Monday, 8 June 2026
GoodsVoice

ไทยอันดับ 3 จ่ายเงินแบบเรียลไทม์ 9.7 พันล้านครั้ง ด้านรบ. โว ผลจากการขับเคลื่อนนโยบาย e-Payment

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข้อมูลจากการสำรวจของ เอซีไอ เวิลด์ไวด์ (ACI Worldwide) ว่า ในปี 2564 ประเทศไทยมียอดการทำธุรกรรมการชำระเงินแบบเรียลไทม์จำนวน 9,700 ล้านครั้งในปี 2564 - ครองอันดับ 3 ของโลก รองจากอินเดีย (48.6 พันล้านครั้ง) และจีน (18.5 พันล้านครั้ง) ซึ่งการชำระเงินแบบเรียลไทม์นี้ช่วยเพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจคิดเป็น 2.08% ของ GDP – ซึ่งอยู่อันดับที่ 2 จาก 30 ประเทศ ขณะที่ใน ปี2563 และ 2562 ตัวเลขการทำธุรกรรมอยู่ที่ 5.24 พันล้านครั้ง และ 2.57 พันล้านครั้ง ตามลำดับ

การชำระเงินแบบเรียลไทม์ในประเทศมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในประชาชนทุกช่วงวัยและผู้ประกอบการทุกขนาด อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินของประเทศเป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานโลก ทั้งนี้มาจากการขับเคลื่อนนโยบายการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment) นับตั้งแต่ปี 2558 ผ่านโครงการ อาทิ

‘การบินไทย’ เปิดเส้นทางบินสู่ ‘เมืองเจดดาห์ เริ่ม 19 ส.ค.นี้ หลังไทยฟื้นสัมพันธ์ซาอุดีอาระเบีย

‘การบินไทย’ ประกาศเปิดเส้นทางบินใหม่สู่เจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย ขานรับความสำเร็จการฟื้นฟูความสัมพันธ์ ไทย-ซาอุดีอาระเบีย

วันที่ (21 มิ.ย. 65) รายงานข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทยเตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่สู่เจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย รองรับความสำเร็จในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ ไทย-ซาอุดีอาระเบีย ภายหลังจากที่รัฐบาลไทยได้เดินทางไปเยือนประเทศซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ และประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ ไทย – ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมและเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ การค้าและการท่องเที่ยว ระหว่างสองประเทศ

บริษัทการบินไทยฯ ในฐานะสายการบินแห่งชาติ จึงขานรับและสนับสนุนนโยบายดังกล่าว ด้วยการเปิดเส้นทางบินจากกรุงเทพฯ สู่เจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย โดยจะเริ่มวันที่ (19 ส.ค. 65) และการเปิดเส้นทางบินดังกล่าวยังเป็นการเชื่อมต่อการเดินทางของผู้โดยสารจากประเทศในแถบภูมิภาคอินโดจีน ออสเตรเลีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเดินทางไปยังประเทศในตะวันออกกลางได้สะดวกด้วย

รายงานข่าวระบุด้วยว่า ซาอุดีอาระเบีย เป็นประเทศในตะวันออกกลางที่มีขนาดใหญ่ ได้รับการขนานนามให้เป็นประตูสู่นครเมกกะ และเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อสู่เมืองอื่น ๆ ในตะวันออกกลาง มีสถานที่รวมทั้งสถาปัตยกรรมที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์หลายแห่งที่จะสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว และเมืองเจดดาห์ เป็นหนึ่งในเมืองตากอากาศยอดนิยมของซาอุดีอาระเบีย มีชื่อเสียงในด้านการประมงและอาหารทะเล

'อลงกรณ์' ประกาศนโยบายส่งเสริมเกษตรปลอดภัยสู่เกษตรมูลค่าสูง ตั้งเป้าสร้างรายได้ 2 ล้านล้านบาทภายในปี 2030

