Saturday, 4 July 2026
NewsFeed

‘แบงก์ชาติ’ แจง!! สื่อปั่นเงินทุนสำรองลดลงมาก เพราะต้องใช้พยุงค่าเงินบาท ‘ไม่เป็นความจริง’

(16 ก.ย. 65) จากเฟซบุ๊ก Warat Karuchit ของ ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้โพสต์ข้อความในหัวข้อว่า... ‘แบงก์ชาติชี้แจงข่าวลือ จากการออกข่าวของสำนักข่าวบางสำนัก เกี่ยวกับกรณีเงินสำรองลดลง’

คำถาม: เงินทุนสำรองลดลงมาก เพราะต้องใช้พยุงค่าเงินบาท?
คำตอบ: “ไม่จริง”

>> ต้นเหตุคือ สหรัฐฯ เกิดเงินเฟ้อต่อเนื่อง จึงเลือกใช้นโยบายการเงินที่ทำให้ เงินดอลลาร์แข็งตัวขึ้น 14.6% กระทบการตีค่าสินทรัพย์ทั่วโลก และอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราด้วย เป็นเหตุให้การตีค่า ทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยลดลง จาก 2.78 แสนล้านดอลลาร์ เหลือ 2.4 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเงินทุนสำรองของประเทศอื่นๆ ก็ปรับลดเช่นกัน จีน, สวิส, สิงคโปร์, ญี่ปุ่น, อินเดีย ลดลงมากกว่าไทยทั้งสิ้น

คำถาม: เงินทุนสำรองที่ลดลง จะกระทบเสถียรภาพการเงินไทย จนเกิดวิกฤตแบบปี 40?
คำตอบ: “ไม่จริง”

>> เงินทุนสำรองของไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก (มูลค่าอันดับ 12 ของโลก คิดเป็นสัดส่วนต่อ GDP อันดับ 8 ของโลก) สถานะการเงินไทยยังแข็งแกร่ง และแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมากจากปี 40

นักข่าวท่านใดสงสัย ธปท. มีสายด่วน 1213 นะครับ โทรไปสอบถามได้ก่อนลงข่าว จะได้ไม่ผิดพลาด และก่อให้เกิดความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็นครับ


ที่มา : https://www.facebook.com/warat.karuchit/posts/pfbid0PgLqib4yWquJeAuQR9UJNFbh3KKSyfweaFv9grqEbdnuPVQpsp2z5SMxahjuZKCQl

ผบ.ตร. ร่วมกับ สมาคมแม่บ้านตำรวจ ทำพิธีเปิด “ร้านปันรักษ์ คาเฟ่” สาขา3 ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันที่ 14 ก.ย.65 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วย น.ส.รัตนาภรณ์ สีวลีพันธ์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ทำพิธีเปิดร้าน “ปันรักษ์ คาเฟ่ สาขาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ณ อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร และสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ  ซึ่งเป็นร้านปันรักษ์ คาเฟ่ สาขาที่ 3 พร้อมเปิดให้บริการ ที่อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร และสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 07.30 น. – 15.00 น. โดยมี 4 เมนูแนะนำ ต้องลิ้มลองรถหอมกรุ่น สดชื่น ทั้ง ปันรักษ์ไอซ์คอฟฟี่ ปันรักษ์ไอซ์ลาเต้ ไอซ์ยูซุอเมริกาโน่ และ ไอซ์ยูซุโซดา ทั้งนี้ ในพิธีเปิดร้านปันรักษ์ คาเฟ่ สาขาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้นิมนต์พระเทพปริยัติมุนี หรือ เจ้าคุณมีชัย เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนาราม ประกอบพิธีเจิมป้าย เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้เรามีร้าน “ปันรักษ์ คาเฟ่” 3 สาขาแล้ว หลังจากเปิดสาขาแรก ที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2565 ทั้งนี้จุดมุ่งหมายของการขยายสาขา เพื่อเป็นการขยายแบรนด์ปันรักษ์ สร้างรากฐานยั่งยืน สร้างอาชีพเสริมให้ครอบครัวตำรวจ โดยร้านปันรักษ์ คาเฟ่ มีเครื่องดื่ม กาแฟ ผลิตภัณฑ์กาแฟ และผลิตภัณฑ์สินค้า ของฝากฝีมือครอบครัวตำรวจทั่วประเทศ ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าร้านปันรักษ์ จะเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้า สร้างผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ครอบครัวตำรวจมีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นไปตามจุดประสงค์หลักที่เราต้องการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีคุณภาพ เริ่มจากการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ตำรวจ และครอบครัวตำรวจต่อไป


