Sunday, 5 July 2026
NewsFeed

โฆษก ตร. เตือนภัย Fake news รถบรรทุก 10 ล้อ เบรกแตก ชนรวด 26 คัน ช่วงลงเนินกลางดง 

วันนี้ (5 ต.ค.65) เวลา 08.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผยกรณีการแชร์ Fake news รถบรรทุก 10 ล้อ เบรกแตก ชนรวด 26 คัน ช่วงลงเนินกลางดง ไม่เป็นความจริง 

โดยโฆษก ตร.ให้ข้อมูลว่า ตอนนี้ในบนโซเชียลมีเดียได้มีการแชร์ข่าวเนื้อหา ตามที่มีคลิปแพร่หลายใน โซเชียลมีเดีย (Facebook Live) เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2565 มีเหตุรถชนกันจำนวน 26 เสียชีวิต 41 คน ที่ อ.มวกเหล็ก จว.สระบุรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตรวจสอบคลิปวีดีโอดังกล่าวแล้ว พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ กรณีดังกล่าวเป็นเหตุการณ์รถชนกัน 26 คัน มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 3 คนตั้งแต่ วันที่ 26 เมษายน 2564 เวลา 13.40 น. บริเวณถนนมิตรภาพ กม.36 ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา (เขตสอบสวน สภ.กลางดง) แล้วมีผู้ใช้โชเชียลมีเดีย นำมาลง แล้วพาดหัวว่า เป็นเขต อ.มวกเหล็ก เกิดเหตุวันนี้ (4 ต.ค.65) จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชน การกระทำดังกล่าวในลักษณะการผลิตและเผยแพร่ข่าวปลอม หรือบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความตื่นตระหนก เกิดความสับสนวุ่นวาย เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2), (5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทีมงาน 'อิลสลิก' แจง!! ดราม่าร้อนแซะซุปตาร์นักวิ่ง ชี้!! 'แรปสไตล์' อาจทำคนเข้าใจเจตนาผิดเพี้ยน

จากกรณีดราม่าร้อนในโลกโซเชียลหลังเห็นคลิปแรปเปอร์ชื่อดัง 'ILLSLICK' (อิลสลิก) กล่าวพาดพิงถึง 'ตูน บอดี้สแลม' โดยอ้างว่าเป็นเพราะทางร้านคู่กรณีเปรียบเทียบก่อน

ล่าสุด (6 ต.ค.65) เพจ Illslick - Thikhumporn Whetthaisong โพสต์ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว ว่า...

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางทีมได้รับทราบถึงประเด็นต่างๆ ที่สังคมสนใจ ตั้งข้อสงสัย หรือวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง พร้อมรับฟังทุกๆ ความคิดเห็น และเห็นว่าจำเป็นต้องเล่าถึงเหตุการณ์และความรู้สึกโดยละเอียด...

