Sunday, 5 July 2026
NewsFeed

‘เจ๊ไฝ’ หอบเตาอั้งโล่-กระทะคู่ใจ บินไกลถึงอิตาลี โชว์ฝีมือ ไข่เจียวปู – ต้มยำกุ้ง ให้ต่างชาติประจักษ์

‘เจ๊ไฝ’ เจ้าของร้าน เจ๊ไฝ ประตูผี บินไกลไปอิตาลี โชว์เมนูเด็ด มิชลินสตาร์ ไข่เจียวปู ต้มยำกุ้ง ด้วยเตาอั้งโล่ไทยแลนด์ โชว์ Soft Power อาหารไทย

เพจ Bangkok I Love You ได้แพร่ภาพของเจ๊ไฝ อยู่หน้าเตาอั้งโล่ เตรียมกระทะเพื่อเจียวไข่ ต่อหน้าชาวต่างชาติ ในประเทศอิตาลี

โพสต์ระบุว่า “Soft Power ของไทยจริงๆ ‘เจ๊ไฝ’ บินโชว์ไข่เจียวปู ที่อิตาลี!! เชฟนิค ณัฏฐพล ภวไพบูลย์ กับทีม เจ๊ไฝ – นางสุภิญญา จันสุตะ สตรีทฟู้ดขั้นเทพ 1 ดาวมิชลิน บินไกลไปโชว์ฝีมือและศาสตร์การทำอาหารไทย ที่ Ristorante Luce – Villa e Collezione Panza เมืองวาเลซี (Varese) ประเทศอิตาลี”


ที่มา : https://www.facebook.com/102400314674990/posts/pfbid0Q9KvqpZXJ7B61gVpuMKkKnf8gxSvbQ5gGdCLSzNJqm4zk9guAhHJuc8851oGoTPLl/

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดขบวนแห่เวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2565

วานนี้ (วันที่ 2 ตุลาคม 2565 เวลา 18.00 น.) นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ คณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการมูลนิธิฯ ผู้บริหาร ศิษยานุศิษย์ และสาธุชน ในพิธี “เวียนธูปภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง” ตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรจากเทพเจ้า เพื่อเป็นสิริมงคล โดยเชื่อว่าเมื่อรับพรจากเทพเจ้าแล้ว จะทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องแผ้ว มีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง โดยมีคณะกรรมการมูลนิธิฯ อาสาสมัครมูลนิธิฯ รวมทั้งศิษยานุศิษย์ และสาธุชนจำนวนมาก ร่วมขบวนแห่เวียนธูป ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย

โดยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2565 (เวลา 15.30 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีเบิกเนตรองค์ยมทูต (ไต่สื่อเอี๊ย) ให้ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาได้สักการบูชา และเป็นการเปิดยมโลก เพื่อให้ดวงวิญญาณมารับเครื่องเซ่นไหว้จากผู้มีจิตศรัทธานำมาเซ่นไหว้ พิธีสงฆ์ทิ้งกระจาด โปรยทาน และพิธีลอยกระทงเจแผ่กุศลแก่สัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยากในนรกอเวจี ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย

'ธีรรัตน์' โวย 'ประยุทธ์' เลิกบริหารประเทศตามมีตามเกิด โว!! พร้อมปัดฝุ่นโครงการจัดการน้ำ สมัย 'ยิ่งลักษณ์'

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ (3 ต.ค. 65) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยห่วงใยพี่น้องประชาชนใน 23 จังหวัดทางภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ที่กำลังประสบภัยน้ำท่วมขณะนี้เป็นอย่างมาก นับตั้งแต่พายุโนรูเข้าประเทศไทยเมื่อปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม ทำให้ฝนตกหนัก พื้นที่ทางการเกษตร ปศุสัตว์ และบ้านเรือนประชาชนจมน้ำ 

ขณะที่การให้ความช่วยเหลือจากรัฐบาลเป็นไปด้วยความล่าช้า หน่วยงานปฏิบัติกับการแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้เตรียมตัวกับปริมาณน้ำที่จะเข้าพื้นที่นั้นสวนทางกัน ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง พฤติกรรมของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หรือแม้แต่รัฐบาลอยู่มา 8 ปี ผ่านวิกฤตมาหลายครั้ง แต่ยังแก้ไขปัญหาแบบเดิม ตอบสนองต่อความเดือดร้อนของประชาชนล่าช้า หยุดทำงานในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ทั้งที่ความเดือดร้อนไม่มีวันหยุด  