เจนกิจ นัดไธสง  รายงาน 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตรวจเยี่ยมและอำลาหน่วย กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ณ ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

วันที่ 16 กันยายน 2565 เวลา 09.30 น.  พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย คุณรัตนาภรณ์ สีวลีพันธ์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  พลตำรวจเอก ปิยะ อุทาโย  รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอก ชยพล  ฉัตรชัยเดช ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.  พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.  พลตำรวจโท สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วย ผบ.ตร.  และผู้แทนกองบัญชาการในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาตรวจเยี่ยมและอำลาหน่วย กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ณ ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ตรวจพลสวนสนาม มอบสิ่งของที่ระลึกให้กับผู้แทนหน่วยในสังกัด กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน พร้อมเป็นประธานพิธี เปิดสนามฝึกยุทธวิธีแจ้งยอดสุข ณ บ้านพุมะคำ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี 

พลตำรวจโท ณัฐ สิงห์อุดม ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชาย และกำลังพลในสังกัด กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนได้จัดพิธีเทิดเกียรติแก่พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในวาระพ้นจากราชการเนื่องจากเกษียณอายุราชการ ในปี 2565 ด้วยความรำลึกถึงคุณงามความดีในฐานะผู้นำองค์กรสำนักงานตำรวจแห่งชาติตลอดระยะเวลา 2 ปี 

ผช.รมว.แรงงาน เปิดงานประชุมใหญ่สามัญประจําปีสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและ “งานรวมพลคนท่องเที่ยว 2022” พร้อมปาฐกถาพิเศษ “เดินหน้าท่องเที่ยวไทย”

วันที่ 16 กันยายน 2565 เวลา 10.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดงานประชุมใหญ่สามัญประจําปีสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและ “งานรวมพลคนท่องเที่ยว 2022” พร้อมปาฐกถาพิเศษ “เดินหน้าท่องเที่ยวไทย” โดยมี นายสุทธิ สุโกศล ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส รองปลัดกระทรวงแรงงาน ร่วมพิธีเปิดงานฯ ณ โรงแรมรามา กาณ์เด้น กรุงเทพฯ 

โดยผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและหลากหลายรูปแบบที่สามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และสามารถสร้างรายได้ให้แก่พี่น้องชาวไทย แม้ว่าในห้วงที่ผ่านมาทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยจะเผชิญวิกฤต โควิด-19 ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญในการความช่วยเหลือเพื่อให้คนไทยสามารถผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยกัน โดยมีโครงการต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการท่องเที่ยว อีกทั้งตลอดระยะ 2 ปี ที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด–19 กระทรวงแรงงานได้ออกมาตรการต่างๆ มากมาย เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้แรงงานที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด–19 และอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ คือ ผู้ประกอบการ แรงงานที่อยู่ในภาคการท่องเที่ยวและบริการ เป็นภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 เป็นอย่างมาก และมีความจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูให้สามารถกลับมาสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพราะภาคการท่องเที่ยวและบริการ คือ กลไกสำคัญของการสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ 

