Monday, 8 June 2026
GoodsVoice

‘มาคาเลียส’ ปลื้ม!! กวาดรายได้ 20 ล้านบาท หลังอัด ‘โปรปัง’ ตรงไลฟ์สไตล์สายเที่ยว

มาคาเลียส (Makalius) สตาร์ตอัปธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์ชั้นนำของประเทศไทย เผยภาพรวมการท่องเที่ยวภายในประเทศช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา คึกคักกว่า 2 ปีก่อน เดินหน้าจับมือพันธมิตรโรงแรมชั้นนำใกล้กรุงและเรือสำราญอัดโปรโมชันแรง กวาดรายได้รวมกว่า 20 ล้านบาท พร้อมชี้พฤติกรรมผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญกับราคาและคุณภาพความสะอาดเป็นหัวใจหลักของการตัดสินใจ และเน้นการเที่ยวแบบกลุ่มขนาดเล็ก เดินทางไม่ไกล อย่าง พัทยา, หัวหิน, ปราณบุรี, นครราชสีมา, กาญจนบุรี และนครนายก

นางสาวณีรนุช ไตรจักร์วนิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาคาเลียส ประเทศไทย จำกัด (Makalius) สตาร์ตอัปธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์ชั้นนำของประเทศไทย เผยภาพรวมการท่องเที่ยวภายในประเทศช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาว่า “ภาพรวมการท่องเที่ยวภายในประเทศช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมามีความคึกคักเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของ 2 ปี ที่ผ่านมา เป็นผลมาจากมาตรการของภาครัฐบาล ในเรื่องการคลายล็อกดาวน์และการเร่งเดินหน้าฉีดวัคซีนให้ประชาชน ประกอบกับการจัดโปรโมชันกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาคเอกชน เช่นเดียวกับมาคาเลียสที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรโรงแรมดังใกล้กรุงอย่าง Bayphere Pattaya by Best Western Premier, Golden Tulip Pattaya Beach Resort, The SPA KohChang Resort, Talay Tara Resort Pranburi, The Antique Riverside Ratchaburi, Tongtaphaview samed Resort Rayong และ Coral Tree Villa Resort Huahin พร้อมทั้งยังได้ร่วมมือกับเรือสำราญล่องแม่น้ำเจ้าพระยาจัดโปรโมชันพิเศษ ส่งให้มียอดการสั่งจองวอเชอร์ตลอดเดือนเมษายน สูงกว่า 5,000 วอเชอร์ หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท”

'กอร์ปศักดิ์' ทวิตแนะ!! รัฐเครดิตการคลังดี กู้เงินฟื้นฟู ศก.ได้ แค่ต้องมีวินัยจัดสรรงบ

(5 พ.ค. 65) นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ประธานยุทธศาสตร์และนโยบายพรรคกล้า ทวิตข้อความระบุเปรียบเทียบศักยภาพ ในการกู้เงินจากสถาบันการเงิน ของเอกชน และรัฐบาล ว่า... 

เอกชนจะกู้เงินจากสถาบันการเงินได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับตัวเลขรายได้ เพราะรายได้ทำหน้าที่เป็นเพดานในการกู้เงิน รัฐบาลกู้เงินง่ายกว่าเอกชน เนื่องจากเครดิตประเทศดี จะกู้มากน้อยแค่ไหนไม่เป็นปัญหา แต่หากรัฐบาลกู้อย่างงมงาย ขาดวินัยทางการเงินการคลัง ประเทศมีสิทธิล่มสลายได้เหมือนกัน

นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีพรบ.วินัยทางการเงินการคลัง 2561 กำกับการกู้เงินของรัฐไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง กฎหมายให้มีการกำหนดสัดส่วนการกู้และภาระหนี้ ถ้าเป็นหนี้สาธรณะ กำหนดเพดานที่ 60% ของจีดีพี ส่วนภาระหนี้ของรัฐในแต่ละปี ต้องไม่เกิน 35 % ของรายได้ในปีนั้นๆ ประกาศเมื่อ 7 มิถุนายน 2561 และ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2564 มีการแก้ไขตัวเลขเพดานการกู้เงินที่นับเป็นหนี้สาธรณะ จาก 60% เป็น70% ของจีดีพี สาเหตุจากการกู้เงินจนทะลุเพดานของรัฐบาล ถ้าไม่ปรับเพดานใหม่ จะเป็นการกู้ทะลุเพดาน ผิดกฎหมาย แก้แล้วจึงไม่ผิด หนี้สาธรณะของรัฐบาลเมื่อ กันยายน 2561 อยู่ที่ 41.70% และสูงขึ้นติดเพดานเมื่อ กันยายน 64 ที่ 58.15 % เพดานกำหนดไว้ที่ 60% ของจีดีพี รัฐไม่มีทางออก รายได้ไม่พอ ต้องกู้เพิ่ม แต่เมื่อกู้เพิ่ม ตัวเลขจะทะลุเพดาน การแก้ปัญหาของรัฐบาลคือ ขยับเพดานให้สูงขึ้นจาก 60% เป็น 70%

อีอีซี แจงไม่เกี่ยวปมร้อน ท่อส่งน้ำภาคตะวันออก ชี้ เป็นอำนาจความรับผิดชอบ ‘กรมธนารักษ์’

ตามที่มีข่าวเกี่ยวกับ การประมูลท่อส่งน้ำ โครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก นั้น สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ขอให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงว่า การประมูลท่อส่งน้ำ ดังกล่าว เป็นการดำเนินการตามภารกิจและภายใต้อำนาจของ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ดูแลทรัพย์สินของรัฐ 

ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ซึ่งมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการ ขั้นตอน หรือการตัดสินใดๆ ต่อการประมูลโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก แต่ประการใด 

'สนธิรัตน์' เตือน!! รัฐต้องเข้มบริหารนำเข้า LNG ก่อนค่าไฟพุ่ง และมาขอ ปชช.ให้ช่วยประหยัด

"สนธิรัตน์" หวั่น ไม่ใช่แค่ข้าวของแพง แต่ค่าไฟ ก็จะแพงขึ้นด้วย พร้อมเปิดข้อมูลกำลังผลิต ชี้ก๊าซธรรมชาติที่ใช้ผลิตไฟฟ้าของไทยหายไปเฉลี่ย 300-400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เตือนรัฐ!! ต้องบริหารการนำเข้า LNG ไม่ใช่แค่ บอกปชช. ให้ช่วยกันประหยัดไฟ 

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า...

ไม่ใช่แค่ข้าวของราคาแพงอย่างเดียว ค่าไฟก็อาจจะแพงขึ้นด้วย!!

วันนี้ใครเดินซื้อของที่ตลาด คงพูดมาคล้ายๆ กันว่า ของแพงขึ้น เกือบทุกอย่างปรับราคาขึ้น ทั้งผักสด ของสด ของแห้ง ไม่รวมอาหารทั้งแกงถุงทำสำเร็จ ร้านตามสั่ง หรือ ร้านอาหารต่างๆ ก็ปรับขึ้นทั้งนั้น

แต่อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกคือ ค่าไฟก็อาจจะแพงขึ้น เพราะต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้น ผลคือ ประชาชนอย่างเราต้องจ่ายค่าไฟที่มากขึ้นกว่าเดิม ที่ค่าไฟจะแพงขึ้น ส่วนหนึ่งก็เพราะต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น มีข้อมูลว่าปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าในบ้านเราใช้ก๊าซธรรมชาติมาผลิตไฟฟ้าประมาณ 60% ซึ่งก็มีมาจากแหล่งในประเทศ, การนำเข้า และ LNG 

แต่ตอนนี้การผลิตก๊าซของไทยเราอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านผู้ผลิต ทำให้ปริมาณที่ผลิตได้เองในวันนี้ลดลงไปจากเดิม ทำให้การผลิตไฟฟ้าที่ปัจจุบันพึ่งพา LNG เป็นหลัก ต้องเพิ่มในสัดส่วนที่สูงขึ้น อีกทั้ง LNG ส่วนใหญ่ต้องนำเข้า มีความเสี่ยงหลายด้านที่ต้องบริหาร โดยเฉพาะเรื่องของราคาที่ต้องซื้อเข้ามา

ก.ล.ต. สั่งปรับ บิทคับ ออนไลน์ และบอร์ด 15 ลบ. เหตุเลือกหรียญ KUB เข้าเทรดไม่ถูกหลักเกณฑ์

