Thursday, 9 July 2026
NewsFeed

เปิดกลยุทธ์ WICE ขนส่งข้ามแดนแบบครบวงจร ตั้งเป้า!! ขอเป็นโลจิสติกส์ชั้นนำแห่งเอเชียใน 3 ปี

(19 พ.ย. 65) นายชูเดช คงสุนทร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ WICE ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศแบบครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทมีความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำบริการโลจิกติกส์ครบวงจรที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั้งภูมิภาคเอเชียภายในปี 2568

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนระยะกลาง (ปี 2566-2568) มุ่งเน้นการทำงานร่วมกันมากขึ้นระหว่างบริษัทย่อยทั้งหมด 9 แห่ง เพื่อขยายตลาดให้กับบริษัทในเครือ รองรับปริมาณความต้องการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น อาทิ ประเทศจีน และ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตเป็นอย่างมากทั้งการขนส่งทางทะเลและทางอากาศ โดยมีแผนการขยายสำนักงานและบุคลากร อีกทั้งจุดเด่นของบริษัทในการใช้กลยุทธ์เข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ด้วยการบริหารการขนส่ง และบริการหลากหลาย อาทิ การให้บริการส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ (Reefer Container) การขนส่งสินค้าแบบไม่เต็มตู้ (LTL : Less-Than-Truckload)

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนความร่วมมือกับพันธมิตร ที่จะเปิดสาขาใหม่ไปยังประเทศในทวีปเอเชียที่มีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ อาทิ ประเทศเวียดนาม ซึ่งการร่วมมือกันในครั้งนี้ นอกจากเป็นการขนส่งสินค้าและการขยายเส้นทางครอบคลุมทั่วภูมิภาคแล้ว ยังมีผลดีด้านการลดต้นทุนเพื่อเพิ่มกำไรให้กับบริษัทอีกด้วย

ขณะที่แผนการเพิ่มบริการขนส่งสินค้าไปยังประเทศกลุ่มลูกค้าหลักประเทศสหรัฐฯ ท่ามกลางปัญหาด้านค่าระวางเรือที่ปรับตัวลดลง แต่บริษัทมีการบริหารต้นทุนค่าขนสงร่วมกับบริษัทในเครือเพื่อรักษาอัตรากำไร อีกทั้งปริมาณการขนส่งยังคงเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน คาดว่เมื่อค่าระวางเรือกลับมาอยู่ในระดับปกติ จะส่งผลปริมาณการขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากสินค้าประเภทกลุ่มชิ้นสวนยานยนต์, กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน บริษัทมีแผนการเพิ่มสัดส่วนการขนสงของสินค้าประเภทอาหารมากขึ้น

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน กล่าวเป็นเกียรติในโอกาสงานฉลองครบรอบ 15 ปี สหพันธ์แรงงานยานยนต์และอะไหล่โตโยต้า พร้อมมอบมอบโล่แรงงานสัมพันธ์ดีเด่น จำนวน 70 สหภาพแรงงาน

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2565 เวลา 17.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานกล่าวเป็นเกียรติในโอกาสงานฉลองครบรอบ 15 ปี สหพันธ์แรงงานยานยนต์และอะไหล่โตโยต้า พร้อมมอบมอบโล่แรงงานสัมพันธ์ดีเด่น จำนวน 70 สหภาพแรงงาน ณ ศูนย์ประชุมบางแสนเฮอริเทจ ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี โดยกล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน เพราะผู้ใช้แรงงานถือเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อน ให้เศรษฐกิจของประเทศมีความเจริญก้าวหน้าและมั่นคง โดยมอบหมายให้กระทรวงแรงงานดำเนินการส่งเสริม พัฒนาให้แรงงานมีศักยภาพสูง มีคุณภาพชีวิตที่ดี ให้พร้อมรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง และให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของประเทศ โดยผู้ใช้แรงงานมีงานทำ และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างทั่วถึง มีความปลอดภัยในการทำงาน มีระบบแรงงานสัมพันธ์ที่ดี ตลอดจนการสร้างหลักประกันทางสังคม และยกระดับการประกันสังคมแก่พี่น้องผู้ใช้แรงงาน เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด มีรายได้ที่เหมาะสม สามารถดำรงชีพของตนเองและครอบครัวได้อย่างมีความสุข มีความมั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี อันจะเป็นรากฐานที่มั่นคงด้านแรงงานในการสร้างผลิตภาพและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศชาติ สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศให้พร้อมก้าวเข้าสู่ภูมิทัศน์ใหม่ของโลกอย่างยั่งยืนต่อไป

