Sunday, 5 July 2026
NewsFeed

'ชัยวุฒิ' ลงพื้นที่น้ำท่วมอยุธยา 'รับฟังปัญหา-แจกถุงยังชีพ' ด้านชาวบ้านโวย 'ฝ่ายค้าน' หยุดจับผิด 'ส.ส.-รมต.รัฐ' ช่วยปชช.

'ชัยวุฒิ' ลงพื้นที่น้ำท่วมอยุธยา ออกตัวบอกมาในนามรัฐบาล ชาวบ้าน ร้องอยากให้เเจกถุงยังชีพเยอะๆ ขอฝ่ายค้าน อย่าเล่นการเมือง บนความเดือดร้อน ปชช.  

(24 ก.ย.2565) นายชัยวุฒิ​ ธนาคมานุสรณ์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม​ หรือดีอีเอส​ พร้อมขอให้เจริญ ข้าราชการในกระทรวง ลงพื้นที่อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา​  ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจชาวบ้าน​ผู้ประสบอุทกภัย พร้อมมอบถุงยังชีพ 

ทันทีที่นายชัยวุฒิ มาถึง ได้กล่าวสวัสดีชาวบ้าน พร้อมกับแนะนำตัวว่า “รู้จักผมไหม ผมชื่อชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” ตนเป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพราะหลายพื้นที่ยังเป็นที่ลุ่มต่ำ เท่าที่ตนทราบพื้นที่นี้จะท่วมก่อนพื้นที่อื่นและแห้งทีหลัง ยืนยันหลายครั้งว่ารัฐบาลห่วงใยประชาชน ตอนนี้จะมีโครงการผันน้ำคลองบางบาลแล้ว วันนี้ตนอยากมาเยี่ยมเยียนพี่น้อง แลดูสภาพปัญหาว่าอยากให้รัฐบาลช่วยอะไร ตนจะได้นำไปเรียนนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี

“พอน้ำท่วม นอนอยู่บนเตียง ทำอะไรไม่ได้เลย ก็จะเบื่อ วิธีการแก้ปัญหาคือออกไปข้างนอกบ้าง จะได้ไม่เหงา ไม่เครียด”

นายชัยวุฒิย้ำว่า ขอให้ชาวบ้านระวังเรื่องงูพิษ มีสัตว์มีพิษเยอะ ที่มากับน้ำท่วม ตนเป็นกำลังใจให้ทุกคน ก่อนลงจากโพเดี้ยมนายชัยวุฒิ ถามชาวบ้านด้วยว่ารู้จักกระทรวงที่ตนกำกับไหม เป็นกระทรวงตั้งใหม่ ดูเรื่องการใช้คอมพิวเตอร์และการติดต่อสื่อสาร 

หลังจากนั้น นายชัยวุฒิให้สัมภาษณ์ ระบุว่า วันนี้ตนมาในนามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอส​ มาเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจประชาชน พร้อมกับมอบถุงยังชีพ และติดตามในงานในสังกัดของกระทรวงที่ลงมาช่วยเหลือประชาชน สิ่งสำคัญคือถือโอกาสมาเยี่ยมเยียนชาวบ้านและมาฟังว่าเขาเดือดร้อนอย่างไร อยากให้รัฐบาลช่วยเหลืออย่างไรบ้าง หากไม่ลงพื้นที่มาดูก็จะไม่รู้

ขณะเดียวกัน นายชัยวุฒิ​ ยังระบุอีกว่า ชาวบ้านเองก็ได้สะท้อนถึงความลำบาก ในการเดินทางเนื่องจากมีน้ำท่วมสูง​ โดยอยากจะให้มีการระบายน้ำออกไปในพื้นที่การเกษตร​ เพื่อลดระดับน้ำลง เนื่องจากบางพื้นที่น้ำท่วมถึงชั้น 2 ซึ่งเท่าที่ทราบเมื่อชาวนาเกี่ยวข้าวเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ ก็จะมีการระบายน้ำออกไปยังทุ่งนาทำให้ระดับน้ำในพื้นที่นั้นลดลง