ก.ล.ต.ลงดาบปรับ Bitkub และบอร์ดอ่วม 15 ล้านบาท เหตุคัดเลือกเหรียญ KUB เข้ากระดานเทรดไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์

(6 พ.ค. 65) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการเปรียบเทียบมีคำสั่งปรับบริษัท บิทคับ ออนไลน์ (BO) และกรรมการ 5 คน ในคณะกรรมการคัดเลือกสินทรัพย์ดิจิทัลของ BO ในกรณีที่คัดเลือก Bitkub Coin (เหรียญ KUB) เข้าซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกและเพิกถอนสินทรัพย์ดิจิทัล (Listing Rule) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. และไม่ได้คำนึงถึงมาตรการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (COI)

โดยกรณีนายนิธิวัฒน์ มณีสินธุ์, นายสุกฤษฏิ์ พุทธวิริยะ, นายปิยพงษ์ โคตรชนะ, นายพงศกร สุตันตยาวลี และนายอรรถกฤต ชิมผลาพิบูลย์ ในฐานะกรรมการในคณะกรรมการคัดเลือกสินทรัพย์ดิจิทัลของ BO มีหน้าที่รับผิดชอบในการคัดเลือกสินทรัพย์ดิจิทัลที่จะนำมาให้บริการซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล กระทำการหรือละเว้นกระทำการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำเป็นเหตุให้ BO คัดเลือกเหรียญ KUB ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 94 ของ พ.ร.บ.สินทรัพย์ดิจิทัล ให้ปรับเงินรายละ 2,533,500.00 บาท

เร่งส่งออกผลไม้ปั๊มเงินเข้าไทย 2.8 แสนล้าน “เกษตร-พาณิชย์” ผนึกทีมไทยแลนด์โปรโมตผลไม้ไทยทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่รัสเซีย เผยตลาดทุเรียนในออสเตรเลียสดใสเติบโตกว่า 181%

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ. และประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาผลไม้ล่วงหน้าในคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) เปิดเผยวันนี้ (8.พ.ค) ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงต่างประเทศและกระทรวงการท่องเที่ยวฯ. เดินหน้าโปรโมตผลไม้ไทยในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มฤดูกาลผลไม้ปีนี้เพื่อเพิ่มการส่งออกในตลาดหลักและขยายตลาดใหม่ เช่น จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย อียู อิตาลี เบลเยี่ยม สหรัฐอเมริกา และรัสเซีย ตามนโยบายของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board)

ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพาณิชย์ได้ตั้งเป้าหมายการส่งออกผลไม้ไทยทั้งผลไม้สด ผลไม้แช่แข็ง ผลไม้แห้งและผลไม้แปรรูปในปี 2565 เป็นมูลค่า 280,000 ล้านบาท เพิ่มจากการส่งออกในปี 2564 ซึ่งมีมูลค่า 250,000 ล้านบาท

นายอลงกรณ์กล่าวว่า สำนักงานที่ปรึกษาฝ่ายเกษตร ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจวร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ และหน่วยงานทีมประเทศไทย ณ เมืองเซี่ยเหมิน โปรโมทผลไม้ไทยในงานเทศกาลอาหารไทย ณ เมืองเซี่ยเหมิน ระหว่างวันที่ 29 เมษายน - 4 พฤษภาคม 2565 ได้รับความสนใจอย่างมากและจะ
จัดงานเทศกาลผลไม้ไทย นครหนานหนิง ระหว่างวันที่ 12 - 18 พ.ค. 65 โดยดำเนินการร่วมกับ สคต. หนานหนิง และบริษัท Shenzhen Pagoda Orchard Industrial (Group) จำกัด ในรูปแบบออนไลน์ และออฟไลน์ ผ่านร้านพาโกดาในพื้นที่เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ประมาณ 80 สาขา และจะจัดงานเทศกาลผลไม้ไทย ณ เมืองเซินเจิ้น ระหว่าง 8-15 มิ.ย. 65 ร่วมกับ สคต. กวางโจว และ ซุปเปอร์มาร์เก็ต Hema (บริษัท Shenzhen HEMA Network Technology Co.,Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Alibaba) ในรูปแบบออนไลน์ และออฟไลน์ 