สหพันธ์แรงงานยานยนต์และอะไหล่โตโยต้า เป็นองค์กรแรงงานที่จัดตั้งขึ้น โดยการรวมตัวของสหภาพแรงงานในกิจการอุตสาหกรรมยานยนต์และผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งมีสมาชิกจำนวนมาก ที่ผ่านมาได้ร่วมกันบริหารงานจนเป็นองค์กรที่เข้มแข็ง มีบทบาทในการวางแนวทางให้สหภาพแรงงานในสังกัดยึดหลักการแรงงานสัมพันธ์ เชิงสร้างสรรค์เป็นที่ยอมรับ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีปรองดองของสมาชิก ในการร่วมทำกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม มีการร่วมปรึกษาหารือกับนายจ้างเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ บนพื้นฐานของหลักการแรงงานสัมพันธ์ที่ดี อันมีความสำคัญที่ช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้สถานประกอบกิจการสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงควบคู่กับการมีสภาพการจ้างและคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกจ้าง อีกทั้งยังให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ด้วยดีเสมอมา ถือเป็นแบบอย่างที่ดี จึงขอชื่นชมและหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สหพันธ์แรงงานยานยนต์และอะไหล่โตโยต้าจะมุ่งมั่นธำรงรักษาความสามัคคี และยึดมั่นหลักการแรงงานสัมพันธ์ที่ดีเช่นนี้ต่อไป ตลอดจนให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งด้านแรงงาน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถยืนหยัดและก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน อันจะนามาซึ่งประโยชน์สุขร่วมกันทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง และเศรษฐกิจของประเทศ

‘บิ๊กป้อม’ สั่ง ผบ.ทร. จัดทีมนักประดาน้ำกองทัพเรือ ช่วยค้นหาร่างน้องมาวิน หลังเจ้าหน้าที่ค้นพบร่างจมใต้ท้องน้ำลึกกว่า 70 เมตร แต่ไม่สามารถนำขึ้นมาได้ ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์พิเศษ

เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2565 พล.ร.อ. ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์นายมาวิน  เนตร์เดชา อายุ 18 ปี ได้พลัดตกน้ำขณะนั่งซ้อนท้ายเจ็ตสกี กลางอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ และจมสูญหายตั้งแต่เวลา 15.00 น. ของวันที่ 24 ต.ค. 2565  ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จากหลายฝ่ายได้ระดมสรรพกำลังในการค้นหาทั้งบนผิวน้ำ และใต้น้ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดในช่วงบ่ายของวันที่ 19 พ.ย. โดรนสำรวจใต้น้ำของทีมกู้ภัย ได้พบร่างน้องมาวิน ลอยสูงจากผิวดินประมาณ 1-2 เมตร ที่ระดับความลึกกว่า 70 เมตร  ซึ่งเป็นระดับที่ลึกมาก ยากแก่การกู้ร่างขึ้นมา จำเป็นต้องใช้นักประดาน้ำที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง  

ในการนี้ พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ติดตามข่าวดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ได้ประสานมายัง กองทัพเรือ จัดกำลังพลเข้าร่วมปฏิบัติการ  โดยพล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้สั่งการให้จัดกำลังจากหน่วยของกองทัพเรือ ที่มีขีดความสามารถในการปฏิบัติงานใต้น้ำสนับสนุนการกู้ร่างน้องมาวิน ดังนี้

1. เจ้าหน้าที่ประดาน้ำจากกรมสรรพาวุธทหารเรือ จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ พร้อมอุปกรณ์ในการกู้ร่างผู้เสียชีวิต 

2. นายแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำพร้อมอุปกรณ์สนับสนุนนักประดาน้ำที่ปฏิบัติงานให้มีความปลอดภัย

