Sunday, 5 July 2026
NewsFeed

วิทยุทรานซิสเตอร์ ‘อุปกรณ์เอาตัวรอดยามภัยพิบัติ’ ไม่ใช่เรื่องล้าสมัย เพราะหลายประเทศพัฒนาก็ใช้กัน

‘ทรานซิสเตอร์’ วิทยุพื้นฐาน ที่หลายชาติยังจัดเป็น ‘อุปกรณ์เอาตัวรอดยามภัยพิบัติ’ แม้จะเข้าสู่ยุคดิจิทัลแล้วก็ตาม

แม้ ‘วิทยุทรานซิสเตอร์’ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แนะนำ จนนำมาสู่มุมมองหลายคนว่า ‘ตกยุค’ ไปแล้ว เหตุเพราะสมัยนี้การสื่อสารทุกอย่างใช้อินเทอร์เน็ตกันหมด แถมโทรศัพท์มือถือก็กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของใช้ธรรมดาสามัญไปเรียบร้อย จึงเข้าใจได้ว่าหลายคนอาจนึกไม่ออกว่าวิทยุทรานซิสเตอร์มีประโยชน์กับภัยพิบัติอย่างไร 

แต่อีกด้านหนึ่ง เชื่อหรือไม่ว่า ประเทศที่เจริญแล้วหลายชาติ ก็ยังแนะนำให้ประชาชนเตรียมวิทยุแบบนี้ซึ่งใช้แบตเตอรี่พื้นฐาน (แบบที่เราเรียกว่า “ถ่านไฟฉาย”) สำรองไว้ในแผนเผชิญภัยพิบัติด้วย

>> สหรัฐอเมริกา เว็บไซต์ ready.gov ซึ่งอยู่ในความดูแลของ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เว็บนี้ให้ความรู้กับชาวอเมริกันเรื่องการรับมือภัยพิบัตินานาประเภท โดยในหมวด “Build A Kit” หรือการเตรียมเครื่องมือเอาชีวิตรอด จะพบว่า “Battery-powered or hand crank radio and a NOAA Weather Radio with tone alert” หรือ วิทยุมือหมุนที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่ และวิทยุที่มีระบบรับคลื่นสัญญาณของ องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) ซึ่งทำหน้าที่พยากรณ์อากาศในสหรัฐฯ (แบบเดียวกับกรมอุตุนิยมวิทยาของไทย) ซึ่งเจ้า Battery-powered or hand crank radio ก็คือ “วิทยุทรานซิสเตอร์” ที่คนไทยรุ่นก่อนคุ้นเคยกันดี แถมคำแนะนำของทางการสหรัฐฯ ยังจัดให้อยู่ในหมวด “Basic Disaster Supplies Kit” หรือสิ่งของพื้นฐานที่ควรมีอีกต่างหาก

>> ประเทศอังกฤษ เว็บไซต์ redcross.org.uk ของสภากาชาดแห่งสหราชอาณาจักร (British Red Cross) เลือกหมวด “Get Help” จากนั้นไปที่หัวข้อ “how to prepare for emergencies.” และหัวข้อ “How to make an emergency kit” ซึ่งจะพบว่า หนึ่งในอุปกรณ์ที่กาชาดเมืองผู้ดีแนะนำให้ประชาชนเตรียมไว้เผื่อเหตุฉุกเฉินคือ “Battery-operated radio and spare batteries, or a wind-up radio.” ก็คือวิทยุทรานซิสเตอร์ โดยมีทั้งแบบใส่แบตเตอรี่และแบบมือหมุน