โดยหน้าที่หลักของกระทรวงดีอีเอส​ กรมอุตุนิยมวิทยา มีการพยากรณ์อากาศ และประสานข้อมูลเรื่องน้ำ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงต่างๆที่นำข้อมูลไปบูรณาการช่วยเหลือ ในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งการพยากรณ์อากาศช่วงนี้อยู่ในฤดูฝน เพราะฉะนั้นอาจทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ โดยจากการที่ติดตามอยู่ในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าจะมีพายุเข้ามา อีก 1 ลูก ซึ่งต้องติดตามดูว่าอิทธิพลของพายุลูกนี้จะทำให้ฝนตกหนักแค่ไหนในพื้นที่ และจะดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนต่อไป เนื่องจากตอนนี้น้ำเต็มทุกพื้นที่หมดแล้วค่ะฝนตกลงมาก็ยอมรับว่าเหนื่อยในการบริหารจัดการน้ำอย่างแน่นอน

ทั้งนี้นายชัยวุฒิ​ มองว่า​ ในระยะต่อไปต้องมีการปรับปรุงได้ระบบป้องกันน้ำท่วมและชลประทาน​ ให้สามารถระบายน้ำให้มากขึ้น อย่างในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ

กองทัพเรือ จัดพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะและพิธีทางศาสนา เนื่องในวันมหิดล ณ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ ประจำปี 2565

วันนี้ 24 ก.ย.65 เวลา 08.00 น. กองทัพเรือ (พื้นที่สัตหีบ) ได้จัดพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พระราชานุสาวรีย์ จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก โดยมี พลเรือเอก สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธี และนำกล่าวคำสดุดีพระเกียรติคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อกองทัพเรือ จากนั้นเป็นประธานในพิธีทางศาสนา โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ หัวหน้าหน่วยงาน ผู้แทนจากหน่วยงานภาพรัฐและเอกชน รวมทั้งข้าราชการกองทัพเรือและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธี ณ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

วันที่ 24 กันยายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก "พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย" หรือ "เจ้าฟ้าทหารเรือ" จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เป็นพระราชโอรส ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากทรงสำเร็จการศึกษาจากประเทศเยอรมัน ในปีพุทธศักราช 2456 ได้เสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศไทย และเข้ารับราชการในกระทรวงทหารเรือ ขณะรับราชการในกระทรวงทหารเรือ พระองค์ทรงริเริ่มแนวคิดในการจัดเตรียมกำลังเรือ ส หรือเรือดำน้ำ ในการป้องกันอ่าวไทย จนเป็นที่มาของการจัดหาเรือดำน้ำ เข้าประจำการจำนวน 4 ลำ อีกทั้งพระราชดำรินานัปการที่พระราชทานไว้ นับเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญา อันเปี่ยมไปด้วยคุณค่า ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นต้นแบบทางความคิดของทหารเรือไทย อีกทั้งยังช่วยสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่กองทัพเรือมาจนถึงปัจจุบัน 

ในเวลาต่อมา พระองค์ทรงลาออกจากราชการ และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษา วิชาสาธารณสุขและเตรียมแพทย์ที่สหรัฐอเมริกา ภายหลังจากทรงสำเร็จการศึกษา พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนิน  กลับมาปฏิบัติงานด้านการแพทย์ ทรงเป็นพระอาจารย์สอนนักศึกษาแพทย์ ทรงบริจาคทรัพย์เป็นทุนไว้สำหรับส่งนักศึกษาแพทย์และนักเรียนพยาบาลไปศึกษาต่อต่างประเทศ และจัดหาเครื่องมือสำหรับปฏิบัติการในโรงพยาบาล พระกรุณาธิคุณของพระองค์ ส่งผลให้กิจการด้านสาธารณสุข และการแพทย์ของไทย มีความเจริญก้าวหน้าตราบจนปัจจุบัน ปวงชนชาวไทยจึงได้พร้อมใจกันขนานพระนามว่า ทรงเป็นทั้ง “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน” และ “เจ้าฟ้าทหารเรือ” จนเป็นที่มาของการเทิดทูนพระเกียรติคุณของพระองค์ด้วยการขอพระราชทานนามอู่เรือแห่งที่สามของกองทัพเรือว่า “อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช” ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ได้ทรงอุทิศกำลังพระราชหฤทัย และกำลังพระวรกาย ประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชนเป็นอเนกประการ พระองค์จึงทรงเป็นปูชนียบุคคล ที่เหล่าทหารเรือและประชาชนชาวไทย ระลึกถึงด้วยความเคารพรักเสมอมา

