Friday, 5 June 2026
เจษฎ์โทณะวณิก

‘ชัยวุฒิ-ดร.เจษฎ์’ กังขา ประชาธิปัตย์ ลืมจุดยืน ร่วมส้ม-แดง ขัดใจคนใต้ - คนกรุง 

[สงขลา] 4 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.00 น. -นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมพรรครักชาติ อาทิ นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค (ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3), นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค (ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4), นายธรรศ พจนประพันธ์ รองหัวหน้าพรรค (ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 8), นายณภัทร ชุ่มจิตตรี (คิง ก่อนบ่าย) ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 11, นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค และนายณภัทร นวเครือสุนทร รองเลขาธิการพรรค ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา พบปะพี่น้องประชาชน เพื่อแนะนำพรรครักชาติ (เบอร์ 35) และนำเสนอนโยบาย 

โดยทีมพรรครักชาติ เริ่มต้นหาเสียงช่วงบ่ายด้วยการ เข้าสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสงขลา โดยมีลักษณะเป็นศาลเจ้าแบบเก๋งจีน สร้างสมัยพระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง ณ สงขลา) เป็นผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลา ภายในศาลเป็นที่ประดิษฐานหลักเมืองทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานให้ประจำเมือง 

ทั้งนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรครักชาติ และคิง ก่อนบ่าย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ได้เป็นตัวแทนทีมพรรครักชาติ เชิดสิงโตแบบจีน ต่อหน้าศาลฯ ซึ่งสื่อความหมายถึงความมั่งคั่ง สมปรารถนา ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง หลังจากนั้นทีมพรรครักชาติได้เดินพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยรอบ ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ทั้งนี้ระหว่างทีมพรรครักชาติ แวะพักบริเวณร้านอาหารที่เกาะยอ ได้พบกับทีมหาเสียงพรรคโอกาสใหม่ ซึ่งมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคนำทีม จึงได้เข้าไปทักทายอย่างเป็นกันเอง

ขณะที่ FC อาจารย์ต่างตื่นเต้น เข้ามาขอถ่ายรูป และประชาชนบางส่วน สะท้อนมุมมองทางการเมือง ถึงพรรคการเมืองเดิม ๆ โดยเฉพาะพรรคเก่าแก่ อย่างประชาธิปัตย์ ว่า เริ่มทำให้พี่น้องชาวใต้สับสนกับแนวคิด และจุดยื่นของพรรค

ซึ่ง รศ.ดร.เจษฎ์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์อย่างดุเดือด ระบุว่า จากการลงพื้นที่พบปะพี่น้องชาวใต้ เสียงสะท้อนส่วนใหญ่ต้องการพรรคการเมืองที่ยึดมั่นในการธำรงรักษาชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แต่เมื่อชาวบ้านพูดถึงพรรคเดิมที่เคยเลือกอย่าง ‘ประชาธิปัตย์’ กลับเต็มไปด้วยความสับสนและไม่เข้าใจในทิศทางของพรรค โดยเฉพาะสโลแกน ‘ฟ้าจะกลับใต้’ ซึ่งขัดแย้งกับความรู้สึกของคนในพื้นที่ที่ประกาศชัดว่า ไม่เอาพรรคที่จะทำร้ายสถาบันหลัก หรือสร้างปัญหาชายแดน แต่ประชาธิปัตย์กลับแสดงท่าทีว่าสามารถพูดคุยกับพรรคประชาชนได้ แม้จะมีประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 1 และหมวด 2 หรือแม้แต่การระบุว่าสามารถร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยได้หากไม่มีนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เพราะนายทักษิณยังคงมีอิทธิพลอยู่

รศ.ดร.เจษฎ์ ยังได้ตั้งคำถามถึงวาทกรรม “สมบัติพ่อเฒ่า” ของพรรคประชาธิปัตย์ว่า มีความหมายที่แท้จริงอย่างไร โดยเชื่อมโยงไปถึง พันตรีควง อภัยวงศ์ เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าพรรคคนแรกของ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะราษฎร ผู้ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 และเคยร่วมมือกับนายปรีดี พนมยงค์ ฉีกรัฐธรรมนูญปี 2489 จึงตั้งข้อสังเกตว่า การที่ประชาธิปัตย์ประกาศจะกลับไปหาสมบัติพ่อเฒ่า หมายถึงการจะจับมือกับกลุ่มคนที่ต้องการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง เพื่อย้อนกลับไปสู่ยุคคณะราษฎร 2475 ใช่หรือไม่ จึงขอให้ชี้แจงให้ชัดเจนเพราะคนใต้ฝากคำถามมา

‘ชัยวุฒิ-ดร.เจษฎ์’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ยึดมั่นจุดยืน “น้ำดีไล่น้ำเสีย” ปฏิรูปการเมืองใหม่

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 20.30 น. -นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมพรรครักชาติ ประกอบด้วยผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ ของพรรค ร่วมกันแถลงขอบคุณพี่น้องประชาชน หลังเสร็จสิ้นภารกิจหาเสียงเลือกตั้งตลอด 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา ย้ำพรรครักชาติ คือศูนย์รวมคนรุ่นใหม่และนักวิชาการ มุ่งเป็น "น้ำดี ไล่น้ำเสีย" เปลี่ยนผ่านการเมืองไทยให้โปร่งใสและสร้างสรรค์

