Saturday, 4 July 2026
NewsFeed

‘บิ๊กตู่’ เยือนระยอง ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่

เมื่อวันที่ (16 ก.ย. 65) พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน.และนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในนามรัฐบาลได้เดินทางลงพื้นที่ จ.ระยอง ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ พร้อมทั้งเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนและตรวจเยี่ยมการสนับสนุนของกองทัพ เข้าช่วยเหลือวิกฤติน้ำท่วมจากฝนตกหนักต่อเนื่องและน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลการระบายน้ำลงลุ่มน้ำประแสร์ช้าลง เกิดน้ำท่วมขังสูงใน 6 อำเภอ มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 25,000 ครัวเรือน

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางไปรับฟังการบริหารจัดการน้ำและการช่วยเหลือประชาชน ณ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เทศบาลตำบลทับมา พร้อมย้ำ ขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายรวมทั้งครอบครัวและจิตอาสา ในการปฏิบัติงานร่วมกัน โดยขอให้หน่วยทหารในพื้นที่ ยังคงสนับสนุน จ.ระยอง เสริมกำลังและเครื่องมือช่างเข้าช่วยหากจำเป็น โดยเน้นเตรียมแผนเผชิญเหตุสนับสนุนรับมือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นร่วมกัน โดยพิจารณาความอ่อนตัว ทั้งการกั้นน้ำ เปิดทางน้ำและระบายน้ำ เพื่อป้องกันพื้นที่ชุมชนและลดผลกระทบที่เกิดขึ้น ที่สำคัญที่คือ ต้องช่วยป้องพื้นที่เขตเมืองและชุมชน ช่วยอำนวยความสะดวกการสัญจรประชาชน ดูแลการติดต่อสื่อสารอย่าให้ตัดขาด และให้ระวังโรคระบาด โดยเฉพาะฉี่หนูหากน้ำขังท่วมนาน ย้ำดูแลความปลอดภัยตัวเองและให้สนับสนุนนโยบายรัฐบาลแก้ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะปกติ

จากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมผู้ประสบภัยในพื้นที่หมู่บ้านแดนใหม่ตำบล / มาแล้วเดินทางเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงให้กำลังใจและมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ในพื้นที่และเดินทางต่อไปยังศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยโรงเรียนเทศบาล ทับมา และเยี่ยมให้กำลังใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมพบปะประชาชนมอบสิ่งของให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่

พล.อ.คงชีพ กล่าวว่า การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่  กองทัพเรือ และ กองทัพบก โดย ทัพเรือภาคที่ 1 และ พล.ร.2 รอ. ได้จัดกำลังพลกว่า 1,200 นาย รถบรรทุกขนาดต่างๆกว่า 30 คัน เรือผลักดันน้ำ 20 ลำ เรือท้องแบน 22 ลำ รวมทั้งรถครัวสนาม รถพยาบาล ชุดค้นหาและกู้ภัย ลงทำงานสนับสนุนหน่วยงานในพื้นที่ ให้การช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่องที่ผ่านมา ทั้งการแจ้งเตือนและอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ การขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง การแจกจ่ายถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค ยาและเวชภัณฑ์ การจัดทำแนวกั้นน้ำ รวมทั้งการเปิดทางน้ำและการระบายน้ำจากพื้นที่ท่วมขังลงลำน้ำสายหลัก เพื่อลดความเดือดร้อนและผลกระทบกับประชาชน

คนละครึ่งเฟส 5 จ่อเปิดลงทะเบียน หลังมีคนไม่ใช้ตามกำหนด 3.07 ล้านสิทธิ

กระทรวงการคลัง เตรียมนำสิทธิโครงการ คนละครึ่งเฟส 5 จำนวน 3.07 ล้านคนที่ไม่ใช้จ่ายครั้งแรกเมื่อ (14 ก.ย.) มาเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่ม 