1. กรณียกเลิกการแสดงร้านที่นนทบุรี ทีมยืนยันว่าจำเป็นต้องตัดสินใจเช่นนั้นจริงๆเพราะเหตุผลมีมากมายเหลือเกิน ไม่ใช่การตัดสินใจด้วยอารมณ์ เราเคยปฏิเสธร้านนี้หลายครั้งเป็นเดือนเพราะคิดว่าไม่เหมาะกับการแสดงของศิลปิน แต่ในท้ายที่สุดพี่อิลใจอ่อนเพราะร้านแจ้งว่าเป็นคนฟังของพี่อิล พร้อมปรับทุกอย่างให้ได้ร่วมงานกัน พอมาถึงไม่เป็นตามที่เคยคุยกันทำให้เริ่มผิดหวัง อุปกรณ์ไม่จำเป็นต้องดีที่สุด ขอเพียงใช้งานได้จริงและเพียงพอ แต่เมื่อไปถึงพบว่าอุปกรณ์ไม่พร้อม มีปัญหาการเซต และไม่เพียงพอ ซึ่งทีมก็ไม่ได้ตัดสินใจยกเลิกในทันที ทั้งพี่อิลและทีมเองร้องเช็คหลายชั่วโมงเพื่อพยายามแก้ทุกๆปัญหาที่เกิดขึ้น ถึงกับพูดว่า ไม่เป็นไร จะไม่ยอมเลิกเช็คจนกว่าระบบจะถูกเซ็ตได้จนสำเร็จ เพราะเห็นแฟนเพลงจำนวนมากนั่งรอตั้งแต่เช้าเที่ยงทั้งที่การแสดงเริ่ม 23:00 น. เราพบปัญหาไมค์หอนอย่างรุนแรงเพราะการเซ็ตลำโพง PA อยู่หลังลำโพงมอนิเตอร์ เราแจ้งให้ร้านทราบเพื่อขอให้มีการปรับย้ายให้ถูกต้อง แต่ผู้มีอำนาจไม่ยอม แจ้งว่าแบบนี้ก็ใช้ได้ เราพยายามอธิบายแล้วว่าเรารู้ดีมีวิธีแก้อะไรได้บ้าง เราทำได้ทุกอย่าง แต่การปรับอย่างที่ผู้นั้นแจ้งส่งผลกระทบต่อเสียงร้องและซาวนด์มาก แนวดนตรีของเรามีการแสดงต่างจากแนวอื่น เป็นจุดสำคัญที่ทำให้แก้ตามที่ร้านแจ้งไม่ได้ นอกจากนี้หากใช้อีกวิธีสามารถทำได้แต่โทนของเสียงร้องเสียงดนตรีจะถูกเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง และไมค์จะยังหอนอยู่ดีเมื่อแสดงจริง เพราะลำโพง PA ของร้านมี 2 ตัว เทียบกับจำนวนคนดู เราต้องดันความดังขึ้นไปจากตอนซาวนด์เช็คอย่างมาก มันไม่สามารถควบคุมการหอนได้เมื่อแสดงจริง การแก้ปัญหาที่ผู้นั้นแนะนำคือการห้ามไม่ให้พี่อิลเดินไปทางนั้นและร้องฝั่งเดียว ซึ่งพี่อิลไม่ทำเพราะคนฟังฝั่งนั้นจะเข้าใจอย่างไรที่เราไม่สนใจเดินไปทั้งที่ทุกคนตั้งใจมาเจอ และหากเสียงที่ออกไปมีปัญหาขนาดนั้น การโชว์สปิริตฝืนเล่น คือการเอาเปรียบคนดู คนมารอฟังเราร้องแต่ซาวนด์มีปัญหา เราไม่ใช่ดาราที่แค่มาเจอหน้า เสียงไม่ได้ยินก็พอใจแล้วเช่นนั้น 

2. พฤติกรรมของผู้มีอำนาจคือการไม่ยอมแก้ไขจุดที่เป็นต้นเหตุ แต่เลือกใช้วิธีพูดจาอ้างถึงคนอื่นๆ และปัดความรับผิดชอบแทน ใช้คำหยาบคาย ไม่มีคำขอโทษ ไม่โอนอ่อนยอมปรับตามให้ ทางทีมไม่ได้มีปัญหากับเจ้าของร้านหรือท่านอื่นๆ เพราะทุกคนก็พยายามจะขอร้องให้ผู้นั้นยอมฟังยอมรับแล้วจริง ๆ แต่ผู้นั้นไม่ยอมจนนาทีสุดท้าย เจ้าของร้านและทีมเจ้าของร้านก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่แรกที่เกิดเรื่อง ดังนั้นเราเข้าใจดีที่ทั้งสองท่านจะเข้าใจไปอีกแบบและให้สัมภาษณ์ว่าการเปรียบเทียบนั้นเพียงเพราะอยากแก้ปัญหา และไม่มีเจตนาเหยียดหยาม ทั้งสองไม่ทราบว่าบุคคลนั้นที่ร้านเองก็ยังไม่สามารถควบคุมได้ ไม่รับฟังมุมของดนตรีแบบเรา ไม่ยอมปรับแก้ตามร้องขอ ใช้คำพูดดูถูกเปรียบเทียบตลอดเวลาไม่ใช่เพียงครั้งเดียว แต่เป็นสิบครั้ง พูดกับทุก ๆ คนซ้ำ ๆ ไม่เว้นแม้แต่กับคนขับรถของทีมว่าไอ้ตูนก็เล่นได้ บอดี้แสลมก็เล่นได้ บางครั้งก็พูดถึงไอ้เคนก็วิ่งไปวิ่งมาร้องบนเวทีด้วยซ้ำก็ไม่เห็นเป็นอะไร จนเรามองเห็นว่าเกินกว่าจะแก้ไขใด ๆได้แล้วจริง ๆ