และ3. ชุดต่อต้านทุ่นระเบิดเคลื่อนที่พร้อมอุปกรณ์ Side Scan Sonar ของกองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการสำหรับใช้ในการค้นหาตำแหน่งที่แน่นอนของร่างผู้เสียชีวิต  ซึ่งกำลังของกองทัพเรือชุดแรกจะเข้าพื้นที่ตั้งแต่เวลา 09.00 น. โดยจะมีการประสานงานและปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนกว่าการดำเนินการจะบรรลุภารกิจ

รู้จัก ‘แสงเดือน ชัยเลิศ’ ผู้อำนวยการศูนย์บริบาลช้าง จังหวัดเชียงใหม่ และประธานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นอัศวิน จากประธานาธิบดีฝรั่งเศส ในฐานะผู้อนุรักษ์สัตว์และสิ่งแวดล้อมของโลก 

วันนี้ (20 พ.ย.) เฟซบุ๊ก Emmanuel Macron ของนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส โพสต์ภาพถ่ายคู่กับนางแสงเดือน ชัยเลิศ ผู้อำนวยการศูนย์บริบาลช้าง และประธานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม พร้อมข้อความระบุว่า "เล็ก ชัยเลิศ คุณใช้เวลาตลอดชีวิตของคุณเพื่อป้องกันช้าง คุณทราบดีกว่าใครทั้งสิ้นว่าการอยู่รอดของช้างขึ้นอยู่กับธรรมชาติ ที่ตั้งบนพื้นฐานของความสมดุลระหว่างเล็กที่สุดและใหญ่ที่สุด ขอบคุณสำหรับความมุ่งมั่นพันธะสัญญาของคุณเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ"

ขณะที่เฟซบุ๊ก Saengduean Lek Chailert ตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษ มีใจความว่า "เรียนท่านประธานาธิบดี ดิฉันรู้สึกปลื้มปีติอย่างมากที่ได้เปิดโลกของฉันออกสู่ผู้คนในวงกว้าง ดิฉันมีเรื่องมากมายที่จะแบ่งปัน ข้อความของคุณไม่เพียงแต่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน แต่เสียงของคุณยังมีอิทธิพลต่อการคุ้มครองสัตว์และสิ่งแวดล้อมระดับโลกอีกด้วย ขอขอบคุณในนามของเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน"

ภาพดังกล่าวคาดว่าถูกถ่ายขึ้นเมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่วังจักรพงษ์ ถนนมหาราช เขตพระนคร กรุงเทพฯ นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นอัศวิน (THE LEGION OF HONOUR) ซึ่งเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุดของสาธารณรัฐฝรั่งเศส แก่นางแสงเดือน ชัยเลิศ ผู้อำนวยการศูนย์บริบาลช้าง และประธานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม เพื่อยกย่องในฐานะเป็นผู้อนุรักษ์สัตว์และสิ่งแวดล้อมของโลก ซึ่งนายมาครงให้ความสนใจการทำงานช่วยเหลือช้างและสัตว์มาอย่างยาวนาน และจะกลับมาประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อชมชีวิตช้างที่ศูนย์อภิบาลช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ อย่างใกล้ชิด

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปฏิสันถารอย่างเป็นกันเองกับ เจ้าชายมุฮัมหมัด บินซัลมาน มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดิอาระเบีย นับเป็นภาพประวัติศาสตร์ฟื้นความสัมพันธ์ 2 ประเทศ

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. เวลา17.46 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ทรงรับพระประมุข ประธานาธิบดี และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกรัฐมนตรี และผู้แทนประเทศ ซึ่งเป็นผู้นำเขตเศรษฐกิจ และแขกพิเศษ พร้อมด้วยคู่สมรส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนิน และเดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก หรือ เอเปค (Asia - Pacific Economic Cooperation : APEC) ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2565 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

นิด้าโพล สำรวจความคิดเห็น “คนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ของคนภาคตะวันออก” ชี้ คนส่วนใหญ่ หนุน ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งนายกฯ ตามมาด้วย ‘พิธา – บิ๊กตู่’ พร้อมเทใจ ให้พรรคเพื่อไทย อันดับ 1

