Friday, 3 July 2026
NewsFeed

'นิพนธ์' ดันจว.ชายแดนใต้ สู่พื้นที่ความมั่นคงทาง 'อาหาร-รายได้' ยกระดับ 'คุณภาพชีวิต-สุขภาวะ' ปชช.-เด็กเล็กในพื้นที่

นิพนธ์ เร่งหารือ ศอ.บต. เตรียมผลักดันจังหวัดชายแดนใต้ เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต ให้ปชช.ในพื้นที่ฯ เดินหน้า เชื่อมโยงแก้ไขปัญหาสุขภาวะและภาวะโภชนาการต่ำของเด็กเล็กใน จชต.

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) วันที่ 10 สิงหาคม 2565 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศอ.บต. นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศอ.บต. พล.ต.ต.เสกสันต์ ชูรังสฤษฎิ์. ผบก.สส.จชต. ร่วมประชุมปรึกษาหารือการจัดทำข้อมูลเตรียมผลักดันจังหวัดหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร ภายใต้ยุทธศาสตร์ เกษตรผลิต-พาณิชย์ตลาด เพื่อสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ ในการนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

นายนิพนธ์ กล่าวว่า จากการศึกษาและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชนในหลายพื้นที่พบว่าความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เป็นพื้นที่สามารถสร้างผลผลิตทางการเกษตรได้ จึงต้องส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนา ผลผลิตที่สอดคล้องความต้องการของตลาด พร้อมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อประกอบอาชีพที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้เข้าไปดูแลและพัฒนาในด้านต่าง ๆ ที่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นผลผลิตเพื่อการยังชีพ และแปรรูปเพื่อสนับสนุนการบริโภคทั้งในพื้นที่และในประเทศ รวมถึงการส่งออก ซึ่งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นหน่วยงานที่สำคัญในการดูแลพื้นที่เพื่อการพัฒนาและสร้างความมั่นคงในจังหวัดายแดนภาคใต้ โดยวันนี้จะเป็นการหารือ เพื่อจัดทำข้อมูล และเตรียมการในเรื่องยุทธศาสตร์ และผลักดันพื้นที่ฯ ให้เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางด้านอาหารต่อไป

'โฆษกรัฐบาล' เผย 'บิ๊กตู่' น้อมรับคำวินิจฉัยศาลรธน. ติง!! 'เหล่ากูรู' อย่าตีความสร้างประเด็นบิดเบือน

เมื่อวันที่ (10 ส.ค. 65) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีมีการเผยแพร่เอกสารบันทึกการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 61 อ้างความเห็นของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ และนายสุพจน์ ไข่มุกด์ ต่อประเด็นวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปีว่า มองว่ามีความพยายามของคนบางกลุ่ม ต้องการกดดันหวังสร้างประเด็นให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม โดยหยิบเอาบางช่วงบางตอนของเอกสาร ที่เป็นความเห็นของกรรมการเพียงไม่กี่คนมานำเสนอจนเกิดความสับสน

ทั้งที่เอกสารฉบับนี้ เป็นแค่บันทึกการประชุมหรือบันทึกการแสดงความเห็นของกรรมการ แต่ไม่ใช่มติ โดยหน้าปกเอกสารก็ระบุชัดเจนว่ากรธ.ยังไม่ได้รับรอง จึงไม่ควรนำมาใช้อ้างอิง และการประชุมในวันนั้น เกิดขึ้นหลังจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ประกาศใช้ไปแล้ว เพื่อจัดทำเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในขั้นตอนถัดมา ซึ่งท้ายที่สุดก็ไม่ได้ระบุไว้

จับตา! โผโยกย้ายกระทรวงมหาดไทยตำแหน่ง‘รองปลัด-อธิบดี-ผู้ว่าฯ-ผู้ตรวจ’ ทดแทนข้าราชการที่เกษียณอายุราชการสิ้นเดือนกันยายนนี้