>> ประเทศออสเตรเลีย เว็บไซต์ infrastructure.gov.au ของกระทรวงโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง การพัฒนาระดับภูมิภาค การสื่อสารและศิลปะ เผยแพร่บทความ ‘How travellers can prepare for emergencies or natural disasters’ แนะนำให้คนที่เดินทางท่องเที่ยวเตรียมอุปกรณ์จำเป็นเผื่อต้องเผชิญกับเหตุฉุกเฉินซึ่งรวมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยหนึ่งในนั้นคือ ‘Pack a portable battery powered AM radio and a spare set of batteries. หรือก็คือ ‘วิทยุรับคลื่น AM แบบพกพาพร้อมแบตเตอรี่สำรอง’ ก็หมายถึงวิทยุทรานซิสเตอร์ แถมภาครัฐแดนจิงโจ้ยังเน้นคำว่า ‘AM radio’ อีกต่างหาก (ซึ่งก็เป็นเพราะในระบบวิทยุดั้งเดิม-อนาล็อก มี 2 ระบบ คือ AM กับ FM โดย AM เป็นคลื่นความถี่ที่ส่งไปได้ไกลกว่าเคลื่อน FM แม้คุณภาพเสียงจะด้อยกว่าคลื่น FM ก็ตามนั่นเอง โดยบทความ ‘เครื่องรับวิทยุ AM FM ดิจิทัล’ จาก บริษัท ไลท์ แอนด์ ซาวด์ บิสิเนส จำกัด ผู้รับจำหน่ายและติดตั้งอุปกรณ์ระบบแสง-สี-เสียง ระบุว่า การใช้งานคลื่นเอฟเอ็มจะใช้กับการส่งวิทยุกระจายเสียงและเครื่องรับส่งวิทยุสื่อสาร ซึ่งการส่งวิทยุระบบ FM จะให้คุณภาพเสียงดีกว่าระบบ AM กล่าวคือ ย่านความถี่ที่ใช้ในการส่งจะเป็นอิสระกับชั้นบรรยากาศและการสอดแทรกของสัญญาณรบกวน คลื่นในย่านความถี่นี้ไม่สามารถสะท้อนกับชั้นบรรยากาศได้ทำให้ระยะทางในการส่งจะใกล้กว่าระบบ AM เพราะย่านความถี่ AM สามารถจะหักเหในชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ทำให้คลื่นเดินทางได้ไกลกว่า)

'ลุงป้อม' ปลื้มสองพี่น้อง 'มูนา - อันนา' คว้าแชมป์หญิงคู่ที่เวียดนาม ชมสมาคมแบดมินตันฯ สร้างเยาวชนนักกีฬาขึ้นชั้นโลกต่อเนื่อง

โฆษกประจำ รอง นรม. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ให้การต้อนรับแสดงความยินดีกับสองพี่น้อง 'มูนา - อันนา'  น.ส.เบญญาภา และ น.ส.นันทกาญจน์ เอี่ยมสอาด นักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทย ที่สามารถคว้าแชมป์แบดมินตันหญิงคู่รายการ 'โยเน็กซ์ ซันไรท์ เวียดนาม โอเพ่น 2022'  ณ ประเทศเวียดนาม ที่ผ่านมา ณ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ 

พล.อ.ประวิตร’ กล่าวชื่นชมและขอบคุณ น้องมูนาและอันนา เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยและแบบอย่างของเยาวชนนักกีฬา ที่มีลำดับโลกและพัฒนาการดีขึ้นต่อเนื่อง สามารถคว้าแชมป์รายการที่ 2 ของปี ต่อจาก อินเดีย โอเพ่น 2022 ขอให้ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาทักษะการเล่นต่อเนื่องไป และหวังว่าจะเป็นกำลังสำคัญของนักกีฬาแบดมินตันเยาวชนทีมชาติไทย ร่วมสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยต่อเนื่องไป พร้อมขอให้ประสบความสำเร็จในการแข่งขันและแบบอย่างที่ดีของเยาวชนต่อไป

'พิชัย' จวก 'ประยุทธ์' ยิ่งอยู่ คนไทยยิ่งไม่รอด ชี้!! กู้มากก็เจ๊งมาก แนะควรมีจิตสำนึกได้แล้ว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ (4 ต.ค. 65) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ตลอดเวลา 8 ปีเศรษฐกิจไทยย่ำแย่มาตลอด รายได้ประชาชนลดต่ำลง เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำมาก หนี้สินเพิ่มขึ้นมาก คนจนเพิ่มขึ้นมาก ขนาดปัญหาน้ำท่วมในปัจจุบันยังไม่มีการรับมือ คิดได้แค่จะใช้วิทยุทรานซิสเตอร์แค่นั้น แต่พล.อ.ประยุทธ์กลับคิดว่าตนเองทำได้ดี ประเทศก้าวหน้าทั้งที่ประเทศเพื่อนบ้านแซงหน้าไปหมด แม้พล.อ.ประยุทธ์จะรอดแต่คนไทยน่าจะไม่รอดแน่ถ้าเป็นแบบนี้ 