20 พ.ย. 2565 – ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “คนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ของคนภาคตะวันออก” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7-10 พฤศจิกายน 2565 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคตะวันออก (จังหวัดในภาคตะวันออก ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว) กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,001 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับคนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ของคนภาคตะวันออก การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนภาคตะวันออกจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 25.09 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊ง) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะ ต้องการให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ชื่นชอบนโยบายของพรรคเพื่อไทย ขณะที่บางส่วนระบุว่า ชื่นชอบผลงานของตระกูลชินวัตร

อันดับ 2 ร้อยละ 16.64 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะ เป็นคนรุ่นใหม่ มีวิสัยทัศน์ ชื่นชอบนโยบายของพรรคก้าวไกล ขณะที่บางส่วนระบุว่า ชื่นชอบอุดมการณ์ของพรรคก้าวไกล

อันดับ 3 ร้อยละ 13.64 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะ เป็นคนซื่อสัตย์ สุจริต ต้องการให้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง และมีประสบการณ์ด้านการบริหาร อันดับ 4 ร้อยละ 13.09 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 5 ร้อยละ 8.50 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย)เพราะ เป็นคนตรงไปตรงมา มีความซื่อสัตย์สุจริต และชื่นชอบวิธีการทำงาน 

อันดับ 6 ร้อยละ 7.25 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) เพราะ เป็นคนมีประสบการณ์ด้านการบริหาร ชื่นชอบผลงานในอดีตที่ผ่านมา และต้องการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามาบริหารประเทศ อันดับ 7 ร้อยละ 2.80 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า) เพราะ เป็นคนมีความรู้ด้านเศรษฐกิจ และมีประสบการณ์ด้านการบริหาร

อันดับ 8 ร้อยละ 2.35 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะ เป็นคนพูดจริงทำจริง และชื่นชอบนโยบายของพรรคภูมิใจไทย อันดับ 9 ร้อยละ 1.60 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) เพราะ มีประสบการณ์ด้านการบริหาร และชื่นชอบพรรคประชาธิปัตย์ และนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย) เพราะ เป็นคนที่พูดจริงทำจริง มีประสบการณ์ด้านการบริหาร และชื่นชอบพรรคเพื่อไทย ในสัดส่วนที่เท่ากัน อันดับ 10 ร้อยละ 1.55 ระบุว่าเป็น ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เพราะ เป็นคนมีความรู้ความสามารถ ชื่นชอบแนวคิดและวิธีการทำงาน และไม่ตอบ/ไม่สนใจ ในสัดส่วนที่เท่ากัน 

อันดับ 11 ร้อยละ 1.40 ระบุว่าเป็น ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ (พรรคสร้างอนาคตไทย) เพราะ เป็นคนมีความรู้ด้านเศรษฐกิจ มีวิสัยทัศน์ และมีประสบการณ์ด้านการบริหาร และร้อยละ 2.94 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคไทยศรีวิไลย์) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี) นายเศรษฐาทวีสิน นายเทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนากล้า) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) และนายวิกรมกรมดิษฐ์

เมื่อพิจารณาบุคคลที่คนภาคตะวันออกจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี 5 อันดับแรก เมื่อจำแนกตามกลุ่มจังหวัดของภาคตะวันออก พบว่า

1.กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 อันดับ 1 ร้อยละ 26.27 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊ง) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 2 ร้อยละ 19.92 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) อันดับ 3 ร้อยละ 13.22 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อันดับ 4 ร้อยละ 11.78 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ และอันดับ 5 ร้อยละ 7.97 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย)

2.กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 อันดับ 1 ร้อยละ 23.39 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊ง) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 2 ร้อยละ 14.98 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 3 ร้อยละ 14.25 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อันดับ 4 ร้อยละ 11.94 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) และอันดับ 5 ร้อยละ 9.38 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย)

สำหรับพรรคการเมืองที่คนภาคตะวันออกมีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส. แบบแบ่งเขต ในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 33.68 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 19.29 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 15.79 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 4 ร้อยละ 10.14 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 5 ร้อยละ 6.95 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 6 ร้อยละ 3.80 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 7 ร้อยละ 3.05 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 8 ร้อยละ 2.75 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 9 ร้อยละ 1.10 ระบุว่าเป็น พรรคชาติพัฒนากล้า และร้อยละ 3.45 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคสร้างอนาคตไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคกล้า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคไทยภักดี พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคเพื่อชาติ และพรรคประชาชาติ

