Friday, 5 June 2026
เคทีซี

เคทีซี-แสนสิริเดินเกมกลยุทธ์ หนุนคนไทยมีบ้านง่ายขึ้น

เคทีซีและแสนสิริ สองผู้นำในแวดวงการเงินและอสังหาริมทรัพย์ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงที่อยู่อาศัยของคนไทย ผ่านการผสานจุดแข็งด้านโครงการคุณภาพของแสนสิริ และโซลูชันทางการเงินที่ยืดหยุ่นจากเคทีซี 

นางประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า “เคทีซีไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล แต่เรามุ่งพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของสมาชิก ความร่วมมือกับแสนสิริสะท้อนบทบาทของเคทีซีในการเป็น ‘ผู้ช่วยทางการเงิน’ ที่เข้าใจความต้องการของคนไทยในทุกไลฟ์สไตล์ โดยออกแบบสิทธิประโยชน์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จ่ายและการวางแผนทางการเงิน เพื่อให้การมีบ้านไม่ใช่ภาระ แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่มั่นคง และยังสนับสนุนการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยอย่างมีความรับผิดชอบ ผ่านการออกแบบสิทธิประโยชน์ที่ช่วยเสริมวินัยทางการเงิน และเปิดทางเลือกที่หลากหลายให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจได้อย่างสอดคล้องกับศักยภาพของตนเอง”

นางสาวศรีอำไพ รัตนมยูร ประธานผู้บริหารสายงานการตลาด บริษัท แสนสิริ จำกัด กล่าวว่า “แสนสิริเชื่อว่าที่อยู่อาศัยคือจุดเริ่มต้นของคุณภาพชีวิตที่ดี ความร่วมมือกับเคทีซีครั้งนี้ เป็นการนำความเชี่ยวชาญของทั้งสององค์กรมาเติมเต็มกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงอสังหาริมทรัพย์กับโซลูชันทางการเงิน เพื่อช่วยลดข้อจำกัดด้านการเงิน และเปิดโอกาสให้คนไทยมีบ้านได้เร็วขึ้น ง่ายขึ้นและมั่นใจมากขึ้น เรามองดีลนี้ในเชิงกลยุทธ์ระยะยาว เพื่อสร้างทางเลือกที่ยั่งยืนให้กับผู้บริโภคและขับเคลื่อนตลาดที่อยู่อาศัยไทย”

เมื่อความรักต่อศิลปิน เดินคู่กับการวางแผนการเงิน

สำหรับ “แฟนคลับ” การได้ไปชมคอนเสิร์ตของศิลปินที่รักไม่ใช่เพียงความบันเทิงชั่วคราว แต่คือช่วงเวลาที่มีคุณค่าทางใจและกลายเป็นความทรงจำที่มีความหมายกับชีวิตไปอีกแสนนาน หลายคนมองว่าคอนเสิร์ตคือ “รางวัลแห่งปี” ที่ช่วยเติมพลังและสร้างแรงบันดาลใจให้กับการใช้ชีวิต งานวิจัยจำนวนมากสนับสนุนว่าประสบการณ์ดนตรีสดมีผลต่อสุขภาวะมากกว่าที่คิด โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า กิจกรรมด้านดนตรีมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพทางอารมณ์และคุณภาพชีวิตโดยรวม 

อย่างไรก็ตาม ความสุขจากคอนเสิร์ตมักมาพร้อมค่าใช้จ่ายที่มากกว่าบัตรเข้าชม ไม่ว่าจะเป็นค่าสมัครสมาชิก (membership) ค่าเดินทาง ค่าที่พัก หรือค่าใช้จ่ายยิบย่อยที่สะสมโดยไม่รู้ตัว เคทีซีจึงชวนแฟนคลับมาดู 3 วิธีเก็บเงินอย่างมีชั้นเชิง เพื่อให้ความสุขจากศิลปินที่รักไม่กลายเป็นภาระทางการเงินในระยะยาว และสนุกกับคอนเสิร์ตได้เต็มที่