(16 ก.ย. 65) นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ณ วันที่ 14 ก.ย. 2565 เวลา 23.00 น. มีผู้ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 ทั้งสิ้นจำนวน 23.40 ล้านคน ซึ่งมีประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการฯ แต่ไม่ได้มีการใช้จ่ายครั้งแรกภายในระยะเวลาที่กำหนด (14 วัน) มีจำนวนประมาณ 3.07 ล้านราย ซึ่ง รมว.การคลังมีนโยบายให้กระทรวงการคลังนำสิทธิคงเหลือดังกล่าว มาเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนอีกครั้ง โดยจะแจ้งกำหนดการลงทะเบียนสิทธิคงเหลือดังกล่าวให้ทราบต่อไป

สำหรับความคืบหน้าการใช้สิทธิมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ปี 2565 ระยะที่ 2 ซึ่งประกอบด้วย โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 5 โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 3 และโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 โฆษกกระทรวงการคลังเผยว่า จากข้อมูลสะสม ณ วันพุธที่ 14 ก.ย. 2565 เวลา 23.00 น. มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวม 36.32 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายสะสมทั้งสิ้น 22,902.04 ล้านบาท

โดย 1. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 5 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 12.06 ล้านคน และมียอดใช้จ่าย 2,402.30 ล้านบาท 2. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 860,550 คน และมียอดใช้จ่ายสะสม 171.08 ล้านบาท

'จุฑาฑัตต' จวกกลุ่มแต่งชุดไทย เพราะมีเจตนาแอบแฝง ชี้!! สามัญสำนึกของวิญญูชน ย่อมรับรู้ว่าสื่ออะไร

น.ส.จุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์ภาพขณะตนเองสวมใส่ชุดไทย ยันแต่งได้ไม่มีความผิด แต่กับพวกเจตนาแอบแฝงรู้อยู่แก่ใจจะสื่อถึงอะไร

จากกรณีเมื่อวันที่ (29 ตุลาคม 2563) น.ส.จตุพร หรือนิว ทำกิจกรรมแต่งชุดไทยสีชมพูและเดินพรมแดง ไปร่วมชุมนุมที่ถนนสีลม บริเวณหน้าวัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก สีลม) เรียกร้องเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันฯ ซึ่งกลุ่มราษฎรจัดกิจกรรมแฟชั่นโชว์ศิลปะราษฎร ระหว่างการเดินมีผู้ร่วมชุมนุมบางคนตะโกนคำว่า “ทรงพระเจริญ” ทำให้ถูกดำเนินคดี เหตุเกิดที่แขวงสีลม เขตบางรัก กทม. จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของกลุ่ม 3 นิ้ว นักวิชาการ หรือแม้กระทั่งอาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์ ตั้งข้อสงสัยว่าการแต่งกายชุดไทยจะเป็นการ "ล้อเลียน" ได้อย่างไร และ "การล้อเลียน" นั้นจะเป็นการดูหมิ่นที่หมายถึงการเหยียดหยามได้เพราะเหตุใด เพราะเมื่อพิจารณาตามตรรกะ การแต่งกายหรือการแสดงออกนั้นหากคล้ายคลึงจริง ย่อมไม่อาจเป็นการเหยียดหยามบุคคลผู้เป็นต้นแบบแห่งการแต่งกายนั้นไปได้" นี่คือส่วนหนึ่งของข้อความที่ได้โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีคนแชร์มากกว่า 1,000 ครั้ง

'เท่าพิภพ' เฮ!! ฉลุยร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้าวาระแรก หวังวาระต่อไปทุกคนช่วยโหวตผ่าน

เท่าพิภพ ขอบคุณทุกฝ่าย ปิดฉากสมัยประชุม พร้อมกับร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ฉบับเสร็จสมบูรณ์ หวังวาระต่อไปทุกคนโหวตผ่านฉลุย