โดยนายชัยวุฒิ ระบุว่า ในฐานะหัวหน้าพรรครักชาติ  ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนพรรครักชาติ ตลอดช่วงเวลาที่เราหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ประมาณ 6 สัปดาห์ ในการลงพื้นที่พบพี่น้องประชาชน มีพี่น้องประชาชนให้การสนับสนุน ให้การตอบรับที่ดีมาโดยตลอด ขอขอบคุณ ทุกคะแนนเสียงที่มอบให้ ขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้พวกเรา ที่เข้าใจว่าพรรครักชาติ คือพรรคที่ตั้งขึ้นมาด้วยอุดมการณ์ที่ชัดเจน เป็นการรวมกันของคนรุ่นใหม่ นักวิชาการ นักบริหารที่มีความรู้ความสามารถ เข้ามาช่วยกันสร้างพรรคการเมืองที่จะเป็นความหวังของพี่น้องประชาชนที่ต้องการจะมาเปลี่ยนการเมืองนี้ให้ดีขึ้น เป็นน้ำดีที่จะมาไล่น้ำเสีย ทำให้บ้านเมืองมีการเมืองที่ดีขึ้นในอนาคต ด้วยความรักชาติที่เราอยากให้ทุกคนมาร่วมกันช่วยกันสร้างพรรคการเมืองต่อไป

"สุดท้ายต้องขอกราบขอบพระคุณพี่น้องสื่อมวลชนด้วยนะครับ ที่ผ่านมาเราได้รับการตอบรับที่ดีมากจากสื่อมวลชน นำเสนอข่าวให้เรา ทำให้เราเป็นที่รู้จักของพี่น้องประชาชน และก็ได้คะแนนนิยมมาโดยตลอด ก็ขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุน และที่สำคัญต้องขอบคุณ คณะกรรมการการเลือกตั้งด้วยนะครับ ที่ได้จัดทำการเลือกตั้ง และมีเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ เสียสละกำลังกายกำลังใจมาช่วยกัน จนวันนี้ก็ผ่านการเลือกตั้งมาด้วยดี ก็ขอให้การเลือกตั้งครั้งนี้ประสบความสำเร็จนะครับ ไม่มีความปัญหาอุปสรรคใด ๆ ให้ได้ ส.ส. ที่ดี ให้ได้รัฐบาลที่ดี มาดูแลแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนให้ได้ครับ ขอบคุณครับ" นายชัยวุฒิ กล่าว

‘ดร.เจษฎ์’ เตือน กกต. เคลียร์ชัดๆ หวั่นเกิดม็อบทั่วประเทศ

[กรุงเทพฯ] 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00 น. -รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ส่งสัญญาณเตือนถึงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยระบุว่า ขณะนี้ภารกิจของผู้สมัครและพรรคการเมืองสิ้นสุดลงแล้ว แต่ภารกิจที่ "หนักกว่า" คือหน้าที่ของ กกต. ที่ต้องจัดการกับการเลือกตั้ง ซึ่งถูกครหาว่า "ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม" โดยเฉพาะประเด็นความผิดปกติของการนับคะแนน จากปม "บัตรเขย่ง" ที่ลือสะพัดว่ามีจำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

"บัตรมันจะเกินได้ยังไงครับ? ที่ว่าบัตรเขย่ง ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เขาก็เขย่งกันจำนวนหลักสิบ จำนวนหลักร้อยก็แทบไม่เคยเกิดในประวัติศาสตร์ ถ้ามันมากมายมหาศาลแบบนี้ การเลือกตั้ง ถูกมองว่าไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม" รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว

รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวอีกด้วยว่า กกต. มีเครื่องมือและอำนาจล้นมือในตอนนี้ หากพบหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต ต้องกล้าตัดสินใจ อย่าง “ใบเหลือง” สั่งเลือกตั้งใหม่ในเขตที่มีปัญหาเพื่อคืนความชอบธรรม “ใบแดง” ส่งศาลตัดสิทธิ์พวกโกงให้พ้นวงจรการเมือง และต้องชดใช้ค่าเลือกตั้งใหม่ อีกทั้งมีข่าวว่ากัมพูชาเริ่มอีกแล้ว เรื่องของนานาอารยประเทศที่กำลังรุกเข้ามาก็ยังไม่จบ เราจะได้รัฐบาลโดยเร็วหรือไม่ กฎหมายกำหนดครับว่าท่านต้องประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 60 วัน จะทำอะไรก็ต้องรีบทำ ปล่อยให้มีข้อครางแคลงสงสัยของพี่น้องประชาชนแบบนี้ ปล่อยให้ผู้เล่นถูกตั้งข้อรังเกียจไม่ได้ กกต.ต้องรีบจัดการโดยเร็ว ไม่ต้องรอครบ 60 วันก็ได้

