Saturday, 31 October 2026
Econbiz

เคทีซี ผลักดันรับชำระเงิน!! ช่วยเอสเอ็มอีขายคล่อง เน้นบริการเหมาะธุรกิจแต่ละแบบ เชื่อมจอง–ชำระเงินต่อเนื่อง รองรับธุรกิจโตระยะยาว

เคทีซีรุกธุรกิจรับชำระเงิน หนุนเอสเอ็มอีขายคล่อง รับเงินสะดวก รองรับการเติบโต

เคทีซีเดินหน้าธุรกิจรับชำระเงินร้านค้า (Merchant Acquiring) สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเลือกใช้ระบบรับชำระเงินให้เหมาะกับรูปแบบธุรกิจและพฤติกรรมลูกค้า มุ่งเชื่อมขั้นตอนการขายกับการชำระเงินให้สะดวก พร้อมช่วยผู้ประกอบการบริหารธุรกรรม ยกพันธมิตร “แมทช์เดย์” แพลตฟอร์มจองสนามและกิจกรรมกีฬาออนไลน์ เป็นตัวอย่างธุรกิจที่ต้องเชื่อมบริการ ตั้งแต่การจองจนถึงการชำระเงินให้ต่อเนื่อง

นางสาวเนาวรัตน์ กีรติเกษมสุข ผู้บริหารสูงสุด สายงานบริหารร้านค้าสมาชิก “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เมื่อผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าและบริการผ่านหลายช่องทาง ผู้ประกอบการต้องดูแลให้ลูกค้าชำระเงินได้สะดวก ควบคู่กับการจัดการรายการรับเงินของธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่มีบุคลากรจำกัด และต้องดูแลทั้งการขาย บริการ และงานหลังบ้านด้วยทีมเดียวกัน การเลือกระบบรับชำระเงิน จึงควรพิจารณาตั้งแต่ลักษณะธุรกรรม ช่องทางให้บริการ ไปจนถึงความพร้อมในการบริหารจัดการ”

“ผู้ประกอบการแต่ละรายมีโจทย์ต่างกัน ร้านค้าที่ขายหน้าร้านกับธุรกิจที่รับจองออนไลน์ ย่อมต้องการเครื่องมือคนละแบบ เคทีซีจึงให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจวิธีทำธุรกิจของร้านค้า เพื่อให้บริการรับชำระเงินเหมาะกับการใช้งานจริง ลูกค้าจ่ายได้สะดวก และร้านค้าจัดการธุรกรรมได้คล่องตัวขึ้น ทิศทางธุรกิจรับชำระเงินของเคทีซี จึงมุ่งพัฒนาบริการให้รองรับรูปแบบธุรกิจที่หลากหลาย โดยพิจารณาทั้งประสบการณ์ของผู้ชำระเงินและการทำงานของร้านค้า เพราะขั้นตอนชำระเงินเป็นจุดสำคัญที่เชื่อมความต้องการซื้อกับการขายที่เสร็จสมบูรณ์ หากขั้นตอนยุ่งยากหรือต้องประสานงานหลายครั้ง อาจเพิ่มภาระให้ทั้งลูกค้าและผู้ประกอบการ”

สำหรับธุรกิจที่รับจองล่วงหน้า โจทย์สำคัญคือการเชื่อมข้อมูลการจองกับสถานะการชำระเงินให้สอดคล้องกัน เพื่อให้ร้านค้าทราบว่ารายการใดดำเนินการเรียบร้อยแล้ว และรายการใดยังต้องติดตาม ระบบที่เหมาะสมจึงควรช่วยให้ผู้ประกอบการตรวจสอบธุรกรรมได้สะดวก และรองรับจำนวนรายการที่เพิ่มขึ้นเมื่อธุรกิจขยายตัว “แมทช์เดย์” (matchday) พันธมิตรเคทีซี เป็นตัวอย่างของธุรกิจลักษณะดังกล่าว โดยให้บริการค้นหาสนาม ตรวจสอบตารางว่าง จอง และชำระเงินออนไลน์ การให้บริการต้องเชื่อมทั้งข้อมูลสนาม เวลาจอง และการชำระเงิน เพื่อให้ผู้ใช้ดำเนินการได้ครบ ขณะที่ผู้ประกอบการสนามสามารถนำข้อมูลไปบริหารการให้บริการต่อได้ กรณีนี้สะท้อนความสำคัญของระบบรับชำระเงินในฐานะส่วนหนึ่งของกระบวนการทำธุรกิจ ตั้งแต่รับคำสั่งซื้อหรือการจองจนถึงตรวจสอบรายการรับเงิน