ในงานเสวนาหัวข้อ 'อินทรีย์ - เคมี โอกาสของไทย ภายใต้วิกฤตอาหารโลก' วันนี้ (21 มิ.ย.) ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค โดยมีนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นประธานเปิดงานซึ่งจัดโดยกลุ่มอุตสาหกรรมเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย และเกษตรกรผู้ปลูกผักแบบ GAP พร้อมด้วย นางสาวเพชรรัตน์ เอกแสงกุล ประธานกิตติมศักดิ์ กรรมการคณะกรรมการกลุ่มอุตสาหกรรมเคมี รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายสุภัค เหล่าดี เลขานุการฝ่ายวิชาการ สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย ดร.จรรยา มณีโชติ นายกสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย นายสุรวุฒิ ศรีนาม เกษตรกรผู้ปลูกผักมาตรฐาน GAP ผู้แทนภาคเอกชน ภาครัฐ เกษตรกร และผู้แทนพรรคการเมือง เช่น นายอลงกรณ์ พลบุตร พรรคประชาธิปัตย์ นายสฤษฏ์พงษ์เกี่ยวข้อง พรรคภูมิใจไทย นางสาวสกุณา สาระนันท์ พรรคเพื่อไทย และ ดร. เดชรัต สุขกำเนิด พรรคก้าวไกล ร่วมแสดงวิสัยทัศน์และหาทางออกในการเพิ่มศักยภาพการผลิตวัตถุดิบทางการเกษตรอย่างมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ใช้ปัจจัยการผลิต ปุ๋ย และสารเคมีเกษตรเพื่ออาหารปลอดภัย

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ภายใต้วิกฤติโควิด การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสงครามรัสเซีย-ยูเครน กระทบต่อห่วงโซ่การผลิตอาหารและราคาอาหารแพงขึ้น ทำให้โลกเผชิญปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหาร ซึ่งเป็นโอกาสในวิกฤติของไทย ในฐานะที่เป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าเกษตรชั้นนำของโลกและเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารอันดับ 12 ของโลกจากกว่า 200 ประเทศ เพื่อตอบโจทย์โอกาสแห่งอนาคต พรรคประชาธิปัตย์จึงกำหนดแนวทางในการพัฒนาภาคเกษตรด้วย 5 เป้าหมายในการสร้างมิติใหม่จากครัวไทยสู่ครัวโลกได้แก่...

1. เป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัยท็อปเทนของโลก

2. เพิ่มรายได้เกษตรกร เพิ่มรายได้ส่งออกอาหาร 2 ล้านล้านภายในปี 2030

3. ประเทศชั้นนำเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองและชนบท

4. ลดก๊าซเรือนกระจกแก้ปัญหาโลกร้อน ตอบโจทย์ Climate Change

5. ร่วมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ขจัดความอดอยากหิวโหย

ทั้งนี้มีนโยบายหลักๆที่ยกมาเป็นตัวอย่าง เช่น...

1. นโยบายประกันรายได้เกษตรกรสู่การเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนด้วยการต่อยอดพัฒนาสู่เกษตรมูลค่าสูง

2. นโยบายส่งเสริมเกษตรปลอดภัย เกษตรมั่นคง  และเกษตรยั่งยืน บนฐาน คุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตร

3. นโยบายตลาดนำการผลิต และระบบการค้าที่เป็นธรรม (Fair trade)

4. นโยบายส่งเสริมเทคโนโลยีเกษตรเพื่อลดต้นทุนเพิ่มผลิตภาพการผลิต (Productivity)

5. นโยบายอาหารแห่งอนาคตเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตสินค้าเกษตร เช่นโปรตีนทางเลือกใหม่ ได้แก่ โปรตีนแมลง โปรตีนพืช สาหร่าย ผำ เห็ด เป็นต้น

6. นโยบายโลจิสติกส์เกษตร เชื่อมไทยเชื่อมโลกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการเปิดประตูการค้าใหม่ เช่น เกตเวย์อีสาน - เหนือ - ใต้ - ออก - ตกรวมทั้งเส้นทางขนส่งใหม่ๆ เช่นเส้นทางรถไฟจีน-ลาว 

สำหรับประเด็นเรื่องเกษตรเคมีและเกษตรอินทรีย์ จะขับเคลื่อนสนับสนุนส่งเสริมเกษตรปลอดภัยด้วย 3 แนวทางไปพร้อมๆ กัน ได้แก่...

1.เกษตรอินทรีย์

2.เกษตรเคมี-อินทรีย์

3.เกษตรเคมี 

ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม...

1.เกษตรรายย่อย

2.เกษตรพาณิชย์ 

3.เกษตรอุตสาหกรรม

4.เกษตรส่งออก โดยจะส่งเสริมให้มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจเกษตรหรือนิคมเกษตรอุตสาหกรรมเพื่อเป็นฐานการแปรรูปอาหารปลอดภัยใน18กลุ่มจังหวัดตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่เพื่อกระจายโอกาส การค้า การลงทุนและการจ้างงานไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ

'โทนี่' ชี้!! 'กอดเงินสดไว้' ในเศรษฐกิจแบบนี้ ไม่ต้องรีบซื้อหุ้น 'อีเทอเรียม-บิตคอยน์'

เฟซบุ๊ก CARE • แคร์ คิด เคลื่อน ไทย ได้ไลฟ์สด การพูดคุยกับ โทนี่ วู้ดซัม หรือ นายทักษิณ ชินวัตร ในหัวข้อ 'เศรษฐกิจพังยับ ประยุทธ์รับมือไม่ไหว' โดยโทนี่ กล่าวตอนหนึ่งว่า...