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยเสนอรายชื่อ แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นวาระจร ในตำแหน่ง ‘รองปลัด-อธิบดี-ผู้ว่าฯ-ผู้ตรวจ’ ทดแทนข้าราชการที่เกษียณอายุราชการสิ้นเดือนกันยายนนี้ จำนวน 34 ตำแหน่ง ในตำแหน่ง “อธิบดี-ผู้ว่าราชการจังหวัด”

ทั้งนี้ สำหรับตำแหน่งอธิบดีที่เกษียณ 3 ราย คาดว่า จะมีการแต่งตั้ง นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผวจ.สระบุรี เข้ามานั่งเป็นอธิบดีกรมการปกครอง แทน นายธนาคม จงจิระ ที่เกษียณราชการ ขณะเดียวกันจะมีการแต่งตั้ง นายชยาวุธ จันทร รองปลัด มท.เข้าทำหน้าที่เป็นอธิบดีกรมที่ดิน แทน นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ที่เกษียณราชการ และนายขจร ศรีชวโนทัย ผวจ.สมุทรสงคราม หรือนายวันชัย คงเกษม ผวจ.สมุทรปราการ คนใดคนหนึ่ง คาดว่า จะได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แทนนายประยูร รัตนเสนีย์ ที่เกษียณราชการ ดูจากโผรายชื่อที่ประโคมหน้าสื่อ คนที่จะถูกเสนอชื่อเป็นอธิบดีแทนตำแหน่งว่าง 3 กรมไม่ว่าจะเป็น ผวจ.แมนรัตน์ ผวจ.วันชัย และผวจ.ขจร ล้วนเป็นเพื่อนสนิทของผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทยทุกคน

'สร้างอนาคตไทย' จัดเวทีเสวนา 'ดอกเบี้ยพุ่ง SMEs โคม่า' หาทางออกช่วยผู้ประกอบการคนตัวเล็ก

พรรคสร้างอนาคตไทย จัดเวทีเสวนาคิดสร้างอนาคต Talk 'ดอกเบี้ยพุ่ง SMEs โคม่า' สะท้อนปัญหาวิกฤตหนี้สินผู้ประกอบการคนตัวเล็ก เพื่อร่วมหาทางออกและแนวทางแก้ปัญหาผู้ประกอบการตัวเล็กให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจไปด้วยกัน 

โดยมีผู้บริหารของพรรคและภาคเอกชนร่วมเสวนา อาทิ ศ.ดร.กำพล ปัญญาโกเมศ ประธาน ฝ่ายวิชาการพรรคสร้างอนาคตไทย น.ส.โชนรังสี เฉลิมชัยกิจ รองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทยและประธานกิตติมศักดิ์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ นายมงคล ลีลาธรรม ประธานคณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และนายเรวัตร ชอบธรรม ประธานเครือข่ายแผงลอยไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 
 

กนง.ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ครั้งแรกรอบ 4 ปี หลังมองแนวโน้มเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวชัดเจน

นายปิติ ดิษยทัต เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. ในวันที่ 10 สิงหาคม 2565 ระบุว่า คณะกรรมการฯ มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 0.50 เป็นร้อยละ 0.75 ต่อปี โดยให้มีผลทันที ทั้งนี้ 1 เสียงเห็นควรให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.50 ต่อปี  

เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจนขึ้น โดยคาดว่าจะกลับเข้าสู่ระดับก่อนการระบาดของ COVID-19 ได้ภายในสิ้นปีนี้และจะขยายตัวต่อเนื่องในระยะต่อไป ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงอีกระยะหนึ่ง คณะกรรมการฯ ประเมินว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากเป็นพิเศษเพื่อรองรับวิกฤต COVID-19 ในช่วงที่ผ่านมาจึงมีความจำเป็นลดลง

ดัชนีฯ เชื่อมั่นภาคอุตฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รับอานิสงส์ส่งออกขยายตัว-ใช้จ่ายในประเทศคึกคัก