นางสาวเนาวรัตน์กล่าวเพิ่มเติมว่า “เคทีซีให้ความสำคัญกับการสนับสนุนร้านค้าที่กำลังปรับตัวสู่ดิจิทัล โดยมุ่งให้ผู้ประกอบการเลือกใช้บริการรับชำระเงินตามความจำเป็นของธุรกิจ และวางระบบให้พร้อมรองรับการเติบโต ทั้งด้านช่องทางขายและปริมาณธุรกรรม เพื่อให้การรับชำระเงินช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของร้านค้าได้ในระยะยาว

ดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ!! ดัชนี RSI ต.ค. 2569 ชี้ขยายตัวได้ ภาคใต้-อีสาน โตเด่น รับเทศกาลวันหยุดยาว เสี่ยงภัยแล้ง-ต้นทุนสูง กระทบบ้าง รัฐเร่งมาตรการหนุนกำลังซื้อและลงทุน

ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค (Thailand Regional Economic Sentiment Index: RSI) ประจำเดือนตุลาคม 2569

“ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนตุลาคม 2569 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคภายใน 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคบริการเป็นสำคัญ เนื่องจากจะเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ทั้งนี้ ผู้ประกอบการยังติดตามประเด็นความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่ร้อนและภัยแล้งจากผลของเอลนีโญ รวมถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูงเป็นสำคัญ”

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนตุลาคม 2569 จากการประมวลผลข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจรายจังหวัดจากสำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเพื่อจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคพบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนตุลาคม 2569 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคภายใน 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคบริการเป็นสำคัญ เนื่องจากจะเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ทั้งนี้ ผู้ประกอบการยังติดตามประเด็นความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่ร้อนและภัยแล้งจากผลของเอลนีโญ รวมถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และราคาต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูงเป็นสำคัญ” โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคใต้อยู่ที่ระดับ 72.5 ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจภายใน 6 เดือนข้างหน้ายังขยายตัวได้ โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม จากการเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว และมีการจัดงานเทศกาลหลายงาน ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในพื้นที่ รวมถึงอุปสงค์ต่อสินค้าจากทั้งในและต่างประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ขณะเดียวกันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐยังเป็นแรงสนับสนุนกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ระดับ 72.2 บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวได้โดยมีแรงหนุนหลักจากภาคบริการและภาคเกษตร จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว ซึ่งคาดว่าจะกระตุ้นการบริโภค การจ้างงาน และการลงทุนในภาคบริการ อีกทั้งจะเข้าสู่ฤดูการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวนาปี ข้าวนาปรัง อ้อยโรงงาน และมันสำปะหลัง ประกอบกับแนวโน้มราคาสินค้าเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้นในบางพื้นที่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้เกษตรกร กระตุ้นการใช้จ่ายในท้องถิ่น และสนับสนุนอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคเหนืออยู่ที่ระดับ 71.4 แสดงถึงความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจใน 6 เดือนข้างหน้ายังขยายตัวได้ดี โดยมีปัจจัยบวกจากภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม โดยคาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นจากการจัดงานประเพณีและเทศกาลสำคัญในหลายพื้นที่ รวมถึงการขยายตัวของอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และการดำเนินมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐที่คาดว่าจะมีต่อเนื่อง ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกอยู่ที่ระดับ 69.0 สะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้าที่ยังคงขยายตัวได้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคการลงทุนและภาคอุตสาหกรรม ตามแนวโน้มการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนในพื้นที่ EEC มาตรการส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ประกอบกับแนวโน้มความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมจากทั้งในและต่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ส่งสัญญาณบวกอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 66.9 ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคกลางอยู่ที่ระดับ 66.4 สะท้อนว่าเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้ายังขยายตัวได้ โดยภาคบริการและการจ้างงานได้รับอานิสงส์จากการเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว คำสั่งซื้อสินค้าอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดส่งออกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตลอดจนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่คาดว่าจะมีต่อเนื่องและการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนกิจกรรมการผลิตและความต้องการแรงงานในระยะข้างหน้า สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันตกอยู่ที่ระดับ 64.6 บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจในอีก 6 เดือนข้างหน้ายังขยายตัวได้ โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ จากการขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ควบคู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ทางด้านดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑลอยู่ที่ระดับ 61.4 ซึ่งสะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ รวมถึงการเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ยังต้องติดตามประเด็นความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ต้นทุนพลังงาน ภาระค่าครองชีพ และกำลังซื้อของประชาชนที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงความแปรปรวนของสภาพอากาศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในระยะต่อไป