'สุรนันทน์' ย้ำ!! กกต.ต้องเที่ยงธรรมและเป็นกลาง

(24 ก.ย.65) นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ประธานภาคกรุงเทพฯ พร้อมด้วย น.อ.บัญชาพล อรัณยะนาค ผู้ประสานงานเขตสายไหม และทีมงานสร้างอนาคตไทย ได้ลงพื้นที่ ตลาดเคหะออเงิน และชุมชนเลียบคลองหกวา เขตสายไหม 

นายสุรนันทน์ กล่าวว่า วันนี้นอกจากจะมาพบปะพ่อค้าแม่ค้าและรับฟังปัญหาต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยังคงเดือดร้อนเรื่องปัญหาปากท้องที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ เราได้มาแนะนำตัวและนำเสนอนโยบายต่างๆ ของพรรค โดยเฉพาะนโยบายด้านเศรษฐกิจ ที่จะมาช่วยคนตัวเล็กตัวน้อยให้กลับมาลืมตาอ้าปากได้ 

นายสุรนันทน์ ย้ำว่า ตั้งแต่วันนี้ไปพรรคสร้างอนาคตไทยจะไม่มีการแจกของใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้ความร่วมมือกับ กกต. แต่ขอย้ำอีกครั้งว่า กกต.ควรมีความชัดเจนในทุกๆ กรณีโดยเร็ว ว่าพรรคการเมืองสามารถทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน

'อนุทิน' ย้ำ!! ลูกพรรคหน้าต้องดำผิวต้องกร้านเข้าสภาให้ได้ ด้านชาวขอนแก่น ถือป้ายเชียร์ 'เสี่ยหนู' ให้เป็นนายกฯ

ภายหลังการสัมมนาพรรคภูมิใจไทยสัญจร ที่ จ.ขอนแก่น ช่วงเย็นวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมรับประทานอาหารเย็น ร่วมกับรัฐมนตรี และส.ส.ของพรรค โดยนายอนุทิน กล่าวตอนหนึ่งว่า...

"พรรคภูมิใจไทยมีแต่คนไหลเข้า ยังไม่เห็นคนไหลออก และอย่าให้มีคนแรก เพราะจะถูกพวกเราโห่จนกลับบ้านไม่ถูก เนื่องจากเราสำเร็จมาด้วยกัน ทำงานมาด้วยกัน พลวัตการขับเคลื่อนของเราเปรียบเสมือนสิ่งที่หมุนรอบ ซึ่งหากหมุนไปเรื่อยๆ ในทางฟิสิกส์จะเกิดเป็นแรงดูด จึงขอให้หมุนไปแบบนี้ หมุนด้วยความเร่ง ความตั้งใจ ความจริงใจต่อประชาชน แรงดูดจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น จึงถูกแล้วที่เขาพูดว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคดูด แต่ดูดด้วยผลงาน ดูดด้วยความนิยม"

นายอนุทิน ย้ำด้วยว่า ขอให้คืนนี้ (23 ก.ย.) เป็นคืนสุดท้ายที่ส.ส. และว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรคจะสนุกสนานกัน เพราะนับจากวันนี้ หน้าต้องดำ ผิวต้องกร้าน ต้องได้รับคะแนนนิยม ความเชื่อมั่นจากประชาชน แล้ววันรุ่งขึ้นหลังการเลือกตั้งเราจะฉลองอย่างยิ่งใหญ่

“พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคติดดิน ต่อให้ฝนตกหนักแค่ไหน หัวหน้าพรรคจะยืนเคียงข้างลูกพรรค เราตากแดด ตากลม ตากฝน ได้หมด ขออย่างเดียวให้ได้เดินเข้าสภา 6 เดือนต่อจากนี้ เราจะอยู่ในโหมดของการต่อสู้จนกว่าจะชนะ และเอาส.ส.ตัวเป็นๆ เข้าสภาเท่านั้น และเราจะชนะอย่างแน่นอน” นายอนุทิน กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคภูมิใจไทยจะเป็นพรรคแกนนำที่ประกาศตัวพร้อมเป็นนายกฯ เลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า "พรรคต้องมีการขับเคลื่อน ทำให้ประชาชนมั่นใจ ไว้วางใจว่าพรรคทำงานที่เป็นประโยชน์ให้ประชาชนมากที่สุด การที่จะไปถึงจุดนั้นได้ต้องมี ส.ส.เยอะ ก็จะผลักดันทุกอย่างง่ายขึ้น ก็จะไม่มีอุปสรรคอะไร ไม่ไปเป็นเหยื่อของเกมการเมืองจากใคร แต่เอาไว้ถึงวันนั้นก่อน ต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ซึ่งประชาชนเห็นแล้วว่าถ้าทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่ แต่แทนที่สิ่งเหล่านั้นจะได้รับการสนับสนุนจากบรรดาผู้คนการเมืองด้วยกัน กลับมีการบล็อก เตะตัดแข้งตัดขา ซึ่งทำให้เกิดผลเสียต่อประชาชน

“เราไม่หวั่นไหวอะไร บางคนตัดสินใจทำแบบนี้กับพรรคภูมิใจไทยเพราะไม่ต้องมีการพึ่งพาอะไรกันแล้ว ไม่ต้องมีอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่มีการผ่านกฎหมายสำคัญแล้ว เลยปฏิบัติกับเราแบบนี้ ก็ไม่เป็นไร เราถือว่าประชาชน คือหลักชัยของเรา เรายังมุ่งมั่นทำงานต่อ ที่ผ่านมาพรรคเราเป็นแบบนี้ เราไม่เคยยุ่งกับใคร ถ้าพรรคอื่นทำประโยชน์กับประชาชนเราก็พร้อมสนับสนุนเสมอ แต่เวลาพรรคเราจะทำประโยชน์ให้ประชาชนทำไมพรรคอื่นต้องมาขัดแข้งขัดขา การต่อสู้กันทางการเมืองไม่ควรเอาสิ่งที่ประชาชนพึงจะได้มาขัดขวาง แต่โชคดีเรามองสถานการณ์ว่าสิ่งนี้จะเกิด จึงเตรียมการป้องกันไว้ก่อน ยืนยันว่า แม้ พ.ร.บ.จะไม่ผ่านสภา แต่การใช้ประโยชน์ของกัญชา ถ้าอยู่ภายใต้กรอบของกระทรวงสาธารณสุขจะไม่มีข้อจำกัด”

'สมาคมชุมพร' เชิญชวน เดิน – วิ่ง มินิมาราธอน RUN FOR NHONG YAI 2022' ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 4 ธ.ค.65

'จังหวัดชุมพร' เชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรม วิ่งเทิดพระเกียรติ มินิมาราธอน ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (RUN FOR NHONG YAI 2022) ที่ โครงการพัฒนาพื้นที่ หนองใหญ่ ตามพระราชดำริ ตำบลบางลึก อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร ในวันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม 2565 เวลา 05.30 น. เป็นต้นไป

พลเอกไพโรจน์ นาคฉัตรีย์ นายกสมาคมชาวจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีพระราชดำริแก้ปัญหาอุทกภัยของจังหวัดชุมพร ซึ่งสร้างความเสียหายและความทุกข์ยากให้แก่ชาวจังหวัดชุมพรมายาวนาน พระองค์จึงมีกระแสรับสั่งให้จัดสร้างโครงการแก้มลิงธรรมชาติ ด้วยการพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ นำมาพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ ตามพระราชดำริ ยังความปลาบปลื้มแก่พสกนิกรโดยทั่วไปและชาวจังหวัดชุมพรเป็นล้นพ้น 