ก่อนหน้านี้สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงปักกิ่ง ร่วมกับ ซีพีเซ็นเตอร์ สำนักงานใหญ่เครือเจริญโภคภัณฑ์ เขตประเทศจีน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง และสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกรุงปักกิ่ง จัดงานเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี ๒๕๖๕  ระหว่างวันที่ ๑๕-๑๙ เมษายน ๒๕๖๕ ณ ตึกซีพีเซ็นเตอร์ กรุงปักกิ่ง โดยสปษ.ปักกิ่ง ร่วมกับกรมหม่อนไหม มีการประชาสัมพันธ์ผ้าไหมของไทย โดยการเดินแฟชั่นโชว์ ร่วมกับการประชาสัมพันธ์ทุเรียนของไทยเพื่อเป็นการผสมผสานกิจกรรมและขยายตลาดสินค้าเกษตรของไทยในตลาดจีน

ในขณะที่ฝ่ายเกษตรประจำกรุงจาการ์ตา มีแผนส่งเสริมการตลาดผลไม้และสินค้าเกษตรอื่นๆ ร่วมกับทีมประเทศไทย ในงานต่างๆ อาทิ งาน Mini Thailand Week 2022 ระหว่างวันที่ 9-12 มิถุนายน 2565 ณ จังหวัดสุรายายาและงาน Thai Festival ช่วงเดือนสิงหาคม 2565 ณ กรุงจาการ์ตา 

ส่วนสำนักงานเกษตร ณ กรุงโตเกียว กำลังเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมงานเทศกาลไทยที่เมืองนาโกย่า เมืองเซนได เมืองชิสึโอกะระหว่างเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว (สอท.) และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) กรุงโตเกียว

นอกจากนี้สำนักงานที่ปรึกษาฝ่ายเกษตร ณ นครแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย รายงานว่าระหว่าง
วันที่ 14-15 พ.ค. 2565 จะนำมะม่วงและผลไม้ไทยโปรโมตในงาน Thailand Grand  Festival ที่นครซิดนีย์ โดยเปิดให้มีการลิ้มลองรสชาติมะม่วงไทย และข้าวเหนียวมะม่วง และกำลังวางแผนที่จะจัดงานเทศกาลอาหารและทุเรียนนานาชาติ (International Durian and Food Festival) ที่นครซิดนีย์ เป็นปีที่สอง โดยปีที่แล้วเปิดตัวที่นครเมลเบิร์น ได้รับการตอบรับท่วมท้น คนมาเข้าคิวชิมและซื้อทุเรียนแกะพูแช่เย็น เครื่องดื่มกะทิผสมทุเรียนและมะม่วง ตลอดจนสินค้าอาหารไทยกันไม่ขาดสายแม้ต้องเข้าคิวนานเป็นชั่วโมง

คาดว่าจะจัดประมาณปลายเดือนมิถุนายน หรือต้นกรกฎาคม โดยทุเรียนไทยในตลาดออสเตรเลียยังคงมีอนาคตที่สดใส ทั้งนี้ในปี 2564 ออสเตรเลียนำเข้าทุเรียนแช่แข็ง 451 ตัน มูลค่า 5.38 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตขึ้นร้อยละ 181.59 เมื่อเทียบกับปี 2563 และออสเตรเลียนำเข้าทุเรียนแกะเนื้อแช่เย็นเป็นพูบรรจุมาในกล่อง 71 ตัน มูลค่า 1.52 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตขึ้นร้อยละ 54.78 เมื่อเทียบกับปีก่อน

‘เจ๊เกียว’ โอด ‘พิษโควิด - น้ำมันแพง’ ทำเจ๊งยับ แถมไร้คนสืบต่อกิจการ จ่อปิดตำนาน 65 ปี

สุจินดา เชิดชัย หรือ ‘เจ๊เกียว’ โอดพิษโควิด - น้ำมันแพง ทำขาดทุนยับ เตรียมขอขึ้นตั๋ว พร้อมประกาศขาย ‘เชิดชัยทัวร์’ เหตุไร้คนสืบทอดกิจการ จ่อปิดตำนานธุรกิจรถทัวร์ 65 ปี 