3. การกล่าวอ้างถึงบุคคลที่สาม หรือบางข่าวใช้คำว่าท้าชน ประชัน เป็นความจริง แต่อาจมีหลายคนเข้าใจเจตนาผิดเพี้ยน เรายืนยันว่าไม่ใช่การแซะ การหาเรื่อง ไม่ใช่การกร่าง หรือการข่มใด ๆ อาจเพราะการพูดด้วยสไตล์การ Rap ใช้ประโยคกระชับ รุนแรง มีคำหยาบและตรงไปตรงมา ทำให้ตีความได้เช่นนั้น พี่อิลยอมรับว่าใช้คำหยาบตอบกลับผู้มีอำนาจผู้นั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าโกรธต่อสิ่งที่ผู้นั้นทำอย่างมาก สิ่งสำคัญที่ต้องการสื่อคือผู้มีอำนาจคนนั้นไม่ควรตัดสินความเป็นมืออาชีพจากการเปรียบเทียบง่าย ๆ แบบนั้น เราไม่เหมือนกันทั้งการร้อง ทั้งด้านดนตรี ทั้งการแสดง และที่มาที่ไป ดนตรีฮิปฮอปไม่ควรถูกตัดสินง่ายๆ ว่าเป็นเพียงการร้องกับ Backing Track การไม่มีเครื่องดนตรีไม่ได้แปลว่าจะเล่นยังไงก็ได้ การเป็นศิลปินเดี่ยว ศิลปินใต้ดินที่ไม่มีค่ายสนับสนุน ไม่ได้แปลว่าจะไม่แยแสไม่สนใจคำขอ ปล่อยให้เล่นยังไงก็ได้ เพราะเราต้องลำบากดิ้นรนด้วยตัวเอง ต้องพยายามไม่แพ้กันเพื่อมาถึงจุดนี้ และเราจะไม่มีวันถอยหลังลดมาตรฐานที่ตัวเองสร้างมาทั้งชีวิตเพราะคนคนเดียวที่ไม่เข้าใจ ไม่เปิดใจ ไม่เห็นใจแนวดนตรีที่แตกต่าง “การขอให้ประชัน จุดประสงค์หลักเพื่อเป็นการกระตุ้นผู้นั้นให้เห็นว่าก่อนตัดสินอีกฝ่ายควรพิจารณาให้เห็นประจักษ์” ไม่ใช่แค่พูดง่ายๆ เป็นการร้องขอต่อ “ผู้มีอำนาจผู้นั้น” ที่เป็นฝ่ายอ้างเปรียบเทียบมาก่อน การประชันสำหรับพี่อิลไม่ใช่การเอาชนะ แต่เป็นการขอโอกาสให้ได้แสดงให้เห็นว่าตนเองก็ทำได้ อย่าเปรียบเทียบตัดสินกันเช่นนี้ หากไม่ได้เปรียบเทียบชัด ๆ ด้วยความสามารถ แต่เป็นเพียงการคาดเดาด้วยอคติของคนคนเดียว เพราะการประชันนี้เป็นเพียงการยกขึ้นมากระตุ้นผู้มีอำนาจผู้นั้นให้ฉุกคิดผ่านถ้อยคำการแร็ปบนเวที ไม่ได้อยากกล่าวอ้างถึงใครหากไม่ถูกโยงไปเทียบก่อน และหากจะเกิดขึ้นจริง เรายินดี เพราะมันจะไม่ใช่การแข่งขันการเอาชนะ แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าแม้ดนตรีจะแตกต่างกันก็ไม่ได้ด้อยค่าไปกว่ากัน ดนตรีเป็นเรื่องของรสนิยม ไม่มีถูกผิด ไม่มีใครดีใครด้อยกว่าใคร ย่อมเป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่ายสองแนวดนตรี และเรามั่นใจว่ามันจะช่วยเปลี่ยนแปลงทัศนคติต่อดนตรีฮิปฮอปที่คนมองว่าเป็นเพียงดนตรีง่าย ๆ เล่นกับบีท ลอกต่างชาติ ใคร ๆ ก็ทำได้ให้มันหมดไป 