"เครื่องมือมีอยู่ในมือท่าน อำนาจที่ท่านสามารถทำได้ ถ้าท่านเห็นว่ามันมีเหตุอันควรสงสัย หรือมันมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าการเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม ถ้าท่านจะคิดพิจารณาแบบที่คนเขาบอกกันว่าให้ 'ใบเหลือง' คือไม่ได้ไปกระทบสิทธิ์ใคร แต่ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตใด ท่านต้องรีบทำ หากว่าท่านพบว่ามีการกระทำผิด มีสิ่งที่ถึงขนาดว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อ ท่านต้องดำเนินการส่งศาลเพื่อให้เกิดสิ่งที่คนเขาเรียกว่า 'ใบแดง' แล้วต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ โดยที่ถ้ามีใครทำผิด คนนั้นก็ต้องถูกตัดสิทธิ์ และถ้าหากศาลได้วินิจฉัยมาแล้ว คนนั้นก็ต้องจ่ายค่าเลือกตั้งใหม่" รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว
 

‘ดร.เจษฎ์’ แนะ ไม่มั่นใจ กกต. ให้ยืนหลักฐานทุจริตส่ง ป.ป.ช. พร้อมเตือน อย่าแตะหีบบัตร เพราะผิดกฎหมาย

[กรุงเทพฯ] 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00 น. -รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ไม่พอใจผลการเลือกตั้ง ระบุว่า คนที่ไม่พอใจกับผลการเลือกตั้ง หรือผลการนับคะแนนที่เกิดขึ้น ขออนุญาตเตือนครับ ทั้งในฐานะที่มีโอกาสเกี่ยวข้องกับการวางกฎกติกาเรื่องการเลือกตั้งมาหลายสิบปี และได้มีโอกาสเป็นผู้เล่น เข้าใจครับว่าทุก ๆ คนมีความไม่พอใจได้ จนถึงขั้นว่ากดดันก็อาจจะไม่แปลก แต่ทุกคนต้องอยู่ในกรอบอันควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าท่านมองว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมไปถึงเลขาธิการ หรือผู้ทำหน้าที่ที่หน่วย หน้าที่ในส่วนของเขต หรือผู้ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการนับคะแนน ไม่ได้ทำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ท่านสามารถใช้กระบวนการตามกฎหมายในการดำเนินการได้

“หากท่านมีหลักฐานการทุจริต หรือพบว่าการนับคะแนนไม่ถูกต้อง ท่านสามารถนำพยานหลักฐานไปร้องเรียนต่อ กกต. เพื่อส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาสั่งเลือกตั้งใหม่ได้ ซึ่งมีทั้งช่องทางของการให้ใบเหลืองและใบแดงตามขั้นตอน” รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว

ทั้งนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ ยังเตือนด้วยว่า การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับหีบบัตรหรือขัดขวางกระบวนการของ กกต. โดยตรง ถือเป็นการละเมิดบทบัญญัติของกฎหมาย ซึ่งนอกจากจะมีความผิดแล้ว ยังจะทำให้ภาพลักษณ์ของผู้ร้อง ถูกมองว่าเป็นพวก 'ขี้แพ้ชวนตี' ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการขับเคลื่อนทางการเมืองในระยะยาว ส่วนการชุมนุมย่อยเพื่อแสดงออกนั้นทำได้ แต่ต้องระวังไม่ให้ลุกลามบานปลายจนกลายเป็นสภาวะอนาธิปไตยที่ไม่สนกฎหมาย 

“วันนี้เริ่มมีคนพูดกันแล้วว่า ให้ลงถนนกันให้เต็มเมือง เพื่อที่จะได้เป็นเหตุให้ประกาศกฎอัยการศึกได้ทั่วประเทศ ซึ่งผมมองว่าเรื่องนี้ไม่ดีทั้งกับคนที่คิดจะชุมนุมปลุกปั่น และคนที่รอจังหวะจะประกาศใช้กฎพิเศษ ทั้งสองฝ่ายต่างกำลังพาบ้านเมืองไปสู่จุดที่อันตราย” รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว

“ภาวะการเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านไป มันยังมีทางออกอีกมากมาย รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เคารพกฎหมาย ทำในสิ่งที่เหมาะที่ควร และบ้านเมืองจะเดินได้ ทุกสิ่งทุกอย่างมันหาจุดลงตัวได้ครับ แต่ทุกท่านต้องเข้าใจว่ามีกฎ กติกา มารยาทอยู่ และต้องถือตาม” รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว 

นอกจากนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเยาวชน หรือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง หากพบเห็นพฤติกรรม "ไม่ชอบมาพากล" เช่น การซื้อสิทธิ์ขายเสียง หรือการเคลื่อนย้ายหีบบัตรที่ผิดปกติ ให้รีบแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที โดยกำชับว่าตำรวจต้องคุ้มครองพยานอย่างเต็มที่ พร้อมส่งสัญญาณเตือนไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยระบุว่า หากมีการร้องเรียนแล้ว กกต. นิ่งเฉย ประชาชนมีสิทธิ์ดำเนินคดีตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต หรือแจ้งต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้เกิดการตรวจสอบที่โปร่งใส


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top