลมีเป้าหมายที่ต้องการเป็นพรรคเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ โดยเล็งเห็นว่าการเปลี่ยนรัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีเพียงลำพังไม่สามารถทำให้ประเทศไทยดีขึ้นได้ ต้องเปลี่ยนไปถึงโครงสร้างทั้งทางการเมืองและทางเศรษฐกิจของประเทศ

นั่นเป็นเพราะปัญหาของสังคมไทยที่เป็นข้อขัดแย้งไม่จบสิ้นมายาวนาน ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 คืออำนาจการเมืองในประเทศนี้อยู่ที่ประชาชนหรืออยู่ที่อื่น ซึ่งที่ผ่านมาการรัฐประหารทั้งสองครั้งล่าสุดในปี 2549 และ 2557 เป็นการรัฐประหารที่ฝ่ายชนชั้นนำได้ลดทอนอำนาจจากการเลือกตั้ง และเพิ่มอำนาจให้กลุ่มที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ทั้งกองทัพ องค์กรอิสระ และตุลาการมาโดยตลอด

‘บิ๊กป้อม’ พอใจแก้ปัญหาที่ดินให้ปชช. คืบหน้า ย้ำ!! ยึดหลักหนึ่งเดียวกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตปชช.

‘พล.อ.ประวิตร’ พอใจแก้ปัญหาที่ดินคืบหน้า ย้ำยึดหลักหนึ่งเดียวกัน พร้อมลงจี้กวาดล้างใหญ่ยาเสพติดทุกพื้นที่เชื่อมโยงตัวการไม่มียกเว้น

โฆษกประจำ รอง นรม. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อม รมว.ดีอีเอส รมช.คลัง และคณะ เดินทางลงตรวจราชการพื้นที่ จังหวัดกำแพงเพชร ติดตามการแก้ปัญหายาเสพติด ที่ดินทำกินและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง โดยรับฟังสถานการณ์ด้านการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด และการจัดการที่ดินทำกินตามนโยบายของรัฐบาล ณ รร.ปางศิลาทองศึกษา มี ผวจ.กำแพงเพชร มทภ.3 ผบช.ภาค 6 ผอ.สคทช. เลขา สทนช.และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ให้การต้อนรับ

โดยพล.อ.ประวิตร ได้มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาเขียว-ป่าเขาสว่าง และป่าคลองห้วยทราย เนื้อที่กว่า 12,951 ไร่ มีประชาชนเข้าอยู่อาศัย 1,077 ราย ให้กับ ผวจ.กำแพงเพชร พร้อมทั้งมอบหนังสืออนุญาตสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดที่ดินทำกินในพื้นที่ อ.ปางศิลาทอง และ อ.ขาณุวรลักษณ์บุรี เนื้อที่รวมกว่า 4,233 ไร่ ให้กับประชาชนจำนวน 334 ราย 

‘โก้-วรนัยน์’ ขนทัพ ร่วมงาน ‘ชาติพัฒนากล้า’ พร้อมลุยโปรเจกต์ ‘My Life My Goal’ ทั่วประเทศ

ตามคาด! โก้-วรนัยน์ วาณิชกะ ร่วมงาน ‘ชาติพัฒนากล้า’ พร้อมลงมือทำพลิกโฉมประเทศ ฟิตจัดเตรียมลุยทำโปรเจ็กต์ ‘My Life My Goal’ พบคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ ‘กรณ์’ เปิดรับคนรุ่นใหม่เสริมทีม เติมเต็ม 4 ปัจจัย พร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง  

(21 พ.ค. 65) ที่พรรคชาติพัฒนากล้า นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า แถลงข่าวเปิดตัวนายวรนัยน์ วาณิชกะ อดีตหัวหน้าพรรครวมไทยยูไนเต็ด พร้อมด้วยนายกอบกฤต สุขสถิตย์, นายวรธรรม แซ่โง้ว, นายปัญจเดช สิงห์โท เข้าร่วมงาน 

นายกรณ์ จากติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า ในฐานะหัวหน้าพรรคต้องย้ำอีกครั้งว่าชาติพัฒนากล้า คือ พรรคของคนทุกรุ่น พร้อมทำงานกับคนทุกกลุ่ม ทุกวัย เรามีเป้าหมายในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยทุกคนให้ดีขึ้น ที่ผ่านมาเราได้พยายามทำงานในหลายเรื่อง และจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อตอบโจทย์การแก้ปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทั้งปัญหาของแพง ความมั่นคงในชีวิตของประชาชนในวัยทำงาน และผู้สูงอายุ ที่มีความกังวลว่าในอนาคตจะมีใครมาดูแลเขาหรือไม่ และคนรุ่นใหม่ที่รู้สึกขาดโอกาส ขาดความหวัง ซึ่งทั้งหมด เป็นเหตุให้คนไทย รอคอยโอกาส ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้นั่นคือการเลือกตั้ง หมดยุคแล้วที่จะหวังอัศวินม้าขาวหรือใครคนใดคนหนึ่งที่จะมาแก้ปัญหาในทุกเรื่องให้กับเรา ประสบการณ์หลายปีที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน ต้องมีความเป็นทีมที่จะสามารถขับเคลื่อนเรื่องยากๆ และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน 