ซึ่งช่วงสถานการณ์โควิด-19 ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญ ๆ ต่าง ๆ ตั้งแต่ การเกิดคลัสเตอร์แรงงานต่างด้าว จังหวัดสมุทรสาคร กระทรวงแรงงาน ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข จัดทำแฟคทอรี ควอรันทีน แรงงานเดินทางกลับบ้านช่วงปีใหม่ และคลัสเตอร์สถานบันเทิง ดำเนินการเปิดจุดตรวจโควิดแบบประจำจุดและตรวจเชิงรุกในโรงงาน โรงงานปิดตัวลงจากการแพร่ระบาดในโรงงาน กระทรวงแรงงานจัดโครงการแฟคทอรี่ แซนบ๊อก บนฐานแนวคิดเศรษฐกิจศาสตร์และสาธารณสุข มุ่งเป้าภาคการผลิตส่งออกสำคัญ ยานยนต์ อาหาร ชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ การให้ความช่วยเหลือ SMEs เพื่อรักษาการจ้างงานให้ยังคงอยู่ การปรับค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคสูงขึ้น การยกระดับฝีมือแรงงานด้านการท่องเที่ยวและบริการ

‘บิ๊กป้อม’ ชักธงรบลุยพื้นที่ภาคอีสาน เตรียมเยือน ‘หนองบัวลำภู’ 17 ก.ย.นี้

‘พลเอกประวิตร’ ชักธงรบ ‘หนองบัวลำภู’  ไปต่อไม่รอแล้วนะ  ชี้ชาวอีสานต้อง ‘อยู่ดีมีแฮง’  ย้ำ 17 กันยานี้พ่อกันเด้อ 

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ในฐานะทีมโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า จากการที่พรรคพลังประชารัฐจัดกิจกรรมลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนในหลายจังหวัดที่ผ่านมา มีเสียงตอบรับจากพี่น้องประชาชนอย่างล้นหลาม ล่าสุดพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีกำหนดการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนที่ จ.หนองบัวลำภู ในวันที่ 17 กันยายน 2565 ภายใต้ชื่องาน ‘พลังประชารัฐ มัดใจประชาชน’ ที่ร้านดงตาลคาเฟ่ & นัวเว่อร์ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า พลังประชารัฐ มุ่งเดินหน้าไปต่อ โชว์ผลงาน โชว์ความพร้อม ที่จะดูแลทุกคนในประเทศไทย โดยภายในงานจะมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ภาคอีสาน  ทั้งมีการจัดแสดงผลงานของรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ ‘บัตรแก้จน’ ที่มีประชาชนกว่า 20 ล้าน ได้รับ และสามารถช่วยให้มีกินมีใช้ของจำเป็น ทั้งใช้ง่าย สะดวกรวดเร็วและเข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่ 

การลงโรดโชว์ครั้งนี้ จะแสดงถึงโครงการรักษาป่าต้นน้ำ ที่เพิ่มผืนป่ามากถึง 10 ล้านไร่ สร้างป่าเพื่อป้องกันฝุ่น PM2.5 สร้างวิถีชุมชนกับป่าอยู่ร่วมกันได้ และโครงการพัฒนาน้ำบาดาล ที่ทำให้ไม่มีการประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง ที่สามารถกักเก็บน้ำ พัฒนาต่อยอดเกษตรกรไทย พลิกชีวิตเกษตรกรไทยให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นเรื่องที่ชาวหนองบัวลำภูชื่นชอบ ที่สามารถทำมาหากินได้ ส่วนเวทีเสวนาจะจัดแบบใกล้ชิด แบบอบอุ่น เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้สมัคร ส.ส. กับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อสรุปเป็นแนวนโยบายเสนอต่อท่าน พล.อ.ประวิตร เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขและยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนต่อไป 

“บรรยากาศในงานจะเป็นไปด้วยความสนุกสนานและเป็นกันเองอย่างที่เคยจัดกิจกรรมในหลายพื้นที่ ให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้ถึงผลงานของรัฐบาล ที่รัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐได้ผลักดัน จนเกิดเป็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนการพูดจริง ทำจริง และเกิดผลสำเร็จจริงแบบยั่งยืนให้พี่น้องประชาชนชาวอีสานอยู่ดี กินดี หรือ ภาษาอีสาน บอกว่า อยู่ดี มีแฮง จึงเชื่อมั่นว่าจะมัดใจพี่น้องประชาชนและให้สนับสนุนในการเลือกตั้งครั้งหน้า” น.ส.ทิพานัน กล่าว

