Friday, 3 July 2026
NewsFeed

อเมริกันชนปากแจ๋ว เจอคุกยาว 37 เดือน หลังขู่ฆ่า 'เฟาซี' หมอใหญ่แห่งทำเนียบขาว

งานเข้า!! โทมัส แพทริค คอนแนลลี่ จูเนียร์ วัย 56 ปี หลังถูกตัดสินให้เข้าไปนอนสงบจิตสงบใจในคุกรัฐแมรี่แลนด์ 37 เดือน โทษฐานส่งอีเมล์ไปขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายและฆ่านายแพทย์แอนโทนี เฟาซี ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการเรื่องโควิดของทำเนียบขาวในสมัยรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ และในสมัยรัฐบาลโจ ไบเดน ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายแพทย์หัวหน้าที่ปรึกษาของประธานาธิบดีด้านการแพทย์ 

ทั้งนี้ โทมัส ได้ส่งอีเมล์ไปหานายแพทย์เฟาซีหลายครั้งหลายหน โดยเป็นการส่งไปยังอีเมล์ที่ทำงานของนายแพทย์เฟาซีในรัฐแมรี่แลนด์ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 ซึ่งฉบับแรกจั่วหัวอีเมล์ว่า "หวังว่าจะได้เห็นกระสุนระเบิดหัวระยำของแกวันนี้"

ส่วนข้อความในอีเมล์ฉบับหนึ่งที่ส่งถึงนายแพทย์เฟาซีเขียนว่า...

'ธัญวัจน์' หารือ รมว.ยุติธรรม แก้ระเบียบสภาทนายความ เปิดโอกาสผู้มีความหลากหลายทางเพศทำอาชีพในฝัน

ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล หารือในที่ประชุมสภา ต่อ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมต่อกรณีที่เมื่อวานนี้ได้รับหนังสือร้องเรียนจากผู้สมัครเข้ารับฝึกอบรมวิชาว่าความ ภาคทฤษฎี รุ่นที่ 57 ถูกเจ้าหน้าที่ของสภาทนายความเลือกปฏิบัติเนื่องจากมีเพศสภาพเป็นเพศชายแต่เจ้าหน้าที่สภาทนายความว่าผู้ร้องเรียนไม่สามารถแต่งกายเป็นหญิงเข้าสอบข้อเขียนได้เนื่องจากคำนำหน้าของตนเป็นผู้ชาย ต้องแต่งตัวแบบผู้ชายตามระเบียบของสภาฯ 

โดยธัญวัจน์ระบุว่า อยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และยืนยันว่ากรณีนี้ไม่ใช่เป็นเพียงความเดือดร้อนของบุคคลใดบุคคลหนึ่งแต่เป็นการปิดโอกาสของมนุษย์ลิดรอนสิทธิ์ของบุคคลอื่น 

ทั้งนี้หากกฏหมายใดหรือข้อปฏิบัติใดที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตของประชาชนก็ควรปรับแก้เสีย ตนจึงอยากหารือไปยังรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมรีบพิจารณาเพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขกฏระเบียบสภาทนายความ เพื่อให้คนทุกคนและทุกเพศสภาพมีโอกาสเข้าถึงอาชีพที่ตนใฝ่ฝันเพราะมนุษย์ ทุกคนล้วนแล้วมีเป้าหมายและความฝัน 

และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อาชีพทนายความเป็นอาชีพในกระบวนการยุติธรรมก็ต้องเปิดกว้างและหากทำได้จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานให้แก่สายอาชีพอื่น ๆ ด้วย 

สำหรับการแก้กฎหมายอาจต้องมีกระบวนการและอาศัยเวลา ซึ่งอาจไม่ทันการ จึงอยากวิงวอนให้มีคำสั่งเร่งด่วนเพื่ออนุโลมให้สำหรับผู้เข้าสอบในกรณีนี้ ธัญวัจน์ทิ้งท้าย

‘อนุพงษ์’ ลั่น 3 ป.มาด้วยกันไปด้วยกัน มั่นใจ ‘บิ๊กป้อม’ ไม่รับไม้ต่อเป็นนายกฯ

‘บิ๊กป๊อก’ ลั่น 3 ป.มาด้วยกันไปด้วยกัน มั่นใจ พล.อประวิตร ไม่รับไม้ต่อเป็นนายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่มีทายาท 3 ป. ย้ำไม่สนใจลงเลือกตั้ง  