“ทีมจะต้องมาหนุนเสริม 4 ปัจจัยหลักคือ 1. คือจินตนาการ อุดมการณ์ ความคิด ความฝันและความเข้าใจ ในโลกที่เปลี่ยนไปในเรื่องของเทคโนโลยี และจะเอาความเปลี่ยนแปลงนั้นมาทำให้ประโยชน์ให้กับประชาชนและขับเคลื่อนประเทศได้อย่างไร 2. ประสบการณ์ เป็นสิ่งสำคัญที่จะแปรความคิดความฝันไปสู่ความเป็นจริง ต้องบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างไร 3. ต้องมีความมุ่งมั่นที่จะทำเรื่องยากได้ และ 4. สำคัญมากคือต้องมีไฟ มีกำลังแรงกล้าที่จะลงมือ ซึ่งเมื่อเรามอง ปัจจัยเหล่านี้ จะเห็นว่ามีความสำคัญอย่างมาก วันนี้เราพูดได้เลยว่าพรรคชาติพัฒนากล้าเรามีครบทุกองค์ประกอบที่พร้อมจะทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้กับบ้านเมือง สร้างโอกาสให้กับพี่น้องประชาชน ทำให้คนรุ่นใหม่ มีความรู้สึกมีความหวัง อนาคตของตัวเองและบ้านเมือง” นายกรณ์ กล่าว

ชาวเน็ตถาม ‘เศรษฐา’ ออกเงินค่าลิขสิทธิ์บอลโลกกี่บาท เจ้าตัวสวน “ไม่ได้ออก-เราเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์” 

‘เศรษฐา ทวีสิน’ ซีอีโอแสนสิริ และผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ลั่น!! ที่นี่ประเทศไทยที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ชาวเน็ตถามออกเงินกี่บาท ตอบ "ไม่ได้ออก" เปรยเป็นบริษัทอสังหาฯ

(21 พ.ย.65) ทวิตเตอร์ @Thavisin ของนายเศรษฐา ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความระบุว่า "ถ่ายทอดสดบอลโลก 300 ล้านได้ถ่าย 32 คู่และได้เลือกคู่เด็ดๆ ก่อน 600 ล้านได้ที่เหลือ 32 คู่ ที่นี่ประเทศไทยที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงครับ"

ม.หอการค้า คาดการลงทุน BCG ตามมากว่า 6 แสนล้าน หลังรัฐ 'จุดติด-สร้างความตื่นตัว' ในเวที APEC 2022

(21 พ.ย.65) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการที่ประเทศไทยได้ผลักดันให้เกิดการรับรอง 'เป้าหมายกรุงเทพฯ' ว่าด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bangkok Goals on BCG Model) ในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ค.ศ. 2022 ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญสูงสุดของการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทยในปีนี้ ถือเป็นกรอบการดำเนินการกำหนดเป้าหมายร่วมกันเพื่อให้ภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิก เจริญเติบโตอย่างเข้มแข็ง สมดุล มั่นคง และยั่งยืน โดยผ่านความร่วมมือ 4 ด้าน คือ...

1.) การจัดการผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ 
2.) การส่งเสริมการค้าและการลงทุนที่ยั่งยืนและครอบคลุม 
3.) การอนุรักษ์บริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยังยืน 
และ 4.) การบริหารจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

‘สุริยะ’ มอบ กนอ. เร่งดำเนินการ หลัง ‘ไทย-จีน’ เซ็น MOU ปั้นนิคมฯ ในไทย พร้อมพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน 

‘สุริยะ’ มอบ กนอ.เร่งดำเนินการประสานงาน หลังกระทรวงอุตสาหกรรม (MOI) จับมือ กระทรวงพาณิชย์แห่งสาธารณประชาชนจีน (MOFCOM) ลงนามบันทึกความเข้าใจตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม และสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการลงทุน เจาะกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การแพทย์ อุตสาหกรรมชีวภาพ และเศรษฐกิจหมุนเวียนชีวภาพ 

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง กระทรวงอุตสาหกรรม แห่งราชอาณาจักรไทย และ กระทรวงพาณิชย์ แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม และสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการลงทุน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมนโยบายความคิดริเริ่ม ‘หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง’ (Belt and Road initiatives) เชื่อมโยงสู่นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ตลอดจนร่วมกันเสริมสร้างความร่วมมือทวิภาคีด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การค้า และการลงทุน ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เร่งศึกษาและดำเนินการประสานงานต่อไป

‘นันทิวัฒน์’ ยกไทยเจ้าภาพ ‘เอเปค’ สมบูรณ์แบบ แถมได้พรีเซ็นเตอร์ระดับผู้นำ ชวนทั่วโลกตามรอย

(21 พ.ย.65) นายนันทิวัฒน์ สามารถ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nantiwat Samart ระบุว่า... 

เอเปกสมบูรณ์แบบ การจัดประชุมเอเปกสำเร็จเสร็จสิ้นลงเรียบร้อย ได้รับคำชมมากมายจากผู้นำทุกประเทศที่มาร่วมประชุม 

งานนี้ ประเทศไทยมีพรีเซนเตอร์ระดับผู้นำโลก ทั้งประธานาธิบดีมาครง ที่ไปชมมวยไทยที่สนามมวยราชดำเนิน เดินชิมอาหารที่สตรีทฟู้ดเยาวราช และพาชมวัดโพธิ์

รองประธานาธิบดีกมลา ไปวัดราชบพิตร เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช และเดินซื้อของที่ตลาดนัดจตุจักร ได้พริกแกงกลับบ้าน และนายกฯ ลีเซียนลุง โพสต์อาหารที่เสิร์ฟในงานเลี้ยงกาลาดินเนอร์ 

เชื่อได้เลยว่า นับจากนี้ จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเดินตามรอยผู้นำเหล่านี้ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top