ทั้งนี้ World Economic Forum (WEF) จัดไทยอยู่อันดับที่ 104 จาก 138 ประเทศด้านการกระจายอำนาจในตลาดสินค้าและบริการ (Extent of Market Dominance) และอยู่อันดับที่ 62 ในด้านประสิทธิภาพของการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า (Effectiveness of Anti-Monopoly Policy) หมายความว่าไทยปล่อยให้มีการผูกขาดของนายทุนรายใหญ่กันมาก และการบังคับใช้กฎหมายป้องกันการผูกขาดยังมีประสิทธิภาพที่ต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อยไม่สามารถพัฒนาก้าวขึ้นเป็นรายใหญ่ได้ เพราะถูกปิดกั้น ปิดโอกาส ดังนั้นการทำลายการผูกขาดจึงจำเป็นอย่างมาก หากประเทศไทยต้องพัฒนาต่อไป 

3 ป. 3 สไตล์ ชายชาติทหารแห่งบูรพาพยัคฆ์ ปักหมุดหมายเดียวกัน ช่วยชาติไทยให้พ้นทุกภัย

จากคนที่ไม่ใช่แฟนคลับ ยอมรับเลยว่า 3 ป. ล่อให้แตก แยกให้ขาด ก็คงชาติหน้า เพียงแต่ในบรรดา ‘พี่น้อง 3 ป.’ แห่งนักรบบูรพา ‘ป้อม-ป๊อก-ประยุทธ์’ ต่างมีบุคลิกแตกต่างกันไป 

พี่ใหญ่อย่าง ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นคนอารมณ์ดี พูดจาหยอกเอินตามประสาพี่ใหญ่ใจดี

ส่วนที่รองอย่าง ‘บิ๊กป๊อก’ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา แกเป็นคนพูดน้อย มาดขรึม สมกับชายชาติทหาร 

และแน่นอนว่าขาดไม่ได้กับ น้องคนเล็กอย่าง ‘บิ๊กตู่’ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ออกจะมีบุคลิกตรงข้ามกับพี่ ๆ เพราะแม้จะชอบพกพามาดเข้ม ๆ ดุดันบ้างเป็นพิธี แต่แกก็เป็นคนที่ค่อนข้างพูดเยอะ พูดยาว และชอบปล่อยมุขให้ขำบ้าง เจื่อนบ้างเป็นระยะ ๆ

แน่นอนว่าตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หน้าฉากพรรคพลังประชารัฐ ดูจะมีรอยปริให้เห็นเป็นระยะ ๆ แต่หากย้อนไปฟังเสียงน้องเล็กอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ แล้วฟังด้วยความตั้งใจ น้องคนนี้มักร่ายยาวถึงความสัมพันธ์ของ ทั้ง 3 ป.ว่า .เหมือนพี่น้องท้องเดียวกัน ร่วมเป็นร่วมตายกันมา ใครก็ทำลายไม่ได้ แม้มีคนเสี้ยมให้แตกกัน”

'ธนกร' สวนกลับ 'พิชัย' อย่าคิดว่าตัวเองเป็นกูรู ยกผลงานแก้โควิด-19 การันตีฝีมือนายกฯ

นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์ ด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อ สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนจำนวนมาก ที่ผ่านมาคิดว่าตนเองทำได้ดี ประเทศก้าวหน้า ทั้งที่ประเทศเพื่อนบ้านแซงหน้าไปหมดแล้ว ดังนั้นพล.อ.ประยุทธ์รอด แต่คนไทยน่าจะไม่รอดว่า ก่อนที่นายพิชัยจะว่าคนอื่นก็อยากให้ย้อนดูตัวเองเสียก่อน การอ้างว่าสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนจำนวนมากนั้น น่าจะเป็นคนส่วนน้อยอย่างนายพิชัยเสียมากกว่า แล้วถูกทักว่าตัวเองเป็นประชาชนส่วนใหญ่ และการบอกว่าที่ผ่านมาคิดว่าตนเองทำได้ดีก็น่าจะเป็นนิสัยของนายพิชัยเอง ที่คิดเองเออเองเสมอว่าสมัยเป็นรัฐมนตรีตัวเองเป็นกูรูเศรษฐกิจ คงทำได้ดี ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง 