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงหาดไทย กล่าวถึงการอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่า ขอให้ท่านมีความสุขแข็งแรง และยืนยันไม่ได้พูดคุยกันเรื่องข่าวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ก็บอกว่า ไปเขียนอะไรกันเองไม่เห็นมีอะไร และยืนยันไม่ได้มีการพูดคุยประเด็นกับสูตรหาร 100 อีกด้วย 

เมื่อถามว่า มองว่า พล.อ.ประวิตร อายุ 77 ปี มี สุขภาพร่างกายแข็งแรงมีโอกาสหรือไม่ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ให้ตนพูดก็จะกลายเป็นประเด็นอีก 

ส่วนมีโอกาสหรือไม่ หากประเมินจากสุขภาพของ พล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า พูดง่าย ๆ ท่านก็ยังทำไหว ก็คงถือว่าดีที่ท่านจะทำได้

เมื่อถามว่า มีโอกาสที่ พล.อ.ประวิตร จะรับไม้ต่อจาก พล.อ.ประยุทธ์ อีก 2 ปี หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ ถึงกับอุทานว่า "โอ้ย คงไม่ใช่หรอกมั้ง ไม่ใช่แน่นอน บอกตรง ๆ คงไม่ใช่"

เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่า พล.อ.ประวิตรไปพร้อมกับ พล.อ.ประยุทธ์ มาด้วยกันไปด้วยกันเลยใช่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า แน่นอน ถูกต้อง

'พิพัฒน์' จ่อชงสถานบันเทิงเปิดถึงตี 4 เคาะเมืองท่องเที่ยวหลัก ไม่สะเปะสะปะ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ขณะนี้ตนเดินหน้าเสนอ ให้ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) พิจารณา ขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงในพื้นที่ควบคุม (โซนนิ่ง) ตามเมืองท่องเที่ยวหลัก ถึงเวลา 04.00 น. จากปัจจุบันเปิดให้บริการได้ถึง 02.00 น. โดยขอย้ำว่าไม่ใช่การขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงแบบสะเปะสะปะไปในทุกพื้นที่ แต่เป็นการเปิดเพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น ยุโรป และตะวันออกกลาง ซึ่งเริ่มทานมื้อค่ำเวลาประมาณ 22.00 น. กว่าจะทานเสร็จและเริ่มดื่มก็ตอนเที่ยงคืนกว่า พอเริ่มสนุก ก็ถึงเวลาปิดสถานบันเทิงแล้ว ทั้งที่ยังอยากกินดื่มต่อ จึงไม่ตอบความต้องการของนักท่องเที่ยวนัก

นายพิพัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า ในต่างประเทศ มีสถานบันเทิงเปิดให้บริการนานกว่า 02.00 น. ยกตัวอย่างคนไทยเอง เมื่อออกไปเที่ยวต่างประเทศก็อยากเที่ยวให้เต็มที่มากที่สุดเช่นกัน จึงไม่อยากให้กังวลกับแนวคิดนี้ และ อยากสื่อไปถึงกลุ่มต่าง ๆ ที่ออกต่อต้านเรื่องนี้ ว่าแม้สถานบันเทิงจะปิดตามกำหนด คนก็ซื้อไปนั่งดื่มต่ออยู่ดี บางคนอาจไปนั่งดื่มตามมุมที่ยากต่อการสอดส่องดูแล 

รวมทั้งผู้ประกอบการบางรายก็แอบเปิดอยู่ดี บางที่มีการล็อกประตูทั้งหมด ลูกค้าไม่สามารถออกมาได้ทันเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน แต่ถ้ามีการอนุญาตให้เปิดถึงเวลา 04.00 น. ทุกสิ่งทุกอย่างโปร่งใส ผู้ประกอบการไม่ต้องกังวลว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจค้น และเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา ก็สามารถอพยพนักท่องเที่ยวได้ทันและปลอดภัย

'ศิริกัญญา' ชำแหละ!! รัฐบาลเอื้อทุนผูกขาด ยกดีลควบรวม 'ทรู-ดีแทค' รัฐไม่ทำอะไรเลย

