Monday, 26 October 2026
News

เยาวชนไทยคว้าเหรียญโอลิมปิก!! ร่วมแข่งขันดาราศาสตร์ในเวียดนาม ผู้แทนไทยคว้าเหรียญทอง-เงินรวม 5 รางวัล ครอบครัว-ครูอาจารย์เป็นกำลังใจสำคัญ เดินทางกลับไทย 5 ต.ค. นี้ที่สุวรรณภูมิ

เด็กไทยคว้าชัยเวทีดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 19 (IOAA 2026) ณ เมืองฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม มีผู้แทนเยาวชนกว่า 320 คน จาก 67 ทีม จาก 65 ประทศ เข้าร่วมทดสอบความรู้ความสามารถผ่านภาคทฤษฎี ภาควิเคราะห์ข้อมูล และภาคสังเกตการณ์

ด้วยความอุตสาหะ ฝึกซ้อมอย่างหนัก และความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้แทนเยาวชนไทยทั้ง 5 คน กอปรกับแรงใจและการสนับสนุนอย่างอบอุ่นจากครอบครัว ครูอาจารย์ และโรงเรียนต้นสังกัด ส่งผลให้เยาวชนไทยสามารถทำผลงานได้อย่างน่าภาคภูมิใจบนเวทีวิชาการระดับโลก ดังมีรายละเอียดรางวัลดังนี้

1. นายธีร์ ชอบแสงจันทร์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รางวัลเหรียญทอง
2. นายศักย์ศรณ์ กล่อมสังข์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รางวัลเหรียญทอง
3. นายธนเดช รุจานันท์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รางวัลเหรียญทอง
4. นายณชพล คูโณปการ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รางวัลเหรียญเงิน
5. นายธีรธร คงเขษม โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รางวัลเหรียญเงิน

ในการเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ มีคณะอาจารย์ควบคุมทีม ดังนี้
1. อาจารย์ ดร.งามจิตต์ เจียรกุลประเสริฐ (มหาวิทยาลัยศิลปากร) — หัวหน้าทีม
2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิมปุณยวัจน์ ทุมเมืองปัก (มหาวิทยาลัยขอนแก่น) — รองหัวหน้าทีม
3. รองศาสตราจารย์ ดร.อารีเฟ็น รัศมีศาสน์ (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี) — อาจารย์สังเกตการณ์

ความสำเร็จและการเติบโตในเวทีระดับสากลครั้งนี้ เกิดจากความเพียรพยายามของนักเรียนทุกคน รวมถึงความรัก ความเข้าใจ และการเคียงข้างจากครอบครัว และครู อาจารย์ตลอดจนการส่งเสริมจากมูลนิธิ สอวน. และศูนย์ สอวน. วิชาดาราศาวตร์ ทั่วประทศ ที่ร่วมกันผลักดันและเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่

ขอเชิญชวนชาวไทยร่วมส่งกำลังใจและแสดงความยินดีกับผู้แทนเยาวชนไทยทุกคนที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ และเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 14.45 ณ ชั้น 2 ประตู 1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ที่มา : https://www.facebook.com/100064451632155/posts/1521342713357435/?rdid=FkmSZTnqGZiPKDBC#

รัฐบาล เร่งบริหารจัดการน้ำเป็นระบบ!! เร่งสำรวจความเสียหายทั่วประเทศ โอนเงินเยียวยาประชาชนโดยเร็ว บริหารจัดการน้ำบูรณาการระบบ เตรียมพร้อมรับประชุม IMF-World Bank

นายกฯ ประชุม บกปภ.ช. สั่งเร่งสำรวจความเสียหาย–โอนเงินเยียวยา ย้ำบริหารจัดการน้ำเป็นระบบ รับประชุม IMF–World Bank

วันนี้ (5 ต.ค. 69) เวลา 08.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 โดยภาพรวมบางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังมีพื้นที่ประสบอุทกภัย เช่น จ.ปราจีนบุรี ปทุมธานี และฉะเชิงเทรา โดยนายกฯ กำชับกระทรวงสาธารณสุขเร่งสนับสนุนยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ และบุคลากรให้เพียงพอ รวมถึงเร่งจัดส่งยาที่จำเป็นไปยังพื้นที่จ.ปทุมธานี เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้โดยเร็ว