"วันที่ (21 มิ.ย.) ตรงกับวันคล้ายวันเกิดของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งบังเอิญตรงกับวันที่ช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุด ภาษาอังกฤษเรียกกันว่า Solstice หรือบ้านเราเรียก อะไรนะ ครีษมายัน ผมก็เรียกภาษาพวกนี้ไม่ค่อยถูก ภาษาอังกฤษก็ไม่ดี ภาษาไทยก็เริ่มเสีย อยู่เมืองนอกนาน กลับบ้านดีกว่านะ”

โทนี่ กล่าวว่า ผลสำรวจจาก สถาบันจัดอันดับศักยภาพในการแข่งขัน (IMD) ปีนี้ไทยหล่นลงมา 5 อันดับ จากอันดับที่ 28 มาเป็นอันดับที่ 33 ขณะที่หลายประเทศไต่อันดับสูงขึ้น เช่น สิงคโปร์ อยู่ที่อันดับ 3 และไต้หวัน อยู่ที่อันดับ 5 สะท้อนว่าประเทศไทยมีปัญหา โดยเฉพาะระบบราชการ เป็นสิ่งที่ฝ่ายประชาธิปไตยต้องแก้ไข หลังจากจมกับระบอบเผด็จการมานาน สิ่งสำคัญคือควรเร่งเตรียมความพร้อมเยาวชนให้มีทักษะทัดเทียมกับในหลายประเทศ

รัฐเล็งตั้ง ‘กระทรวงน้ำ’ ยกระดับบริหารจัดการ ‘วิกฤต-ความมั่นคงน้ำ’ แบบก้าวกระโดด

รัฐเล็งตั้ง ‘กระทรวงน้ำ’ เร่งยกระดับการบริหารจัดการน้ำภาพรวมแบบก้าวกระโดด มุ่งตอบความต้องการประชาชน รับการเผชิญวิกฤตและความมั่นคงน้ำที่ยั่งยืน 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ครั้งที่ 2 / 65 โดยที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาให้ความเห็นและข้อเสนอแนะ ต่อผลการศึกษาโครงการวิจัยการศึกษานวัตกรรมเชิงระบบ โครงสร้างและกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ จาก สอวช.ที่ร่วมจัดทำกับ TDRI โดยสรุปภาพรวม แนวโน้มบริบทของน้ำในอนาคต มีความต้องการน้ำสูง ปริมาณมีความแปรปรวนสูงจากปัญหาสภาพอากาศ การใช้น้ำมีผลิตภาพต่ำ ใช้น้ำสิ้นเปลืองและน้ำต้นทุนไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำ ปัญหาการบริหารจัดการน้ำ ยังขาดเอกภาพและการบูรณาการที่เชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ ทั้งอำนาจหน้าที่ แผนงาน โครงการและงบประมาณ มีหน่วยงานรับผิดชอบด้านน้ำมากเกินไป 

 



ทั้งนี้ หน่วยงานรัฐ ยังเน้นแก้ปัญหาด้วยการลงทุนก่อสร้าง และไม่ให้ความสำคัญกับการจัดการด้านความต้องการ พร้อมเสนอ การออกแบบ Roadmap การพัฒนานวัตกรรมเชิงระบบ เพื่อการบริหารจัดการน้ำ ที่ประชุมจึงเห็นชอบหลักการ ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับ สทนช. (สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ) ให้สามารถขับเคลื่อนภารกิจ เพื่อนำไปสู่การพัฒนา เป็นการจัดตั้ง ‘กระทรวง’ ในอนาคตต่อไป โดยขยายบทบาทให้ครอบคลุมทั้งมิติอุปสงค์และอุปทาน

Fitch Ratings คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยอยู่ในระดับมีเสถียรภาพ

นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ (21 มิ.ย. 65) บริษัท Fitch Ratings (Fitch) ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) โดยมีรายละเอียดดังนี้