ส่วนการบอกว่ารัฐบาลยิ่งกู้เงินมากยิ่งเจ๊งมากนั้นก็ไม่เป็นความจริง แต่อย่างน้อยที่เห็นได้ชัดเจนคือ รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้โกงจนประเทศเจ๊งมากเหมือนรัฐบาลที่นายพิชัยคุ้นเคยดี ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศทราบเรื่องนี้ดี หากยังปล่อยให้มาบริหารประเทศต่อไป คนไทยคงลำบากมากขึ้น เพราะคิดว่าตัวเองเก่งอยู่คนเดียว จึงสั่งสอนด้วยการให้เป็นฝ่ายค้านแต่ก็ยังไม่สำนึก

‘ลุงตู่’ กำชับ!! 10 ข้อปฏิบัติเร่งช่วยปชช. พ้นวิกฤตน้ำท่วม

โฆษกรัฐบาลย้ำนโยบายนายกฯ 10 ข้อถึงผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยให้ถือปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน

เมื่อวันที่ (4 ตุลาคม 2565) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบนโยบายให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องการบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัย เพื่อได้นำไปปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นขณะนี้ ซึ่งมีรายละเอียดสรุปได้ดังนี้

1. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้านการพยากรณ์ และคาดการณ์ลักษณะอากาศวิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำ และพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย แจ้งให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ประสานไปยังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพื่อแจ้งเตือนประชาชนผ่านทุกช่องทาง ไปถึงชุมชน หมู่บ้าน ให้ประชาชนรับทราบ และเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์อุทกภัยในเบื้องต้น

2. ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทุกระดับ เตรียมความพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกล สาธารณภัย ให้พร้อมออกปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัย อาทิ การกำจัดวัชพืช ขยะตามเส้นทางน้ำ การพร่องน้ำในแหล่งน้ำ การเร่งระบายน้ำ/การเปิดทางน้ำ/ผลักดันน้ำ ออกจากพื้นที่ชุมชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วม

3. กำชับหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบการก่อสร้าง บำรุงรักษาถนน ในการตรวจสอบปรับปรุง กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาโครงการที่ส่งผลกระทบต่อปัญหาการระบายน้ำในช่วงฝนตกหนัก พร้อมทั้งให้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจร ติดตั้งป้าย/สัญญาณจราจรแจ้งเตือนประชาชนใช้ความระมัดระวัง หรือหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวให้ชัดเจน โดยให้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากถนนให้ครบถ้วน ทั้งทางลอด การติดตั้งสัญญาณจราจร ป้าย ควรแจ้งเตือนและเฝ้าระวังเส้นทางหลีกเลี่ยง และควรปักแนวถนน สำหรับรถวิ่งผ่าน ในกรณีที่ถนนน้ำท่วม

4. เมื่อสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่คลี่คลาย ให้เร่งสำรวจผลกระทบ ความเสียหายในด้านต่าง ๆ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือ เยียวยา ตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว

5. เมื่อเกิดน้ำท่วมขังสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน ให้มอบหมายฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ตลอดจนเชิญชวนประชาชนจิตอาสา ร่วมเฝ้าระวัง และร่วมกันกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมทั้งบูรณาการหน่วยงานฝ่ายพลเรือน หน่วยทหาร ตลอดจนภาคเอกชน ในการใช้เครื่องจักรกลสาธารณภัยเปิดทางน้ำ หรือสูบน้ำระบายออกจากพื้นที่ และการช่วยเหลือประชาชน

'บิ๊กตู่' ชี้!! มาอุบลฯ หนนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดี ได้รับฟังเสียงประชาชน ลั่น!! เดี๋ยวน้ำ มันก็ไป รัฐกำลังพยายามอย่างเต็มที่