นายกฯ กำชับทุกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเร่งสำรวจความเสียหายรายครัวเรือน และจัดทำทะเบียนส่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเร่งโอนเงินเยียวยาให้ประชาชน พร้อมให้จังหวัดที่ประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้วเร่งใช้เงินทดลองราชการเพื่อช่วยเหลือประชาชน และดูแลผู้ประสบภัยในศูนย์พักพิงให้ได้รับความสะดวกและปลอดภัย โดยระบุว่า ภายในสัปดาห์นี้ต้องเห็นความคืบหน้าการโอนเงินเยียวยาประชาชน พร้อมกันนี้ยังมอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดระบบและขั้นตอนการเคลมประกันให้ชัดเจน ให้ประชาชนได้รับเงินเยียวยาโดยเร็วที่สุด

สำหรับสถานการณ์น้ำ นายกฯ กำชับทุกหน่วยงานบูรณาการข้อมูลและการบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะข้อมูลพยากรณ์ฝน ปริมาณน้ำเหนือ การระบายน้ำ และระดับน้ำทะเล เพื่อให้การวางแผนและแจ้งเตือนประชาชนสอดคล้องกับสถานการณ์จริง

นอกจากนี้ นายกฯ ขอให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมประจำปี 2569 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และกลุ่มธนาคารโลก ระหว่างวันที่ 12–18 ต.ค. 69 ณ กรุงเทพมหานคร โดยกำชับให้บริหารจัดการสถานการณ์น้ำและระบบคมนาคมไม่ให้กระทบต่อการประชุม พร้อมสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยว่ามีความพร้อมในการรองรับผู้เข้าร่วมงานและการลงทุนจากต่างประเทศ

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1547164977446228&id=100064582216937&rdid=XfhbtvHRlL0eCNvt#

สภานักศึกษา มธ. มอบรางวัลจารุพงษ์ ปี 2569 แก่ ‘ไผ่ จตุภัทร์’ ที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 27 คดีรวม ม.112 รอเยียวยา ชวนเข้าชื่อยกเลิกคำสั่ง 41 ในงาน 6 ตุลา ครบรอบ 50 ปี

สภานักศึกษา มธ. มอบรางวัลจารุพงษ์ ทองสินธุ์ ปี 2569 แก่ ‘ไผ่ จตุภัทร์’ เผยปัจจุบันถูกคุมขัง รับโทษในเรือนจำ พร้อมชวนเข้าชื่อยกเลิกคำสั่ง ฉบับ 41 ยุค 6 ตุลา
ลดโทษ ม.112

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม แฟนเพจเครือข่ายจัดงานรำลึก 6 ตุลาฯ เผยแพร่ประกาศจากสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยคณะกรรมการรางวัลจารุพงษ์ ทองสินธุ์ เพื่อประชาธิปไตย ปี 2569 ได้ตัดสินให้ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ เป็นผู้สมควรได้รับรางวัลจารุพงษ์ ทองสินธุ์ เพื่อประชาธิปไตย ประจำปี 2569 ซึ่งจะมีพิธีมอบรางวัลที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในวันที่ 6 ตุลาคม ภายในงานรำลึก 50 ปี 6 ตุลาฯ

พร้อมระบุว่า ปัจจุบันนี้ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ถูกดำเนินคดีทั้งสิ้น 27 คดี โดย 3 ใน 27 คดี คือคดี ม.112 ซึ่งถือได้ว่าเป็นมรดกบาปจากการรัฐประหารเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519

และในโอกาสที่วาระครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอชวนประชาคมธรรมศาสตร์ช่วยกันเข้าชื่อเพื่อเสนอยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 เพื่อยกเลิกอัตราโทษที่คณะรัฐประหารกำหนดไว้ และกลับไปใช้อัตราโทษเดิม สำหรับมาตรา 112 คือใช้อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ไม่มีโทษขั้นต่ำ โดยทุกคนสามารถมีส่วนร่วมลงชื่อได้ทาง https://decoup6octsins.com/

สำหรับรางวัลจารุพงษ์ ทองสินธุ์ เพื่อประชาธิปไตย คือรางวัลที่สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มอบให้แก่ผู้เคลื่อนไหวเรียกร้องและปกป้องประชาธิปไตย เช่นเดียวกันกับ จารุพงษ์ ทองสินธุ์ ที่สละชีวิตต่อความอยุติธรรมและความรุนแรงในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519

ที่มา : https://www.matichon.co.th/politics/news_5919622?