'ภณณัฏฐ์' อัดรัฐบาลทอดทิ้งประชาชนป้องกันน้ำท่วมเองไร้เหลียวแล ชาวนนท์ไม่ทน เร่งสร้างแนวป้องน้ำกันเอง หวังลดความเสียหายดีกว่ารอเงินชดเชยจากรัฐ

นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน พบว่าประชาชนกังวลกับสถานการณ์น้ำท่วมเป็นอย่างมาก ทั้งนี้พบว่าปีนี้ น้ำมาเร็วและมาแรงอย่างมาก รวมทั้งปริมาณน้ำมากกว่าปี 2564 หวั่นพนังกั้นน้ำที่องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นทำไว้จะกันน้ำไม่อยู่

ดังนั้นในช่วงที่ผ่านมา ประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร องค์กรส่วนท้องถิ่น รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการหารือ เพื่อวางมาตรการป้องกันน้ำท่วมอย่างเต็มที่ทั้งการพร่องน้ำ ขุดลอกคูคลอง และสร้างพนังกั้นน้ำตามริมน้ำ โดยทำกันเองไม่รอการช่วยเหลือจากรัฐ การดำเนินการทั้งหมดแม้อาจจะไม่สามารถป้องกันน้ำล้นตลิ่งน้ำท่วมได้ทั้งหมด แต่สามารถลดความเสียหายที่จะกระทบกับพี่น้องประชาชนได้ในระดับหนึ่ง

มหัศจรรย์มะพร้าวทะเล สุกพร้อมกัน 7 ลูก ราคา 8 แสน สวนนงนุชพัทยา เตรียมนำไปขยายพันธุ์เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ไม้หายาก

ที่สวนนงนุช พัทยา นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา นำ นายอามาน อิซเซมอฟ เอกอัครราชทูตคาซัคสถานประจำประเทศไทย พร้อมคณะ ชม "มะพร้าวทะเล" และนำผลมะพร้าวทะเลหายากที่สุกพร้อมกันถึง7ลูก มาปอกเปลือกให้ชม และมี1ลูกที่มีความพิเศษสุดคือมีกะลา2ใบใน 1ลูกและมีแผนจะนำไปขยายพันธุ์เพื่อการอนุรักษ์ต่อไป

โดยนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้นำคณะท่านทูตคาซัคสถานร่วมกันปลูกต้นมะพร้าวทะเล ในสวนปาล์มโลกโดยต้นกล้าที่ปลูกมีมูลค่า 500,000 บาทเพื่อเป็นการร่วมกันอนุรักษ์และลดการสร้างก๊าซเรือนกระจกที่เป็นปัญหาใหญ่ของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในปัจจุบัน

สำหรับมะพร้าวทะเลจัดเป็นปาล์มชนิดหนึ่ง มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่หมู่เกาะซีเซลล์ ในมหาสมุทรอินเดีย สวนนงนุชพัทยา มีมะพร้าวทะเล 36 ต้น เป็นตัวผู้ 4 ต้น ตัวเมีย 7 ต้น ส่วนอีก 25 ต้น ยังไม่ทราบเพศ สำหรับมูลค่าผลมะพร้าวทะเล หรือมะพร้าวแฝด อยู่ที่ประมาณผลละ 100,000 บาท ส่วนลูกที่มีกะลา2ใบมีมูลค่า200,000 บาท

'อลงกรณ์' ชู นครปฐม เมืองอุตสาหกรรมเกษตร ไฟเขียวแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครปฐม 5 ปี (2566-2570) ย้ำเร่งเดินหน้าพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบลและชุมชนเมือง

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครปฐม โดยมี นายรัฐศาสตร์ ชิดชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายพูลลาภ อุไรงาม เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครปฐม นายศิริชัย เลี้ยงอำนวย เกษตรจังหวัดนครปฐม นายสมคิด เปี่ยมค้า นายณฐกร สุวรรณธาดา คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายจิตติศักดิ์ ศรีปัญญา ผู้อำนวยการกองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสามัคคีมุขมาตย์ ชั้น 4 (ส่วนต่อขยาย) ศาลากลางจังหวัดนครปฐม

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า นครปฐมเป็นเมืองอุตสาหกรรมเกษตรที่สำคัญของประเทศและเป็นเมืองหลักของจังหวัดปริมณฑล สำหรับการขับเคลื่อนการดำเนินงานภาคการเกษตรในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ตามนโยบาย 5 ยุทธศาสตร์ 15 นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีโครงการสำคัญที่ดำเนินการใน 5 เรื่อง ได้แก่ 1) การขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง 2) การพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง 3) การพัฒนาการเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล 4) การขับเคลื่อน BCG ด้านการเกษตร และ 5) การขับเคลื่อนการดำเนินงานศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) และการบริหารจัดการเชิงพื้นที่จังหวัดนครปฐม มีสินค้าสำคัญ ทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ ได้แก่ ข้าว กล้วยไม้ มะพร้าวน้ำหอม กุ้งขาว กุ้งก้ามกราม ปลานิล สุกร โคนม และไก่ไข่

ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบ (ร่าง) แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครปฐม ฉบับ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ฉบับทบทวน รอบปี พ.ศ. 2567 ที่จะเป็นกรอบในการขับเคลื่อนงานภาคการเกษตรในพื้นที่ต่อไปแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครปฐม 5 ปี (2566-2570) 

"กระทรวงเกษตรฯ มุ่งขับเคลื่อนภาคการเกษตรสู่เกษตรมูลค่าสูง (Next Normal) โดยมี 12 คานงัดสำคัญ ได้แก่ 1) ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) 2) ศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ 3) ดิจิตอล ทรานสฟอร์เมชั่น (Digital Transformation) 4) เกษตรอัจฉริยะและตลาดออนไลน์ 5) เกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง-ชนบท 6) เกษตรแห่งอนาคต อาหารแห่งอนาคต 7) โลจิสติกส์เกษตรเชื่อมไทย-เชื่อมโลก 8) เกษตรแปลงใหญ่ สตาร์ทอัพเกษตร 9) ยกระดับเกษตรกรก้าวใหม่ 10) เกษตรสร้างสรรค์ สู่เกษตรมูลค่าสูง (The Brand Project) เน้นแปรรูปสร้างมูลค่าและพัฒนาแบรนด์ 11) การพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area base) ไม่มีเหลื่อมล้ำ 12) เปิดกว้างสร้างหุ้นส่วน (Partnership platform) ในประเทศและต่างประเทศ”

นายอลงกรณ์ได้ย้ำให้เดินหน้าพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบลและชุมชนเมืองเป็นโครงการใหม่เสมือนคานงัดการปฏิรูปภาคเกษตรของกระทรวงเกษตรฯ ภายใต้แนวคิด “บริหารโดยชุมชน เป็นของชุมชน และเพื่อชุมชน” โดยมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนทุกตำบลของนครปฐมและทุกจังหวัดแล้ว ซึ่งจะเป็นกลไกพัฒนาหมู่บ้านตำบลแบบบูรณาการทุกภาคส่วน ควบคู่กับการเดินหน้าโครงการเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมระบบเกษตรกรรมยั่งยืนในรูปแบบต่างๆ เช่น เกษตรอินทรีย์ เกษตรทฤษฎีใหม่ วนเกษตร เกษตรธรรมชาติ เกษตรผสมผสาน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนครอบคลุม 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร