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม นางสุจินดา เชิดชัย หรือ เจ๊เกียว นายกสมาคมผู้ประกอบการรถร่วมรถโดยสาร บขส. และเจ้าของอู่รถเชิดชัย และบริษัท เดินรถเชิดชัย ดำเนินธุรกิจมา 65 ปี กล่าวเมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลสูงขึ้นถึง 32 บาทต่อลิตร ในวันที่ 12 พฤษภาคม จะยื่นหนังสือต่อนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ขอขึ้นค่าโดยสารรถประจำทางอีก 1 สตางค์ต่อกิโลเมตร จากปัจจุบันคิดค่าโดยสารในราคาน้ำมัน 27 บาทต่อลิตร นอกจากนี้จะขอให้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถร่วม โดยลดค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าประกันภัย และค่า พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถเพื่อบรรเทาภาระในช่วงรายได้ลดลง

ส่อง ‘นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป’ โชว์กึ๋นฝ่าวิกฤตโควิด ดัน BLUESKY ชูแกร่งโฆษณา ไม่แพ้ใคร

พลิกเกมธุรกิจสไตล์ ‘นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป’ ย้ำเก่งที่สุดคือ ธุรกิจโฆษณา ดัน BLUESKY เชี่ยวชาญงานโฆษณาแบบ Activation และ Local Media ที่ไม่เหมือนใคร

นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป (Newspective Group) ปรับแผนดัน BLUESKY แม่เหล็กใหม่ในการโฆษณา ลุย Activation และ Local Media ยึดสื่อในตลาดสด-ค้าส่งท้องถิ่นทั่วประเทศ พร้อมรุกเปิดตลาดสื่อภาคใต้ 3 จังหวัดชายแดนทำเลทองแห่งใหม่ หลัง 2 ปีโควิด พ่นพิษ จนธุรกิจอีเวนต์ซึม

ธุรกิจอีเวนต์ และโฆษณา ถือเป็นอีกหนึ่งในตลาดที่มีความคึกคักและเติบโตสูง ก่อนช่วงที่โควิด-19 จะระบาดหนักเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งส่งผลให้ทั้งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง 

นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป อีกหนึ่งผู้เล่นในตลาดดังกล่าว ตกอยู่ในภาวะยากลำบากจากมาตรการล็อกดาวน์ ปิดสถานที่ งดจัดกิจกรรม ขณะที่แบรนด์ต่างๆ พับเก็บแคมเปญการตลาดและชะลอการใช้จ่ายอย่างมีนัยสำคัญ

นาย ณัฐภูมิ รัฐชยากร กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท นิวสเปคทีฟ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน นิวสเปคทีฟ มี 9 บริษัท ในมือ แต่สิ่งที่ นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป เชี่ยวชาญมากที่สุดคือ ธุรกิจโฆษณา ซึ่งประกอบไปด้วย 3 บริษัทย่อย คือ Brand Square เน้นการสร้าง Branding, Strategy คิดสร้างอัตลักษณ์ให้กับตราสินค้า, NEWAGE ธุรกิจ Event Management & Digital Production House และ BLUESKY ดูแลการโฆษณาแบบ Activation และ Local Media

“ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาธุรกิจโฆษณาต้องใช้คำว่าเละเทะ เป็นช่วงที่ยากลำบากของทั้งวงการ โดยธุรกิจของเราที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ NEWAGE ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการจัดงานเลี้ยง แต่เมื่อตลาด Event ถูกล็อก งานเล็กงานใหญ่ไม่สามารถจัดได้ เราก็ต้องปรับตัวไปเป็น Digital Production House หรือหันมาทำคลิปวิดีโอ และ Live Streaming เสิร์ฟ Event ออนไลน์แก่ลูกค้าแทน

“อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของธุรกิจอีเวนต์ในปีนี้ น่าจะขยับตัวเติบโตขึ้นได้มากขึ้น แต่จะมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นกับภาพรวมของประเทศต่างๆ ภาพถึงรวมของเศรษฐกิจโลกกว่า จะเปิดหน้าหรือล่าถอยแค่ไหน ซึ่งหากไม่มีเหตุอันใดสะดุด คาดว่าปลายปีธุรกิจอีเวนต์จะกลับมาคึกคักแน่นอน”