ในฐานะอดีต ประธาน Nation TV ใช้จ่ายปีละ ๒๕๐ ล้าน

ในฐานะอดีต ประธาน Nation TV ใช้จ่ายปีละ ๒๕๐ ล้าน คนดูยอดสูงลิ่วปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ยังได้กำไร Thai PBS ใช้เงินปีละ ๒,๕๐๐ล้านหรือเดือนหนึ่งเท่ากับ Nation TV ใช้ทั้งปี ใช้ความเป็นสื่ออิสระ ถลุงเงินเล่นพรรคเล่นพวก ต้องปิดเท่านั้น แล้วตรวจสอบการเงินย้อนหลัง เงินภาษีบาปให้โอนไปให้สภากาชาดไทยจะได้ประโยชน์กว่ามากมาย

สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม

ในฐานะอดีต ประธาน Nation TV ใช้จ่ายปีละ ๒๕๐ ล้าน คนดูยอดสูงลิ่วปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ยังได้กำไร Thai PBS ใช้เงินปีละ ๒,๕๐๐ล้านหรือเดือนหนึ่งเท่ากับ Nation TV ใช้ทั้งปี ใช้ความเป็นสื่ออิสระ ถลุงเงินเล่นพรรคเล่นพวก ต้องปิดเท่านั้น แล้วตรวจสอบการเงินย้อนหลัง เงินภาษีบาปให้โอนไปให้สภากาชาดไทยจะได้ประโยชน์กว่ามากมาย

สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม

สองพิธีศรัทธาพืชสวนโลกอุดรฯ สมเด็จพระมหาธีราจารย์–หลวงปู่ศิลา ร่วมเบิกเนตรพระศรีอริยเมตไตรยฯ เสริมสิริมงคลพืชสวนโลก อุดรธานีชูคุณค่าธรรมและวัฒนธรรม

สองพิธีสำคัญแห่งศรัทธา! สมเด็จพระมหาธีราจารย์–หลวงปู่ศิลา ร่วมเบิกเนตรพระศรีอริยเมตไตรยฯ อีกหนึ่งพิธีหลวงปู่ศิลาเมตตาเบิกเนตรพระพุทธรูปในสวนไม้พุทธประวัติ เสริมสิริมงคลพืชสวนโลกอุดรฯ

เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีประดิษฐานและเบิกเนตร “พระศรีอริยเมตไตรย พุทธภัทรบรมสุข” โดยมีหลวงปู่ศิลา สิริจันโท ร่วมประกอบพิธีเบิกเนตรและอธิษฐานจิต อีกทั้งหลวงปู่ศิลายังประกอบพิธีเบิกเนตรพระพุทธรูป ณ สวนไม้พุทธประวัติ เพื่อเสริมสิริมงคลแก่พื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ก่อนต้อนรับผู้มาเยือน

พื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี จัดพิธีประดิษฐานและเบิกเนตรพระพุทธรูปในสองพื้นที่สำคัญ โดยมีนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี และนายรพีภัทร จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเจ้าภาพและแม่งานหลักในการจัดพิธี เพื่อเสริมสิริมงคลแก่พื้นที่ พร้อมเชื่อมคุณค่าทางพระพุทธศาสนาเข้ากับความงดงามของพรรณไม้และภูมิทัศน์

นายรพีภัทรได้นิมนต์เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร หรือวัดโพธิ์และหลวงปู่ศิลา สิริจันโทให้ความสำคัญในการจัดพิธีเป็นอย่างยิ่ง โดยเป็นกำลังหลักในการประสานและขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างสมเกียรติ สะท้อนความตั้งใจที่จะให้พื้นที่พืชสวนโลกมีคุณค่าทั้งด้านธรรมชาติ การเรียนรู้ และการเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนและผู้มาเยือน จากทั่วทุกมุมโลก  

พระพุทธรูปที่ประดิษฐานในอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ และพระพุทธรูปภายในสวนไม้พุทธประวัติ เชื่อมโยงความงดงามของพุทธศิลป์เข้ากับเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา ท่ามกลางความร่มรื่นของพรรณไม้ เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความสงบ พร้อมเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับพุทธประวัติ

ด้านนายกัมพล ตันสัจจา ประธานนงนุช เวิลด์ พัทยา เป็นผู้ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์โครงการพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี โดยการจัดภูมิทัศน์เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเชื่อมพื้นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและสวนไม้พุทธประวัติให้กลมกลืนกับบรรยากาศของงาน

พิธีครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการเตรียมพื้นที่พืชสวนโลกอุดรธานีให้พร้อมต้อนรับผู้มาเยือน ด้วยความงดงามของธรรมชาติควบคู่กับคุณค่าทางวัฒนธรรมและศรัทธา ให้การมาเยือนเป็นทั้งโอกาสแห่งการเรียนรู้ การพักผ่อน และการสัมผัสความร่มเย็นทางจิตใจ