'วัน' จวก!! 'ประยุทธ์' ไม่จริงใจแก้ปัญหายาเสพติด ชี้!! น่าอนาถใจ 'ยาบ้า' หาง่าย ราคาเท่าบะหมี่กึ่งฯ

'วัน' แนะแก้ปัญหายาเสพติดต้องกำจัดสารตั้งต้น ปิดเส้นทางลำเลียงยา อัด 'ประยุทธ์' ไม่จริงใจแก้ปัญหายยาเสพติดในไทย ประชาชนหวั่นยาเสพติดที่จับได้อาจเล็ดรอดสู่ตลาดอีกครั้ง

นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดยาเสพติดในประเทศไทย มีแนวโน้มที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะยาบ้าระบาดทุกพื้นที่ของประเทศ น่าอนาถใจในอดีตยาบ้าจากเม็ดละ 300-400 บาท เพราะหาซื้อยาก ปัจจุบันเหลือเม็ดละ 7 บาท ราคาเท่ามาม่า บริหารยังไงให้ยาบ้าถูกขนาดนี้ แสดงว่ามียาบ้ามหาศาลในประเทศไทย หาซื้อได้ตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอย ปัญหามาจากการที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปล่อยปละละเลย ไม่จริงใจที่จะแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง 

ทั้งนี้การบริหารจัดการยาเสพติด รัฐบาลทำไมไม่ศึกษาจากรัฐบาลที่ผ่านมา เมื่อครั้งที่ ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง เป็นรองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบด้านการปราบปรามและป้องกันยาเสพติด สามารถป้องกันได้เป็นอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ยาบ้าลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด

'บิ๊กป้อม' หารือ 'ผู้ว่าฯ หมูป่า' เร่งช่วยชาว 'ปทุมฯ-นนท์' กำชับทุกหน่วยงานต้องดูแลผู้ประสบภัยให้ทั่วถึง

(6 ต.ค. 65) พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รอง นรม.เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม./ผอ.กอนช. พร้อมคณะได้ลงพื้นที่ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม สาเหตุจาก 'พายุโนรู' บริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อเนื่องจากการลงพื้นที่ จ.ชัยนาท-สิงห์บุรี-อ่างทอง-อยุธยา ที่ผ่านมาแล้ว โดยในวันนี้ได้เดินทางไปยัง ศาลากลาง จ.ปทุมธานี ซึ่งมีนาย ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ. หรือผู้ว่าหมูป่า ให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปภาพรวมสถานการณ์ทั่วไปของ จ.ปทุมธานี จากนั้น เลขาฯ สทนช. รายงานแผนงานด้านทรัพยากรน้ำ ต่อด้วยอธิบดีกรมชลประทาน นำเสนอแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จ.ปทุมธานี, นนทบุรี และกทม. โดยสรุป จ.ปทุมธานี อยู่ในพื้นที่ 2ลุ่มน้ำ คือลุ่มน้ำเจ้าพระยา (77%) และลุ่มน้ำบางปะกง (23%) มีปริมาณน้ำปัจจุบัน 26 ล้าน ลบ.ม.( 39%) ปัญหาอุทกภัยมีสาเหตุหลัก คือน้ำหลากจากต้นน้ำตอนบน ไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทำให้เกิดการเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรม รวม 7 อำเภอ อยู่ในขณะนี้ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาล ได้มี 13 มาตรการรองรับฤดูฝน ควบคู่กับโครงการ 349 โครงการในปี 61-65 แล้ว และอีก 4 โครงการสำคัญ ในปี 66-67