ดัชนีฯ เชื่อมั่นภาคอุตฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งออกขยายตัว ใช้จ่ายในประเทศคึกคัก แต่ยังคงระวังต้นทุนการผลิตจากราคาพลังงานที่คงอยู่ระดับสูง

(10 ส.ค. 65) นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนกรกฎาคม 2565 อยู่ที่ระดับ 89.0 ปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 86.3 ในเดือนมิถุนายน โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ทั้งนี้องค์ประกอบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ คำสั่งซื้อโดยรวม, ยอดขายโดยรวม, ปริมาณการผลิต และผลประกอบการ โดยมีปัจจัยบวกจากภาคการผลิตที่ขยายตัวจากความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นทั้งในกลุ่มสินค้าคงทนและสินค้าอุปโภคบริโภค จากตลาดในประเทศและตลาดส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศคู่ค้าสำคัญ อาทิ สหรัฐฯ, จีน, ญี่ปุ่น และอินเดีย เป็นต้น 

ขณะที่การผ่อนคลายล็อกดาวน์เมืองสำคัญของจีนส่งผลดีต่อภาคการส่งออกของไทย ทั้งนี้การเปิดประเทศและการยกเลิก Thailand Pass ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้นและช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ ขณะที่การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก นอกจากนี้รายได้ในภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อกำลังซื้อในส่วนภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นด้านต้นทุนประกอบการลดลงเนื่องจากปัญหาราคาวัตถุดิบ ราคาพลังงาน รวมถึงค่าขนส่ง ที่ยังทรงตัวในระดับสูง แม้ราคาน้ำมันตลาดโลกในเดือนกรกฎาคมจะทยอยปรับตัวลดลงก็ตาม ขณะที่ปัญหาเงินเฟ้อ ยังกดดันกำลังซื้อของประชาชน นอกจากนี้ความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาคก่อสร้างชะลอตัวลงเนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝน

จากการสำรวจผู้ประกอบการ 1,238 ราย ครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรมของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในเดือนกรกฎาคม 2565 พบว่า ปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้นได้แก่ สภาวะเศรษฐกิจโลก ร้อยละ 72.2 สถานการณ์การเมือง ร้อยละ 40.3 อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ร้อยละ 35.5 ตามลำดับ ปัจจัยที่มีความกังวล ลดลง ได้แก่ ราคาน้ำมัน ร้อยละ 80.7 เศรษฐกิจในประเทศ ร้อยละ 51.8 สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ร้อยละ 50.1 และอัตราแลกเปลี่ยน (มุมมองผู้ส่งออก) โดยอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ร้อยละ 32.0 ตามลำดับ 

สำหรับดัชนีฯคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 98.7 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 97.5 ในเดือนมิถุนายน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศรวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการมีความกังวลการกลับมาระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ รวมทั้งแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งจะกระทบต้นทุนด้านการเงิน ตลอดจนสถานการณ์สงครามรัสเซีย - ยูเครน ที่ยังมีความไม่แน่นอนส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและราคาวัตถุดิบรวมถึงเศรษฐกิจโลก

ตามคาด กม.ลูกเลือกตั้ง ส่อเสร็จไม่ทันกำหนด หลัง ส.ว. - ส.ส. ทำสภาล่ม ล้มโหวตสูตรปาร์ตี้ลิสต์

