Monday, 6 July 2026
NewsFeed

ILINK ปลื้ม!! คว้ารางวัล 'หุ้นยั่งยืน' (THSI) 2565 เป็นปีที่ 4 สะท้อนธุรกิจแกร่ง คู่คำนึงสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

ILINK ปลื้ม คว้ารางวัล หุ้นยั่งยืน Thailand Sustainability Investment (THSI) 2565 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

คุณวริษา อนันตรัมพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสายสัญญาณที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน และผู้นำเข้าและค้าส่งอุปกรณ์เครือข่ายส่งสัญญาณ ปราบปลื้มที่ ILINK คว้ารางวัล Thailand Sustainability Investment (THSI) หรือ หุ้นยั่งยืน ประจำปี 2565 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 

'ปู-จิตกร' ชี้!! จุดอ่อนฝ่ายตอบโต้กรณี 'โน้ส เดี่ยว 13' ไม่ได้ทำให้เกิดความจริงที่กระจ่างและน่าฟังกว่า

(15 ต.ค. 65) ปู จิตกร บุษบา พิธีกรและคอลัมนิสต์ชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณีโน้ส อุดม แต้พานิช ว่า...

สรุป : เมื่อนำความคิดเห็นของคนเหล่านี้มาเรียงเข้าด้วยกัน สิ่งที่เราควรเห็น คือ...

1.ทุกคนคิดบน “จุดยืนทางการเมือง” ของตัวเอง ทำให้ไม่สามารถเห็น “ภาพรวมของเรื่อง” ได้ จนกว่าจะนำภาพหลายๆ ภาพ มาต่อกันกันดังที่ปรากฏในบทความนี้ ปัญหาคือ ทำอย่างไร ให้คนในสังคมไทยคิดจาก “ความรู้” โต้แย้งกันที่ “ตัวประเด็น” ก่อน “ตัวคน” และก่อน “ความรู้สึก

2.เอาเฉพาะ “ความจริง” ปัจจุบันก็มี “ความจริงของใครของมัน” อีก เช่น ทักษิณ ชินวัตร มีพฤติกรรมคอร์รัปชันและใช้อำนาจในตำแหน่งนายกฯ เพื่อประโยชน์ของตนและครอบครัวมากมาย มีคำพิพากษาปรากฏให้อ่าน ให้ศึกษา คนจำนวนหนึ่งก็ยังเชื่อว่า ทักษิณดี เขาถูกกลั่นแกล้ง อยากให้เขากลับมา กรณี พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่ต่างกัน พวกหนึ่งบอกท่านมีผลงานเยอะแยะ อีกพวกรวมทั้งโน้สด้วย บอกไม่มีผลงาน ทั้งๆ ที่เรื่องผลงานเป็นเรื่องรูปธรรมแท้ๆ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คนระดับนำในสังคมต้องช่วยกันทำ คือนำพาผู้คน “ตีฝ่าความรู้สึก ชอบใจ/ขัดใจ” ไปสู่ความคิด ความรู้ และการโต้แย้งกันด้วยข้อเท็จจริง หลักการ เหตุผล ไม่ใช่ไม่ชอบที่ “เดี๋ยว 13 แขวะ” แต่ก็แขวะกลับเรื่องธรรมกาย เป็นต้น

บิ๊กเด่นนำทีม PCT ลุยค้นปืนเถื่อน 4 จุด สั่งซื้อทางยูทูบดังพบปืนพร้อมกระสุนเพียบ

ปัจจุบันในประเทศไทยมีการก่ออาชญากรรมสะเทือนขวัญที่มีการใช้อาวุธปืนในการกระทำความผิดอยู่บ่อยครั้ง  สร้างความหวาดกลัวของประชาชนไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เร่งระดมกวาดล้างความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนโดยเร่งด่วน ซึ่งในห้วงที่ผ่านมานั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการระดมกวาดล้างมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ชุด ศปอส.ตร. (PCT) ชุด5 ขยายผลจากการจับกุมในห้วงที่ผ่านมา โดยขยายผลมายังกลุ่ม “ผู้ซื้อ” กว่าหลายแห่งในประเทศไทย