'ศิริกัญญา' ร่ายยาวชำแหละรัฐบาลเอื้อทุนผูกขาด ถามรัฐบาลทำเต็มที่แล้วหรือยัง ป้องกันดีลควบรวมผูกขาดทรู-ดีแทค ทำค่าบริการพุ่ง ประชาชนสงสัยไม่ทำอะไรเลย เพราะท่านได้ประโยชน์จากดีลนี้ใช่หรือไม่

ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กรณีเศรษฐกิจผูกขาด โดยมีชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) เป็นผู้ตอบแทน พล.อ.ประยุทธ์

โดย ศิริกัญญา เกริ่นนำว่า ระบบผูกขาดเกิดขึ้นในเศรษฐกิจไทย ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะหลังวิกฤตโควิด สิ่งนี้จะเป็นตัวฉุดรั้งการพัฒนาประเทศ โดย 8 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ส่งเสริมให้กลุ่มเจ้าสัวที่รวยสุดของประเทศ 50 รายแรก รวยขึ้น 2 ล้านล้านบาท แต่ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์เช่นเดียวกัน ก็ทำให้หนี้ครัวเรือนของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นถึง 4.6 ล้านล้านบาท เท่ากับประชาชนรายได้ลด แต่หนี้เพิ่มไม่หยุด

"ถ้าความร่ำรวยของเจ้าสัวเหล่านี้ เกิดขึ้นจากความสามารถเก่งกาจจะไม่ว่าอะไรสักคำเลย แต่ความร่ำรวยที่เกิดขึ้นจากการผูกขาดโดยการเอื้อประโยชน์ของรัฐนั้น เท่ากับว่าเงินที่หายไปจากกระเป๋าประชาชนได้ถูกถ่ายเทไปเป็นความร่ำรวยของนายทุน แถมตลอดการดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ก็มีแนวโน้มเอื้อทุนใหญ่มาโดยตลอด" ศิริกัญญากล่าว

โดยศิริกัญญายกตัวอย่างการเอื้อกลุ่มทุนใหญ่-ทุนผูกขาด ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้แก่...

- ยืดหนี้ให้กลุ่มทุนโทรคมนาคมจ่ายค่าประมูลคลื่น 4G ดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 10 ปี จนรัฐเสียหาย เอกชนฟันผลประโยชน์ไป 2 หมื่นล้านบาท
- อุ้มเอกชนที่ผูกขาด Duty Free โดยแก้สัญญาสัมปทานแบบด่วนทันใจก่อนช่วยประชาชนเสียอีก ทั้งลดค่าสัมปทานและยืดอายุ จนรัฐเสียผลประโยชน์หลายพันล้านบาท
- อ้างโควิดเช่นกัน ในการยอมให้แก้ไขสัญญาสัมปทาน PPP รถไฟฟ้าความเร็วสูง 3 สนามบิน ยอมให้ผ่อนจ่ายค่าสิทธิ์บริหารจัดการ Airport Rail Link แบบดอกเบี้ยแสนถูก ให้รัฐบาลสมทบทุนเร็วขึ้นเพื่อช่วยออกค่าก่อสร้างแทนที่จะไปออกเงินตอนก่อสร้างเสร็จแล้ว
- รัฐบาลยังปล่อยให้มีการควบรวมห้างค้าปลีก-ร้านสะดวกซื้อ ทำให้เพิ่มการผูกขาดในตลาดมากขึ้น ทำให้ประชาชนหมดทางเลือก
- กรณีล่าสุด ควบรวมทรู-ดีแทค จะผูกขาดขั้นสุด ประชาชนต้องแบกรับค่าบริการ กระทบค่าครองชีพให้มากขึ้นไปอีก แต่ก็ยังมีรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ออกมาพูดจาสนับสนุนการควบรวมครั้งนี้ว่าเป็นสิทธิ์ของเอกชน
- ล่าสุดของล่าสุด การขออนุญาตควบรวมกิจการอินเตอร์เน็ต AIS-3BB

ศิริกัญญาจึงตั้งคำถามว่า ตกลงแล้วรัฐบาลชุดนี้คิดว่ามีปัญหาการผูกขาดในเศรษฐกิจหรือไม่?