สมาคมชาวจังหวัดชุมพร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว จึงจะจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติถวายพระองค์ท่าน ด้วยการจัดงาน เดิน-วิ่งการกุศล มินิมาราธอน เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม 2565 เดือนแห่งการถวายความรำลึกวันคล้ายวันพระราชสมภพ ณ แผ่นดินพ่อสร้าง โครงการพัฒนาพื้นที่ หนองใหญ่ ตามพระราชดำริ ตำบลบางลึก อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร 

โอกาสเดียวกันนี้ จะได้เป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว (โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ ตามพระราชดำริ) เพื่อเป็นการหารายได้นำไปสนับสนุนจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ ให้แก่ โรงพยาบาลในพื้นที่ สมทบดูแลผู้สูงอายุ มอบทุนการศึกษาสำหรับเยาวชนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมถึงเป็นทุนหมุนเวียนให้แก่สมาคมชาวจังหวัดชุมพร ในการพัฒนาและสนับสนุนโครงการต่างๆ ต่อไป

'บุพเพสันนิวาส ๒' แซงหน้า FRIEND ZONE.. ขึ้นแท่นหนังไทยทำเงินสูงสุดตลอดกาลที่เวียดนาม

บุพเพสันนิวาส ๒ ภาพยนตร์ร่วมทุนฟอร์มใหญ่ ระหว่าง จีดีเอช และ บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น ขึ้นแท่นภาพยนตร์ไทยที่ทำเงินสูงสุด ตลอดกาลที่ประเทศเวียดนาม ด้วยรายได้ Box Office 62,000 ล้านดอง ราว 2.6 ล้านดอลลาร์ ภายใน 14 วันที่มีการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ แซงหน้าภาพยนตร์ FRIEND ZONE..ระวังสิ้นสุดทางเพื่อน ค่าย จีดีเอช ที่ครองตำแหน่งภาพยนตร์ไทยทำเงินสูงสุดยาวนานกว่า 3 ปี ที่เคยทำไว้ 53,000 ล้านดอง VND (2.25 ล้าน USD) 

นอกจากนี้ หนังบุพเพสันนิวาส ๒ ยังได้กระแสตอบรับที่ดีจากชาวเวียดนามตั้งแต่รอบสนีก พรีวิว จนถึงวันที่เข้าฉายจริง สร้างปรากฏการณ์ปากต่อปาก เพิ่มรอบ เพิ่มโรง แม้ว่าจะเข้าฉายสู่สัปดาห์ที่ 2 แล้วก็ตาม

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยกทัพจัดทีมบรรเทาสาธารณภัย พร้อมอุปกรณ์ และโรงครัวฯ ลงพื้นที่บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยน้ำท่วม จังหวัดอุบลราชธานี

ตามที่ได้เกิดฝนยังคงตกต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ระดับน้ำในแม่น้ำมูล เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (วันที่ 23 กันยายน 2565) นายวิเชียร เตชะไพบูลย์  ประธานกรรมการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบหมายให้ทีมบรรเทาสาธารณภัย นำโดย นายสมบูลย์ ขวัญอ่วม หัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัย นำทีมกู้ภัย กู้ชีพ อาสาสมัคร พร้อมอุปกรณ์ เรือท้องแบน โรงครัวเคลื่อนที่ ถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภค ชุดยาเวชภัณฑ์ อาหารสุนัขและแมวออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่จังหวัดอุบบราชธานี พร้อมจัดทีมกู้ชีพ กู้ภัย พร้อมอุปกรณ์การช่วยเหลือ เข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือ และอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ประสบภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัยตามความประสงค์ของประชาชน  โดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจัดตั้งกองอำนวยการและโรงครัวเพื่อประกอบอาหารปรุงสุก ณ วัดแสนสำราญ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