ผบ.ตร. ตั้งศูนย์ปราบปรามลักลอบเล่นทายผลฟุตบอล รับเทศกาลฟุตบอลโลก เตรียมส่งตำรวจนอกเครื่องแบบสอดส่องสถานประกอบการที่อาจลักลอบเล่นการพนัน

วันที่ 20 พ.ย 65 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร) กล่าวถึงมหกรรมฟุตบอลโลก 2022  ที่ประเทศกาตาร์เป็นเจ้าภาพ ซึ่งการแข่งขันนัดแรก เป็นการพบกัน ระหว่าง กาตาร์ กับ เอกวาดอร์ จะเริ่มต้นขึ้นวันนี้เวลา 23.00 น. ที่สนาม AL Bayt Stadium วันนี้ โดยระบุว่า เกมการแข่งขันฟุตบอลโลกเป็นที่ชื่นชอบของคอบอลทั่วโลก โลกสำหรับประเทศไทย แฟนบอลชาวไทยตั้งตารอคอยที่จะรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกมาอย่างยางนานถึง 4 ปี และใจจดใจจ่อว่าจะได้รับชมฟุตบอลโลกหรือไม่ เมื่อได้รับชมแล้ว ก็ขอให้ทุกคนชมกีฬาชนิดนี้อย่างสร้างสรรค์เพื่อความบันเทิงเท่านั้น 

ทั้งนี้ อย่าใช้เกมกีฬานี้ไปในทางที่ผิด อย่าเล่นพนันฟุตบอลในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทายผลฟุตบอลพนันออนไลน์ เจ้ามือโดยตรงหรือในบ่อนทุกช่องทาง 

ร้าน 60 Plus Bakery and Cafe เปิดจำหน่าย ‘ช็อกโกแลตเอเปค’ ที่ใช้เป็นของชำร่วยให้ผู้นำและคณะสื่อมวลชนในงาน APEC 2022 ซึ่งทำโดยคนพิการทุกประเภท ให้กับประชาชนทั่วไปแล้ว

หลังจากที่ร้าน 60 Plus Bakery and Cafe ได้รับเลือกให้ผลิตช็อกโกแลตเพื่อเป็นของชำร่วยไว้แจกในงาน APEC 2022 ซึ่งของชำร่วยทุกชิ้นนั้นทำโดย ‘ผู้พิการ’ ทุกประเภท ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก และในตอนนี้ทางร้าน 60 Plus จึงได้ประกาศขายช็อกโกแลตเอเปคนี้ให้ประชาชนทั่วไปได้ชิมกันแล้ว

โดยทางเพจเฟซบุ๊ก ‘60 Plus Bakery & Cafe’ ได้โพสต์ข้อความว่า

ความภาคภูมิใจของคนพิการ ..สู่การต้อนรับผู้นำ APEC และนำไปสู่ความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ..#ช็อกโกแลตAPEC2022

โรม จี้ ส.ว. ไฟเขียวประชามติ แก้ รธน. ใหม่ทั้งฉบับ ลั่น เรียกร้องให้ดำเนินคดี จนท. คฝ. ทำร้ายสื่อ-ประชาชน อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล

รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล แถลงข่าว ต่อสื่อมวลชนประเด็นขอให้มีการทำประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ เพื่อแทนที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งได้ผ่านการลงมติเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ไปแล้วของสภาผู้แทนราษฎร ปัจจุบันได้ถูกบรรจุเข้าในระเบียบวาระของวุฒิสภา ซึ่งกำลังจะพิจารณาในวันพรุ่งนี้นั้น

ตนในฐานะโฆษกของพรรคก้าวไกล ที่ได้เสนอญัตตินี้นั้น เรามีความตั้งใจให้การทำประชามติครั้งนี้ทำขึ้นพร้อมกับการเลือกตั้งที่จะมาถึง เพื่อให้การเข้าคูหาของพี่น้องประชาชนเกิดความสะดวก ทำพร้อมกันในคราวเดียว และการจัดการลงประชามติที่หากเกิดขึ้นพร้อมกันกับการเลือกตั้งก็จะประหยัดเงินภาษีของพี่น้องประชาชน