วันนี้ (4 ตุลาคม 2565) พลเอกประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม​ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน​ ภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนวารินธราราม โดยระบุ การลงพื้นที่ในวันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะเดินทางเยี่ยมประชาชน มีโอกาสรับฟังความคิดเห็น การดำเนินการแผนงานโครงการต่าง ๆ ทั้งของผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ของศูนย์บูรณาการบรรเทาสาธารณภัยกระทรวงมหาดไทย ที่ประชุมเมื่อวันนี้ซึ่งก็เป็นไปตามแผน แต่ปัญหาสำคัญคือปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้น ฝนยังไม่หยุดตก ก็ต้องเตรียมแผนเผชิญเหตุไว้ แต่หากหยุดตกไปก็จะสามารถพร่องน้ำได้มากขึ้น ซึ่งเราก็ต้องคาดหวังให้สถานการณ์นั้นดีขึ้นนั่นแหละ แล้วเราทำเต็มที่หรือยัง หากทำเต็มที่แล้วก็คือเต็มที่แล้ว ซึ่งก็ต้องสร้างความเข้าใจประชาชนว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป​  

โดยนายกรัฐมนตรียังระบุว่า รัฐบาลไม่อาจประกาศได้ว่าน้ำจะไม่ท่วม​ เพราะกรมอุตุนิยมวิทยาเขาชี้แจงมาอย่างนั้น คือสภาพลมฟ้าอากาศของโลก ของประเทศของภูมิภาค ถ้าไม่ฟังตรงนี้จะไปฟังใคร ถูกหรือไม่เราต้องหามาตรการรองรับตรงนี้ ทั้งจากสถานการณ์ปัจจุบันและการคาดการณ์ล่วงหน้า หากไม่มีน้ำก็จะระบายลงไปสู่ที่ต่ำ และตนรู้สึกยินดีที่ประชาชนทั้งสองจังหวัดนั้นเข้าใจ​ เพราะเขาเจอกันมานานแล้วแต่เราก็ต้องสร้างความเข้มแข็งต่อไป

ขอนแก่น - 'บิ๊กตู่' ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วม

ขอนแก่น - 'บิ๊กตู่' ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วม

นายกรัฐมนตรีลุยพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในเขตเมือง โดยบางข่วงบางตอนได้มีการพูดคุยกับประชาชนที่มารอให้กำลังใจ บอกว่าให้ประชาชนรัก สามัคคี และเชื่อมั่นในรัฐบาล
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 4 ตุลาคม 2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ได้เดินทางถึงท่าอากาศยานขอนแก่น ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เพื่อตรวจติดตามแก้ไขปัญหาสถานการณ์อุทกภัยที่ จ.ขอนแก่น และ  จ.อุบลราชธานี โดยนายกฯได้หยุดโบกมือทักทายประชาชนที่อยู่อาคารติดกับสนามบินด้วยอารมณ์ยิ้มแย้มแจ่มใส ซึ่งถือว่าเป็นการลงพื้นที่ครั้งแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ หลังจากกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง

จากนั้นเมื่อเวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ ได้รับฟังบรรยายสรุปการบริหารจัดการน้ำ และสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวรายงานสถานการณ์ในพื้นที่การเกิดน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ว่า แบ่งเป็น 3 กรณีคือ น้ำเหนือ คือน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ 2 สาย มาบรรจบกันที่ลำน้ำชีเขตรอยต่อขอนแก่น มหาสารคาม ลงอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งปัจจุบันปริมาณน้ำเกินความจุของอ่างฯแล้ว น้ำนองคือน้ำค้างทุ่ง โดยเฉพาะฝนปีนี้มากกว่าค่าเฉลี่ย 30 ปี ประมาณ 39% ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในเขตเศรษฐกิจเมืองขอนแก่นบริเวณบึงหนองโคตรและชุมชน

นายไกรสร กล่าวเพิ่มเติมว่าส่วนน้ำที่หนุน จากจังหวัดมหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ดยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ซึ่งมีผลทำให้ขอนแก่นระบายน้ำได้ช้าลง โดยจังหวัดขอนแก่น ได้นำโครงการระบบป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนจังหวัดขอนแก่น งบประมาณ 376 ล้านบาท เริ่มมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 สิ้นสุด โครงการเดือนสิงหาคม 2567 ซึ่งจะช่วยเสริมการระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดขอนแก่นว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ไม่ได้เป็นการมาตำหนิใคร แต่ต้องการมาช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด และขอให้ทุกฝ่ายพยายามเยียวยาอย่างทั่วถึง ทั้งนี้แนวทางการแก้ปัญหามีแผนงานโครงการของทุกจังหวัดอยู่แล้ว ซึ่งหลายโครงการมุ่งดำเนินการให้แล้วเสร็จในปี 2565 และบางโครงการมุ่งให้สำเร็จในปี 2566

พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ กล่าวย้ำว่า การระบายน้ำในพื้นที่และการพร่องน้ำต่างๆจะต้องบูรณาการไม่ให้เกิดผลกระทบกับ ประชาชน ซึ่งภาพรวมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางพื้นที่น้ำมาก บางพื้นที่น้ำน้อย ดังนั้นจะต้องมาพิจารณาหาแนวทาง เพื่อให้ได้ประโยชน์ร่วมกันในเรื่องของการกักเก็บน้ำ

พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ กล่าวอีกว่าถ้าหากยังมีฝนตกในปริมาณมากกว่าที่จะระบายน้ำได้ทัน ก็ยังจะมีปัญหาอยู่เช่นนี้ และไม่ใช่การแก้ตัว แต่เป็นข้อเท็จจริง ซึ่งจะต้องหาแนวทางว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด หากอะไรที่สามารถป้องกันได้ก็ให้ดำเนินการไป เช่น การปกป้องโรงพยาบาล พื้นที่เศรษฐกิจ แต่หากเรื่องไหนทำไม่ได้ก็ต้องหาวิธีการแก้ไข เพื่อให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรักษาพยาบาล อาหาร น้ำสะอาดและพื้นที่พักพิงสำหรับการแก้ปัญหาต้องสรุปและแบ่งเป็นกลุ่มในการเยียวยาให้ทั่วถึง เช่นกลุ่มเกษตรกร ภาคธุรกิจ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

ในฐานะนายกฯ และรัฐบาลได้สั่งการให้เตรียมการไว้นานแล้ว เพราะคาดการณ์อยู่แล้วว่าจะเกิดขึ้น จึงขอให้ทุกหน่วยงาน ทุกคน ทุกเหล่าทัพ ดำเนินการให้เร็วที่สุดในทุกพื้นที่ รวมถึงขอความร่วมมือภาคธุรกิจเอกชนเข้ามาช่วยในเรื่องของอาหาร อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ เพื่อเป็นการช่วยชาติช่วยประชาชน และนั่นคือสิ่งที่จะรวมพลังคนไทยทั้งหมด และจะสามารถแก้ได้ทุกปัญหา มากบ้างน้อยบ้าง เร็วบ้างช้าบ้าง นั่นคือประเทศไทยหากไม่ทำเช่นนี้ก็จะแก้ไขไม่ได้  ถือว่าไม่ใช่ผลงานของใครคนใดคนหนึ่ง

จากนั้นเมื่อเวลา 10.26 น. พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ เดินทางออกจากท่าอากาศยานขอนแก่น ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ด้วยรถยนต์ทรานฟอร์เมอร์ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สีส้ม ทะเบียน 1 นข 4001 กรุงเทพมหานคร ซึ่งนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะได้เดินทางไปที่จุดสถานีสูบน้ำพลังงานไฟฟ้า บึงหนองโคตร เทศบาลตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น โดยจุดนี้เกิดน้ำท่วมตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นพื้นที่รอยต่อพื้นที่เศรษฐกิจเมืองขอนแก่นและมีหมู่บ้านจัดสรร บ้านเรือนประประชาชน ได้รับผลกระทบจำนวนมาก จากฝนที่ตกหนักจนน้ำจากบึงหนองโคตรระบายไม่ทันเอ่อนล้นเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนประชาชนหลายพันหลังคาเรือน