‘จอชชัว’ กลับถึงไทยอบอุ่น!! แฟนคลับจัดเซอร์ไพรส์ต้อนรับ หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 400 ม. ทำลายสถิติทีมวิ่งผลัด 4×400 ม. บรรยากาศอบอุ่นที่สนามบินสุวรรณภูมิ

จอชชัว กลับถึงไทย แฟนคลับเซอร์ไพรส์ ใส่หน้ากากรูปหน้าเจ้าตัว พร้อมธงชาติไทย มารอต้อนรับอย่างอบอุ่น หลังสร้างประวัติศาสตร์ ศึกเอเชียนเกมส์ 2026

เมื่อวันนี้ 5 ต.ค. 69 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ “จอชชัว” โรเบิร์ต แอทคินสัน นักกรีฑาทีมชาติไทย เดินทางกลับถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังเสร็จสิ้นภารกิจในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น

ในการแข่งขันครั้งนี้ “จอชชัว” โรเบิร์ต แอทคินสัน ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้าเหรียญทอง วิ่ง 400 เมตร (ชาย) สถิติ 44.90 วินาที (PB) และนำทีมวิ่งผลัดชาย 4×400 ม. ทำลายสถิติประเทศไทย คว้าที่ 4 ของเอเชีย

สำหรับการเดินทางกลับประเทศไทยในครั้งนี้ “จอชชัว” ได้รับการต้อนรับจากทีมนักกีฬากรีฑาไทย นำโดย “ป๊อก” ร.ต.ท. จิรายุ ปลีนารัมย์ อดีตนักกีฬากรีฑาทีมชาติไทย พร้อมด้วย “อาซิม” เมธาวี กัณหาอุดม “เต้” ธีรเดช บุญชิต “เบนนี่” โนนทะนำ และ “โค้ชอุ๊” ตรีวดี ยงพันธ์ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง นอกจากนี้ยังมีเหล่าแฟนคลับสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการใส่หน้ากากรูปหน้าเจ้าตัพร้อมธงชาติมารอต้อนรับอย่างอบอุ่น

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10426360

‘บุญเลิศ’ ชี้ไทยพีบีเอสต้องยกเครื่องครั้งใหญ่!! ปมบุคลากรเกือบ 1,300 คน งบใช้จ่ายจริงสูงถึงปีละ 2,800 ล้าน ตั้งคำถามค่าจ้างอดีตผู้บริหารหลักแสนต่อเดือน สตง.ตรวจสอบการใช้รถและจัดซื้อจัดจ้าง หนุนยกเครื่องครั้งใหญ่เพื่อความโปร่งใส

“บุญเลิศ คชายุทธเดช” กรรมการนโยบายไทยพีบีเอส เปิดปัญหาภายในองค์กร ชี้บุคลากรเกือบ 1,300 คน งบใช้จ่ายจริงแตะปีละ 2,600–2,800 ล้านบาท ตั้งคำถามค่าจ้างอดีตผู้บริหาร–ผู้เชี่ยวชาญหลักแสน ขณะที่ สตง.เข้าตรวจทั้งการใช้รถส่วนกลาง จัดซื้อจัดจ้าง และจ้างผลิตรายการภายนอก ย้ำถึงเวลายกเครื่องครั้งใหญ่ หากไม่กล้ายอมรับปัญหาอาจ “สายเกินแก้”

วันนี้ (5 ก.ย.) นายบุญเลิศ คชายุทธเดช กรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท. หรือ ไทยพีบีเอส) โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก “Boonlert Kachayudhadej” สะท้อนสถานการณ์ภายในองค์กรสื่อสาธารณะแห่งแรกของไทยภายใต้หัวข้อ “ต้องปฏิรูปใหญ่.. ก่อนจะสาย(เกินแก้)ไปกว่านี้” โดยระบุว่า นับเป็นครั้งที่คนในไทยพีบีเอสตื่นตัวและระทึกใจมากที่สุดในรอบ 18–19 ปี

ชี้ปัญหาคนล้นองค์กร งบประมาณทะลุ 2,800 ล้านบาท

นายบุญเลิศระบุว่า แม้ไทยพีบีเอสจะผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองมาหลายยุคสมัย แต่ปัจจุบันกลับประสบปัญหาภายใน โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณและบุคลากร โดยปัจจุบันมีบุคลากรเกือบ 1,300 คน ซึ่งตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงใช้คนจำนวนมากเมื่อเทียบกับสื่อดิจิทัลอื่นที่ปรับลดขนาดลง และมีการจ้างอดีตผู้บริหารที่เกษียณกลับมาเป็นโค้ชด้วยค่าจ้างสูงถึง 100,000 บาท/เดือน (สัญญา 6 เดือน รวม 600,000 บาท) รวมถึงผู้เชี่ยวชาญพิเศษค่าจ้างเกือบ 300,000 บาท/เดือน 