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส. พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสรรพสามิต หรือ พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า พร้อมด้วย คริส โปตระนันทน์ โฆษกกรรมาธิการ ได้เเถลงข่าวเนื่องในโอกาสที่ร่างพ.ร.บ. ได้พิจารณาเสร็จสิ้นว่า "ผมยอมรับว่ามันเป็นสามเดือนที่เหนื่อยมาก เเละเป็นวันที่เหลือเชื่ออย่างยิ่งที่ร่างพรบ.ผ่านมาได้ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ก้าวใกล้ความฝันได้อีกก้าวหนึ่ง และผลงานของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ เป็นผลงานของทุกพรรคการเมืองเเละสภาเเห่งนี้ที่ช่วยผลักดันในชั้นกรรมาธิการให้ร่างกฎหมายออกมามีความสมบูรณ์แบบมากขึ้นเเละคิดว่ารอบโจทย์ข้อกังวลในหลายๆเรื่องของสมาชิกสภาที่ได้อภิปรายไว้ในวาระที่ 1" เท่าพิภพกล่าว

"ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณประชาชนทุกท่านที่ช่วยส่งเสียงรณรงค์เเละสนับสนุน ประธานกรรมาธิการ กรรมาธิการทุกท่าน ที่เเม้จะมีข้อถกเถียงกันในหลายประเด็นเเต่สุดท้ายก็พิสูจน์ให้เห็นกระบวนการกรรมาธิการของสภาคือที่ที่เปิดกว้างให้ได้ถกเถียงเเต่สุดท้ายก็หาจุดร่วมกันได้" 

ก่อนเท่าพิภพจะกล่าวต่อไปว่าในอนาคตตนมั่นใจและไม่ห่วง และมั่นใจมากกว่าวาระแรก "โดยพรบ.จะเข้าพิจารณาในวาระที่ 2 และวาระ 3ในอนาคต ผมเองไม่ได้ห่วง เเต่กลับมั่นใจมากขึ้นกว่าตอนวาระที่ 1 เพราะเชื่อว่ากรรมาธิการจากทุกพรรคจะไปอธิบายถึงเนื้อที่ได้พิจารณามาอย่างรอบคอบเเละเป็นประโยชน์ที่สุดกับประชาชนคนตัวเล็ก ที่พวกเขาจะได้รับโอกาสทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจากการปลดล็อคสุราก้าวหน้าครั้งนี้ แต่ก็ยังต้องจับดูหากผ่านสภาผู้แทนฯ ไปเเล้ว ขั้นตอนต่อไป วุฒิสภาจะต้องลงมติเห็นชอบต่อไป ซึ่งผมขอวิงวอนให้ประชาชนจับตาว่าฝั่งจะมีสมาชิกวุฒิสภาหรือผู้ใดจะล้มร่างกฎหมายของประชาชนหรือไม่" เท่าพิภพกล่าวถึงความสำคัญของก้าวต่อไปของกฎหมายฉบับดังกล่าว

'สมคิด' เจอมวยเด็กค่ายพระแม่ธรณีสวนปลายคางน็อกคา 'โพเดียม' เมื่อ 'ประกันรายได้' ไม่เคยสร้างปัญหาเท่านโยบายเฮียก(ล)วง

#นายหัวไทร

คงจะเป็นประเด็นร้อนไปอีกสักพัก สำหรับวาทกรรมทางการเมืองของ 'สมคิด จาตุศรีพิทักษ์' ประธานยุทธศาสตร์พรรคสร้างอนาคตไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคสร้างอนาคตไทย กับการพูดบนเวทีสัมมนา 'อันดามันรอด ประเทศไทยรุ่ง' ที่ จ.ภูเก็ต โจมตีการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยระบุว่า "ภาคใต้มี ส.ส.มาตลอด ส.ส.ทำอะไร ผมนั่งอยู่ใน ครม.ไม่ได้ยินสักแอะเลย หรือเป็นเสาไฟฟ้า มีแต่ประกันรายได้ ประกันทั้งปีเลย ของหมูๆ อย่างนั้นใคร ๆ ก็ทำได้ ว่าจะไม่ว่าแล้วเชียว"