วิธีที่ 1 เก็บเงินให้ใกล้เวทีขึ้นทุกวัน 
การเก็บเงินเพื่อคอนเสิร์ตไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่สามารถผูกเข้ากับชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ เช่น เก็บเงินตามเลขวันที่ หรือเก็บเงินทุกครั้งที่เห็นศิลปินอัปเดตผลงาน เงินจำนวนเล็กน้อยที่สะสมอย่างสม่ำเสมอจะค่อย ๆ เปลี่ยนความตื่นเต้นให้กลายเป็นการเตรียมตัวที่จับต้องได้ และช่วยเข้าใกล้วันคอนเสิร์ตโดยไม่สร้างแรงกดดันต่อค่าใช้จ่ายประจำ

วิธีที่ 2 ตั้งงบให้ความสุขไม่ล้นกระเป๋า    
    หลายครั้งภาระทางการเงินไม่ได้เกิดจากค่าบัตรคอนเสิร์ตเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการใช้เงินโดยไม่มีกรอบ การกำหนดงบประมาณคร่าว ๆ สำหรับคอนเสิร์ตแต่ละครั้ง ทั้งบัตรเข้าชม ที่พัก ไปจนถึงค่าเดินทาง จะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมีขอบเขต และเลือกความสุขในระดับที่เหมาะสมกับสถานะการเงินของตัวเอง

วิธีที่ 3 ดูแลกระเป๋าหลังเวที
    ระหว่างรอวันคอนเสิร์ต ความอยากเล็ก ๆ มักเกิดขึ้นเสมอ การไม่ปิดกั้นตัวเองทั้งหมด แต่เลือกเลื่อนค่าใช้จ่ายที่ยังไม่จำเป็น แล้วนำเงินส่วนนั้นมาเป็นเงินเก็บสำหรับคอนเสิร์ต คือวิธีดูแลทั้งความสุขในวันนี้และความสบายใจในวันข้างหน้า
 

เคทีซีเดินเกมรัดกุมรับเศรษฐกิจผันผวน ชูสมดุล ‘เติบโต–คุมความเสี่ยง’  เป็นยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนหลักเพื่อความยั่งยืน

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและอุตสาหกรรมสินเชื่อผู้บริโภคที่ยังหดตัว กลุ่มบริษัทเคทีซีสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในทุกผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ ปริมาณใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มเป็น 13.6% ลูกหนี้บัตรเครดิตเพิ่มเป็น 14.8% และลูกหนี้สินเชื่อบุคคลเพิ่มเป็น 4.2% สวนทางกับภาพรวมอุตสาหกรรมที่หดตัว โดยปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของเคทีซีมีมูลค่า 302,527 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่อง 3.6% ขณะที่ตัวเลขตลาดโดยรวมติดลบเล็กน้อย 

ด้านผลประกอบการเชิงคุณภาพ เคทีซีมีกำไรสุทธิ 7,782 ล้านบาท เติบโต 4.6% จากปีก่อนหน้า สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ตสินเชื่อรวม 111,585 ล้านบาท ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ขณะที่อัตราหนี้เสีย (NPL Ratio) อยู่ในระดับต่ำเพียง 1.79% โดยปี 2568 มีรายได้รวมอยู่ที่ 27,695 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 5.23% จากการบริหารต้นทุนและคุณภาพสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงเป็น 34.8% Credit Cost ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 5.3% จาก 6.1% ในปี 2567 สะท้อนการควบคุมความเสี่ยงที่รัดกุม พร้อมกันนี้ บริษัทมีวงเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ยังไม่เบิกใช้รวม 20,470 ล้านบาท สูงกว่าภาระหนี้หุ้นกู้และเงินกู้ที่จะครบกำหนดในปี 2569 ซึ่งอยู่ที่ 15,830 ล้านบาท ทำให้สถานะสภาพคล่องยังแข็งแกร่งและอยู่ในระดับปลอดภัย