https://www.mof.go.th/.../%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0...

ที่มา : https://www.facebook.com/100069288816651/posts/1449591037360510/?rdid=7Kxrz6JogmY0MKBb#

ILINK คว้ารางวัลงานนักลงทุน!! ย้ำความโปร่งใสการสื่อสาร คว้ารางวัล Investors Relations พร้อมบริษัทย่อย ITEL เด่น สะท้อนภาพลักษณ์ยั่งยืน

ย้ำชัดความสำเร็จ วันนี้ (29 ตุลาคม 2569) บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINKด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล และการยึดมั่นในความโปร่งใส
สร้างความภาคภูมิใจด้วยการคว้ารางวัล Outstanding Investor Relations Awards หรือ รางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านนักลงทุนสัมพันธ์ดีเด่น

คือ รางวัลที่มอบให้กับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีความโดดเด่นในการดำเนินงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์
พร้อมกันนี้ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL บริษัทย่อยในเครือ ยังได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอันทรงเกียรติในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สะท้อนศักยภาพในการดำเนินงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ การสื่อสารข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน สะท้อนถึงความเป็นเลิศในการสื่อสารข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน

ในโอกาสนี้ นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)
เป็นผู้รับรางวัลอันทรงเกียรติ นับเป็นความต่อเนื่องของหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนความมุ่งมั่นของ ILINK ในการยกระดับมาตรฐานการสื่อสารกับตลาดทุน ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล

รางวัลดังกล่าว
มอบให้แก่บริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นด้านการดำเนินงานนักลงทุนสัมพันธ์ โดย ILINK ได้รับรางวัลในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่เกิน 3,000 ล้านบาท
สะท้อนความสำคัญของการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และเท่าเทียม เพื่อให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูล และนำไปประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม

ความสำเร็จครั้งนี้ ยังเป็นสิ่งที่ตอกย้ำถึงบทบาทของ ILINK ในฐานะเป็นผู้นำด้านสายสัญญาณ และเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ถือหุ้น นักลงทุน นักวิเคราะห์ และผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงผ่านการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และการสื่อสารผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางธุรกิจ กลยุทธ์การเติบโต และศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรในระยะยาว

ทั้งนี้ ILINK ยังคงไม่หยุดนิ่งในการพัฒนา ไปพร้อมกับยกระดับการดำเนินงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง

ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
ควบคู่ไปกับรักษามาตรฐานพร้อมให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ตลาดทุน และขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืนแบบมีคุณภาพต่อไป

ที่มา : https://interlink.co.th/pr/news/EYY5EoA5YP


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top