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวต่อว่า พรรคพท.เสียใจเป็นอย่างมากที่ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ถูกน้ำท่วมได้อย่างเต็มที่ เนื่องด้วยกฎเหล็ก 180 วันของ กกต.ที่จำกัดการมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมได้ ทำได้เพียงการเยี่ยมเยือนไถ่ถาม และประสานงานเท่านั้น โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนลุ่มน้ำมูลและหลายจังหวัดในภาคอีสาน ต่างได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส ถูกน้ำท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรเป็นวงกว้าง จึงอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องผ่อนคลายกฎเหล็กนี้

พมจ.ชลบุรี ,สจจ.ชลบุรี ,ศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมภาคธุรกิจ ชลบุรี ผนึกกำลัง 'จ้างงานคนพิการ'

พมจ.ชลบุรี ,สจจ.ชลบุรี ,ศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมภาคธุรกิจ ชลบุรี ผนึกกำลัง 'จ้างงานคนพิการ'

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา ณ.ห้องประชุมแก้วกัลยา ชั้น 2 สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ (CSR )จังหวัดชลบุรี ได้มีแนวทางในการดำเนินงาน ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมในจังหวัด และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้องค์กรภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมต่างๆศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมภาคธุรกิจ (CSR) จังหวัดชลบุรี จึงมีแนวความคิดในการจัดงานนัดพบแรงงานคนพิการจังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 1 เพื่อให้ความรู้แก่สถานประกอบการเกี่ยวกับการจ้างงานคนพิการและสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย

ทั้งนี้ "นางวรดา ชำนาญพืช" ประธานศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ (CSR) จังหวัดชลบุรี ได้เป็นผู้กล่าวรายงานการจัดกิจกรรม "วันนัดพบแรงงานคนพิการจังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 1" โดยได้รับเกียรติจาก "นางมนัสนันท์ ศุภพิทักษ์สกุล" ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดฯ

‘บิ๊กตู่’ เตรียมลงพื้นที่ขอนแก่น -อุบลฯ กำชับ ‘ไม่ต้องทำป้าย – ขนคนมาต้อนรับ’

‘บิ๊กตู่’ สั่งผู้ว่าฯ ขอนแกน-อุบลฯ ไม่ต้องเอาคนมาถือป้ายต้อนรับ บอกไม่อยากเป็นภาระกับใคร ตนยังแข็งแรง ขอให้ไปดูแลประชาชนก่อน บอกทุกหน่วยงานต้องร่วมมือกัน ไม่มีขัดแย้ง 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ติดตามการรับมือสถานการณ์น้ำท่วม ช่วยเหลือประชาชน

โดยระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ รายงานสถานการณ์ เมื่อถึงคิวผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “พรุ่งนี้ผมไปเยี่ยมนะ ไปให้กำลังใจนะ ไม่มีอะไรหรอก ไม่มีป้ายต้อนรับผมทั้งสิ้นเข้าใจหรือเปล่า ไม่เอาป้าย เอาคนมาถือป้ายไม่เอา ไปทำงาน ไม่สร้างภาระให้กับใครทั้งสิ้น”

ขณะที่ผู้ว่าราชการการจังหวัดอุบลราชธานี รายงานสถานการณ์ว่าจังหวัดอุบลราชธานีมีน้ำท่วม 8 อำเภอ แบ่งเป็นชุมชน 109 แห่ง ตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว 69 จุด 

ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “พรุ่งนี้ผมไปนะ ขอนแก่นกับอุบลฯ  ไม่ต้องเรื่องมากกับผม ผมไปของผม ผมแข็งแรง  ไม่ต้องดูแลผม ดูแลประชาชนไปก่อน ผมไม่ต้องการเป็นภาระกับใครทั้งสิ้น”