ความน่าสนใจของ นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป ที่ถือเป็นกรณีศึกษาของธุรกิจรายย่อยที่ ไม่ปล่อยให้ธุรกิจล้มครืนไปตามคลื่น Crisis คือ แม้ว่าธุรกิจอีเวนต์จะอยู่ในช่วงขาลง แต่ นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป พยายามพัฒนายูนิตธุรกิจอื่นๆ ที่มี โดยเลือกความเป็นไปได้ที่สอดรับกับกระแสธารของตลาด เพื่อดันสวนขึ้นมา จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นสัดส่วนรายได้หลักกว่า 80% ของกรุ๊ป ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

BLUESKY เป็นหนึ่งธุรกิจในเครือ ที่ถูกยกขึ้นมาเติมเต็มในช่วงที่ตลาด Event หดหาย โดย BLUESKY ดำเนินธุรกิจด้านการโฆษณาแบบ Activation และ Local Media มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ทำงานแบบ Local Partnership หรือพัฒนาสื่อให้ตอบโจทย์กับเอเจนซี่โฆษณา นักการตลาด และเจ้าของสินค้าต่างๆ

“ข้อได้เปรียบของ BLUESKY โดยเฉพาะในด้าน Local Media นั้น มาจากการพัฒนาสื่อท้องถิ่น ให้เป็นประโยชน์ต่อเจ้าของพื้นที่ และสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ในเวลาเดียวกันมาอย่างต่อเนื่อง เรียกว่าได้คลุกคลีทั้งแบรนด์ใหญ่และคนท้องถิ่นมาตลอด ทำให้เราเข้าใจแบรนด์ หรือสินค้าแบบไหนควรสื่อสารอะไรกับคนในจังหวัดนั้นๆ หรือพื้นที่นั้นๆ อย่างไรได้เป็นอย่างดีซึ่งถ้าเป็นนักการตลาดทั่วไปก็จะเน้นซื้อบิลบอร์ดหรือสื่อวิทยุ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น แต่การที่จะเข้าใจและเข้าไปอยู่ในใจเขา จำเป็นต้อง Customize คอนเทนต์ให้เข้ากับพื้นที่ พอ BLUESKY มีจุดแข็งแบบนี้เป็นพื้นฐาน เราก็นำธุรกิจนี้วิ่งเข้าหานักการตลาด นักโฆษณา เอเจนซี่ เจ้าของสินค้า ได้ทันที ภายใต้การทำงานที่ยืดหยุ่น ซึ่งลูกค้าชื่นชอบอย่างมาก” ณัฐภูมิ กล่าว

ด้าน นางสาวหนึ่งฤทัย บางนาชาด ผู้จัดการทั่วไป BLUESKY เผยเพิ่มเติมว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่กิจกรรมทางการตลาดเงียบ ทั้งเอเจนซี่และแบรนด์ต่างๆ ลดงบในการทำโฆษณาลง หรือเทงบไปที่ออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ แต่สื่อ Local Media ยังเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์สังคมอยู่ เพราะคนยังต้องใช้ชีวิตกันนอกบ้าน ในท้องถิ่น

“ในช่วงนั้น เรามีการสร้างสรรค์ สื่อ Local Media ขึ้นมาเอง และได้รับการตอบรับที่ดีมากจากลูกค้ามีการซื้อซ้ำจากลูกค้าหลายแคมเปญ นั่นคือ สื่อที่เหยียบเจลแอลกอฮอล์ ใช้จังหวะของโควิดพลิกมาเป็นโอกาสในการสร้างเสริมภาพลักษณ์แก่แบรนด์ โดยการ Tie In สินค้าเข้าไปตรงจุดที่เหยียบเจลแอลกอฮอล์ ซึ่งสามารถติดตั้งได้หลากหลายพื้นที่ ทั้งตลาดสด ร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทำให้ แคมเปญของลูกค้าที่ลงโฆษณาเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายท้องถิ่นได้ในวงกว้าง