(10 ส.ค. 2565) เวลา 11.28 น. ที่ประชุมเข้าสู่การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ในมาตรา 24/1 เรื่องวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หารด้วย500 ตามที่กมธ.ไปแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นใหม่ให้สอดคล้องกับมติที่ประชุมรัฐสภาที่มีการเปลี่ยนแปลงวิธีคำนวณจากการหาร 100 เป็นหาร 500 โดยนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การที่ร่างพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นเหตุให้มีการเปลี่ยนวิธีคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ จากหาร100 เป็นหาร500 เหมือนอยากเห็นพรรคส่วนเกิน พรรคเล็กพรรคน้อยเดินกันเป็นพรวน ขอชื่นชมคนเสนอญัตติเปลี่ยนเป็นวิธีหาร500 ชื่อวี ๆ มาศๆ ที่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อคนเดียว ได้คะแนนมา 3.5 หมื่นคะแนน แต่กลับมามีบารมีในสภา ถ้าไม่มีเบื้องหลังการถ่ายทำ เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นในรัฐสภา กล้าไปสาบานวัดพระแก้วหรือไม่ว่า ไม่มีกลุ่มคนมาแทรกแซงหรือต่อรอง วันนี้เรากำลังโดนครอบงำ ขอให้ช่วยกันสกัด เพื่อให้ทุกอย่างเดินไปตามครรลอง ระหว่างนั้นนพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ประท้วงที่ถูกพาดพิง โดยตอบโต้ว่า น่าสงสารพรรคที่แพ้หาร500 เหมือนหมาถูกน้ำร้อนลวก นายพรเพชรเตือนให้ถอนคำพูด จากนั้นนายครูมานิตย์และนพ.ระวีได้พูดตอบโต้กันไปมา จนนายพรเพชรต้องไกล่เกลี่ยให้ยุติ เพื่อเดินหน้าประชุมต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการอภิปรายมาตรา24/1 เสร็จสิ้น นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้กดออดเรียกสมาชิกรัฐสภามาแสดงตน ใช้เวลาร่วม 15 นาที เพื่อรอสมาชิกเข้าห้องประชุม ผลการแสดงตนมีสมาชิกแสดงตน 367 เสียง เกินกึ่งหนึ่งไปหวุดหวิดเพียง 3 เสียง ถือว่ามีองค์ประชุมครบ แต่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอใช้สิทธิคัดค้าน กลัวจะมีการเสียบบัตรแทนกัน ขอให้ใช้วิธีแสดงตนโดยการขานชื่อรายบุคคล มีผู้รับรองครบถ้วน ขณะที่ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ คัดค้านเพราะการโหวตแสดงตนด้วยการเสียบบัตรผ่านไปแล้ว เกรงจะเตะถ่วงมากเกินไป ขอเสนอญัตติไม่ให้ใช้วิธีขานชื่อแสดงตน แต่นายพรเพชรยืนยันให้มีการแสดงตนโดยการขานชื่อรายบุคคล จากนั้นจึงเริ่มการขานชื่อแสดงตนเป็นรายบุคคล ใช้เวลาไป 1.30 ชั่วโมง หลังจากที่สมาชิกรัฐสภาขานชื่อแสดงตนครบถ้วนแล้ว ปรากฏว่า มี ส.ส.และ ส.ว.หลายคนที่ขานชื่อไม่ทันในการเรียกชื่อเป็นรายบุคคล มาขอขานชื่อแสดงตนเพิ่มเติมภายหลังเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความสับสน ต้องเติมชื่อเพิ่มกันวุ่นวาย รวมแล้วเสียเวลาไปร่วม 2 ชั่วโมง ในการขานชื่อและนับผลแสดงตน ผลการนับองค์ประชุมมีผู้แสดงตน 403 คน ถือว่าครบองค์ประชุม นายพรเพชรจึงให้ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนว่า จะเห็นชอบเพิ่มมาตรา 24/1หรือไม่

'แนนซี เพโลซี' ปล่อยไก่!! เผลอหลุดปาก บอก 'จีน' เป็นสังคมที่เสรีที่สุดในโลก

แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้เผลอหลุดปากเรียก 'ไต้หวัน' ว่า 'จีน' แถมยังกล่าวย้ำอีกว่า 'จีน' เป็นชาติที่มีสังคมที่เสรีที่สุดในโลก

วาทะปล่อยไก่ของ แนนซี เพโลซี มาจากการให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ NBC Today Show ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการออกสื่อครั้งแรกหลังจากการเดินทางเยี่ยมเยียนประเทศในย่านอาเซียน และ เอเชียตะวันออก โดยได้แวะลงที่ไต้หวัน จนสร้างความไม่พอใจแก่รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่เป็นอย่างมากจนถึงวันนี้

นอกจากการสับสนชื่อประเทศแล้ว แนนซี เพโลซี ยังกล่าวสนับสนุน 'นโยบายจีนเดียว' ออกสื่ออย่างชัดเจน โดยบางส่วนของบทสัมภาษณ์ของเธอได้กล่าวว่า...