ในส่วนของกรุงเทพมหานคร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นห่วงและติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง มีปัญหาเรื่องน้ำที่สะสมอยู่ในการระบายน้ำโซนกรุงเทพตะวันออก ขอให้กำลังใจ หากมีปัญหาขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานกันให้ดี ในส่วนของกระสอบทรายกระทรวงกลาโหม ปภ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมช่วยเหลือ คอยหารือกัน ให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เราขัดแย้งกันไม่ได้ในวันนี้ ต้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งหมด จะดีก็ดีด้วยกัน ไม่ดีก็ไม่ดีด้วยกัน ทุกหน่วยงาน ทุกจังหวัด 

วันนี้มาให้กำลังใจ มอบความห่วงใยไปยังข้าราชการทุกคนที่เสียสละหน้างาน สิ่งที่พูดวันนี้คือแผนงานล่วงหน้า ปัญหาวันนี้คือจะทำอย่างไร การคาดการณ์ ล่วงหน้า ต้องทำความเข้าใจกับประชาชน ไม่ให้ตื่นตระหนก ถ้าไม่จำเป็นเราไม่ทำให้ใครเดือดร้อนอยู่แล้ว เราเคยมีบทเรียนในลุ่มเจ้าพระยาสิ่งสำคัญคือการระบายน้ำไปฝั่งตะวันตกและตะวันออกให้เกิดความสมดุล บอนนี่ก็ดนตรีกับปกครองซึ่งตนเคยบอกว่าในอนาคตอาจต้องมีเพิ่มเติม หากน้ำมาในปริมาณเกินก็กันไม่ได้ต้องลดความเดือดร้อนให้มากที่สุด

‘เต้ มงคลกิตติ์’ ชี้ ถ้าปี 66 'บิ๊กตู่' ชนะเลือกตั้ง จะเป็นฝ่ายค้านต่อ เจอชาวเน็ตคอมเมนต์ถาม "มั่นใจจะได้เป็นส.ส.อีกเหรอ"

(3 ต.ค. 65) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ถ้าปี 66 ตู่ ชนะ เป็นนายกต่อ ผม เป็นฝ่ายค้านเหมือนเดิม ถ้า ตู่ รัฐประหาร ฉีก รธน. เปิดเงื่อนไข เป็น นายก ต่อได้ ผมลงถนนจนกว่าจะขับไล่ไปจนสำเร็จ หยุดก็ต่อเมื่อถูกจับขังคุก เท่านั้น

อย่างไรก็ดี หลังนายมงคลกิตติ์ได้โพสต์ข้อความดังกล่าว ได้มีผู้เข้ามาคอมเมนต์รายหนึ่งสอบถามว่า “มั่นใจว่าจะได้เป็น ส.ส.อีกเหรอ” ซึ่งนายมงคลกิตติ์ ได้เข้ามาตอบคอมเมนต์ว่า “แล้วแต่ประชาชน”


ที่มา : https://www.thaipost.net/x-cite-news/234696/

งานวิจัย ชี้ ดื่มกาแฟทุกวันช่วยให้อายุยาวขึ้น ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ

ดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยเรื่องสุขภาพ และทำให้อายุยาวขึ้นได้จริงหรือ? 

จากผลการวิจัยล่าสุดโดย ศาตราจารย์ ปีเตอร์ คิสเลอร์ แห่งสถาบัน Baker Heart and Diabetes Research Institute ในประเทศออสเตรเลีย ได้สำรวจข้อมูลเปรียบเทียบกันระหว่าง กลุ่มตัวอย่างที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ และกลุ่มที่ไม่ดื่ม กับความสัมพันธ์ของจังหวะการเต้นของหัวใจ โรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือด และอัตราการเสียชีวิต โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมโดย UK Biobank ของกลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 40 - 69 ปี จำนวนเกือบ 5 แสนคน

ซึ่งพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ดื่มกาแฟ 2-3 แก้วต่อวันมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ดื่ม และนั่นก็มีผลกับช่วงชีวิตที่ยาวขึ้นของกลุ่มคนที่ดื่มกาแฟ 