สำหรับปี 2569 เคทีซีเตรียมเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ “การเติบโตควบคู่การบริหารความเสี่ยง” โดยลงทุนในระบบงานหลักใหม่ (Core System) เพื่อรองรับการขยายตัวในระยะยาว เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน และยกระดับประสบการณ์สมาชิก บริษัทตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อรวมเติบโต 1–2% ปริมาณใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโต 5% พอร์ตสินเชื่อบุคคลเติบโต 2% และคุมระดับ NPL ไม่เกิน 2% นอกจากนี้ บริษัทยังขยายฐานรายได้ผ่านธุรกิจนายหน้าประกันภัย ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย โดยอาศัยความร่วมมือกับพันธมิตรและเทคโนโลยีการขายที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมอย่างยั่งยืนในอนาคต

ดันสุขภาพหญิง!! เคทีซีจับมือ OSIM กระตุ้นสุขภาพ เฉพาะผู้หญิงยุคใหม่ เน้นความสำคัญสุขภาวะ มอบสิทธิพิเศษมากมายตลอดแคมเปญ เร่งเพิ่มความตระหนักเรื่องสุขภาพอย่างยั่งยืน

เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นพันธมิตรกับ OSIM (โอซิม) ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพระดับโลก เดินหน้าส่งเสริมสุขภาวะ (Well-being) ของผู้หญิงยุคใหม่ ผ่านแคมเปญ “Empowerment Begins With Self-Worth” เนื่องในวันสตรีสากล โดยมุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงเห็นคุณค่าในตัวเอง และให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน ในบริบทที่ผู้หญิงวัยทำงานเผชิญทั้งความเครียดและอาการปวดเมื่อยจากพฤติกรรมนั่งทำงานต่อเนื่อง งานวิจัยระดับนานาชาติและองค์การอนามัยโลกล่าสุดสะท้อนว่า อาการปวดหลังส่วนล่างพบในผู้หญิงสูงกว่าผู้ชายอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่กองสถิติของสหประชาชาติ หรือ United Nations Statistics Division (UNSD) ชี้ภาวะ “สุขนิยม” (Pursuit of Everyday Happiness) เป็น 1 ใน 3 เทรนด์ใหญ่ของผู้บริโภคไทยปี 2025 ที่พบเด่นชัดในผู้หญิงวัยทำงาน
.
แคมเปญนี้สะท้อนบทบาทของเคทีซีและ OSIM ที่ต้องการส่งเสริมสุขภาพกาย–ใจและสมดุลชีวิตของลูกค้า โดยเฉพาะผู้หญิงยุคใหม่ที่ต้องรับภาระหลายด้านในแต่ละวัน การเลือกใช้โซลูชันเพื่อการพักผ่อนและฟื้นฟู เช่น เก้าอี้นวดอัจฉริยะ OSIM uDivine V3 Smart Massage Chair เปรียบเสมือนการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว และเป็นการให้คุณค่ากับตัวเองผ่านการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง โดยเคทีซียังมอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี และบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” ที่เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ OSIM ตลอดช่วงแคมเปญ
.
ระหว่างวันที่ 1-31 มีนาคม 2569 เพื่อสนับสนุนให้ผู้หญิงทุกคนได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง อันเป็นรากฐานของพลังที่แท้จริงตามแนวคิดของแคมเปญ “Empowerment Begins With Self-Worth รับฟรี uMask Eye Massager มูลค่า 1,990 บาท เมื่อมียอดซื้อครบ 10,000 บาทขึ้นไป รับฟรี uZap Body Vibration Exercise Machine มูลค่า 32,990 บาท เมื่อซื้อเก้าอี้นวด OSIM รุ่นใดก็ได้ พร้อมดูแลสุขภาพและความผ่อนคลายสำหรับผู้หญิง รับทันที 500 บาท เมื่อทั้งคุณและเพื่อนซื้อสินค้าร่วมรายการ พิเศษสุด รับส่วนลด 50% สาหรับการซื้อ uStiletto จากปกติ 20,990 บาท เหลือเพียง 10,495 บาท รับสิทธิผ่อน 0% นาน 10 เดือน และรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 38,000 บาท หรือรับเครดิตเงินคืน สูงสุด 24,000 บาทเมื่อชำระเต็มจำนวน
.
คุ้มค่ายิ่งขึ้น สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี เมื่อแลกคะแนน KTC FOREVER รับเครดิตเงินคืน 15% ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2568 - 30 มิถุนายน 2569 ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ktc.co.th/promotion/home-furniture/home-decor/osim หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ KTC 02 123 5000 หรือศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขา ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรเครดิตควรใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี ผู้ถือบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” ควรกู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 20%-25% ต่อปี
ออกข่าวในนาม: ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์กร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
รายละเอียดเพิ่มเติม : เจนจิต ลัดพลี โทรศัพท์ 0-2828-5736
สุชาดา วีระสกุลรักษ์ โทรศัพท์ 02-828-5732
ศิริวรรณ ชาวเรือหัก โทรศัพท์ 02-828-5404
อีเมล: [email protected] เฟชบุ๊ค KTCJourney