ซึ่งแม้ตามกฎหมายจะได้รับเงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบปีละไม่เกิน 2,000 ล้านบาท แต่เมื่อรวมรายได้อื่น เช่น ค่าบำรุงโครงข่าย (ปีละราว 400 ล้านบาท) และดอกเบี้ย รวมแล้วมีงบประมาณใช้จ่ายจริงสูงถึงปีละ 2,600 – 2,800 ล้านบาท

นอกจากประเด็นที่เครือข่ายพันธมิตรคัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ. เพื่อเปลี่ยนแหล่งรายได้จากภาษีบาปมาเป็นเงินงบประมาณแผ่นดิน (ซึ่งกังวลว่าอาจสูญเสียความเป็นอิสระ) นายบุญเลิศชี้ว่า สตง. (สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) ได้เข้ามาตรวจสอบการใช้เงินภายในองค์กรแล้ว

โดยระบุว่ามีการตรวจสอบในหลายประเด็น เช่น

1. การใช้รถส่วนกลางซ้ำซ้อน ผู้บริหารบางรายได้รับเงินค่าพาหนะเหมาจ่ายรายเดือน แต่ยังใช้รถส่วนกลาง ซึ่งอาจถูก สตง. เสนอแนะให้เรียกเงินคืน

2. การจัดซื้อจัดจ้าง ปัญหาการใช้วิธีเฉพาะเจาะจงที่อาจขัดต่อกฎหมาย

3. การจ้างภายนอก ค่าผลิตรายการและการจ้างผู้ดำเนินรายการภายนอกราคาสูง

พร้อมหนุนข้อเสนอ 6 องค์กรวิชาชีพสื่อ เร่งยกเครื่องผ่าตัดใหญ่ โดยนายบุญเลิศอ้างถึงแถลงการณ์ของ 6 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน (เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม) ที่เสนอให้มีการทบทวนกฎหมาย โครงสร้างการบริหาร และเรียกร้องให้ไทยพีบีเอสปฏิรูปการทำงานเพื่อแสดงคุณค่าและความโปร่งใสต่อประชาชน "หากไทยพีบีเอสอยากอยู่รอดได้ จำเป็นอย่างยิ่งต้องยกเครื่องผ่าตัดกันครั้งใหญ่ หากเบี่ยงเบนไปกลายเป็นองค์กรที่มุ่งปกป้องตัวเอง ไม่กล้านำเสนอ ไม่กล้ายอมรับว่าองค์กรก็มีปัญหา ใช้เงินจากภาษีบาปอย่างสุรุ่ยสุร่าย ไม่ถูกต้อง ก็อาจจะช้าหรือสายไปที่จะเยียวยา กอบกู้สถานการณ์" นายบุญเลิศ ระบุทิ้งท้าย 

สรุปตกลงกันได้!

นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ได้ยอมขอโทษนายสนธิ ลิ้มทองกุล และยอมรับว่าสิ่งที่นายเดชาโพสต์และพูดไปนั้นเป็นความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงหลายเรื่อง ทำให้นายสนธิ ลิ้มทองกุลได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะการกล่าวหาว่านายสนธิโกง หรือฉ้อโกงธนาคาร รวมถึงการกล่าวหาว่านายสนธิเป็นสื่อใหญ่ที่ตบทรัพย์ในวงการสื่อซึ่งไม่เป็นความจริง เมื่อตกลงกันได้คู่ความทั้งสองจึงได้ตัดสินใจถอนการฟ้องร้องคดีที่มีต่อกันทั้งหมดออกจากศาล เพื่อลดจำนวนคดีในศาล ตามนโยบายและคำแนะนำของศาล

ที่มา : ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1628473341979693&id=100044511276276&rdid=8eHphSOD8jKDEZqi#

'สรรเพชญ' นำทีมคมนาคมช่วยน้ำท่วมปทุมธานี ส่งอาหารแห้ง–น้ำดื่ม–ของจำเป็น 500 ชุด บรรเทาความเดือดร้อนปทุมฯ ลงพื้นที่ชุมชนบึงบัวให้กำลังใจ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

“สรรเพชญ” ลุยส่งต่อถุงยังชีพกว่า 500 ชุด บรรเทาทุกข์น้ำท่วมปทุมธานี หลายครัวเรือนยังเผชิญน้ำท่วมขัง

วันนี้ (6 ตุลาคม 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายพิษณุ พลธี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี เขต 7 พรรคภูมิใจไทย และนายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม จังหวัดปทุมธานี มอบถุงยังชีพ จำนวน 500 ชุด เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