กาแฟที่ว่านี้ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นกาแฟคั่วบด กาแฟสด กาแฟสำเร็จรูป หรือกาแฟปลอดคาเฟอีน  เนื่องจากงานวิจัยชี้ว่า กาแฟทุกประเภทที่ว่านี้ ให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกัน คือช่วยกระตุ้นการเต้นของหัวใจได้ดี และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ อาการหัวใจทำงานบกพร่อง หรือ หลอดเลือดหัวใจตีบได้ 

ดังนั้น คาเฟอีน จึงไม่ใช่ปัจจัยสำคัญต่อคุณประโยชน์ของการดื่มกาแฟ ศาตราจารย์ คิสเลอร์ เจ้าของผลงานวิจัยชี้ว่า นอกเหนือจากคาเฟอีน ที่คนส่วนใหญ่มักนึกถึงเวลาดื่มกาแฟ แต่ในเมล็ดกาแฟนั้นมีสารประกอบที่สำคัญมากกว่า 100 ชนิด ที่มีผลต่อสุขภาพที่ดีของผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ได้ดื่่ม

‘ก้าวไกล’ จี้อนุพงษ์ - ปลัด มท. ชี้แจง หลังสตง. รายงาน ‘โคก หนอง นา โมเดล’ ล้มเหลว

‘จ่าตา’ อดิศักดิ์ สมบัติคำ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล เปิดรายงาน สตง. ยืนยันชัด “โคก หนอง นา โมเดล” ล้มเหลว เสียเงินกู้ฟรี 4,700 ล้าน จี้อนุพงษ์-ปลัด มท. ชี้แจง

อดิศักดิ์ สมบัติคำ หรือ ‘จ่าตา’ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล จ.มหาสารคาม ได้ออกมาเปิดรายงานของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) รายงานผลการตรวจสอบโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคกหนอง นา โมเดล” ของกรมพัฒนาชุมชน ซึ่งจากรายงานพบว่าโครงการแทบไม่เดิน ทำจริงไม่ได้ ยังไม่เกิดผลทางปฏิบัติ 

‘จ่าตา’ อดิศักดิ์ กล่าวว่าตอนเริ่มโครงการภาครัฐโฆษณาด้านดีด้านเดียว โดยอ้างแต่หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พอทำจริงข้างนอกสดใส ข้างในตะติ๊งโหน่ง ซึ่งพรรคก้าวไกลก็ได้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้แล้วว่าโครงการทำจริงในทางปฏิบัติแทบไม่ได้ แต่รัฐบาลก็ยังดันทุรังทำ ผลคือโครงการล้มเหลวตามที่พรรคก้าวไกลอภิปรายไว้ทุกประการ

สตง. เขียนเอาไว้ชัดเจนว่าโครงการมีปัญหา 3 เรื่อง ที่ทำให้โคก หนอง นาเป็นโครงการส่อล้มเหลว 

หนึ่ง โครงการล่าช้าไม่เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดโครงการ กรมพัฒนาชุมชนทำเสร็จเพียง 1 จาก 6 กิจกรรม ทำให้ต้องขอขยายเวลากว่า 2 รอบ ถึงจะปิดโครงการได้ 

สอง พื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบทำไม่ได้จริง ส่วนใหญ่ยังทำไม่ได้ตามแบบ บางที่ยังสร้างไม่เสร็จ บางที่ยังไม่ได้เริ่มสร้าง ส่วนที่สร้างเสร็จแล้วยังไม่มีการจัดเตรียมความพร้อมด้านสื่อการเรียนรู้ วัสดุ อุปกรณ์เพื่อใช้สำหรับการสาธิตและ ฝึกปฏิบัติประจำฐานเพื่อการเรียนรู้ 

สาม ครุภัณฑ์อุปกรณ์ต่าง ๆ ในวันที่ สตง. ลงไปตรวจสอบ ยังถูกใช้ไม่ครบ ซึ่งมีทั้งบางที่ยังไม่ได้ใช้อุปกรณ์เลยแม้แต่รายการเดียว บางที่ใช้ไปแค่บางส่วน หรือก็คืองบอุปกรณ์ที่จัดซื้อลงไปถูกเอาไปวางทิ้งไว้เฉย ๆ

“ตามศูนย์อบรมที่โคก หนอง นา ให้เกษตรกร ยังแทบจะไม่มีการอบรมให้เกษตรกรเอาไปใช้จริงเลย”