"We still support the 'one China policy', we go there to acknowledge the status quo is what our policy is, there is nothing disruptive about that. It was only about saying, China is one of the freest societies in the world, don't take it from me, that 's from Freedom House, it's a strong democracy, courageous people"

"เรายังคงสนับสนุน 'นโยบายจีนเดียว' เราไปที่นั่นเพื่อรับรู้ถึงสถานะที่เป็นอยู่นั้นตามนโยบายของเรา เราไม่ได้ต้องการไปก่อกวน แค่ต้องการบอกว่าจีนเป็นหนึ่งในสังคมที่เสรีที่สุดในโลก ซึ่งเรื่องนี้ฉันไม่ได้พูดเอง แต่มาจากองค์กร Freedom House (องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐในการทำวิจัย และสนับสนุนด้านประชาธิปไตย เสรีภาพทางการเมือง และสิทธิมนุษยชน) ที่นั่นมีประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง และประชาชนที่กล้าหาญ”

'ณัฐวุฒิ' ลุยหาเสียงช่วย 'ไข่มุก' มั่นใจนั่งเก้าอี้ 'นายก อบจ.กาฬสินธุ์'

'ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ' ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียงช่วย 'ไข่มุก เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล' ผู้สมัครนายก อบจ.กาฬสินธุ์ ขอชาวกาฬสินธุ์เลือกคนดี มีความสามารถพัฒนาบ้านเมือง มั่นใจคะนนแลนสไลด์เพื่อไทย 'ไข่มุก' นั่งเก้าอี้นายกอบจ.กาฬสินธุ์

10 สิงหาคม 2565 ที่ลานกีฬาเทศบาลตำบลโพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ลงพื้นที่และขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง นายก อบจ.กาฬสินธุ์ ช่วยนางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล หรือไข่มุก ผู้สมัครนายกอบจ.กาฬสินธุ์ เบอร์ 2 หลังศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้จัดการเลือกตั้งใหม่ และจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 14 สิงหาคม 2565 นี้ โดยมีประชาชนใน อ.คำม่วง อ.สามชัย และอ.สหัสขันธ์เข้าร่วมรับฟังกว่า 1,500 คน

จากนั้นเวลา 15.00 น.นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย พร้อมคณะเดินทางไปขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยนางเฉลิมขวัญ ที่สวนสาธารณะอ่างเลิงซิว อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยมีประชาชนใน อ.กุฉินารายณ์ อ.เขาวง อ.ห้วยผึ้ง และอ.นาคู จ.กาฬสินธุ์เข้าร่วมรับฟังกว่า 2,000 คน


 
นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้เป็นการแสดงพลัง และขอฉันทามติจากพี่น้องประชาชนชาวกาฬสินธุ์ในการเลือกตั้งนายกอบจ.กาฬสินธุ์วันที่ 14 สิงหาคม 2565 นี้ เพื่อขอโอกาสให้กับ ไข่มุก เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ผู้สมัครนายกอบจ.กาฬสินธุ์ ลูกสาวนายยงยุทธ หล่อตระกูล อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์ ที่พรรคเพื่อไทยตั้งใจและอยากให้เป็นนายก อบจ.กาฬสินธุ์ เพราะมีความตั้งใจ เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ มีประประสบการณ์ ซึ่งเป็นการการันตีความมุ่งมั่นตั้งใจของตัวผู้สมัครที่ชื่อไข่มุก เฉลิมขวัญ ซึ่งหากได้เป็นนายกอบจ.จะเป็นไข่มุกเม็ดงาม และเป็นประโยชน์กับชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ที่จะพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า อย่างไรก็ตามจากการลงพื้นที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งการเลือกตั้งนายกอบจ.กาฬสินธุ์ครั้งนี้มั่นใจว่าแลนสไลด์ของพรรคเพื่อไทย และพี่น้องชาวกาฬสินธุ์จะให้โอกาสไข่มุกเฉลิมขวัญเข้าไปเป็นนายกอบจ.กาฬสินธุ์อย่างแน่นอน