1) ภาคการคลังสาธารณะ (Public Finance) มีความเข้มแข็งเป็นผลจากการบริหารจัดการทางการคลังอย่างรอบคอบ โดยมีกรอบนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่แข็งแกร่ง โดย Fitch คาดว่า ปี 2565 ประเทศไทยจะขาดดุลงบประมาณลดลง เนื่องจากมีการจัดเก็บรายได้ที่มีประสิทธิภาพ และมีมาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ที่ผ่อนคลายขึ้น สำหรับสัดส่วนหนี้ภาครัฐบาล (General Government Debt) ต่อ GDP ของประเทศไทยปี 2565 คาดว่า จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 55.4 ต่อ GDP ซึ่งอยู่ในระดับค่ากลางเดียวกับกลุ่มประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับเดียวกัน (Peers) โดยจะสูงขึ้นเป็นร้อยละ 56.6 ต่อ GDP ในปี 2569 อย่างไรก็ดี รัฐบาลไทยจะสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีแนวทางการบริหารจัดการทางการคลังอย่างรอบคอบและมีหนี้สาธารณะส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินบาท ประกอบกับมีตลาดทุนในประเทศที่มั่นคง

นอกจากนี้ Fitch คาดว่า เศรษฐกิจของประเทศไทยจะขยายตัวที่ร้อยละ 4.5 เนื่องจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศและการกลับมาของนักท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 6.5 ล้านคนในปี 2565 เป็น 22 ล้านคนในปี 2566

'เฉลิมชัย' เดินหน้าพัฒนาเกษตรอีสาน มอบ 'อลงกรณ์' คิกออฟงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ

'เฉลิมชัย' เดินหน้าพัฒนาเกษตรอีสานมอบ 'อลงกรณ์' คิกออฟงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติโชว์เทคโนโลยีอัจฉริยะและนวัตกรรมลดต้นทุนการผลิต เพิ่มศักยภาพชาวนาวิถีใหม่พร้อมมอบที่ทำกิน สปก.กว่า 200 ครัวเรือน

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวระดับเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2565 ภายใต้แนวคิดงาน “๙๐ พรรษา ชาวนาวิถีใหม่ ๙ ไกลด้วยพระบารมี” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 - 25 มิถุนายน 2565 โดยมีนางสาวนนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมการข้าว นายทินกร อ่อนประทุม นายณฐกร สุวรรณธาดา คณะทำงานที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ.และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ณ ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว จัดงานดังกล่าวขึ้นเพื่อเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านข้าวแก่ชาวนาและผู้สนใจทั่วไป นำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตข้าว รวมถึงผลงานของกรมการข้าวด้านอื่น ๆ ที่ดำเนินการในรอบปีที่ผ่านมา โดยให้ความสำคัญด้านการวางแผนการผลิต ระบบการผลิต และการบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งจะนำไปสู่ความมั่นคงแก่ชาวนา รวมทั้งเป็นการเชิดชูเกียรติ และสร้างขวัญกำลังใจให้กับชาวนา ในฐานะผู้ผลิตอาหารหลักให้กับประชาชนทั้งประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นช่องทางให้ชาวนาได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และประสบการณ์กับหน่วยงานราชการ เอกชน และชาวนาด้วยกัน

“การจัดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวฯ ถือเป็นการแสดงวัฒนธรรมด้านข้าว ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อสร้างการเรียนรู้ของเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ เกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตข้าวให้เหมาะสม ทำให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด ซึ่งจะเป็นแนวทางหนึ่งในการที่จะเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวของชาวนาให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ตามหลักการพึ่งพาตนเอง และทำให้อาชีพการทำนามีความยั่งยืน ก่อให้เกิดความมั่นคงแก่เกษตรกรต่อไป” นายอลงกรณ์ กล่าว

พาณิชย์ฯ ดัน 3 สินค้า GI ไทย เข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น คาดดึงรายได้กลับชุมชนท้องถิ่นกว่า 1,200 ลบ.

'พาณิชย์ฯ' ดัน กาแฟดอยตุง, กาแฟดอยช้าง, สับปะรดห้วยมุ่น 3 สินค้า GI ไทย เข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น เชื่อ!! สร้างรายได้ให้เกษตรกรท้องถิ่นได้กว่า 1,200 ล้านบาท

นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งเสริมสินค้าชุมชนท้องถิ่นให้ขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศจำเป็นต้องอาศัยทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI : Geographical Indications) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยยกระดับสินค้าท้องถิ่นและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในคุณภาพสินค้า GI ไทย

สำหรับ GI นั้น เป็นสินค้าที่มาจากแหล่งผลิตที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งคุณภาพ หรือชื่อเสียงของสินค้านั้น ๆ เป็นผลมาจากการผลิตในพื้นที่ดังกล่าว GI จึงเปรียบเสมือนเป็น 'แบรนด์' ของท้องถิ่นที่บ่งบอกถึงคุณภาพ และแหล่งที่มาของสินค้า 