จากนั้นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานแปลงใหญ่ข้าวและการบริหารจัดการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) โดยมี ว่าที่ร้อยโทอรรถชล ทรัพย์ทวี นายอำเภอกำแพงแสน เจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและนายสมคิด เปี่ยมคล้า ทีมงานที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรรวมถึงเกษตรกร ให้การต้อนรับ ณ หมู่1 ตำบลทุ่งขวาง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ซึ่งแปลงใหญ่ดังกล่าว สามารถลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต จากเดิม 800 กิโลกรัม/ไร่ เพิ่มเป็น 1,000 กิโลกรัม/ไร่ มีการพัฒนาคุณภาพ โดยสมาชิกผู้ปลูกข้าวแปลงใหญ่ทั้งหมด อยู่ระหว่างการขอการรับรองมาตรฐานการผลิตข้าว GAP แบบกลุ่ม ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการเตรียมความพร้อมเพื่อขอการรับรอง เป้าหมายเกษตรกรแปลงใหญ่ได้รับใบรับรอง GAP ทั้งหมด 32 ราย หรือ 100% รวมถึงมีการสร้างเครือข่ายด้านการตลาด และจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น facebook ฯลฯ

นายกสมาคมสื่อมวลชนเพื่อสังคม จัดงานมอบรางวัลและมอบใบประกาศเกียรติคุณ 'ยุวชนไทยต้นแบบดีเด่น' ประจำปี 2565 เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ 20 กันยายน 2565

องค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้ปี พ.ศ. 2528 เป็นปีเยาวชนสากล และประเทศไทย โดยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2528 ได้กำหนดให้วันที่ 20 กันยายนของทุกปี เป็น 'วันเยาวชนแห่งชาติ' เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์สองพระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8) ซึ่งทั้งสองพระองค์ได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติในขณะที่ทรงพระเยาว์ จึงถือได้ว่าเป็นวันสิริมงคลที่เยาวชนควรสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของทั้งสองพระองค์ และควรแสดงความกระตือรือร้นในการพัฒนาตนเองและประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ ดังเช่นยุวกษัตริย์ทั้งสองพระองค์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ (สยช.) จึงได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบให้มีการจัดงานวันเยาวชนแห่งชาติขึ้น เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2528 และได้จัดให้มีการมอบรางวัลเยาวชนแห่งชาติดีเด่น ให้กับเยาวชนที่มีคุณสมบัติที่พึงประสงค์ของเด็กไทยอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีตั้งแต่นั้นมา

ในปีนี้ ทางสมาคมสื่อมวลชนเพื่อสังคม โดยนายธวัชชัย กิตติรัตนวิวัฒน์ นายกสมาคมฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเด็กไทย ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ จะเป็นกำลังสำคัญที่จะสืบสาน สืบทอดคุณธรรม จริยธรรม ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทย พร้อมที่จะพัฒนาบ้านเมืองไทยของเราให้เจริญรุ่งเรืองวัฒนาถาวรสืบไป จึงได้ริเริ่มการจัดงานมอบรางวัลและมอบใบประกาศเกียรติคุณ 'ยุวชนไทยต้นแบบดีเด่น' ประจำปี 2565 ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับกลุ่มเด็กเล็ก โดยกำหนดคุณสมบัติเฉพาะที่สำคัญไว้ดังนี้...

1.เป็นเด็กไทย ที่มีอายุระหว่าง 6 – 12 ปี 
2.มีสายใยผูกพันกับสมาชิกในครอบครัว ภาคภูมิใจในความเป็นไทย 
3.มีผลการเรียนดี สุภาพ และมีความประพฤติเรียบร้อย 
4.มีสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ มีวุฒิภาวะทางอารมณ์เหมาะสมตามวัย
5.มีจริยธรรม คุณธรรม และมีความรับผิดชอบต่อตัวเอง และต่อสังคมโดยสมควรตามวัย
6.มีความรักชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ เข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญของชาติในวาระและโอกาสต่างๆ โดยเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาช่วยงานสังคมอย่างเหมาะสมตามวัยอย่างสม่ำเสมอ

'เฉลิมชัย' รัฐมนตรีเกษตรฯ ลุยช่วยกรุงเทพต่อเนื่องสั่งชลประทานเร่งระบายน้ำในพื้นที่ กทม.ฝั่งตะวันออกลงแม่น้ำบางปะกง