แล้วรัฐบาลนี้นโยบายป้องกันการผูกขาดและส่งเสริมการค้าที่เป็นธรรมบ้างหรือไม่? ถ้ามี คืออะไร เป็นอย่างไรบ้าง ท่านคิดว่าทำดีพอแล้วหรือยัง? เป็นธรรมต่อ SMEs และประชาชนผู้บริโภคที่ควรจะเป็นรากฐานสำคัญในระบบเศรษฐกิจของประเทศนี้แล้วหรือยัง?

ศิริกัญญา เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม ว่าแต่เดิมค่าบริการโทรศัพท์มือถือของคนไทยก็สูงอยู่แล้วแม้ว่าจะมีหน่วยงานกำกับดูแลอยู่ก็ตาม ตัวเลขจาก Internation Telecommunication Union (ITU) เปิดเผยว่าสำหรับแพคเกจใช้น้อย อยู่อันดับที่ 111  ส่วนแพคเกจใช้มาก อยู่อันดับที่ 87 จาก 182 ประเทศ ถ้าหากการควบรวมครั้งนี้สำเร็จก็จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาเข้าไปอีก

เมื่อดูเฉพาะอินเตอร์เน็ต ถ้าเราอยากส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลให้เกิดขึ้นจริง ค่าบริหารก็จะต้องไม่แพง เพื่อส่งเสริมทั้งฝั่งผู้ประกอบการและผู้บริโภค แต่ปรากฏว่าเมื่อเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำ คนไทยต้องทำงาน 2 วันเพื่อจ่ายค่าอินเตอร์เน็ตรายเดือน ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ ทำงาน 1 วัน หรือน้อยกว่านั้น

สำหรับผลการศึกษาการควบรวมครั้งนี้ออกมาแล้วจาก 5 หน่วยงาน ทั้งจากหน่วยงานที่ทรู-ดีแทค จ้างศึกษา มีทั้งสถาบันวิจัย สถาบันการศึกษา รวมถึงคณะอนุกรรมการของ กสทช. เอง ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าขั้นต่ำคือ 10% แต่ถ้าการควบรวมนี้มีการฮั้วกันก็จะทำให้ค่าบริการยิ่งแพงขึ้นไปอีก โดยคณะอนุกรรมการของ กสทช. เองศึกษาแล้วพบว่าค่าบริการจะพุ่งสูงขึ้นถึง 49-200% หมายความว่าถ้าทุกวันนี้เราจ่ายค่ามือถือและอินเตอร์เน็ตอยู่ 100 บาท อาจจะต้องจ่าย 150-300 บาท แบบนี้กระทบค่าครองชีพประชาชนอย่างเต็มที่ ซ้ำเติมเงินเฟ้อที่ยังขึ้นไม่หยุดด้วย แล้วประชาชนและธุรกิจดิจิทัลเหล่านี้จะพัฒนากันต่อได้อย่างไร

ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ตนเองทราบดีว่าเป็นหน้าที่กำกับดูแลโดย กสทช. แต่ในฐานะรัฐบาล ท่านได้ศึกษาประเมินบ้างหรือไม่ว่ามูลค่าความเสียหายของเศรษฐกิจดิจิทัลจะอยู่ที่กี่พันล้านบาท งานของประชาชนคนไทยจะหายไปกี่ตำแหน่ง และถ้าผลกระทบมากขนาดนี้ ท่านคิดว่ากฎหมาย กฎระเบียบ ประกาศ ที่มีอยู่นั้นพอหรือไม่ที่จำเยียวยาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหรือไม่

"ดังนั้น เรายังไม่มีความเชื่อใจ มั่นใจ ว่า กสทช. จะกำกับราคาได้เลย วันนี้เราหวังว่าให้ควบรวมไปก่อนแล้วค่อยไปกำกับดูแลราคาทีหลัง มันไม่ได้!"

'สุริยะ' เชื่อเหตุสภาล่ม ไม่เกี่ยว 'บิ๊กป้อม' ยันสมัยหน้า 'สามมิตร' ยังอยู่กับ พปชร.