โดยนายสรรเพชญ ได้เดินทางไปยังเทศบาลตำบลธัญบุรี มีนายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นางยุพเยาว์ หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลธัญบุรี ร่วมรับมอบถุงยังชีพ เพื่อนำไปกระจายต่อให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ก่อนที่นายสรรเพชญ และคณะ จะลงพื้นที่ชุมชนบึงบัว เพื่อเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ และมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ยังได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขัง

สำหรับพื้นที่อำเภอธัญบุรี เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ของจังหวัดปทุมธานี ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยจากการลงพื้นที่พบว่า ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่กว่า 7 ชุมชน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการสัญจรของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนที่อยู่บริเวณแนวคลอง ขณะที่หน่วยงานในพื้นที่ยังคงเร่งระบายน้ำและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับถุงยังชีพที่นำมามอบในครั้งนี้ จำนวน 500 ชุด ภายในประกอบด้วยอาหารแห้ง น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต โดยได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) และบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่สถานการณ์น้ำยังไม่คลี่คลาย

นายสรรเพชญ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงคมนาคม พร้อมระดมความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัด เพื่อสนับสนุนทั้งถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นให้เข้าถึงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนโดยเร็วที่สุด

“วันนี้ ยังมีพี่น้องประชาชนในหลายชุมชนของธัญบุรี ที่ต้องเผชิญกับน้ำท่วมขัง สิ่งสำคัญคือการเร่งนำความช่วยเหลือเข้าไปถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด ทั้งอาหาร น้ำดื่ม และของใช้จำเป็น พร้อมกับติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ”

นายสรรเพชญ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้ประสานให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ติดตามสถานการณ์น้ำ และผลกระทบต่อเส้นทางคมนาคมอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกับจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและตรงกับความต้องการต่อไป

ท่องเที่ยวไทยยังไม่ฟื้นเต็มตัว!! นักท่องเที่ยวไทยหายเกือบล้าน จีนดันยอดเที่ยวไทยรายสัปดาห์พุ่ง แต่ภาพรวมปี 2569 ยังติดลบ 3.88% ภูมิภาคเอเชียยังครองตลาดใหญ่

ปีนี้นักท่องเที่ยวหายไปเกือบ1ล้านคน
สองภาพนี้สะท้อนว่า ท่องเที่ยวไทยได้แรง+ระยะสั้นจาก Golden Week ของตลาดจีน ขณะที่ยอดสะสมยังต่ำกว่าปีก่อนและการฟื้นตัวแตกต่างกันมาก ในแต่ละตลาด

วิเคราะห์จากรายงานสัปดาห์ที่ 40 วันที่ 27 กันยายน–3 ตุลาคม 2569 โดยแยกการเติบโตเทียบสัปดาห์ก่อน หรือ WoW ออกจากการเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือ YoY ดังนี้ครับ

1. รายสัปดาห์ดีขึ้น แต่ยอดสะสมยังติดลบ
สัปดาห์นี้มีนักท่องเที่ยว 522,532 คน เพิ่มขึ้น 8.24% WoW ส่วนยอดสะสม 1 มกราคม–3 ตุลาคม
อยู่ที่ 23,452,895 คน ลดลง 3.88% YoY

2. จำนวนยังติดลบจากปีก่อน 9.47 แสนคน
เมื่อคำนวณย้อนกลับจากยอดสะสมและอัตราลดลง 3.88% ช่วงเดียวกันของปีก่อนน่าจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 24.40 ล้านคน เทียบกับปีนี้ 23.45 ล้านคน หมายความว่าไทยยังต้องเร่งฟื้นอีกมากเพื่อปิดช่องว่าง แม้บางสัปดาห์จะมีข่าวการเติบโตเป็นบวกก็ตาม

3. จีนคิดเป็นประมาณ 99.6% ของยอดเพิ่มสุทธิทั้งสัปดาห์
จีนมี 133,946 คน เพิ่มขึ้น 41.98% คำนวณได้ว่าเพิ่มจากสัปดาห์ก่อนประมาณ 39,605 คน ขณะที่ทั้งประเทศเพิ่มสุทธิ 39,781 คน ดังนั้นตลาดอื่นทั้งหมดรวมกันเพิ่มเพียงประมาณ 176 คน หรือ 0.05% นี่คือหลักฐานสำคัญว่าแรงส่งสัปดาห์นี้กระจุกตัวสูง ทั้งนี้ ตลาดอื่นบางแห่งยังเติบโต แต่ถูกหักล้างด้วยตลาดที่ลดลง