และในวันนี้ (วันที่ 24 กันยายน 65) นับตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา นายสมบูลย์ ขวัญอ่วม หัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัย จัดทีมเจ้าหน้าที่-อาสาสมัคร กู้ชีพ-กู้ภัย ลงพื้นที่อพยพ - เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากพื้นที่ประสบภัย ไปยังพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงจัดทีมประกอบอาหารปรุงสุกบรรจุกล่องพร้อมน้ำดื่ม ถุงยังชีพ ชุดยาเวชภัณฑ์ บรรทุกเรือท้องแบน ลงพื้นที่ออกแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยบริเวณพื้นที่อำเภอวารินชำราบ และอำเภอเมือง อาทิ  บ้านดอนงิ้ว บ้านธานี เป็นต้น โดยมีนายภรัณยู โรจนวุฒิธรรม [แทค ภรัณยู] อาสาสมัครศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และทีมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทราร่วมปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ 

ทั้งนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยังคงอยู่ระหว่างดำเนินการภารกิจในพื้นที่ และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่างๆ ต่อไป

นับตั้งแต่เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ทั้งในส่วนกรุงเทพมหานคร รวมถึงพื้นที่ส่วนภูมิภาค เมื่อเกิดอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นอกเหนือจากการจัดทีมบรรเทาสาธารณภัย พร้อมเรือท้องแบน และ โรงครัวเคลื่อนที่เพื่อประกอบอาหารกล่อง พร้อมถุงยังชีพ นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิฯ ยังได้มีการประสานเพื่อประเมินสถานการณ์ในการดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป

'พิธา' แง้ม!! คำตอบของอนาคตเศรษฐกิจไทย ไม่ใช่การพึ่ง 'สินค้าเกษตร-อิเล็กทรอนิกส์' อีกต่อไป

'พิธา-พรรณิการ์' ร่วมงานแฟชั่นโชว์โพเอ้ม ชี้อนาคตเศรษฐกิจไทยคือ อุตสาหกรรมครีเอทีฟ-คราฟต์

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และพรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ได้รับเชิญเข้าร่วมงานแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ POEM โดยชวนล ไคศิริ ดีไซเนอร์ชื่อดัง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Bangkok International Fashion Week 2022 

พิธา กล่าวว่า คำตอบของอนาคตเศรษฐกิจไทย ไม่ใช่การพึ่งสินค้าเกษตรหรืออิเล็กทรอนิกส์อีกต่อไป เพราะโลกยุคดิจิทัลและ AI ดิสรัปชั่น อุตสาหกรรมไทยจะถูกท้าทายอย่างมาก แต่ทางออกของการสร้างงานที่ดี มีรายได้สูง เป็นธรรมและเป็นการใช้ศักยภาพคนไทยอย่างเต็มที่ คืออุตสาหกรรมครีเอทีฟ - คราฟต์ - แคร์ หรืองานใช้ความคิดสร้างสรรค์ งานฝีมือ และงานบริการ ที่หุ่นยนต์ไม่สามารถแทนที่คนได้ ด้วยเหตุนี้อุตสาหกรรมแฟชั่นดีไซน์ จึงเป็นอนาคต ที่รัฐต้องสนับสนุนทั้งสาขาดีไซน์ และสาขาการผลิต ซึ่งหมายถึงช่างฝีมือจำนวนหลักแสนหรือล้านคน

พิธา ระบุว่า รัฐต้องสนับสนุนดีไซเนอร์ให้มีต้นทุนต่ำลงในการคงอยู่ในวงการ เพราะคนส่วนใหญ่ใช้เวลาหลายปีและต้นทุนมหาศาล กว่าจะประสบความสำเร็จ หนึ่งในเรื่องที่รัฐทำได้ คือการสร้าง Common House หรือสถานที่ที่ออกแบบเพื่อการทำงานดีไซน์และช่างฝีมือโดยเฉพาะ มีสตูดิโอและอุปกรณ์เครื่องมือจำเป็นให้ใช้ฟรี สถานที่แบบนี้นอกจากจะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของดีไซเนอร์รุ่นสร้างตัว ยังเป็นแหล่งพบปะแลกเปลี่ยนไอเดียระหว่างดีไซเนอร์และช่างฝีมือแขนงต่างๆ ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาต่อยอดไอเดียได้ดีขึ้น