'ส.ส.ธนกร' ซัด 'หน.เพื่อไทย' ถนัดแต่เรื่องเสี้ยม หวังให้แตกคอ แต่สุดท้าย 'ตู่-ป้อม' ก็ยังเหนียวแน่น

'ธนกร' โว ผลงาน พปชร.ประชาชนตอบรับเพียบ ลั่น 'บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม' เน้นลุยงานช่วยเหลือประชาชนเต็มที่ในเวลาที่เหลือ ชี้ ส.ส.ไหลเข้า-ไหลออกเรื่องปกติ แจงใครจะเป็นตัวเลือกของประชาชน สุดท้ายประชาชนจะเป็นคนตัดสินเอง ย้อนถ้าฝ่ายค้านแพ้ภัยตัวเองก็อย่าโยนบาปให้รัฐบาล

(6 ต.ค. 65) นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตนมั่นใจในผลงานของพรรคพลังประชารัฐ เพราะจากการลงพื้นที่หลายครั้งพบว่า ได้รับการตอบรับและฝากขอบคุณไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหมอย่างล้นหลาม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของท่านนายกฯ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ต้องการให้รัฐบาลลุยแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาที่เหลือโดยไม่ต้องไปสนใจเกมการเมืองของฝ่ายค้านและคนบางกลุ่ม จึงทำให้ฝ่ายค้านย่ามใจจนวันนี้ คิดว่าการกระทำที่ผ่านมาของตัวเองประชาชนให้การยอมรับ อย่างไรก็ตาม เรื่อง ส.ส.ไหลออกและไหลเข้านั้นเป็นเรื่องปกติของการเมืองใกล้เลือกตั้ง และเป็นกันทุกพรรคอยู่แล้ว ดังนั้น เชื่อว่าประชาชนรอให้บทเรียนฝ่ายค้านในการเลือกตั้งสมัยหน้าอย่างแน่นอน และเมื่อถึงเวลาที่ฝ่ายค้านแพ้ภัยตัวเองก็อย่าโยนบาปให้รัฐบาลก็แล้วกัน

ส่วนกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่น่าใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรคก็เป็นตัวเลือกได้ อย่างน้อยก็ดีกว่า พล.อ.ประยุทธ์นั้น นายธนกร กล่าวว่า เข้าใจว่าเรื่องเสี้ยมอาจจะเป็นงานถนัดของฝ่ายค้าน แต่แค่แตกคอกันเองในพรรคยังทำให้สงบไม่ได้ ก็ไม่ควรมาเสี้ยมพรรคอื่นให้เขาแตกคอกันเอง 

อย่างไรก็ตาม ทั้งพล.อ.ประยุทธ์และพล.อ.ประวิตรต่างเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของประชาชนในขณะนี้ แต่อาจจะเป็นหนามทิ่มแทงใจ นพ.ชลน่านก็เท่านั้นเอง ที่สำคัญพล.อ.ประยุทธ์กับพล.อ.ประวิตรไม่มีวันแตกคอกัน เพราะเป็นความรักความผูกพันธ์ที่มั่นคงยั่งยืน มุ่งทำงานรับใช้ประชาชน ไม่เหมือนความรักของฝ่ายค้านที่ฉาบฉวย หลงใหลชั่วครู่ชั่วคราวแล้วก็ทิ้งกันไป