4. การพึ่งพาตลาดหลักเข้มข้นขึ้นในสัปดาห์วันหยุด
จีน มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้ รวมกันคิดเป็น 54.4% ของนักท่องเที่ยวสัปดาห์นี้ เทียบกับสัดส่วน 46.4% ในยอดสะสมปีนี้ โดยจีนประเทศเดียวมีสัดส่วนรายสัปดาห์ถึง 25.6% ธุรกิจที่พึ่งตลาดเหล่านี้มากจึงควรเตรียมรับความผันผวนหลังวันหยุด แต่ยังไม่ควรนำสัปดาห์พิเศษนี้ไปแทนโครงสร้างตลาดตลอดทั้งปี

5. สามภูมิภาคเอเชียยังเป็นฐานนักท่องเที่ยวหลักถึง 71.3%
เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ รวมกันมี 372,612 คน หรือประมาณ 7 ใน 10 ของนักท่องเที่ยวสัปดาห์นี้ ปฏิทินวันหยุดและความสะดวกในการเดินทางของตลาดเหล่านี้จึงมีน้ำหนักต่อจำนวนผู้เดินทางเข้าไทยสูง อย่างไรก็ตาม สัดส่วนจำนวนคนยังบอกไม่ได้ว่าแต่ละตลาดสร้างรายได้หรือกำไรมากเพียงใด

6. เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือเป็นตลาดใหญ่ที่สุด แต่ต้องแยกดูรายประเทศ
ภูมิภาคนี้มี 194,645 คน เพิ่มขึ้น 11.99% WoW คิดเป็น 37.3% ของทั้งหมด และยอดสะสมเพิ่ม 3.85% YoY ถือเป็นแรงพยุงสำคัญของปีนี้ แต่จีนมีสัดส่วนถึง 68.8% ภายในภูมิภาค การเติบโตระดับภูมิภาคจึงยังไม่แปลว่าจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และฮ่องกงดีขึ้นพร้อมกัน

7. เมื่อแยกจีนออก ตลาดอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือมีสัญญาณอ่อนลง
หากตัวเลขรายประเทศและรายภูมิภาคใช้ฐานเดียวกัน การคำนวณย้อนกลับพบว่า ตลาดในภูมิภาคนี้นอกเหนือจากจีนลดจากประมาณ 79,464 คน เหลือ 60,699 คน หรือลดลง 23.6% WoW
เป็นประเด็นที่ควรตรวจข้อมูลรายประเทศเพิ่มเติม เพราะค่าเฉลี่ยระดับภูมิภาคอาจบดบังตลาดที่กำลังอ่อนตัวอยู่

8. เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นจุดอ่อนที่ต่อเนื่อง
สัปดาห์นี้มี 124,535 คน ลดลงเพียง 0.38% WoW ดูเหมือนแทบทรงตัว แต่ยอดสะสมลดลงถึง 15.40% YoY และทั้งไตรมาส 1–3 ยังติดลบต่อเนื่องที่ −18.49%, −10.78% และ −17.16% ตามลำดับ

9. มาเลเซียยังสำคัญมาก แม้ตัวเลขรายสัปดาห์ลดเล็กน้อย
มาเลเซียมี 59,871 คน ลดลง 0.64% WoW แต่คิดเป็นประมาณ 48.1% ของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมียอดสะสมเกือบ 2.98 ล้านคน

10. อินเดียเป็นแรงส่งที่ชัดเจน และครองตลาดเอเชียใต้เกือบทั้งหมด
อินเดียมี 46,942 คน เพิ่มขึ้น 16.53% WoW และคิดเป็น 87.9% ของนักท่องเที่ยวเอเชียใต้ สะท้อนว่าเมื่อพูดถึงโอกาสจากเอเชียใต้ในสัปดาห์นี้ น้ำหนักส่วนใหญ่อยู่ที่อินเดีย

11. เอเชียใต้มีแรงฟื้นรายสัปดาห์ แต่แนวโน้มรายไตรมาสอ่อนลง
ทั้งภูมิภาคเพิ่ม 11.54% WoW แต่การเติบโต YoY เปลี่ยนจาก +12.73% ในไตรมาส 1 เป็น −4.65% ในไตรมาส 2 และ −14.68% ในไตรมาส 3 ทำให้ยอดสะสมอยู่ที่ −2.79%