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้  พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ระยอง. นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. / หน.ชป.5 ศปอส.ตร. (PCT5), พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.(สอบสวน) บก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.สืบสวน ภ.จว.ระยอง, พ.ต.ต.ชัยวัฒน์ จงเจริญ สว.(สอบสวน) สน.บางกอกใหญ่, พ.ต.ต.สุริยะ น้อยภักดี สว.(สอบสวน) สน.เตาปูน, พ.ต.ต.สุริยะ น้อยภักดี สว.(สอบสวน) สน.เตาปูน, พ.ต.ต.วรุตม์ คำหล้า สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.2, ร.ต.อ.ภัสส์กร เฉลียวบุญ รอง สว.สส.สภ.บางปะกง, ร.ต.อ.วุฒินันท์ คงดี รอง สว.กก.สส.1 บก.สส.ภ.2, ร.ต.อ., ร.ต.อ.ปรมา ปราณี รอง สว.กก.2 บก.สส.ภ.2 ทำการสืบสวนนำมาสู่ปฏิบัติการตรวจค้นจับกุม

เมื่อวันที่ 13-14 ตถลาคม2565 เจ้าหน้าที่ชุด pct 5 เข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัย จำนวน 4 จุด ดังนี้.

1. บ้านเลขที่ 27/71 ม.3 ม.กิตติชัยวิลล่า 7 ถ.มิตรไมตรี คู้ฝั่งเหนือ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ตามหมายค้นศาลอาญาที่ 677/2565 ลงวันที่ 12 ต.ค.2565 ได้จับกุมตัว นายก. นามสมมติ อายุ 17 ปี ที่อยู่ 27/71 ม.3 ม.กิตติชัยวิลล่า 7 ถ.มิตรไมตรี คู้ฝั่งเหนือ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร พร้อมลูกกระสุนปืน ขนาด .380 จำนวน 4 นัด และซองปืนสีดำ 1 อัน อยู่ภายในห้องครัวที่บ้านพักหลังดังกล่าว 

เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวในข้อหา “มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดย นายกฤตเมธฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และให้การว่า ลูกกระสุนปืนดังกล่าว ตนเป็นผู้ครอบครอง ซึ่งรุ่นพี่ให้มา และยอมรับว่าเคยมีอาวุธปืนดัดแปลง ชนิดลูกโม่ .38 ซื้อจากรุ่นพี่คนหนึ่ง ด้วยราคา 10,000 บาท แต่ขายไปให้กับรุ่นพี่อีกคน พร้อมกับปืนแบลงค์กันอีก 1 กระบอก ในราคา 20,000 บาท จากนั้นได้ควบคุมตัวนายกพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ลำหิน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

2. ขยายผลจากจุด 1 ค้นบ้านเลขที่ 193/1 ถ.แบนชะโด แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ตามหมายค้นศาลอาญามีนบุรีที่ 678/2565 ลงวันที่ 13 ต.ค.2565 พบและจับกุมตัว

นายสมชาย นิลขำ อายุ 50 ปี ที่อยู่ 437 ม.3 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางประกอบด้วย 

1.ซองกระสุนปืน (แม็กกาซีน) ขนาด 9 มม. สีเงิน จำนวน 1 อัน 
2.เครื่องกระสุนปืน ลูกซอง ขนาดเบอร์ 12 จำนวน 1 นัด 
3.ระเบิดปิงปอง(ทำเอง) พันด้วยเทปสีดำ จำนวน 2 ก้อน 
4.ลูกประทัด (ลูกบอล) จำนวน 21 ลูก อยู่ภายในบ้านพักหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อหา “มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยนายสมชายฯ ให้การรับสารภาพตลอด และรับว่า ของกลางลำดับที่ 1 และ 2 เป็นของตนจริง ส่วนของกลางลำดับที่ 3 และ  4 เป็นของคนรู้จัก จึงขยายผล และส่ง พฐ. ตรวจสอบจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.นิมิตรใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขานรับนโยบาย นายกรัฐมนตรี เร่งปราบปรามและเตือนภัย มิจฉาชีพหลอกลงทุนอ้างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 

วันนี้ (15 ต.ค.65) เวลา 15.30 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผยกรณีมีการแชร์ ข่าวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หลอกเปิดพอร์ตลงทุนสินทรัพย์ ย้ำเตือนประชาชนอย่าหลงเป็นเหยื่อ 