'สุริยะ' ยัน 'พล.อ.ประวิตร' ไม่มีล็อบบี้ ส.ส.พรรคโดดร่ม ชี้สูตรหาร 100 เป็นกติกาสากล ลั่นสมัยหน้าสามมิตรยังอยู่ ไม่ตอบ 'บิ๊กป้อม' เหมาะนั่งนายกฯ หรือไม่

11 ส.ค. 2565 - นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงเหตุการณ์การประชุมรัฐสภาสภาล่มในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีการดีลกันระหว่างพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย (พท.) หรือไม่ว่า เท่าที่อยู่ร่วมด้วยข้อมูลนี้ไม่จริง และเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นไปตามกลไกของสภา

ขณะเดียวกันนายสุริยะ ยังระบุอีกว่าไม่ทราบรายงานข่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. โทรศัพท์ไปล็อบบี้ ส.ส.ภายในพรรคให้ออกจากห้องประชุม เพื่อให้สภาล่มและกลับไปใช้ร่างของรัฐบาลหา ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยวิธีหาร 100 แต่ยืนยันว่าไม่มีแน่นอน เนื่องจากไม่เคยได้รับการประสานและจากการสอบถาม นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ก็บอกว่าไม่มีเช่นกัน

เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพรรค พปชร.ถูกพุ่งเป้าจะทำให้เกิดปัญหา รอยร้าวเกิดขึ้นอีกหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหามาโดยตลอด นายสุริยะกล่าวว่า ต้องพิจารณาให้ดี เชื่อในสูตรหาร100 เป็นไปตามกรอบของรัฐธรรมนูญ เพราะมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบอยู่แล้ว ในการเลือก ส.ส.เขตและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยหากใช้สูตรหาร 100 มองว่าตรงไปตรงมา พรรคใดได้คะแนนก็ว่ากันไป เป็นระบบที่ดี จึงเชื่อได้ว่าเรื่องดังกล่าวไม่น่านำมาเป็นประเด็นทางการเมือง

'สตรีทอาร์ต คิงภูมิพล' ภารกิจลุล่วง วาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์สุดงดงามที่เชียงใหม่

(11 ส.ค. 2565) เพจเฟซบุ๊ก Street Art King Bhumibol โพสต์ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมระบุว่า ไวกว่าพายุมู่หลาน เวลา 2.37 น. 11 สิงหาคม 2565  #สตรีทอาร์ตคิงภูมิพล #SAKB12 สำเร็จ 130% ทำเกินสเก็ตช์

เราไม่ได้วาดรูป แต่เราทำลายกำแพงในใจคน หัวใจที่สวยงามเท่านั้น ถึงจะเปลี่ยนแปลงประเทศได้

ทรงพระเจริญ #สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ขอบคุณทีมงานที่ตากแดดตากฝน อดหลับอดนอน ทำงานกันเกินเวลา วันนี้ 14 ชั่วโมงที่เรายืนกันอยู่บนรถกระเช้าและนั่งร้าน เป็นเพราะกำลังใจและการสนับสนุนจากทุกท่านครับ ขอบคุณมากครับ


ที่มา : https://www.facebook.com/photo?fbid=474048034724941&set=a.451976440265434

ครูแดน ได้รับการช่วยเหลือกลับไทยอย่างปลอดภัยแล้ว หลัง ผบ.ตร.สั่งช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

จากกรณีที่มี นางคำ โมริพันธ์ มารดาของนายระม้าย โมริพันธ์ หรือครูแดน อายุ 40 ปี ครูสอนศิลปะการต่อสู้ ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ รวมทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้การช่วยเหลือในการนำตัวครูแดน กลับมายังประเทศไทย โดยแจ้งว่าครูแดนถูกกองกำลังว้าแดงจับตัวเรียกค่าไถ่จำนวน 24 ล้านบาท ตามที่ปรากฏในข่าวและสื่อต่างๆ รายละเอียดตามที่ทราบแล้วนั้น

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ได้ประสานความร่วมมือผ่านผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ ประจำประเทศเมียนมารร่วมกับทางการทหารของไทยและเมียนมาร์ตรวจสอบจนทราบว่านายระม้าย ถูกควบคุมตัวโดยกองกำลังของว้าแดงอยู่จริง และให้เร่งเข้าให้ความช่วยเหลือนายระม้าย ให้เดินทางกลับมายังประเทศไทยอย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด

ต่อมา เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 65 คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น (Township Border Committee : TBC) แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก ได้รับตัวนายระม้ายฯ จากกองกำลังทหารประเทศเมียนมาร์และส่งต่อให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.เชียงราย เพื่อให้ความช่วยเหลือ สอบสวนปากคำ ตรวจสภาพร่างกาย ซึ่งนายระม้ายฯ ไม่ได้รับบาดเจ็บหรือได้รับอันตรายแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับทีมสหวิชาชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำตัวเข้าสู่กระบวนการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์พบว่า นายระม้าย มิได้เป็นผู้เสียหายหรือเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ จากการซักถามเบื้องต้น นายระม้าย ได้ให้การว่าเมื่อประมาณเดือน ม.ค. 64 ตนได้เดินทางข้ามไปยังฝั่งประเทศเมียนมาที่เมืองท่าขี้เหล็ก เพื่อหานายทุนที่จะช่วยสนับสนุนเงินในการทำภาพยนตร์ โดยได้ใช้วิธีการข้ามชายแดนผ่านทางช่องทางธรรมชาติ

'วราวุธ' สั่งล่าตัวนักท่องเที่ยว-คนขับเรือ ตกปลานกแก้ว ใกล้หมู่เกาะพีพี

วันที่ 11 สิงหาคม นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ตามที่มีการโพสต์คลิปวิดีโอลงบนสื่อออนไลน์ (TikTok) บัญชี @ roslanofficial ช่องทาง https://www.tiktok.com/@roslanofficial ในคลิปปรากฏว่าเจ้าของบัญชี TikTok พร้อมกัปตันเรือ ยืนถือปลานกแก้ว 3 ตัว ปลาไม่ทราบชนิด 2 ตัว และใช้มีดแทงหัวปลาไหลทะเล 1 ตัว นั้น ตนได้สั่งการลงไปในพื้นที่ ให้หาตัวคนขับเรือ และนักท่องเที่ยวต่างชาติคนดังกล่าวให้ได้โดยเร็วเพื่อนำตัวเอามาลงโทษให้ได้ เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องซีเรียสอย่างมาก 

ทั้งนี้ ทช. ได้ประสานไปยังกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้เร่งดำเนินการในเรื่องนี้ด้วย เพราะพื้นที่เกิดเหตุน่าจะเกิดในบริเวณอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี

นายโสภณ กล่าวว่า ล่าสุดนั้น ทางกรมอุทยานฯ แจ้งมาว่าได้ดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าว ปรากฏว่าที่เกิดเหตุอยู่บริเวณเกาะพีพีเล พิกัด 47N 0474172E 0850966N ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี คณะเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการรวบรวมหลักฐานเปรียบเทียบพิกัดที่เกิดเหตุตามคลิปวิดีโอเพื่อแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเกาะพีพี ตามระเบียบและกฏหมายที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าเรือที่ก่อเหตุชื่อเรือ 'เอวาริน' อยู่ระหว่างติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

นักท่องเที่ยวอังกฤษ สุดปลื้ม คนขับรถ-ตำรวจท่องเที่ยวนำกระเป๋าเงินหายมาคืนครบ ชายนิรนามทราบข่าว ทิปตอบแทนความดี 10,000 ที่สร้างชื่อให้ประเทศ

วันนี้ (11 ส.ค. 65) เวลา 09.00 น. พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา โฆษกกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ 10 ส.ค. 65 ที่ผ่านมา เวลา 16.00 น. นายชนะ สังข์น้อย อายุ 48 ปี พนักงานขับรถรับส่งนักท่องเที่ยวบริษัทแอ็กคอมได้พบกระเป๋าเงินบริเวณถนนสายบ่อผุด-บางรักษ์ โดยในกระเป๋าดังกล่าวมี เงินสด จำนวน 13,720 บาท, ใบขับขี่, และบัตรเครดิต จำนวน 5 ใบ จึงนำมาส่งมอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุยเพื่อให้ติดตามหาเจ้าของกระเป๋าเงิน