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง บริเวณประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำท่าถั่ว จ.ฉะเชิงเทรา โดยมี นายธนา ชีรวินิจเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมเกียรติ กอไพศาล ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทานและผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมรับฟังการรายงานสรุปสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ

ทั้งนี้ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า กรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการระบายน้ำออกทางคลองแนวขวางทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก ผ่านสถานีสูบน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาแม่น้ำนครนายก และแม่น้ำบางปะกง ประกอบด้วย คลองรังสิตประยูรศักดิ์ ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต และระบายน้ำลงสู่แม่น้ำนครนายก ผ่านสถานีสูบน้ำเสาวภาผ่องศรี, คลองหกวาสายล่าง ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านสถานีสูบน้ำสมบูรณ์, คลองบางขนากระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านสถานีสูบน้ำบางขนาก, คลองนครเนื่องเขต ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านสถานีสูบน้ำท่าไข่, คลองประเวศน์บุรีรมย์ ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านสถานีสูบน้ำท่าถั่ว และคลองสำโรง ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง ผ่านสถานีสูบน้ำท่าปากตะคลอง และยังได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม เสริมศักยภาพการระบายน้ำซึ่งปัจจุบันสามารถระบายน้ำได้รวมกันประมาณวันละ 63 ล้านลบ.ม.

สำหรับการบริหารจัดการน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งเป็นคลองหลักที่ใช้ระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานครกรมชลประทานได้สูบระบายน้ำในคลองประเวศฯ ออกทางสถานีสูบน้ำประเวศบุรีรมย์ ลงสู่คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตก่อนจะสูบระบายออกทางแม่น้ำบางปะกง ผ่านทางสถานีสูบน้ำท่าถั่ว และได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็ว พร้อมใช้คลองแนวตั้งฝั่งตะวันออกของลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อแบ่งรับน้ำจากทางตอนบนของกรุงเทพมหานคร ระบายน้ำผ่านคลองพระองค์ไชยานุชิต ก่อนจะใช้สถานีสูบน้ำที่ตั้งอยู่ริมคลองชายทะเล ได้แก่ สถานีสูบน้ำตำหรุ สถานีสูบน้ำบางปลาร้า สถานีสูบน้ำบางปลา สถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ สถานีสูบน้ำเจริญราษฎร์ สถานีสูบน้ำคลองด่าน 2 สถานีสูบน้ำชลหารพิจิตร 1, 2, 3 สถานีสูบน้ำนางหงษ์ สถานีสูบน้ำพระยาวิสูตร และสถานีสูบน้ำเทพรังสรรค์ เร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลอ่าวไทยต่อไป

นอกจากนี้ กรมชลประทานยังได้มีการขุดลอกตะกอนดินบริเวณด้านเหนือของสถานีสูบน้ำท่าถั่วให้กว้างและลึกขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณน้ำได้มากขึ้น พร้อมกับติดตั้งบาน Bulkhead Gate ที่ประตูน้ำ เพื่อเสริมความแข็งแรงอีกชั้นหนึ่ง เตรียมรองรับปริมาณน้ำที่จะไหลลงมาสมทบอีกในระยะต่อไป ทั้งนี้ การเร่งระบายน้ำดังกล่าว จะทำให้ระดับน้ำในคลองประเวศฯ บริเวณที่ไหลผ่านเขตลาดกระบังลดต่ำลง ซึ่งจะทำให้น้ำที่ท่วมขังอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำเขตลาดกระบังและพื้นที่ใกล้เคียง ไหลลงสู่คลองประเวศฯได้สะดวกมากขึ้น ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาว กทม.ฝั่งตะวันออก ที่กำลังประสบกับปัญหาน้ำท่วมขังอยู่ในขณะนี้  ส่วนในระยะยาวกรมชลประทาน ได้วางแผนดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำสถานีสูบน้ำท่าถั่ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง หากแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำจากพื้นที่ออกสู่แม่น้ำบางปะกงให้เร็วขึ้นอีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top