12. ยุโรปเริ่มมีแรงส่ง แต่ยอดสะสมยังใกล้เคียงปีก่อน
ยุโรปมี 90,784 คน เพิ่มขึ้น 11.40% WoW แต่ยอดสะสมโตเพียง 0.27% YoY ส่วนรัสเซียมี 22,326 คน เพิ่มขึ้น 14.23% WoW และคิดเป็นประมาณหนึ่งในสี่ของภูมิภาคตามการจัดกลุ่มในรายงาน จึงเห็นโอกาสเตรียมรับตลาดช่วงปลายปี แต่ยังต้องใช้ยอดจองล่วงหน้ามายืนยันความต่อเนื่อง

13. อเมริกาโตเร็วรายสัปดาห์ แต่ยังมีขนาดตลาดจำกัด
นักท่องเที่ยวจากอเมริกามี 20,610 คน เพิ่มขึ้น 17.05% WoW แต่คิดเป็นเพียง 3.9% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด และยอดสะสมโตเพียง 0.36% YoY
การอ่านเปอร์เซ็นต์เติบโตจึงต้องดูขนาดฐานควบคู่กัน สำหรับการจัดงบตลาด ควรพิจารณารายได้สุทธิต่อการจองและต้นทุนหาลูกค้าเพิ่มเติมด้วย

14. ตะวันออกกลางฟื้นเร็วที่สุดรายสัปดาห์ แต่ยังชดเชยช่วงต้นปีไม่ครบ
ภูมิภาคนี้มี 15,097 คน เพิ่มขึ้น 28.67% WoW สูงที่สุดในหกภูมิภาคที่แสดง ไตรมาส 3 ก็กลับมาโต 12.94% YoY หลังไตรมาส 2 ลดลง 27.94% แต่ยอดสะสมยังติดลบ 5.24% จึงเป็นสัญญาณฟื้นจากช่วงที่อ่อนแรง

15. ต้นเดือนตุลาคมยังต่ำกว่าปีก่อนใน 5 จาก 6 ภูมิภาค
ตารางด้านล่างของภาพให้สัญญาณที่ควรติดตาม แม้จำนวนรายสัปดาห์หลายภูมิภาคจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
นี่เป็นข้อมูลเพียงสามวันแรกของเดือน จึงไวต่อวันหยุดและตารางเที่ยวบิน ยังใช้ตัดสินผลทั้งเดือนตุลาคมไม่ได้

16. รายได้เฉลี่ยประมาณ 48,714 บาทต่อการเดินทาง ยังไม่ยืนยันว่าคุณภาพการท่องเที่ยวดีขึ้น
รายได้สะสม 1,142,485 ล้านบาท หรือประมาณ 1.142 ล้านล้านบาท หารด้วยนักท่องเที่ยวสะสม ได้ค่าเฉลี่ยประมาณ 48,714 บาท ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยตลอดการเดินทาง ไม่ใช่ต่อวัน และไม่ใช่กำไรของผู้ประกอบการ การประเมินการท่องเที่ยวคุณภาพสูงยังต้องดูระยะพัก ค่าใช้จ่ายต่อวัน รายได้ที่ตกถึงธุรกิจท้องถิ่น และการเปลี่ยนแปลงเทียบปีก่อน

17. ข้อความว่าตลาดระยะไกล “ชะลอตัว” ต้องระบุฐานเปรียบเทียบให้ชัด
หน้าสรุประบุว่าตลาดระยะไกลพักตัวก่อน High season แต่หน้ารายภูมิภาคแสดงว่ายุโรป อเมริกา และตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น WoW ทั้งหมด คำว่า “ชะลอ” อาจหมายถึงโตช้าลง เทียบกับแนวโน้มเดิม หรือใช้ขอบเขตตลาดต่างกัน จึงควรตรวจคำอธิบายเพิ่มเติมก่อนสรุปว่าจำนวนนักท่องเที่ยวระยะไกลกำลังลดลง

18. ยอดนักท่องเที่ยวรวมที่เพิ่มขึ้นยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าน้ำท่วมไม่มีผลกระทบ
รายงานประเมินว่าข่าวน้ำท่วมยังไม่ส่งผลโดยตรงต่อการท่องเที่ยว พร้อมระบุผลกระทบบางส่วนจากการยกเลิกเที่ยวบิน แต่ภาพไม่ได้แสดงจำนวนเที่ยวบิน ผู้โดยสาร หรือยอดจองที่ได้รับผลกระทบ จึงควรติดตามการยกเลิกห้องพัก การเลื่อนเดินทาง และยอดจองใหม่รายพื้นที่ เพราะแรงส่งจากวันหยุดอาจหักล้างผลกระทบบางส่วนในยอดรวมได้

ที่มา : https://www.facebook.com/100002109974754/posts/28540062775647341/?rdid=l0ZywjfzC8CNgsPn#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top