แน่นอนว่าในทางการเมืองก็ต้องชกเสยคางแชมป์อย่างประชาธิปัตย์ ภูเก็ตเป็นถิ่นเดิมของประชาธิปัตย์ แต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ถูกพรรคพลังประชารัฐยึดไปทั้งสองเขตเลือกตั้ง ภูเก็ตจึงกลายเป็นสนามเลือกตั้งที่หลายพรรคหวังเข้าไปแย่งชิง ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย และได้ข่าวว่าพรรคชาติพัฒนาของ 'สุวัจน์ ลิปตพัลลพ ก็ซุ่มเงียบเก็บตัวฟิตซ้อมอยู่เหมือนกัน เตรียมประกาศท้าชกในไม่นานนี้ หลังจากเสี่ยสุวัจน์ไปซุ่มลงทุนทำธุรกิจอยู่ในภูเก็ตเหมือนกัน

คำพูดของ 'สมคิด' มันทิ่มแทงยอดอกของประชาธิปัตย์ตรง ๆ เสือปืนไวอย่าง 'แจ็ค-วัชระ เพชรทอง' อดีต สส.ประชาธิปัตย์ ออกโรงตอบโต้สมคิดแต่เช้า "สมคิดไปนอนห้าวอยู่ที่ไหน จึงไม่ได้ยิน สส.ใต้พูด และเป็นการปรามาท สส.ใต้ว่าเป็นวัตถุเสาไฟฟ้า ไม่มีชีวิตจิตใจ วัชระออกโรงไล่สมคิดให้กลับไปเลี้ยงลูกคนเล็กดีกว่า"

สัมทับด้วย 'แทน' ชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ว่า นายสมคิด คงไม่ทราบว่า นโยบายประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ผลตรงตามที่ทางพรรคฯ ตั้งเป้าไว้ว่า จะต้องให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยมีขั้นตอนน้อยที่สุด และรบกวนงบประมาณน้อยที่สุด ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า นโยบายนี้เป็นนโยบายที่ไม่มีปัญหาให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ในภายหลัง ไม่เหมือนกับนโยบายที่นายสมคิด คิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยอยู่พรรคไทยรักไทย จนกระทั่งปัจจุบันนี้ ต่างมีปัญหาวิพากษ์วิจารณ์ตามมาเป็นอย่างมาก เช่น พักหนี้เกษตรกรรายย่อย 3 ปี วงเงินไม่เกิน 1 แสนบาทนั้น ปรากฏว่า เป็นเพียงการไม่จ่ายหนี้ แต่ดอกเบี้ยกลับสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ และเกษตรกรผู้เข้าโครงการต้องกลายเป็นเหยื่อของหนี้นอกระบบ นโยบายกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท กว่าจะเข้ารูปเข้ารอยได้ ก็ถูกวิจารณ์ถึงการกู้ยืมเงินเพื่อไปซื้อของใช้ฟุ่มเฟือยมาบำเรอความสุขของตัวเอง โดยเงินจำนวนดังกล่าวหมุนกลับไปยังกลุ่มทุนที่สนับสนุนรัฐบาลในเวลานั้น รวมถึง นโยบายที่มีการดำเนินการในปัจจุบัน เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่จะต้องมีการปรับหลักเกณฑ์ผู้ที่ได้รับสิทธิใหม่ เพราะมีหลายรายที่ควรจะได้สิทธิ์ แต่ก็ไม่ได้สิทธิ์ หลายรายที่จนไม่จริง แต่กลับได้ใช้สิทธิจริง

‘บิ๊กป้อม’ ประชุม คกก. ‘บริหารทรัพยากรน้ำ’ หาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพ รองรับปัญหาน้ำทุกมิติ

