Friday, 5 June 2026
ไฟฟ้า

‘ก.พลังงานฯ กัมพูชา’ ออกแถลงการณ์ ยัน!! ไม่ได้นำเข้าไฟฟ้าจากไทยแล้ว

(28 มิ.ย. 68) กระทรวงเหมืองแร่และพลังงานของกัมพูชา ออกแถลงการณ์ปฏิเสธรายงานที่ระบุว่า กัมพูชายังคงซื้อไฟฟ้าจากประเทศไทยผ่านจุดเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า 6 จุด

แถลงการณ์ระบุว่า เพื่อชี้แจงสถานการณ์ กระทรวงเหมืองแร่และพลังงานขอยืนยันว่า กัมพูชาไม่ได้มีการนำเข้าไฟฟ้าจากประเทศไทยแต่อย่างใด

ทั้งนี้ กัมพูชาได้ตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและไฟฟ้าจากฝั่งไทยตั้งแต่วันที่ 13 มิ.ย.

กฟผ. เปิดขายซองประมูลสร้างโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ฯ โครงการเขื่อนศรีนครินทร์ 3 เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด

กฟผ. เร่งเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ 3  กำลังผลิต 280 เมกะวัตต์ (MWac) พร้อมเปิดขายซองประกวดราคาอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 กันยายน 2568 เชิญชวนผู้ประกอบการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดของประเทศ

วันที่ (26 ส.ค. 68) นายทิเดช เอี่ยมสาย รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน (รวพ.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เผยว่า โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ 3 (SNR-PV3) จ.กาญจนบุรี ขนาดกำลังผลิต 280 เมกะวัตต์ (MWac) กำหนดไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ในปี 2571 เป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์สำคัญของ กฟผ. ในการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด โดยใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อน เป็นการใช้โครงสร้างและอุปกรณ์หลักร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่มีอยู่เดิม ช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า ทำให้ค่าไฟฟ้ามีราคาที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังคำนึงถึงการเลือกใช้วัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และออกแบบการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ให้มีความลาดเอียงให้แสงส่องผ่านลงได้ ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศใต้น้ำ

โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ปี 2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP2018 Revision 1) ซึ่งตั้งเป้าพัฒนากำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนบนผิวน้ำในเขื่อนของ กฟผ. ทั่วประเทศ รวม 2,725 เมกะวัตต์ ภายในปี 2580 เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด ใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า และสนับสนุนเป้าหมายประเทศสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2065 ผ่านกลไกการสนับสนุนการชดเชยและหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างเป็นรูปธรรม

ผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถซื้อเอกสารประกวดราคาได้ตั้งแต่วันนี้ - 26 กันยายน 2568 กำหนดเปิดซองประกวดราคาในวันที่ 16 ธันวาคม 2568 (สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www4.egat.co.th/fprocurement/biddingeng/main/3791    

SCB EIC เปิดผลสำรวจ ผู้บริโภคไทยกว่า 80% สนใจติดตั้ง!! ‘โซลาร์รูฟท็อป’ เพราะคุ้มค่า-ช่วยประหยัดไฟ

(8 ก.ย. 68) ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดผลสำรวจพบว่า คนไทยกว่า 80% สนใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป แต่ยังไม่ลงมือทำจริง โดยมีเพียง 9% ที่ติดตั้งแล้ว และ 3% อยู่ระหว่างการติดตั้ง สาเหตุหลักมาจากอุปสรรค 4 ด้าน ได้แก่ ขาดความเชื่อมั่นผู้ให้บริการ ความซับซ้อนของเทคโนโลยี ขั้นตอนขออนุญาตที่ยังยุ่งยาก และปัญหาการเงินที่ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เกินไป

แม้การลงทุนโซลาร์รูฟท็อปจะคุ้มค่า เนื่องจากต้นทุนผลิตไฟฟ้าเพียง 3 บาทต่อหน่วย ถูกกว่าค่าไฟเฉลี่ยที่ราว 4 บาทต่อหน่วย และยังมีนโยบายภาครัฐที่เริ่มเอื้ออำนวย เช่น การหักลดหย่อนภาษีจากค่าใช้จ่ายติดตั้ง 200,000 บาทแรก แต่ประชาชนยังมองว่าข้อจำกัดเชิงกฎหมายและกฎระเบียบทำให้การตัดสินใจไม่ง่าย โดยผู้บริโภคเรียกร้องให้รัฐ “อุดหนุนเงินติดตั้ง” เป็นมาตรการสำคัญที่สุด

ด้านสภาผู้บริโภคชี้ว่า ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่รัฐบาลผลักดันอยู่ “เกาไม่ถูกที่คัน” เพราะแก้เพียงขั้นตอนการติดตั้งให้สะดวกขึ้น แต่ไม่แก้กติกาหลักที่ห้ามไฟฟ้าส่วนเกินไหลเข้าระบบสายส่งและดึงกลับมาใช้ตอนกลางคืน ทำให้ประชาชนใช้ไฟฟ้าที่ผลิตเองได้เพียง 28% และต้องใช้เวลาคืนทุนยาวนานถึง 16–17 ปี

นายจิรวุฒิ อิ่มรัตน์ นักวิเคราะห์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) เสนอว่า รัฐบาลควรเปิดทางเลือกใหม่ เช่น ระบบเน็ตมิเตอร์ริง (Net Metering) ที่ให้ประชาชน “ฝากไฟฟ้า” ที่ผลิตได้เกินในตอนกลางวัน และดึงกลับมาใช้ในตอนกลางคืน รวมถึงการสนับสนุนแบตเตอรี่ในระบบโซลาร์รูฟท็อป พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายพลังงานสะอาดในกฎหมายให้ชัดเจน เพื่อสร้างแรงจูงใจจริงและตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารได้อย่างเป็นรูปธรรม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top