"สุดท้ายประชาชนจะเป็นคนตัดสินเอง คงไม่ต้องลำบากรบกวน นพ.ชลน่านให้มาทำตัวเป็นหมอเดาทำนายให้" ธนกร กล่าวทิ้งท้าย

'ไอติม' ชี้!! 'อำนาจกองทัพ - กม.ปิดปาก - ส.ว.แต่งตั้ง' มรดกตกทอดจาก 6 ตุลาฯ 19 ที่ต้องรื้อถอน

'ไอติม' ขึ้นเวทีเสวนา 46 ปี 6 ตุลา ชี้ระบบ ส.ว. แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร - กฎหมายลิดรอนสิทธิเสรีภาพหลายฉบับ - การแทรกแซงการเมืองของกองทัพ เกิดขึ้นหลังรัฐประหาร 6 ตุลาฯ และยังส่งทอดมรดกมาถึงปัจจุบัน แนะต้องรื้อทิ้งเพื่อคืนความปกติให้บ้านเมือง

พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการสื่อสารและการรณรงค์นโยบาย พรรคก้าวไกล ร่วมเสวนาภายใต้หัวข้อ “เหลียวหลัง 6 ตุลา แลหน้าสังคมไทย” ที่วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ชี้ให้เห็นถึงปัญหาของเหตุการณ์ 6 ตุลา ที่ยังส่งมรดก 3 ประการมาถึงระบบการเมืองไทยในปัจจุบัน

โดยพริษฐ์ยกตัวอย่างประการแรก ซึ่งก็คือรัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจ โดยรัฐธรรมนูญปี 2560 มีความคล้ายคลึงกับรัฐธรรมนูญปี 2521 ที่เขียนขึ้นหลังการรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519 ในแง่ของเนื้อหาและการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร เช่น กลไกของวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งแต่มีอำนาจในการกุมทิศทางประเทศ ผ่านการร่วมโหวตกฎหมายสำคัญ และร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีกับ ส.ส.

ประการที่สอง เกี่ยวข้องกับกฎหมายที่ลิดรอนการแสดงเสรีภาพ ซึ่งมีหนึ่งในคำสั่งคณะรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519 กว่า 47 ที่ยังมีผลบังคับใช้มาจนถึงปัจจุบัน คือคำสั่งฉบับที่ 41 ที่แก้ไขกฎหมายหมิ่นประมาททั้งระบบ ให้เพิ่มโทษจำคุกฐานหมิ่นประมาททั้งบุคคลธรรมดา เจ้าพนักงาน ศาล ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยมีโทษหนักกว่าสากลและเปิดช่องให้ถูกบังคับใช้ด้วยมาตรฐานที่ไม่คงเส้นคงวา

'ผบช.ภ.9' แถลง รวบแก๊งค้ายาฯ ยึดเฮโรอีน หนัก 110 กก. ซุกรถกระบะ มูลค่า 300 ล้านบาท ปลายทางมาเลเซีย

เมื่อวานนี้ (5 ตุลาคม 2565) ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า ภายในเขตเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9, แถลงว่า ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณรอง นายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., ให้หน่วยในสังกัด เร่งรัด กวดขัน จับกุม ยึดทรัพย์ เกี่ยวกับยาเสพติด ภายใต้การอํานวยการของ พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4, พล.ต.ต.ดุษฎี ชูสังกิจ รอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี, พ.ต.อ.กีรติ แวยูโซ๊ะ รอง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี และพ.ต.อ.ญาณพงศ์ อุบลบาน ผกก.สภ.เมืองปัตตานี

ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามนโยบายรัฐบาลให้มีการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยให้ถือเป็นวาระแห่งชาติ โดยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2565 เวลาประมาณ 23.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปัตตานี ได้สืบสวนติดตามการลักลอบลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการลักลอบลำเลียงขนยาเสพติด (เฮโรอีน) โดยใช้รถกระบะบรรทุก สีเขียว ไม่ทราบยี่ห้อ และ หมายเลขทะเบียน เพื่อจะนำเฮโรอีนไปส่งยังชายแดนไทย - มาเลเซีย ในช่วงเวลา ประมาณ 22.00 - 24.00 น.ของวันที่ 2 ตุลาคม 2565 

โดยบุคคลที่ลำเลียงเฮโรอีนมาเป็นบุคคลเพศชาย สัญชาติไทย วัยกลางคน จำนวน 2 คน ทาง พ.ต.อ.ญาณพงศ์ อุบลบาน ผกก.สภ.เมืองปัตตานี และ ร.ต.อ.ชูวิทย์ อ่อนขวัญเพ็ชร รอง สวป.สภ.เมืองปัตตานี หัวหน้า ชุด จับกุม จึงได้มีการวางแผนสกัดกั้นเพื่อจับกุม โดยตั้งจุดตรวจบริเวณถนนสาย 42 เมื่อผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ขับขี่ผ่านจึงได้เรียกตรวจแต่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ขับขี่หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุด จับกุมจึงไล่ติดตามจนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางได้ที่บริเวณหน้าสถานีขนส่งจังหวัดปัตตานี ถนนสาย 42 ในพื้นที่ ต.ตะลุโบะ อ.เมือง จ.ปัตตานี ประกอบด้วย 

1.) นายลอดี เปาะเยะ อายุ 30 ปี ที่อยู่ 181 หมู่ที่ 5 ต.ไทรทอง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี

2.) นายอาหะมะ ยามา อายุ 46 ปี ที่อยู่ 100 หมู่ที่ 5 ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี พร้อมของกลาง 

(​​1) เฮโรอีน น้ำหนักรวมประมาณ 110 กิโลกรัม

(2) รถยนต์กระบะตอนครึ่ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีเขียว รุ่นไทรตัน หมายเลขทะเบียน บน - 1521 ปัตตานี จำนวน 1 คัน

(​​3) โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ OPPO รุ่น A 54 สีน้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง

(​​4) โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ VIVO รุ่น 1610 สีดำ จำนวน 1 เครื่อง 

โดยกล่าวหาว่า 

1.) ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า (ผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาที่ 2)

2.) (ผู้ต้องหาคนที่ 2) เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต สถานที่เหตุเกิด ริมถนนเพชรเกษมสาย 42 บริเวณหน้าสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดปัตตานี ต.ตะลุโบะ อ.เมือง จ.ปัตตานี ได้ตรวจยึดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 จำนวน 2 รายการ ดังนี้

1.) รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นสกุบปี้ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1 กต 7096 นราธิวาส จำนวน 1 คัน ราคาประมาณ 30,000 บาท

​​2.) รถยนต์กระบะตอนครึ่ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรตัน สีเขียว หมายเลขทะเบียน บน 1521 ปัตตานี จำนวน 1 คัน ราคาประมาณ 300,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สิน ที่ตรวจยึดประมาณ 330,000 บาท ​สำหรับมูลค่ายาเสพติด (เฮโรอีน)ที่สามารถตรวจยึดมาได้ เมื่อถูกนำส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านจะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 300,000,000 บาท ผบช.ภ.9 กล่าว

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดทีมลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดอยุธยา อ่างทอง ระยอง และปทุมธานี พร้อมจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกตรวจรักษา และแจกจ่ายยารักษาโรคแก่ผู้ประสบภัยฟรี

ระหว่างวันที่ 30 กันยายน - 4 ตุลาคม 65 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ มอบหมายให้นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ จัดทีมเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครมูลนิธิฯ นำโดย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ รักษาการหัวหน้าแผนกสาธารณภัย ลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิ ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันพืช น้ำปลา ฯลฯ ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ระยอง และปทุมธานี รวม 4 จังหวัด 2,800 ชุด คิดมูลค่าเครื่องอุปโภคบริโภคทั้งสิ้น 980,000 บาท (เก้าแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ มูลนิธิฯ / สมาคม ประจำจังหวัดต่างๆ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี รวมถึงอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในพื้นที่ ร่วมลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