“หรือกรณี Activation แคมเปญอย่าง แบรนด์น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ ที่ต้องการโปรโมตเพลงของตนให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในตลาดและออนไลน์ทั่วไป เราก็สามารถสร้างสรรค์แคมเปญขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างรอบด้าน มีการ Integrate ระหว่างสื่อ Online & On Ground โดยใช้ แฮปปี้ มาร์เก็ต ชาแนล สื่อวิทยุกระจายเสียงตามสายในตลาดของเราเองเป็นฐาน ในการโปรโมตเพลง เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนเดินตลาดโดยตรง เริ่มจากปล่อยเพลงแม่บุญล้ำของลูกค้าในวิทยุกระจายเสียงตามสายในตลาด เพื่อแทรกซึมให้คนในตลาดได้ยินบ่อยๆ พอคนเริ่มได้ฟังเพลงและเริ่มรู้จัก เราก็จัดกิจกรรมการแข่งขันที่มีส่วนร่วมกับเพลง และเติมเงินรางวัลเป็นตัวกระตุ้น ให้คนอยากร่วมสนุกกับกิจกรรม 

“พร้อมทั้งเปิดกว้างให้คอนซูเมอร์สามารถสร้างคลิป Style ของตัวเอง ได้แบบไม่จำกัดรูปแบบ เลือกใช้ Platform Tiktok ในการสร้างสรรค์คลิปเพราะผู้ร่วมกิจกรรม สามารถเข้าถึงได้ง่าย และ Tiktok เป็น Platform มี Engagement สูง เลือกใช้ Influencer ในรูปแบบที่แตกต่างกัน เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ได้หลากหลาย เช่น แนวตลก วาไรตี้ อย่างคุณพีท พามานา กลุ่มเด็กๆ ที่สร้างสรรค์คลิปเชิงบวกอย่างน้องๆ เด็กเซราะกราว กลุ่มคนทำกับข้าว อย่างพ่อตาพาแซ่บ หรือ Idol วัยรุ่นทั่วไปใน tiktok อย่างอายรดา หรือล็อตเต้ Etc.  

“หลังจากนั้นก็มีการลงพื้นที่ทำทรูปในตลาดเพื่อเชิญชวนพ่อค้า แม่ค้าและคนเดินตลาด ให้เข้ามาร่วมกิจกรรมใน Online ซึ่งผลตอบรับของกิจกรรมนี้ได้ผลตอบรับที่ดีมากๆ มีพ่อค้า แม่ค้าในตลาดและคนใน Online เข้าร่วมกิจกรรมกับเราเป็นจำนวนมากค่ะ

“ไม่เพียงเท่านี้ ในส่วนของ Local Media อีกชิ้นที่เรากำลังทำคือ เคสเครื่องดื่มชูกำลังฉลาม ซึ่งเราลุยในตลาดสดภาคใต้ รวมถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

“‘ตลาดสด’ นอกจากจะเป็นที่สำหรับจับจ่ายใช้สอยของกินของใช้แล้ว ยังเป็นสถานที่ ที่ทำให้เราได้มีโอกาสเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรมการกินอยู่ ของคนท้องถิ่นในพื้นที่นั้นๆ ได้เป็นอย่างดี เรียกว่าเป็นสถานที่แสนจะธรรมดาและเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของความแตกต่างหลากหลายในแต่ละท้องถิ่นนั้นๆ

“เราจึงแนะนำให้ลูกค้าสร้างแลนด์มาร์คที่ตลาดเลยค่ะ โดยการ Dominate พื้นที่ตลาดให้เป็นแบรนด์สินค้า โดดเด่น และดึงดูดสายตา สร้างความจดจำได้เป็นอย่างดี รวมถึงมีประโยชน์กับทางสถานที่ด้วยค่ะ”

ติดปีกนวัตกรรมไทย EA ส่ง ‘กรีน เทคโนโลยี รีเสิร์ช’ เซ็น MOU สอวช. ร่วมปั้นนวัตกรรมล้ำตอบโจทย์อุตสาหกรรม BCG

EA ส่ง บ.ย่อย ‘กรีน เทคโนโลยี รีเสิร์ช’ เซ็น MOU กับ สอวช. ‘โครงการ บพข. - GTR’ ร่วมวิจัยพัฒนา ‘ปาล์มน้ำมัน’ สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยเทคโนโลยีเป็นมิตรสิ่งแวดล้อมสอดรับนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรม Bio-Circular-Green Economy (BCG) ของไทย

บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ส่ง บจก.กรีน เทคโนโลยี รีเสิร์ช จำกัด (GTR) หรือบริษัทย่อย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ กับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ร่วมมือโครงการ บพข. - GTR เพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันอุตสาหกรรม ภายใต้การนำองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดรับนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรม Bio-Circular-Green Economy ของประเทศไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top