พล.อ.ประวิตร ประชุม คกก. ‘บริหารทรัพยากรน้ำ’ ผ่านงานวิจัย สอวช. ร่วมกับ TDRI เน้นเพิ่มประสิทธิภาพ ปิดช่องว่าง/ลดซ้ำซ้อน รองรับปัญหาน้ำทุกมิติ รวดเร็ว เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชน

(16 ก.ย. 65) พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รอง นรม. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการกำหนดนโยบายขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ของประเทศ ครั้งที่ 3/2565 ณ ห้องประชุม มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5จังหวัด ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณา เห็นชอบผลการศึกษา โครงการวิจัยการศึกษานวัตกรรม เชิงระบบ โครงสร้างและกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ของประเทศ ทั้งนี้ สำนักงาน สภานโยบาย การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้จัดทำ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) โดยดำเนินการศึกษาตามกรอบ เพื่อรองรับระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยมีข้อสรุปซึ่งเป็นแนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งของ สทนช.ได้แก่ 

1.) เสริมสร้างความเข้มแข็งในระดับลุ่มน้ำ โดยการจัดตั้งสำนักบริหารจัดการลุ่มน้ำ 1-22 
และ 2.) เพิ่มการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการลุ่มน้ำ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรผู้ใช้น้ำ โดยการจัดตั้งกองส่งเสริมองค์ความรู้และความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร (กอส.) 

‘ศุภชัย’ เสียดายร่างพ.ร.บ.กัญชาฯโดนตีตก ข้องใจบางพรรคจับมือคว่ำ ทั้งที่มีตัวแทนร่วมร่าง

‘ศุภชัย’ เสียดายร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชงโดนตีตก ชี้ฝ่ายการเมืองจับมือคว่ำ ทั้งที่มีตัวแทนร่วมร่าง เห็นทุกขั้นตอน มีช่องหารือ แต่กลับเลือกใช้สภาฯล่มกฎหมาย ทำร้ายน้ำใจคนทำงาน 

เมื่อวันที่ (16 ก.ย. 65) นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. ...  กล่าวกรณีที่ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. ... ว่า การถอนร่างที่เกิดขึ้นปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากแรงกดดันทางการเมือง โดยอ้างความเป็นห่วงต่อสังคมที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายกัญทางการแพทย์ ปัญหาคือถ้าเป็นห่วงควรจะให้ร่างกฎหมายผ่าน เพราะกฎหมายฉบันนี้ควบคุมการใช้ ให้เป็นไปในทางที่ถูกต้อง กมธ. ในฐานะผู้ร่างฯ นำทุกความเห็น ทุกข้อเสนอแนะ ทุกความห่วงใย มาทำเป็นกฎหมาย เพื่อให้การใช้เกิดประโยชน์สูงสุด และเกิดโทษน้อยที่สุด แต่บางพรรคการเมืองกลับตีตก กดดันให้มีการนำกลับไปพิจารณาใหม่ ย้อนแย้งกับที่บอกว่าเป็นห่วงเยาวชน เป็นห่วงสังคม เพราะถ้าเป็นห่วงกันจริง ๆ มีกฎหมายดูแลการใช้ที่ดีมากขนาดนี้ มาอยู่ตรงหน้า ท่านต้องเร่งให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาค้านกันแบบนี้ 

“แล้วกฎหมายฉบับนี้ เราตั้งใจร่างกันอย่างมาก มีคนไปปั่นข่าวว่า ไม่มีพ.ร.บ. ออกมาคือเรื่องดี เพราะนี่คือพ.ร.บ.ปลดล็อก ออกมาแล้ว จะใช้สายนันทนาการได้ ขอบอกว่า มั่วกันไปใหญ่แล้ว นี่คือกฎหมายที่เข้ามาดูแลการใช้ ให้มันถูกต้องเหมาะสม กฎหมายคุมเข้มกว่าเดิม เข้าใจง่ายกว่าเดิม ยกตัวอย่าง วันนี้บนถนนข้าวสาร มีร้านขายช่อดดอก ด้านหลังมีห้องสูบ แต่ในกฎหมายตาม พ.ร.บ. นี่ห้ามเลย คุณต้องขออนุญาต แล้วมันจะไม่มีห้องสูบเลย เพราะเขาไม่อนุญาต แล้วในกฎหมายมันคุมเข้มมาก ตามกฎหมายที่ถูกคว่ำ จะมาขายใกล้วัด ใกล้โรงเรียนไม่ได้เลย” นายศุภชัย

นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า ประหลาดใจคือในกมธ.ที่ร่างกฎหมายก็มีส.ส.ของพรรคนั้น ๆ เข้าไปร่วมร่างอย่างครบถ้วน สะท้อนว่าคณะผู้ร่างให้เกียรติทุกพรรคอย่างยิ่ง แล้วท่านที่เป็นตัวแทนของพรรคการเมืองต้องเห็นทุกขั้นตอนอยู่แล้ว ว่ากมธ.จะเขียนกฎหมายอย่างไร มีเจตนาอย่างไร เท่ากับสามารถนำสิ่งที่ที่ท่านทราบในที่ประชุม ไปหารือกันในพรรคได้ แล้วถ้ามีข้อข้องใจก็นำกลับมาแก้ไขกันใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องรอคว่ำร่างเลย ทำแบบนี้มันคิดได้แต่เป็นเรื่องการเมือง ล้มกฎหมายโชว์กันซึ่ง ๆ หน้า ไม่ฟังเหตุผล ไม่สนใจคนทำงาน และเชื่อว่าผู้ร่างกฎหมาย ที่เป็นตัวแทนจากพรรคการเมือง ได้คุยกันในพรรคแน่นอน เพราะท่านก็เหนื่อย ก็ตั้งใจ แต่เมื่อทางพรรคมีธงไว้อยู่แล้ว ความพยายามของท่านจึงไม่มีเหตุผลอันใด ส่วนตัวไม่ได้ตำหนิ ตัวแทนของพรรคที่มาเหน็ดเหนื่อยกับกมธ. เพราะเชื่อว่า ท่านเองไม่ต้องการเห็นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เนื่องจากตลอดระยะเวลาการทำหน้าที่ ทุกท่านแสดงออกถึงความทุ่มเทในการทำงาน แต่ปัญหาคือ เมื่อพรรคท่านมีเป้าหมายไว้แล้วว่าจะคว่ำกฎหมายฉบับนี้ และคงไม่ฟังความเห็นของตัวแทนที่เข้าไปร่วมร่าง พ.ร.บ.กัญชา 

“มันตลกมาก เมื่อนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคภูมิใจไทย บอกว่าการที่กมธ.ปรับจากกฎหมายเดิมเยอะขึ้น แล้วท่านเกรงว่าไม่มีความรอบคอบ ทั้งที่การปรับเยอะขึ้น คือการที่เราเห็นจุดบกพร่อง แล้วเรานำมาแก้ไข มีเจตนา เพื่อให้การใช้กัญชาเป็นไปอย่างเข้มงวด ที่เราทำให้กฎหมายมันเข้มข้น ก็เพราะตอนนั้น มีความห่วงกังวลกันมา เราก็แก้ไขตาม ไม่ได้แปลว่า จะไม่รอบคอบ และถ้าท่านกลัว ท่านก็ให้พิจารณาต่อ แล้วมาแก้กันทีละข้อสิ แต่ท่านก็ไม่ทำ ขอถามกลับ สมมติ ถ้าเราปรับแก้น้อย ท่านจะบอกว่าเราทำดีกระนั้นหรือ กลับกันผมสงสัยว่า ถึงจะปรับน้อย ท่านจะบอกว่าเราไม่รอบคอบอยู่ดี เพราะท่านมีธงในใจแล้ว” นายศุภชัย กล่าว 