พร้อมกันนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสา เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร ลงพื้นที่ให้บริการประชาชนในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ระยอง ฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา คัดกรองเบาหวาน โดยมีประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

รมว.พม. สั่งการด่วน ระดมนักจิตวิทยา และ พม. ดูแลครอบครัวเด็กเสียชีวิตจากเหตุกราดยิงในศูนย์เด็กเล็ก ที่ จ.หนองบัวลำภู

วันนี้ (6 ต.ค. 65) เวลา 16.00 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กล่าวแสดงความรู้สึกเสียใจกับครอบครัวเด็กที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์กราดยิงในศูนย์เด็กเล็กแห่งหนึ่ง ในอำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีเด็กและผู้ใหญ่เสียชีวิตจำนวนมาก

ทั้งนี้ ได้สั่งการด่วนให้รองปลัดกระทรวง พม. และรองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ลงพื้นที่ไปดูที่เกิดเหตุโดยเร็วที่สุด และระดมเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. จากจังหวัดหนองบัวลำภู เลย ขอนแก่น หนองคาย อุดรธานี และพิษณุโลก ไปร่วมกันช่วยเหลือด้วย รวมทั้งส่งเจ้าหน้าที่จิตวิทยา จำนวน 8 คน ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อเร่งเยียวยาฟื้นฟูสภาพจิตใจครอบครัวเด็กที่เสียชีวิต จนกว่าจะกลับมามีสภาพจิตใจที่ดีขึ้นเป็นปกติ เพราะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องช่วยเหลือในเวลานี้ 

'มูลนิธิราชประชานุเคราะห์' หน่วยหนุนเคลื่อนที่ไว ส่งสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพทั่วถึงทุกราษฎร

ปัญหาอุทกภัยในลุ่มแม่น้ำภาคกลางที่กำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างมาก ต้องอาศัยหน่วยงานภาครัฐออกมาเร่งช่วยเหลือและแก้ไขปัญหากันอย่างเต็มที่ 

โดยมีหลายหน่วยงานทึ่ออกตัวไว ช่วยเร็ว ซึ่งหนึ่งในนั้น ก็คือ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ 'ปิดทองหลังพระ' ออกลุยช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

ทีมข่าว THE STATES TIMES ได้มีโอกาสลงพื้นที่เก็บภาพบรรยากาศการทำงานของหน่วยงานดังกล่าวแบบใกล้ชิด ส่วนภารกิจที่พี่ๆ ต้องเร่งทำนั้นจะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน ตามไปให้กำลังใจกันดูได้เลย

เริ่มตั้งแต่บรรจุสิ่งของพระราชทานบริเวณ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อนำไปมอบให้กับผู้ประสบอุทกภัยทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด โดยในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลทางมูลนิธิฯ จะลงพื้นที่ไปมอบให้กับผู้ประสบภัยโดยตรงตามบ้านผู้ประสบภัย 

ส่วนต่างจังหวัดทางมูลนิธิฯจะส่งสิ่งของพระราชทานมอบให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อดำเนินการแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบภัย ซึ่งตั้งแต่ภัยพิบัติพายุโนรูที่ผ่านมา ทางมูลนิธิฯ ได้แจกถุงยังชีพพระราชทานไปแล้วกว่า 30,000 ชุด โดยถุงยังชีพพระราชทาน มีน้ำหนักมากถึง 20 กิโลกรัม ภายในมีสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพสำหรับราษฎรที่เดือดร้อน เช่น ข้าวสาร, อาหารแห้ง, เครื่องกระป๋อง, น้ำดื่ม ยารักษาโรค และของใช้ในชีวิตประจำวัน 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top