'เพื่อไทย' เรียกร้อง กกต. ทำหน้าที่ให้ชัดเจน ชี้!! อย่าทำให้การเมืองมีแต่ความคลุมเครือ - สิ้นหวัง

(3 ต.ค. 65) สุธรรม แสงประทุม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ที่มีบรรยากาศอยู่ภายใต้ความคลุมเครือ ความสิ้นหวัง ทั้งที่เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ที่ควรทำหน้าที่ตัวเองให้โปร่งใส เพื่อให้ประชาชนเห็นความหวัง เชื่อมั่นในความยุติธรรม และเดินหน้าประเทศนี้ต่อไปได้อย่างโปร่งใส โดยมี 3 ข้อที่กังวลใจคือ

1.) ความคลุมเครือ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่แล้ว มีหลายเรื่องที่บิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชนที่ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ตั้งแต่เรื่องการแบ่งเขตการเลือกตั้ง ถึงการตัดสินใจตามอำนาจหน้าที่ ปรากฎว่า พรรคเพื่อไทย ได้ที่นั่งมากที่สุด ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล แต่มีบัตรเขย่งทำให้มีพรรคเล็กได้สนับสนุนรัฐบาลที่มีที่มาจากสมาชิกวุฒิสภา 

นอกจากนี้ การประกาศผลการเลือกตั้งบางเขตมีปัญหา ในที่สุด คดีให้ใบแดงผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย ศาลตัดสินให้ กกต. ต้องใช้หนี้เลือกตั้ง จากความผิดพลาด ดังกล่าว

2.) ความยุติธรรม หลังจากการประกาศระเบียบของ กกต. ในเรื่อง 180 วัน ในการห้ามผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทำเรื่องใด ปรากฏว่า ข้อจำกัดต่างๆ ที่แจ้งมา ไม่มีความชัดเจน คนของรัฐบาลทำได้ แต่ฝ่ายค้านทำไม่ได้ สิ่งที่ควรทำ กลับไม่ได้ทำ เช่น การแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 เขต ควรทำทันทีที่ประกาศจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมี และเมื่อมีระเบียบระยะ 180 วันแล้ว ควรให้ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเตรียมตัว กลับเก็บเรื่องเขตเลือกตั้งไว้ให้เป็นปัญหาเหมือนในปี พ.ศ. 2562 ที่มีข้อครหาว่า ใครสนับสนุนพรรคของคณะผู้ยึดอำนาจ มีโอกาสเลือกเขตเลือกตั้งที่ต้องการ 

'เพื่อไทย' อัด 'บิ๊กตู่' ทำคนไทยไร้ที่อยู่-ที่ทำกินเพียบ ชี้!! ไม่พัฒนาต่อยอดบ้านเอื้ออาทร-บ้านมั่นคง

เมื่อวันที่ (3 ต.ค. 65) น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ทุกวันจันทร์แรกของเดือนต.ค.ทุกปี องค์การสหประชาชาติ (UN) กำหนดให้เป็นวันที่อยู่อาศัยโลก (World Habitat Day) ในปีนี้อยู่ภายใต้แนวคิด Mind the Gap Leave No One and Place Behind หรือใส่ใจช่องว่าง ไม่ทิ้งใครและที่ใดไว้ข้างหลัง เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของสิทธิในที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมของประชากรโลก ซึ่งในส่วนของประเทศไทยเครือข่ายต่างๆ ได้จัดกิจกรรมเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกินให้กับคนจนเมืองและพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด โดยเฉพาะชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่จากนโยบายของรัฐ 

ทั้งนี้ พรรคไทยรักไทย พลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีสิทธิในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชากรโลก ในปี 2546  รัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้จัดหาที่อยู่อาศัยให้กับคนไทยทุกกลุ่ม ทั้งบ้านเอื้ออาทรในต่างจังหวัด และบ้านมั่นคงสำหรับคนเมือง ผ่านการทำงานของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. เพราะตระหนักถึงความสำคัญของ คนหาเช้ากินค่ำ คนจนเมือง คนไร้ที่อยู่อาศัย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top