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การถอนร่างออกไป ไม่ได้แปลว่านโยบายของพรรคภูมิใจไทยล้มเหลว เพราะกัญชาได้ออกจากความเป็นยาเสพติดแล้ว เป็นไปตามการทำงานในสภาที่มีการแก้ไขประมวลกฎหมายยาเสพติด เมื่อช่วงเดือนมิ.ย. 2564 ซึ่งตอนนั้น เดินหน้าได้อย่างราบรื่น ส.ส., ส.ว. เห็นด้วย ต่อมาจึงเป็นขั้นตอนของ คณะกรรมการป.ป.ส. ซึ่งก็เห็นชอบปลดกัญชาออกจากยาเสพติด แล้วให้รัฐมนตรีสาธารณสุขรับรองลงนาม ทำให้กัญชา ไม่เป็นยาเสพติด ยกเว้นสารสกัดที่มีค่า THC สูงกว่า 0.2% กฎหมายบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ (9 มิ.ย. 2565) หลังจากนั้น มีประกาศมากมายออกมาควบคุมการใช้ เท่ากับว่า นโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ ทำสำเร็จแล้ว แต่ที่เราเสียดายคือพ.ร.บ.ที่พรรคการเมืองเพิ่งตีตกไป มันจะทำให้การใช้กัญชานั้น มีประสิทธิภาพมากขึ้นไปอีก เพราะเราเอาทุกกฎหมายที่เกี่ยวข้องมารวมกันเลย คนที่ใช้ทางการแพทย์ จะมีหลักยึด ผู้ที่ใช้ในฐานะพืชเศรษฐกิจก็เช่นกัน ส่วนคนที่ใช้ ในทางนันทนาการ จะมีกฎหมายควบคุมเข้มงวดขึ้น แต่ถามว่า เราท้อแท้ไหม จะปล่อยให้กฎหมายถูกตีตกไปดื้อๆไหม ขอตอบว่า ไม่ ทางพรรคภูมิใจไทย จะกลับมาทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ เช่นกันกมธ. เท่าที่คุยกันมา ไม่มีใครท้อ ตัวแทนจากพรรคที่โหวตต้านกฎหมายก็ไม่ท้อ และรู้สึกเสียดายเช่นเดียวกับกระผม เราจะทำทุกทางเพื่อให้ พ.ร.บ. กัญชาผ่านมติในสภา และเป็นกฎหมายสำคัญ ที่จะทำให้กัญชา กลายเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

หญิงอังกฤษประกาศเลิกโคฟเวอร์เป็น ‘ควีน’ เพื่อถวายความอาลัยต่อพระองค์ หลังทำมานาน 34 ปี

หญิงชาวอังกฤษวัย 89 ปี ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการแต่งกายเลียนแบบสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ประกาศ 'ยุติบทบาท' ที่ทำมา 34 ปี เพื่อถวายความเคารพและความอาลัยต่อองค์พระประมุขที่เธอรู้สึกว่าเป็นเหมือน 'คนในครอบครัว'

แมรี เรย์โนลด์ส (Mary Reynolds) ซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองเอปปิง มณฑลเอสเซกซ์ เริ่มหัดโคฟเวอร์เป็นสมเด็จพระราชินีนาถตั้งแต่ปี 1988 ทว่าอันที่จริงมีคนเคยบอกเธอตั้งแต่อายุ 17 ปีว่า “รูปร่างหน้าตาคล้ายควีนมาก”

ความเหมือนโดยบังเอิญนี้เองทำให้เธอได้รับโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในภาพยนตร์และซีรีส์หลายเรื่อง รวมถึงภาพยนตร์แอ็กชันคอมเมดี้ในปี 1990 เรื่อง Bullseye ที่มีพระเอกคนดังอย่าง 'เซอร์ โรเจอร์ มัวร์' ร่วมแสดงด้วย

เรย์โนลด์ส บอกกับสำนักข่าว PA ว่าเธอรู้สึกโชคดีที่เกิดมาหน้าตาคล้ายควีน แต่วันเวลาแห่งการรับบท 'ควีนตัวปลอม' ของเธอได้สิ้นสุดลงแล้ว