ส่วนในสายงานช่างเย็บ ช่างปัก ช่างแพทเทิร์น พิธาเสนอโมเดลของ เลอดิสเนิฟ เอ็ม เมติเย ดาต์ ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นองค์กรที่รวมเอาช่างฝีมือทุกแขนงมาทำงานด้วยกัน พัฒนาต่อยอด ผสมผสานองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ หากรัฐบาลไทยจัดให้มีสถาบันแบบนี้ขึ้น ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือช่าง หรือแม้แต่รับจ้างผลิต ให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ๆ ไม่ต้องหาช่างเป็นของตัวเอง แต่นำแบบมาสั่งผลิตได้ที่นี่ ก็จะทำให้เกิดระบบซัพพลายที่แข็งแกร่ง แข่งขันในเวทีโลกได้

“หมดยุคที่อุตสาหกรรมสิ่งทอ แฟชั่นไทย จะสร้างศักยภาพการแข่งขันด้วยของถูก ด้วยการบีบค่าแรงช่าง เราต้องส่งเสริมฝีมือช่างไทย สร้างระบบอุตสาหกรรมที่มีค่าจ้างเป็นธรรม แข่งขันด้วยฝีมือและความประณีต นี่คืออนาคตของคนรุ่นต่อไป” พิธา กล่าวทิ้งท้าย

'ทัพลูกยางสาว' ปลื้ม!! คนไทยในถิ่นดัตช์ส่งความอร่อยเป็นกำลังใจ บอก "ไม่มีอะไรให้นอกจาก 'ผัดไทย-อาหารไทย' ที่ร้านขาย"

ไม่นานมานี้ คุณธามม์ ประวัติตรี เจ้าของร้าน Pad Thai (ผัดไท) หนึ่งในคนไทยที่ประกอบธุรกิจร้านอาหารในประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Tham Prawattree ว่า...

#วอลเลย์บอลไทยแลนด์

จริงๆ ผมไม่เคยได้ดูการแข่งขันวอลเลย์บอลเลย เพราะไม่เคยติดตามการแข่งขัน

เมื่อ 3 วันที่ผ่านมา เจอคนถือป้าย Volleyball Thailand Team ที่สนามบิน Schiphol ที่อัมสเตอร์ดัม

เลยทราบว่ามีการแข่งขัน World Champion ที่เนเธอร์แลนด์

จังหวะนั้น ได้พบ ผจก.ทีมพอดี และคุณไชยยันต์ ก็รู้จักโค้ชและเป็นคนบ้านเดียวกันอีก เลยได้พูดคุยกัน คนนี้เป็นแฟนกีฬาวอลเลย์บอล 😁

ผมไม่มีอะไรให้เป็นกำลังใจ นอกจาก 'ผัดไทย' และ อาหารไทยต่างๆ ที่เราขายที่ร้าน 

เลยส่งมอบกำลังใจ ให้น้องๆ นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย ส่งมอบความอร่อยเป็นกำลังใจ 

โชคดีกับการแข่งขันนะครับ 

'ศักดิ์สยาม' ลงพื้นที่เช็กงานคมนาคม 'ขอนแก่น' บก-น้ำ-ราง-อากาศ เพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมขนส่งภาคอีสาน เชื่อมภูมิภาคอื่นๆ

“ศักดิ์สยาม” ลงพื้นที่เช็กงานคมนาคม “ขอนแก่น” บก-น้ำ-ราง-อากาศ เพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมขนส่งภาคอีสาน เชื่อมภูมิภาคอื่นๆ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เตรียมของบปี 67 ลุยรถไฟสายใหม่ “นครสวรรค์-บ้านไผ่” กำชับก่อสร้างทุกโครงการต้องปลอดภัย... 

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมขนส่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมี นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง นายอภิรัฐ  ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวงชนบท นายปริญญา แสงสุวรรณ อธิบดีกรมท่าอากาศยาน และนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด ดร.ณพศิษฏ์ จักรพิทักษ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประทศไทย จำกัด นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ร่วมลงพื้นที่โดยมี นางสาวธนียา นัยพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ให้การต้อนรับ ในวันที่ 23 กันยายน 2565 ณ ท่าอากาศยานขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top