จีนเดินเกมใหญ่!! ปั้นหุ่นยนต์มนุษย์ยุคใหม่ ตั้งเป้าให้ฉลาดระดับ ChatGPT โดยมีบิ๊กเทคฯ Xiaomi–Huawei–Baidu ร่วมปั้นให้กลายเป็นแรงงานหลักในอนาคต
(25 พ.ย. 68) หวัง ซิงซิง (Wang Xingxing) ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท Unitree Robotics ระบุในเวทีประชุมเศรษฐกิจนานาชาติหงเฉียว ที่นครเซี่ยงไฮ้ ว่า “โมเมนต์ ChatGPT” สำหรับวงการหุ่นยนต์มนุษย์จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อหุ่นยนต์สามารถทำงานได้ราว 80% ตามคำสั่งที่คนพูดหรือพิมพ์ให้ แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมจริงที่ไม่คุ้นเคย นั่นจึงจะนับว่าเป็นการแจ้งเกิดของ “ปัญญาประดิษฐ์ในร่างหุ่นยนต์” อย่างแท้จริง
เขาเสริมว่า หากใครทำได้ถึงจุดนี้ในปีหน้า หรือปีถัดไป ก็แทบจะการันตีว่าขึ้นนำโลกด้านปัญญาประดิษฐ์ในหุ่นยนต์ทันที โดยงานเสวนาครั้งนี้ได้รวมตัวผู้ประกอบการ นักวิทยาศาสตร์ และผู้กำหนดนโยบายด้านเอไอและหุ่นยนต์จากจีนและต่างประเทศกว่า 10 ราย รวมถึงบริษัทชั้นนำอย่าง UBTECH และศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์มนุษย์ระดับชาติและท้องถิ่น
หวัง ซิงซิง เผยด้วยว่า Unitree ได้อัปเกรดอัลกอริทึมให้หุ่นยนต์เคลื่อนไหวคล่องตัวขึ้น และสามารถลุกขึ้นยืนได้เองไม่ว่าจะล้มในรูปแบบใด เขาเชื่อว่าในอนาคต “ความทรงตัวและลุกขึ้นได้” จะกลายเป็นสเปกพื้นฐานของหุ่นยนต์มนุษย์ทุกตัว พร้อมคาดการณ์ว่าธุรกิจหุ่นยนต์อัจฉริยะในจีนโดยเฉลี่ยจะโต 50–100% ในปีนี้ ซึ่งหลายฝ่ายยกให้ปีนี้เป็น “ปีแรกของหุ่นยนต์มนุษย์”
ฝั่งนักวิชาการ เจิ้ง เฟิง ประธานคณะกรรมการหุ่นยนต์มนุษย์แห่งจีน ระบุว่าหุ่นยนต์มนุษย์กำลังถูกนำมาใช้ในงานผลิตและชีวิตประจำวันอย่างรวดเร็ว และมีศักยภาพเปลี่ยนโฉมโครงสร้างอุตสาหกรรมและสังคม ขณะที่ตัวเลขคาดการณ์ระบุว่าตลาดหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ของจีนอาจแตะ 870,000 ล้านหยวนภายในปี 2030 และทั่วโลกอาจโตได้ถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งภายในปี 2050 โลกจะมีหุ่นยนต์มนุษย์ใช้งานมากกว่าพันล้านตัว โดยจีนถูกมองว่าจะเป็นตลาดใหญ่สุด ตามด้วยสหรัฐฯ
เจียง เล่ย หัวหน้านักวิทยาศาสตร์จากศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์มนุษย์ บอกว่าทุกวันนี้เราเริ่มคุ้นเคยกับหุ่นยนต์ที่เดินอยู่ในห้าง งานคอนเสิร์ต หรือแม้แต่โชว์ในกาล่าตรุษจีนแล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังทำหน้าที่ด้านอารมณ์และความบันเทิง มากกว่าจะสร้าง “ผลงาน” ในเชิงประสิทธิภาพจริง ๆ ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมของจีนอย่าง เหยา เจีย ชี้ว่าถึงเวลาโฟกัสมุมปฏิบัติได้จริง เพื่อให้วงการหุ่นยนต์เติบโตอย่างมีคุณภาพ
ขณะที่ประเด็นสำคัญที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเห็นตรงกันคือ “มาตรฐานข้อมูล” หวัง เสี้ยวกัง ผู้ร่วมก่อตั้งและ CTO (Chief Technology Officer) ของ SenseTime เปรียบการพัฒนาหุ่นยนต์มนุษย์กับรถยนต์พลังงานใหม่ โดยยกตัวอย่างว่า รถเทสลา (Tesla) หลายล้านคันใช้เซนเซอร์และรูปแบบเก็บข้อมูลแบบเดียวกัน ทำให้ได้ข้อมูลจำนวนมหาศาลมาพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติ เขามองว่าหุ่นยนต์ก็ควรมีมาตรฐานรูปแบบข้อมูล ฉากการใช้งาน และดีไซน์อ้างอิงร่วมกัน เพื่อลดต้นทุนและเร่งนวัตกรรม
เลิ่ง เสี้ยวกุน ประธาน Leju Robotics เสริมว่า หากแต่ละบริษัทเก็บข้อมูลคนละรูปแบบ การสร้างโมเดลเอไอขนาดใหญ่ที่ใช้งานได้จริงแทบเป็นไปไม่ได้ การรวมและใช้ประโยชน์จากข้อมูลข้ามบริษัทจึงอาจเป็นจุดพลิกเกมสำคัญของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์มนุษย์
อีกด้านหนึ่งของปัญหาใหญ่คือ “มาตรฐานฮาร์ดแวร์” ไมเคิล สวี ซีอีโอ PaXini Tech เล่าว่า เวลาทำงานกับลูกค้า มักต้องปรับอินเทอร์เฟซและส่วนเชื่อมต่อใหม่ แม้ความต่างเพียงเล็กน้อยแต่ทำให้การวิจัยและผลิตล่าช้าอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ ภาครัฐจีนจึงเตรียมตั้งคณะกรรมการมาตรฐานระดับชาติสำหรับหุ่นยนต์มนุษย์ภายในสิ้นปี
และล่าสุด กระทรวงอุตสาหกรรมและไอทีของจีนแต่งตั้งหวัง ซิงซิง จาก Unitree และเผิง จื่อหุย ผู้ร่วมก่อตั้ง AgiBot ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น “คู่ดาวแฝด” แห่งวงการหุ่นยนต์ เป็นรองประธานคณะกรรมการมาตรฐานด้านหุ่นยนต์มนุษย์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญอีก 65 คน จากบริษัทอย่าง UBTECH, Leju Robotics รวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ Xiaomi, Huawei, Baidu และผู้เล่นใหม่อย่าง Xpeng โดยหวังว่าการมีมาตรฐานร่วมกันจะช่วยดันให้หุ่นยนต์มนุษย์ก้าวออกจากห้องทดลอง เข้าสู่ชีวิตประจำวันของผู้คนได้เร็วขึ้นกว่าเดิม