‘นันทิวัฒน์’ เชื่อ!! สนุกแน่ หาก ‘ลุงตู่’ หลวมตัวยุบสภา

(16 ก.ย. 65) นายนันทิวัฒน์ สามารถ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า…

ยุบเลย ๆ 

ตกใจเสียงเรียกร้องจากนักการเมืองให้ยุบสภา 

จะให้ยุบสภาจริง ๆ หรือเปล่า หรือพูดเอาเท่ จะให้ยุบสภาจากสาเหตุน้ำท่วมอย่างนั้นหรือ น้ำท่วมปีนี้ มันไม่ได้รุนแรงอะไร มันเทียบไม่ได้กับเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2554 ที่บอกว่า เอาอยู่ ๆ น้ำท่วมคราวนั้น ความเสียหายระดับแสนล้าน น้ำท่วมโรงงานที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเสียหาย คนรับผืดชอบต้องร้องไห้น้ำตาตก

ดอนแปลว่าที่สูง ทุ่งแปลว่าที่น้ำท่วมถึง ภาษาไทยบอกสภาพทางกายภาพของแผ่นดินชัดเจน แต่ปี 2554 น้ำท่วมมิดสนามบินดอนเมือง ขนาดที่ดอนยังท่วมเลย น้ำฝนมันเยอะมากหรือปัญหาการบริหารจัดการ แต่ที่อยากชวนคิดคือ การยุบสภา ใครมีอำนาจยุบสภา นายกรักษาการมีอำนาจยุบสภามั้ย หรือต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินชะตาประเทศก่อน 

ยุโรปจี๊ด!! ‘รัสเซีย’ เตรียมเปิดโครงการ Siberia 2 เส้นทางท่อส่งก๊าซใหม่ ‘จีน-มองโกเลีย’ แทนที่ยุโรป

อเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรีแห่งรัสเซีย ได้ยืนยันเสียงดัง ฟังชัด ผ่านสื่อช่อง Rossiya-1 ของรัสเซีย ว่ารัสเซียเตรียมเปิดโครงการท่อส่งก๊าซใหม่ Siberia 2 เชื่อมโยงระบบส่งก๊าซจากฝั่งตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน และจะส่งก๊าซผ่านมองโกเลียตรงไปลงที่จีนเลย ซึ่งโครงการ Siberia 2 จะมาแทนที่โครงการ Nord Stream 2 ท่อส่งก๊าซสู่ยุโรปของรัสเซีย

สำหรับโครงการ Siberia 2 นั้น จะเหลือก็เพียงแค่การพูดคุยตกลงกันในขั้นตอนสุดท้ายระหว่าง ‘รัสเซีย - มองโกเลีย - จีน’ จากนั้นจะเริ่มต้นวางท่อก๊าซได้ในปี 2024 นี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2030 สามารถส่งก๊าซได้ถึง 2 หมื่นลูกบาศก์เมตรต่อปี

แน่นอนว่านี่คือผลลัพธ์ หลังจากชาติตะวันตกคว่ำบาตรรัสเซียจากกรณีสงครามในยูเครน จนทำให้รัสเซียต้องหาตลาดใหม่มาทดแทน ซึ่งจีนก็เป็นหนึ่งในผู้นำเข้าพลังงานรายใหญ่ที่สุดในโลก และนั่นก็ไม่มีอะไรที่รัสเซียต้องคิดนาน การเปลี่ยนเป้ามาจาก Nord Stream 2 มาโฟกัสที่ Siberia 2 เป็นหลักแทนจึงเป็นคำตอบที่ช่างลงตัว ในช่วงเวลาที่โครงการ Nord Stream 2 ซึ่งรัสเซียพัฒนาร่วมกับเยอรมัน เพื่อส่งก๊าซตรงเข้ายุโรป ถูกระงับอย่างไม่มีกำหนด ทั้ง ๆ ที่โครงการควรจะแล้วเสร็จตั้งแต่กันยายน 2021 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top