พล.ต.ต.อาชยนฯ เผยว่า กรณีสื่อสังคมออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย)ได้มีการแชร์ข่าวชักชวนร่วมลงทุน ข้อความว่า “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดให้ซื้อรถในฝันได้ด้วยพอร์ตหุ้น 1,000 บาท, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดให้ซื้อบ้านหรูด้วยพอร์ตหุ้น เพียง 1,000 บาท, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดลงทุนเป็นเจ้าของคอนโดได้ ด้วยพอร์ตหุ้น 1,000 บาท, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดพอร์ตลงทุนสินทรัพย์น้ำมัน เริ่มต้น 1,000 บาท” ซึ่งไม่ได้รับอนุญาติจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand) ได้ตรวจสอบไปที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว มีการนำโลโก้ (SET) มาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตแต่อย่างใด ซึ่งการผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสนนั้น การกระทำของผู้โพสต์ เข้าข่าย โดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันเป็นการกระทำความผิด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(1) และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีโทษทั้งจำและปรับ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอม และผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจัง

'แอ๊ด คาราบาว' ขอโทษ ผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี หลังใช้คำพูดไม่เหมาะสม ยัน!! พร้อมรับความผิด

(16 ต.ค. 65) จากกรณีที่มีคลิป เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ 'แอ๊ด คาราบาว' ศิลปินแห่งชาติ ได้กล่าวถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีบนเวทีงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง ด้วยความไม่พอใจ หลังจากเจ้าตัวไม่ได้เล่นคอนเสิร์ต งานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ประจำปี 65 จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมากถึงความเหมาะสม

ต่อมา นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผวจ.สุพรรณบุรี ทราบเรื่องได้โพสต์ชี้แจงว่า การจัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ประจำปี 65 ว่า เป็นเรื่องของฝ่ายงานเอกชนดำเนินการ ก่อนที่ตัวเองจะเข้ามารับตำแหน่ง ยืนยันไม่ใช่งานของจังหวัดแต่อย่างใด ก่อนจะมอบหมายให้ นิติกรชำนาญการสำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ

'ธนกร' ขอบคุณนายกฯ สั่งช่วยเหลือกลุ่ม SMEs หลังได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม

'ธนกร' ขอบคุณนายกฯ สั่งการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทุกกลุ่ม ล่าสุด บยส. รับไม้ต่อช่วยทันทีกลุ่ม SMEs ใน 25 จังหวัดพักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวดชำระ-ประนอมหนี้ นานสูงสุด 6 เดือน แนะฝ่ายค้านเพลาการเมืองหยุดสาดโคลนดิสเครดิตรัฐบาล

(16 ต.ค. 65) นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และอดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอชื่นชมรัฐบาลที่ช่วยเหลือ เยียวยา ประชาชน ผู้ประกอบการ SMEs ที่ประสบภัยน้ำท่วมขณะนี้ในทุกมิติ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการหน่วยงานของรัฐให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยเหลือลูกหนี้สถาบันการเงินภาครัฐ ซึ่งธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนตามนโยบายการดูแลและช่วยเหลือความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเร่งด่วนและทันท่วงทีของรัฐบาลแล้ว 

นอกจากนี้ในส่วนของผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ล่าสุดคณะกรรมการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. ได้อนุมัติมาตรการพักชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อ - ค่าจัดการค้ำประกันสินเชื่อ และ อนุมัติมาตรการช่วยลูกหนี้ ที่เข้าโครงการประนอมหนี้กับ บสย. ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ 25 จังหวัด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประกอบการ SMEs  สำหรับลูกค้าและลูกหนี้ค้ำประกันสินเชื่อ บสย. และติดตามให้ความช่วยเหลือต่อเนื่องโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ได้แก่

'แรมโบ้' ชี้ นายกฯ ไม่สนใจพวกใช้น้ำลายหากิน เตือน 'โน้ส อุดม' พูดอะไรก็ระวังกม. ยุยงปลุกปั่น

(16 ต.ค. 65) นายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี 'เดี่ยว 13' ของโน้ส อุดม แต้พานิช ที่ได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล และนายกฯ นั้นเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ เป็นสิทธิขั้นพื้นที่ตามรัฐธรรมนูญ แต่อย่าถึงขั้นลิดรอนสิทธิ์ส่วนบุคคลที่ทำให้เสื่อมเสีย และที่ผ่านมา นายกฯ ประยุทธ์ ก็เปิดกว้างพร้อมที่จะรับฟังข้อท้วงติง ข้อเสนอแนะ และนำมาปรับใช้ในการบริหารประเทศชาติบ้านเมืองอยู่แล้ว