ต่อมา พ.ต.ท. พุฒิพงศ์ วงศ์วัฒนเดช รักษาการสารวัตรท่องเที่ยวเกาะสมุย พร้อมด้วย ร.ต.อ. วรรณะ ศรีสะระ, ร.ต.ต.สิทธิทัศน์ แสงมณีธรรม, ด.ต.สุทัศน์ ขาวเรือง, ด.ต.สุพจน์ พงศ์ไทย, ด.ต.เอกมนต์ รักษาวงศ์ และส.ต.อ. วิทวัส อิ่มคำ ได้รับไว้กระเป๋าเงินพร้อมบัตรดังกล่าวทั้งหมดไว้ 

เมื่อตรวจสอบจากใบขับขี่พบเป็นชื่อ Miss Carole Montana สัญชาติบริติช จึงได้รีบประสานงานกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประจำเกาะสมุยทันที และพบว่ามีชื่อนักท่องเที่ยวดังกล่าวเข้ามาพักที่เกาะสมุยตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค. 65 โดยพักอยู่ที่ The Bay Condominium เลขที่ 20/43 หมู่ 4 ตำบลบ่อผุด และมีกำหนดจะออกจากเกาะสมุยวันที่ 22 ส.ค. 65 จึงพร้อมด้วยนายชนะ พนักงานขับรถผู้พบกระเป๋าเงินเดินทางไปยังสถานที่พักดังกล่าวทันที 

ทันทีที่พบ Miss Carole Montana และสอบถามก็พบว่า เจ้าตัวได้ทำกระเป๋าพร้อมบัตรเครดิตทั้งหมดหายจริง โดยไม่ทราบว่าหายที่ไหน ตำรวจท่องเที่ยวจึงส่งมอบกระเป๋าเงิน ใบขับขี่และบัตรเครดิตทั้งหมดคืนให้พร้อมอธิบายว่าพบเจอทรัพย์สินทั้งหมดนี้ได้อย่างไร

ทันทีที่ Miss Montana ได้ทรัพย์สินทั้งหมดคืนถึงกับร้องว้าว! ด้วยความดีใจอย่างสุดซึ้ง และกล่าวชื่นชมนายชนะ และตำรวจท่องเที่ยวอย่างมากที่สามารถนำทรัพย์สินของตัวเองทั้งหมดที่หายไปมาคืนให้ โดยไม่คิดว่าตัวเองจะได้คืนกลับมาอย่างครบถ้วน ด้วยความชื่นชมและความดีใจนี้ จึงได้มอบเงิน จำนวน 2,000 บาท เป็นรางวัลให้กับนายชนะผู้พบทรัพย์สินทั้งหมดแล้วนำมาคืน และขอบคุณตำรวจท่องเที่ยวโดยยืนยันว่าจะกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีก

ต่อมาเรื่องดังกล่าวได้ทราบถึงประชาชนท่านหนึ่งซึ่งไม่ประสงค์ออกนามได้โทรมาสอบถามรายละเอียดที่เกิดขึ้น และเกิดความประทับใจในการทำความดีของนายชนะฯมาก ที่ได้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย จึงขอมอบเงิน จำนวน 10,000 บาทเป็นรางวัลในการทำความดีให้กับนายชนะ ผ่านมายังตำรวจท่องเที่ยว โดยขอให้ตำรวจท่องเที่ยวนำเงินจำนวนนี้มอบให้นายชนะ และฝากขอบคุณนายชนะ ในนามของคนไทยทุกคนจากการทำความดีสร้างชื่อเสียงให้คนไทยในครั้งนี้ด้วย ซึ่งตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุยจะได้มอบเงินจำนวนดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยยังความปลาบปลื้มต่อนายชนะและครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง

พล.ต.ต. อภิชาติ กล่าวต่อท้ายว่า ปรากฏการณ์ครั้งนี้ได้สร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างมากต่อการท่องเที่ยวของไทย โดยอธิบายว่า ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ตำรวจท่องเที่ยวได้ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากจากหลายประเทศทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าวให้ได้ทรัพย์สินมีค่าที่หายไปแล้วกลับคืนมาได้ครบถ้วนหลายกรณี ซึ่งล้วนสร้างความประทับใจให้กับนักท่องต่างชาติแทบทั้งสิ้น ทุกคนยืนยันเป็นเสียวกันว่า จะกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกเพราะประทับใจมาก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top