‘ดร.เจษฎ์’ เตือน กกต. เคลียร์ชัดๆ หวั่นเกิดม็อบทั่วประเทศ
[กรุงเทพฯ] 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00 น. -รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ส่งสัญญาณเตือนถึงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยระบุว่า ขณะนี้ภารกิจของผู้สมัครและพรรคการเมืองสิ้นสุดลงแล้ว แต่ภารกิจที่ "หนักกว่า" คือหน้าที่ของ กกต. ที่ต้องจัดการกับการเลือกตั้ง ซึ่งถูกครหาว่า "ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม" โดยเฉพาะประเด็นความผิดปกติของการนับคะแนน จากปม "บัตรเขย่ง" ที่ลือสะพัดว่ามีจำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
"บัตรมันจะเกินได้ยังไงครับ? ที่ว่าบัตรเขย่ง ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เขาก็เขย่งกันจำนวนหลักสิบ จำนวนหลักร้อยก็แทบไม่เคยเกิดในประวัติศาสตร์ ถ้ามันมากมายมหาศาลแบบนี้ การเลือกตั้ง ถูกมองว่าไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม" รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว
รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวอีกด้วยว่า กกต. มีเครื่องมือและอำนาจล้นมือในตอนนี้ หากพบหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต ต้องกล้าตัดสินใจ อย่าง “ใบเหลือง” สั่งเลือกตั้งใหม่ในเขตที่มีปัญหาเพื่อคืนความชอบธรรม “ใบแดง” ส่งศาลตัดสิทธิ์พวกโกงให้พ้นวงจรการเมือง และต้องชดใช้ค่าเลือกตั้งใหม่ อีกทั้งมีข่าวว่ากัมพูชาเริ่มอีกแล้ว เรื่องของนานาอารยประเทศที่กำลังรุกเข้ามาก็ยังไม่จบ เราจะได้รัฐบาลโดยเร็วหรือไม่ กฎหมายกำหนดครับว่าท่านต้องประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 60 วัน จะทำอะไรก็ต้องรีบทำ ปล่อยให้มีข้อครางแคลงสงสัยของพี่น้องประชาชนแบบนี้ ปล่อยให้ผู้เล่นถูกตั้งข้อรังเกียจไม่ได้ กกต.ต้องรีบจัดการโดยเร็ว ไม่ต้องรอครบ 60 วันก็ได้
"เครื่องมือมีอยู่ในมือท่าน อำนาจที่ท่านสามารถทำได้ ถ้าท่านเห็นว่ามันมีเหตุอันควรสงสัย หรือมันมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าการเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม ถ้าท่านจะคิดพิจารณาแบบที่คนเขาบอกกันว่าให้ 'ใบเหลือง' คือไม่ได้ไปกระทบสิทธิ์ใคร แต่ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตใด ท่านต้องรีบทำ หากว่าท่านพบว่ามีการกระทำผิด มีสิ่งที่ถึงขนาดว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อ ท่านต้องดำเนินการส่งศาลเพื่อให้เกิดสิ่งที่คนเขาเรียกว่า 'ใบแดง' แล้วต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ โดยที่ถ้ามีใครทำผิด คนนั้นก็ต้องถูกตัดสิทธิ์ และถ้าหากศาลได้วินิจฉัยมาแล้ว คนนั้นก็ต้องจ่ายค่าเลือกตั้งใหม่" รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว
นอกจากนั้น รศ.ดร.เจษฎ์ ได้เตือนสติ กกต.ด้วยว่า หาก กกต. ยังปล่อยให้ประชาชนค้างคาใจกับผลการเลือกตั้ง สถานการณ์อาจบานปลายไปสู่การ "ชุมนุมประท้วง" และการก่อความไม่สงบ ท้ายที่สุดอาจนำไปสู่ข้ออ้างในการ "เข้ารักษาความสงบเรียบร้อย" อีกครั้ง
.
“บ้านเมืองมีภัยรายล้อม มีความจำเป็นต้องก้าวต่อไป การบริหารราชการแผ่นดินสะดุดหยุดลงไม่ได้ จะให้รัฐบาลอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปแบบนี้ไม่ได้ มีผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว มีคนที่ได้รับการคัดเลือกเป็นจำนวนมากที่สุด และมีคนที่พร้อมในการที่จะทำหน้าที่กันแล้ว ขอให้ท่านรีบจัดการ ก็ต้องฝากไว้ด้วยครับผม ที่น่ากังวลใจที่สุดครับ คนที่มีความไม่พอใจการนับคะแนน หรือว่าผลการนับคะแนน ผลการเลือกตั้งที่ผ่านไป ถ้าหากว่าปล่อยเอาไว้ ไม่รีบจัดการ สถานการณ์อาจจะบานปลายไปถึงขั้นมีการชุมนุม มีการประท้วง มีการก่อความไม่สงบ และท้ายที่สุดถ้ามันไปไกลถึงขนาดต้องมีการเข้ารักษาความสงบเรียบร้อย เดี๋ยวก็จะมีการกล่าวหากันไปอีก รีบดำเนินการให้แล้วเสร็จครับ” รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวทิ้งท้าย