นายเสกสกลกล่าวว่า ไม่เพียงแต่บุคคลทั่วไปที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ รวมทั้งฝ่ายค้านที่เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะเห็นว่านายกฯ ประยุทธ์ ก็พร้อมรับฟัง แต่หากข้อมูลใดเป็นเท็จ หรือคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงก็ชี้แจงไปตามกระบวนการในระบอบรัฐสภา 

ส่วนกรณีนายโน้ส อุดม แต้พานิช ที่เป็นกระแสสองสามวันที่ผ่านมา ก็ไม่เห็นท่านนายกฯ ประยุทธ์ออกมาตอบโต้ หรือจะฟ้องร้องเอาผิดอะไร ท่านนายกฯ เจอในสภาฯ มา ฝ่ายค้านอภิปรายหนักยิ่งกว่านี้ก็ยังอดทนได้ จะไปสนใจอะไรกันกับนักพูดคนหนึ่งไม่ต่างนักโต้เวทีสภาโจ๊กเท่านั้น ในมุมมองของตนคิดเช่นนั้น

อย่างไรก็ตามที่มีกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลท่านนายกฯ ประยุทธ์ ออกมาเคลื่อนไหวตอบโต้นายโน้ส อุดม หรือบางคนจะฟ้องร้องดำเนินคดีเอาผิดนายโน้ส อุดม ก็เป็นเรื่องปกติตามระบอบประชาธิปไตยอยู่แล้ว ซึ่งคนที่เห็นว่า นายโน้ส อุดม ทำไม่ถูกก็เป็นสิทธิแต่ละคนที่จะไปดำเนินการเอง ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวข้องว่านายกฯ เป็นคนสั่งการเลยสักนิด เพราะท่านนายกฯ อดทนกับเสียงนกเสียงกามามากต่อมาก ท่านเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองคงไม่เก็บพวกปากหอยปากปูมาเป็นสาระ อดทนตั้งใจทำงานบริหารบ้านเมืองดีกว่าเพราะขณะนี้ประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อน พี่น้องประชาชนที่กำลังประสบภัยพิบัติจากน้ำท่วม ได้รับความทุกข์หลายจังหวัด พี่น้องคนไทยส่วนใหญ่รวมพลังร่วมใจทำหน้าที่จิตอาสาลงไปดูแลเยียวยา หาเครื่องอุปโภคบริโภคไปช่วยเหลือพี่น้องที่ถูกน้ำท่วมกันอย่างล้นหลาม คงไม่มีเวลามานั่งฟังพวกใช้น้ำลายใช้วาทะกรรมจากปากหากิน หารายได้ พูดมากจนน้ำลายท่วมปาก เที่ยวบูลลี่ด่าทอ ล้อเลียนคนอื่นไปวันๆ อย่างนี้หรอก เอาเวลาออกไปช่วยเหลือชาวบ้านเดือดร้อนน้ำท่วมได้บุญกุศลมากกว่ากันเยอะเลย

"ใครที่ชอบออกมาวิพากษ์วิจารณ์โจมตีคนที่เขารักเขาศรัทธาและที่เขาสนับสนุน เขาก็พร้อมจะออกมาปกป้อง ถ้าหากว่าคุณพูดข้อมูลเป็นเท็จ สร้างความเข้าใจผิดจนเกิดความเสียหายหรือเสื่อมเสีย พฤติกรรม
เช่นนี้อย่ามาเที่ยวอ้างสิทธิเสรีภาพหรืออ้างประชาธิปไตยเลย คุณก็ต้องพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อคำพูดด้วยเช่นกัน ถ้ามีใครออกมาดำเนินคดีกับคุณ ไม่ใช่อ้างแต่เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญหรือประชาธิปไตยของตัวข้าเพียงฝ่ายเดียว ฝ่ายที่คิดไม่เหมือนกลายเป็นเผด็จการ แบบนี้เขาไม่เรียกว่าเป็นประชาธิปไตยหรอก เขาเรียกว่า พวกอคตินิยม ความคิดเห็นแก่ตัวเข้าข้างตัวเองของพวกข้าคือความถูกต้องมากกว่า นี่มันสิทธิเสรีภาพแบบไหนกัน" นายเสกสกล กล่าว

'ซูเปอร์โพล' ชี้ ประชาชนวางใจ 'ประยุทธ์' มากที่สุด ในด้านการดูแลกองทัพ - สาธารณะสุข - ระบบดิจิทัล