'ไบเดน' เคาะ 1.86 ล้านลบ. หนุนหนักผู้ผลิตชิปในประเทศ หวังสกัดผู้เล่นต่างชาติ คาดสะเทือนอุตฯ ชิปทั่วโลก

ไบเดน ลงนามร่างกฎหมายมูลค่า 52,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.86 ล้านล้านบาท เพื่อส่งเสริมการผลิตและพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ หรือ 'ชิป' ในประเทศ หวังให้ได้เปรียบด้านเทคโนโลยีในช่วงที่เผชิญการแข่งขันจากจีนมากขึ้น 

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ กล่าวในพิธีลงนามว่า กฎหมายชิปและวิทยาศาสตร์ (CHIPS and Science Act) เป็นการลงทุนในประเทศครั้งเดียวในชีวิตที่จะทำให้สหรัฐฯ ขึ้นเป็นผู้นำโลกอีกครั้งตลอดหลายทศวรรษหน้า 

กฎหมายฉบับนี้ ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อเดือนก่อน มีมาตรการจูงใจด้านการผลิตชิปมูลค่า 39,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.38 ล้านล้านบาท งบสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาชิปรวมทั้งพัฒนากำลังคน 13,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 467,700 ล้านบาท งบส่งเสริมกิจกรรมห่วงโซ่อุปทานและอื่น ๆ อีก 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 17,715 ล้านบาท และมาตรการลดหย่อนภาษีการลงทุน 25% ให้แก่การผลิตชิปและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

ทำเนียบขาว ระบุว่า การผ่านร่างกฎหมายนี้ช่วยกระตุ้นให้มีการลงทุนใหม่ ๆ ด้านชิป เช่น ไมครอนประกาศลงทุนผลิตชิปความจำมูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งจะทำให้สหรัฐฯ มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจาก 2% เป็น 10% 

ร่างกฎหมายนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาภาวะขาดแคลนชิปเรื้อรังที่กระทบต่อการผลิตสินค้าหลากหลายอย่างตั้งแต่ยวดยาน อาวุธ เครื่องซักผ้า ไปจนถึงวิดีโอเกม จะลดหย่อนภาษีการลงทุน 25% ให้แก่โรงงานผลิตชิป และจะให้ทุนวิจัย 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 7 ล้านล้านบาท เป็นเวลา 10 ปี เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับจีน 

สมาชิกสภาสหรัฐฯ หลายคน เผยว่า ปกติแล้วจะไม่ผ่านร่างกฎหมายที่ให้เงินอุดหนุนมหาศาลแก่ภาคธุรกิจเช่นนี้ สาเหตุที่ให้ผ่านเพราะเห็นว่า จีนและสหภาพยุโรป หรือ EU ได้ให้มาตรการจูงใจจำนวนมากแก่บริษัทชิปของตนเอง นอกจากนี้ ยังเป็นเรื่องความเสี่ยงด้านความมั่นคงของประเทศและปัญหาเรื่องห่วงโซ่อุปทานโลก 

ส่วนสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและหอการค้าระหว่างประเทศจีน แถลงว่า กฎหมายสหรัฐฯ จะกระทบต่อเสถียรภาพห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมชิปทั่วโลก เพราะส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมกับจีนและประเทศอื่นๆ ที่มีอุตสาหกรรมชิป ขัดขวางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการเติบโตด้านนวัตกรรม 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top