ขณะที่นายชัชวาล ธีรภานุ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านเป็ด ได้กล่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ รวมถึงสภาพปัญหาและข้อจำกัดในการระบายน้ำจากบึงหนองโคตรว่าได้เสนอแผนเพื่อเพิ่มช่องทางการระบายน้ำให้มากขึ้น จากเดิมที่มีเพียงช่องทางเดียวเพื่อป้องกันน้ำท่วมกรณีเกิดฝนตกหนัก ส่วนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเบื้องต้น ทางเทศบาลตำบลบ้านเป็ดได้ระดมเครื่องสูบน้ำจาก สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 4 อบจ.ขอนแก่น และเครื่องสูบน้ำระยะไกลของศูนย์ ปภ.เขต 6 เร่งพร่องน้ำออกจากบึงหนองโคตรให้ได้มากที่สุด เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่ตกมาอย่างต่อเนื่อง จากนั้น มีประชาชนใกล้เคียงออกมาให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี โดยพลเอกประยุทธ์ ได้พูดคุยกับประชาชนว่าให้ประชาชนรัก สามัคคีกันเชื่อฟังคำแนะนำและการปฏิบัติ ที่สำคัญเชื่อมั่นในรัฐบาลแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น จากนั้นนายกรัฐมนตรี เดินทางไปตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย ที่วัดเทพนิมิตวนาราม บ้านพรหมนิมิต หมู่ 4 ตำบลโคกสี อำเภอเมืองขอนแก่น ต่อไป

สำหรับบรรยากาศการรอต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ที่บริเวณโดยรอบบึงหนองโคตร จังหวัดขอนแก่น ได้มี จนท.ตำรวจนำกำลังจำนวนหลายร้อยนายทั้งในและนอกเครื่องแบบ ตามเส้นทางเข้าออกทุกเส้นทางป้องกันม็อบ ขณะที่ อสม.นำดอกไม้มารอต้อนรับ ส่วนคนเสื้อแดงนำรถติดตั้งเครื่องขยายเสียงพร้อมมวลชนจำนวนหลายคนมาโจมตีการทำงานของนายกฯ

บรรยากาศการเตรียมการรอต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ  จันทร์โอชา ที่จะเดินทางมาตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์น้ำท่วมใน พท.ที่จังหวัดขอนแก่น โดยจุดแรกที่นายกรัฐมนตรีจะลงตรวจเยี่ยมก็คือ ที่บริเวณโดยรอบบึงหนองโคตร บ้านคำไฮ ต.บ้านเป็ด อ.เมือง ซึ่งเป็นบึงขนาดใหญ่ และเป็นแก้มลิง รอรับน้ำจากแหล่งต่างๆ ของเขต อ.เมือง ที่จะไหลมารวมกัน ปีนี้ฝนตกหนักจึงทำให้น้ำล้นอ่างมาท่วมถนนสายรอบบึง และทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านที่อยู่โดยรอบของบึงหนองโคตรมานานหลายวันแล้ว

โดยการรักษาความปลอดภัย ของ จนท.ตำรวจนั้น ได้วางกำลังหลายร้อยนายไว้ตามจุดต่าง ๆ ของถนนเส้นทางเข้าออกบึงหนองโคตร โดยมีบรรดา อสม.ตำบลบ้านเป็ด ถือดอกไม้มารอต้อนรับและให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี พร้อมฝาก ผู้สื่อข่าวถามนายกรัฐมนตรีด้วยว่า เงินที่บอกว่าจะเพิ่มให้ อสม.เดือนละ 3,000 บาทนั้น เมื่อไหร่จะได้ ขอให้เห็นใจ อสม.ด้วย เพราะ อสม.คือด่านหน้าที่ทำงานให้กับทางราชการ

โรงพยาบาลพญาไท 3 ก้าวสู่ปีที่ 26 อย่างมั่นคง ด้วยศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2565 โดย นพ.สุรพล โล่ห์สิริวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 3 เพชรเกษม 19 พร้อมด้วย  พญ.วารุณี จินารัตน์ ผู้อำนวยการแพทย์  คุณศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาดเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล  คุณณัฐชานันท์ นิธิโชติวรภัทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด คุณนิตยา กฤตธนเวท ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร คุณภาวิณี วัยปัทมะ ผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล

พร้อมแพทย์ พยาบาล พนักงาน ร่วมทำบุญ และบวงสรวงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เนื่องในโอกาสครบรอบ 26 ปี ที่โรงพยาบาลก้าวอย่างมั่นคงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตามความต้องการใช้บริการที่เพิ่มขึ้นจากผู้ป่วย ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ  ในปีนี้โดยการนำทัพโดย นพ.สุรพล โล่ห์สิรว้ฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล นำชาวพญาไท 3 ทำบุญรับพร เพื่อความเป็นศิริมงคลกันทั่วหน้า

'อลงกรณ์' ควงรักษาการผู้ว่าเพชรบุรีนำทีมชลประทานตรวจความพร้อมมาตรการปัองกันน้ำท่วมเพชรบุรี

พร้อมเดินหน้าเพชรบุรีโมเดลพัฒนาอาชีพเกษตรกรบางครกสร้างแบรนด์ 4 ผลิตภัณฑ์นำร่อง 'ไม้กวาด-เครื่องจักสาน-น้ำตาลมะพร้าว-ปลาสลิด'

วันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2565 เวลา 10.00 น.นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะได้เดินทางไปตรวจสถานการณ์น้ำที่อ่างเก็บน้ำแก่งกระจานพร้อมรับฟังการบรรยายสรุปจากนายมีชัย ปฏิยุทธ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแก่งกระจาน

จากนั้นจึงเดินทางมาติดตามความคืบหน้าการติดตั้ง
เครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำที่สะพานวัดเขาตะเครา และประตูระบายน้ำคลอง ดี.26 มีนางวันเพ็ญ มังศรี รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายณฐกร สุวรรณธาดา คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ. นายชาญชัย อุ้มนุช นายก.อบต.บางครก นางบุษกร เอี่ยมเทศ รองนายก อบต. บางครก นายลม่อม เล็กสุก กำนันตำบลบางครก นายปริญญา คัชมาตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 14 นายสมเกียรติ แจ่มจันทร์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเพชรบุรี นายสันต์ จรเจริญ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี นางสาวศิริวรรณ เครือเล็ก เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี นายอาณัติ หุ่นหลา เกษตรจังหวัดเพชรบุรี  และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ. ให้การต้อนรับและสรุปผลการดำเนินงานมาตรการป้องกันน้ำท่วมของชป.ที่14 โครงการชลประทานเพชรบุรีและโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี

โดยนายอลงกรณ์ได้กล่าวแสดงความห่วงใยพี่น้องจังหวัดเพชรบุรีและขอบคุณที่กรมชลประทานโดยการสนับสนุนของจังหวัดเพชรบุรีได้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมล่วงหน้าตามข้อสั่งการของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งแต่การบริหารจัดการต้นน้ำคืออ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน อ่างเก็บน้ำแม่ประจันต์และอ่างเก็บน้ำห้วยผากซึ่งมีความจุ 710 , 42 และ 25 ล้านลูกบาศก์เมตรตามลำดับโดยพร่องน้ำอยู่ที่ระดับ40-60%ของความจุเพื่อรองน้ำฝนที่จะตกชุกในเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายนซึ่งถือเป็นช่วงเสี่ยงที่จะเกิดน้ำหลากน้ำท่วมในจังหวัดเพชรบุรีรวมทั้งการขุดลอกผักตบกำจัดวัชพืชใน19คลองสายหลักและการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำบริเวณพื้นที่เสี่ยงและปลายคลองเพื่อผันน้ำลงทะเลให้เร็วที่สุด นับเป็นครั้งแรกที่มีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าที่ดำเนินการต่อเนื่องมาหลายเดือน

หลังจากนั้น ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมด้วยรักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีและคณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกลุ่มทำไม้กวาดซึ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุในตำบลบางครกร่วมตัวกันผลิตไม้กวาดจากทางมะพร้าว และวิสาหกิจชุมชนกลุ่มจักสานบางครก ก่อนไปเยี่ยมกลุ่มทำน้ำตาลมะพร้าว และกลุ่มเลี้ยงปลาสลิด

โดยนายอลงกรณ์กล่าวว่าจะเร่งเดินหน้าเพชรบุรีโมเดลในพื้นที่ตำบลบางครก อำเภอบ้านแหลมเพื่อพัฒนาอาชีพสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรโดยการสร้างแบรนด์และขยายตลาดทั้งออนไลน์ออฟไลน์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top