เคทีซีชี้เทรนด์วิวาห์ปี 2026 งานเล็ก–ยั่งยืนมาแรง มูลค่าตลาดแต่งงานไทยแตะ 5 หมื่นล้านบา

เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เผยเทรนด์การจัดงานแต่งงานของคู่รักไทยในปี 2026 กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยคู่รักรุ่นใหม่หันมาให้ความสำคัญกับ งานแต่งขนาดเล็กที่มีความหมาย (Micro Wedding) การจัดงานที่คำนึงถึง ความยั่งยืน (Sustainable Wedding) และการสร้าง ประสบการณ์ร่วมกันกับคนใกล้ชิด มากกว่าความยิ่งใหญ่ของงาน

ข้อมูลจาก SabuyWedding ระบุว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของการจัดงานแต่งงานในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 600,000 – 800,000 บาทต่อคู่ ขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบของงาน ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมวิวาห์ของไทยมีมูลค่าประมาณกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี และมีจำนวนคู่สมรสใหม่ประมาณ 260,000 คู่ต่อปีโดยหมวดค่าใช้จ่ายหลักของคู่รักไทยประกอบด้วย สถานที่จัดงานและโรงแรม / แหวนและเครื่องประดับ / บริการถ่ายภาพและวิดีโอ และแพ็กเกจฮันนีมูนและการท่องเที่ยว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคู่รักยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการ วางแผนงบประมาณและประสบการณ์หลังแต่งงานมากขึ้น

3 เทรนด์สำคัญของวิวาห์ปี 2026
จากการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายของสมาชิก เคทีซีมองว่าอุตสาหกรรมวิวาห์กำลังขับเคลื่อนด้วย 3 เทรนด์สำคัญ ได้แก่
1. Sustainable Wedding
คู่รักให้ความสำคัญกับการจัดงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น การใช้วัสดุตกแต่งที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ การลดปริมาณขยะภายในงาน รวมถึงการเลือกใช้วัตถุดิบและดอกไม้จากผู้ผลิตในท้องถิ่น
2. Micro & Intimate Wedding
รูปแบบงานแต่งเปลี่ยนจากงานเลี้ยงขนาดใหญ่ไปสู่การจัดงานขนาดเล็กที่มีแขกประมาณ 15–50 คน เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นส่วนตัว และใช้เวลากับคนใกล้ชิดได้มากขึ้น
3. Experience-Based Wedding

คู่รักจำนวนมากเลือกจัดงานแต่งในรูปแบบที่ผสานกับประสบการณ์ เช่น Destination Wedding หรือการรวมพิธีแต่งงานเข้ากับการท่องเที่ยวและกิจกรรมร่วมกับครอบครัวและเพื่อนสนิท

นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า จากข้อมูลการใช้จ่ายของสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี พบว่าคู่รักยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการวางแผนงบประมาณ เพื่อจัดงานแต่งที่สะท้อนตัวตนและความหมายของชีวิตคู่มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่องทางการเงินและประสบการณ์หลังแต่งงาน เช่น การเดินทางฮันนีมูน