อย่างไรก็ดี ทราบว่าการดำเนินการเช่นนี้ เป็นการดำเนินการที่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ของประเทศของเรา อาจจะมีวุฒิสมาชิกบางท่านที่คิดว่าการดำเนินการเช่นนี้อาจจะติดขัดในเรื่องของระเบียบกฎหมาย จึงมีบางท่านต้องการเสนอว่าควรจะมีการตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาเรื่องนี้ก่อน ซึ่งอาจจะยาวนานถึง  60 วัน

ซึ่งหากเหตุการณ์ที่ผมกล่าวถึงเกิดขึ้นจริง จะทำให้โอกาสที่จะจัดประชามติไปพร้อมกับการเลือกตั้งเป็นไปได้ยาก และจะส่งผลให้มีค่าใช้จ่าย ทั้งที่เราสามารถประหยัดได้

รวมถึงการดำเนินการประชามติเช่นนี้ก็เป็นกระบวนการที่สอดคล้องตามนัยยะของศาลรัฐธรรมนูญที่หากต้องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้องมีการถามประชาชนก่อน ทั้งนี้ ในประเด็นปัญหาข้อกฎหมายที่อาจจะเกิดขึ้นนั้น สามารถที่จะดำเนินการแก้ไข เปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้ หากญัตตินี้ผ่านการพิจารณาของวุฒิสภา ดังนั้น เราจึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะอ้างกฎระเบียบใดๆมาขวางกั้น ความต้องการที่จะสร้างรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนตนและพรรคก้าวไกลหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การพิจารณาญัตติดังกล่าวของวุฒิสภา จะดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนหวัง

‘จุรินทร์’ ควง นิพนธ์-นริศ เปิดตัว 12 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชายแดนใต้ ลั่นสู้ทุกเขตประกาศยุทธศาสตร์สร้างความมั่นคงด้านอาหาร ก้าวข้ามความขัดแย้ง สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

20 พ.ย.2565-ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พร้อมด้วยนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.จังหวัดพัทลุง และคณะ “จุรินทร์ ออนทัวร์ จังหวัดชายแดนใต้” เข้าร่วมงานประชุมสมาชิกพรรค “รวมพลังประชาธิปัตย์ ปลายด้ามขวาน” ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. 12 เขต ของจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนเดินทางมาร่วมทำกิจกรรมกับพี่น้องในจังหวัดชายแดนใต้อยู่บ่อยครั้งอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นสำหรับพี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้กับพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่คนอื่นไกล เราเป็นพี่น้องกันเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขคนไทย เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขพรรคการเมืองที่ชื่อว่า ประชาธิปัตย์ นับเนื่องมาอย่างยาวนาน

นายจุรินทร์กล่าวว่า ทุกวันนี้ปัญหาเรื่องความมั่นคงยังมีอยู่ แต่ยังมีปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นซึ่งก็คือปัญหาเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ปากท้องของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประชาธิปัตย์มีนโยบายพัฒนานำปืน เพราะการพัฒนาคือหัวใจ และการพัฒนาต้องทำในหลายมิติทั้งเรื่องการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และเรื่องอาชีพความเป็นอยู่ ที่จะขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เดินหน้าไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งวันนี้พรรคประชาธิปัตย์ต้องการเห็นพี่น้องประชาชนมีอาชีพ มีอนาคต ที่ตรงกับความต้องการของตลาดและจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ไม่ได้มีศักยภาพเฉพาะการประกอบอาชีพแล้วนำสินค้าออกมาขายในประเทศไทยเท่านั้น แต่พวกเราทุกคนมีศักยภาพที่จะผลิตสินค้า บริการ ส่งไปขายตลาดโลกได้ โดยเฉพาะทุเรียน ลองกอง มังคุด จะเป็นอนาคตของจังหวัดชายแดนภาคใต้เพราะเรามีตลาดใหญ่ที่สุดที่รองรับทุเรียนจากประเทศไทย คือตลาดจีน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top