(16 ต.ค. 65) นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง ความมั่นคงของชาติ กับ ภาคประชาชน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผ่านกระบวนการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Survey) เพื่อลดความคลาดเคลื่อนแก้ปัญหาแหล่งความคลาดเคลื่อนจากผู้ถาม ผู้ตอบและเครื่องมือวัด จำนวน 1,176 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 12-15 ตุลาคม พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนจากการกำหนดขนาดตัวอย่างบวกลบร้อยละ 5 ในช่วงความเชื่อมั่นร้อยละ 95

>> นักการเมืองที่ประชาชนวางใจมากที่สุดในการทำให้กองทัพเป็นทหารอาชีพ อยู่นอกการเมือง ทำให้กองทัพมีขนาดและขีดความสามารถที่เหมาะสม จำแนกตาม กลุ่มขั้วการเมืองฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านและกลุ่มตัวช่วย หรือกลุ่มซอฟต์โหวต (Soft Vote) พบว่า ในขั้วรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับความวางใจจากประชาชนมากที่สุด คือร้อยละ 29.3 รองลงมาคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ร้อยละ 14.2 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 6.1 และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้ร้อยละ 3.7

ในขั้วฝ่ายค้าน พบว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้ร้อยละ 20.7 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้ร้อยละ 9.0 และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ได้ร้อยละ 3.8 ในขณะที่ ขั้วกลุ่มตัวช่วย หรือ กลุ่มซอฟต์โหวต (Soft Vote) ได้แก่ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ร้อยละ 5.4 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 4.3 และอื่น ๆ ร้อยละ 3.5 ตามลำดับ

>> ที่น่าพิจารณาคือ ในยุคกระแสรัฐบาลดิจิทัลที่คนไทยส่วนใหญ่อยู่บนโลกออนไลน์ นักการเมืองที่ประชาชนวางใจมากที่สุดเรื่อง การป้องกันและตอบโต้การโจมตีระบบสื่อสาร อินเทอร์เน็ต ความปลอดภัยของเครือข่ายการเงิน ผลประโยชน์ของประชาชนและสินทรัพย์ดิจิทัล พบว่าในขั้วฝ่ายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับความวางใจจากประชาชนมากที่สุด ร้อยละ 24.1 รองลงมาคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 14.6 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ร้อยละ 6.9 และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ร้อยละ 2.8

ในขั้วฝ่ายค้าน พบว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้ร้อยละ 21.3 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร้อยละ 9.7 และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ร้อยละ 3.5 ในขณะที่ ขั้วกลุ่มตัวช่วยหรือกลุ่ม ซอฟต์โหวต (Soft Vote) พบว่า ประชาชนวางใจมากที่สุดได้แก่ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ร้อยละ 8.4 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 4.8 และอื่น ๆ ร้อยละ 3.9 ตามลำดับ

'ดร.ธรณ์' โพสต์ภาพเปรียบเทียบ 'ก่อน-หลัง' อ่าวมาหยา ลุ้น!! ทุกอย่างจะกลับไปสู่ความเศร้าในอดีตอีกหรือไม่?

จากเฟซบุ๊ก 'Thon Thamrongnawasawat' โดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความการเปลี่ยนของอ่าวมาหยาไว้ ว่า...

ผมตั้งใจทำภาพเปรียบเทียบ before/after ที่อ่าวมาหยา เพื่อบอกว่าการท่องเที่ยวยุคก่อนกับยุคนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิง

ภาพบนปี 2560 ภาพล่างเพิ่งถ่ายวันนี้ สิ่งที่ชัดเจนคือเรือหายไปหมด

เรือคือสิ่งคุกคามระบบนิเวศในอ่าวมาหยา

เรือมากมายทำให้ตะกอนฟุ้งกระจาย เรือมากมายทิ้งสมอในแนวปะการัง

เรือมากมายวิ่งไปวิ่งไปวิ่งมา จนฉลามไม่สามารถใช้อ่าวมาหยาเป็นบ้าน

เรือมากมายยังทำให้อ่าวมาหยากลายเป็นที่จอดเรือ ไม่ใช่อ่าวสวยที่สุดในโลก

ซึ่งนั่น มันเกินไป

มันเจ็บใจ มันเจ็บปวด มันบาดลึกในหัวใจคนรักทะเล

พวกเราจึงลุกขึ้นมา “ช่วยกัน” ในคืนที่ฟ้ามืดถึงที่สุด

“ช่วย” ใช้การลงมือทำ “ช่วย” มุ่งหวังที่ผลลัพธ์ มันจะเกิดขึ้นให้จงได้

ในวันนี้ อ่าวมาหยาเปิดอีกครั้ง แต่ไม่มีเรือมากมายอีกแล้ว

ในอ่าวมีเพียงปะการังที่กำลังเติบโต มีฝูงฉลามที่กลับมา “บ้าน”