พูดง่าย ๆ ก็คือ เป็นสินค้าที่ผลิตได้จากท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่งเท่านั้น ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากภูมิปัญญาเฉพาะ หรือลักษณะทางภูมิศาสตร์เฉพาะของท้องถิ่นนั้น เช่น ดิน อากาศ แร่ธาตุ ฯลฯ ทำให้ได้สินค้าที่มีอัตลักษณ์ มีลักษณะเฉพาะ หรือรสชาติเฉพาะ ที่สินค้าแบบเดียวกันของท้องถิ่นอื่นไม่มี และเลียนแบบไม่ได้

‘บิ๊กตู่’ ปลื้ม กรุงเทพฯ ครองอันดับ 2 เมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับกลุ่ม “Digital Nomads” ปี 2022

‘บิ๊กตู่’ ปลื้ม กรุงเทพฯ ครองอันดับ 2 เมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับกลุ่ม “Digital Nomads” ปี 2022 กำชับทุกฝ่ายต่อยอดโอกาสพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในทุกมิติ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ (24 มิ.ย.) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่เว็บไซต์ Instant Offices ผู้ให้บริการปรึกษาและจัดหาพื้นที่ทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Workspace) ที่มีเครือข่ายใหญ่ที่สุดในโลกจากสหราชอาณาจักร ได้จัดให้กรุงเทพมหานครเป็นอันดับ 2 เมืองที่ดีที่สุดในโลกที่เหมาะสำหรับดิจิทัลโนแมด (Best Digital Nomad Cities Globally 2022) ทั้งยังถือเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย ชื่นชมทุกฝ่ายร่วมมือกันพัฒนากรุงเทพฯ สู่เมืองที่เหมาะแก่การทำงานและพักผ่อนระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันกระแสดิจิทัลโนแมด (Digital Nomad) หรือกลุ่มคนผู้ใช้ชีวิตเดินทางท่องเที่ยวไปพร้อมกับการทำงานนอกออฟฟิศ ซึ่งใช้ระบบอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือหลักในการหารายได้กำลังเป็นที่นิยม โดยเว็บไซต์ Instant Offices ภายใต้บริษัท The Instant Group บริษัทด้านการหาผลลัพธ์การทำงานที่ยืดหยุ่นจากสหราชอาณาจักร จัดกรุงเทพมหานครเป็นอันดับที่ 2 เมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับกลุ่ม “Digital Nomads” ประจำปี 2022 (Best Digital Nomad Cities Globally 2022) และถือเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย จากการจัดอันดับ 80 เมืองทั่วโลก ผ่านการพิจารณาปัจจัยด้านต่าง ๆ เช่น ความสามารถในการจับจ่าย สภาพภูมิอากาศ ความเร็วของระบบอินเตอร์เน็ต ทิวทัศน์ และการขนส่ง เป็นต้น โดยกรุงเทพฯ นำเสนออาหารท้องถิ่นที่ยอดเยี่ยมหลากหลาย ตลาดอาหารริมทาง (Street Food) ที่มีชีวิตชีวา พร้อมด้วยจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi กว่า 15,000 แห่ง และที่พักบางแห่งถือว่ามีราคาถูกที่สุดจากทุกเมืองที่ทำการสำรวจ

ซาอุฯ ต้องการพยาบาลไทยเพิ่มอีก 400 อัตรา เงินเดือนสูงสุดหลักแสนบาทพร้อมสวัสดิการเพียบ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า... เงินเดือนสูงสุดหลักแสน พยาบาลไทย ไปทำงานที่ซาอุฯ เปิดรับเพิ่มกว่า 400 อัตรา นะครับ อย่าลืมแชร์ข่าวดี ๆ ไปบอกคนใกล้ตัว 

รับตำแหน่ง ผู้จัดการพยาบาล หัวหน้าพยาบาล พยาบาลผู้ดูแล ประสบการณ์สูง มากกว่า 4 ร้อยอัตรา เงินเดือน สูงสุด 1 แสนบาท ตามตำแหน่งและประสบการณ์การทำงาน ผู้สนใจสมัครได้ระหว่างวันที่ (24 มิถุนายน – 4 กรกฎาคม 2565)

บริษัท KING FAHAD MEDICAL CITY ซึ่งประกอบกิจการบริการทางการแพทย์ จำนวน 400 อัตรา ได้แก่ 

ผู้จัดการพยาบาล จำนวน 20 อัตรา 

หัวหน้าพยาบาล จำนวน 30 อัตรา 

พยาบาลหัวหน้าเวร จำนวน 50 อัตรา 

พยาบาลผู้ดูแล1 จำนวน 200 อัตรา 

พยาบาลผู้ดูแล2 จำนวน 100 อัตรา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top