เป็นภาพที่ตอบคำถามว่า เปิดท่องเที่ยวในอ่าวมาหยาอีกครั้ง ทุกอย่างจะกลับไปสู่ความเศร้าในอดีตอีกหรือไม่ ?

'กรณ์' ผงาดหัวหน้าพรรค 'ชาติพัฒนากล้า' ลั่น!! ฟื้นเศรษฐกิจปลุกชีวิตยุคมนุษย์ทองคำ 

'กรณ์ จาติกวณิช' นั่งหัวหน้าพรรค 'ชาติพัฒนากล้า' ประเดิมปรับโฉมโลโก้พรรค ทันสมัยรุ่งโรจน์โชติช่วงชัชวาล ลั่น เศรษฐกิจของชาติจะพัฒนาได้ต้องกล้าคิด กล้าทำ กล้าเปลี่ยนแปลง กล้าตัดสินใจ 

(16 ต.ค. 65) พรรคชาติพัฒนากล้า ประชุมใหญ่สามัญเพื่อจัดทัพกรรมการบริหารพรรค สู้ศึกการเลือกตั้ง ปรับภาพลักษณ์องค์กร เริ่มจากการปรับโลโก้ของพรรคใหม่ โดยมีตัวอักษร ช.ช้าง รูปแบบทันสมัยจากการรวมกันของเส้นโค้งสองเส้นที่ทรงพลัง เส้นโค้งสีน้ำเงิน คันธนูอันเข้มแข็ง มุ่งมั่นสู่เป้าหมาย เส้นโค้งสีเหลืองทองแกมแสด เปลวไฟอันรุ่งโรจน์ โชติช่วงชัชวาล สีเหลืองทองแกมแสด แทนความรุ่งโรจน์จากความกระตือรือร้น มั่นใจ กล้าทำ กล้าลอง พร้อมกับความอบอุ่นเหนียวแน่น สามัคคี ด้วยความสร้างสรรค์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด สีน้ำเงิน แทนความสุขุม รอบคอบ หนักแน่น เปรียบดังการกระทำการใหญ่ต้องใช้ประสบการณ์ เมื่อ 2 เส้นโค้งที่มาตัดกันในจุดที่สมดุลที่สุด จึงเกิดเป็นตัว ช.ช้าง ที่ลายหาง ช.ช้าง มีทิศทางชี้ขึ้นข้างบน เสมือนหนึ่งเป็นเส้นกราฟพุ่งสูงขึ้น เพื่อสื่อความหมายชาติไทย ที่มีการพัฒนาสร้างสรรค์เศรษฐกิจ และเกิดความเจริญรุ่งเรืองในทุกมิติ อันเป็นผลมาจากนโยบายทางสายกลาง และความประนีประนอม ที่แสดงออกด้วยเส้นสีเหลืองทองแกมแสดและสีน้ำเงินที่โอบเกี่ยวคล้องกัน

"โลโก้ ชาติพัฒนากล้า ช.แทนความหมายถึง 'ชาติ' ที่พร้อมจะ 'พัฒนา' ให้เจริญรุ่งเรือง โชติช่วงดุจเปลวเพลิงชัชวาลที่ไม่มีวันดับได้นั้น ต้องอาศัยความ 'กล้า' เป็นสำคัญ"

จากนั้นนายเทวัญ ลิปตพัลลภ ได้ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค และเสนอชื่อ 'นายกรณ์ จาติกวณิช' ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคแทน โดยที่ประชุมลงคะแนนเลือก นายกรณ์ เป็นหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม เป็นต้นไป  

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค 30 ตำแหน่ง โดยมีตำแหน่งที่น่าสนใจจากทีมเศรษฐกิจของนายกรณ์เข้าร่วม ได้แก่ 

1.) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค 
2.) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค 
3.) นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค 
3.) นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรค 
4.) ผศ.ดร.เอราวัณ ทับพลี รองเลขาธิการพรรค 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top