เพื่อรองรับเทรนด์ดังกล่าว เคทีซีจึงร่วมกับ SabuyWedding Festival 2026 อีเวนต์งานแต่งงานยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ระหว่างวันเสาร์ที่ 14 – วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 ณ พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 8,000 คน และมีผู้ประกอบการธุรกิจวิวาห์กว่า 200 แบรนด์ นำเสนอสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีที่ใช้จ่ายภายในงาน ได้แก่

1) บัตรกำนัลจากศูนย์การค้าสยามพารากอนมูลค่า 500 บาท เมื่อมียอดใช้จ่ายสะสมภายในงานผ่านบัตรเครดิตเคทีซี ครบทุก 50,000 บาทต่อบัตร (รับบัตรกำนัลรวมสูงสุด 2,000 บาทต่อหมายเลขบัตรต่อวัน)
2) รางวัล Top Spender สำหรับผู้ที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดภายในงาน 2 ท่าน รับบัตรกำนัลห้องพักประเภท Deluxe ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวน 1 คืน พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน (ยอดใช้จ่ายสะสมขั้นต่ำ 400,000 บาทขึ้นไป และต้องลงทะเบียนที่บูธเคทีซี ภายในงานในวันที่ทำรายการ)
ทั้งนี้สมาชิกสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับรางวัล Top Spender ซึ่งจะประกาศผ่านเว็บไซต์ https://www.ktc.co.th/promotion/wedding-package/recommended/top-spenders-sabuywedding ภายในวันที่ 16 เมษายน 2569 รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.ktc.co.th/promotion/wedding-package/recommended/sabuy-wedding-festival หรือศูนย์บริการลูกค้าเคทีซี 02-123-5000 สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิก https://ktc.today/apply-card หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ
หมายเหตุ : บัตรเครดิตใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
ออกข่าวในนาม : สื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์กร บมจ.บัตรกรุงไทย

เงินสำรองยังไม่พอ พบ 2 ใน 3 คนไทยไม่มีเงินสำรอง แนะนำวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้ เคทีซีชี้แผนการเงินและใจช่วยลดเสี่ยง เร่งสร้างเงินสำรองฉุกเฉิน 3-6 เดือน

คนไทย 2 ใน 3 ไม่มีเงินสำรองถึง 3 เดือน เคทีซีแนะวางแผนการเงิน–ชีวิตก่อนเหตุไม่คาดคิด

แม้ไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่า “เหตุไม่คาดคิดจะเกิดขึ้นเมื่อใด” แต่สัญญาณล่าสุดสะท้อนว่าครัวเรือนไทยจำนวนมากยังมีความเปราะบางทางการเงิน ผลสำรวจสวนดุสิตโพลล์ปี 2568 ระบุว่า 48.32% ของคนไทยมีเงินสำรองฉุกเฉินไม่ถึง 1 เดือน และอีก 35.24% มีเงินสำรองเพียง 1-3 เดือน เท่ากับว่าอย่างน้อย 2 ใน 3 ของคนไทย ยังไม่มีเงินสำรองถึง 3 เดือน ซึ่งถือเป็นระดับสำคัญสำหรับรองรับเหตุฉุกเฉิน หากรายได้สะดุดหรือมีเหตุเร่งด่วนเกิดขึ้น ครอบครัวจำนวนมากอาจตั้งหลักได้ยากตั้งแต่สัปดาห์แรกๆ

ด้านสุขภาพก็เต็มไปด้วยความเสี่ยงที่ “มาโดยไม่บอกล่วงหน้า” เช่นกัน ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรคชี้ว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างมะเร็ง หลอดเลือดสมองและโรคหัวใจ ยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของไทย โดยเฉพาะโรคมะเร็งที่คร่าชีวิตคนไทยเฉลี่ย 227 รายต่อวัน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนทั้งภาระค่าใช้จ่าย การตัดสินใจ และแรงกดดันทางใจที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน การมี “แผน” ทั้งด้านเงินและด้านใจตั้งแต่วันนี้ จึงช่วยลดต้นทุนความไม่แน่นอนได้จริง

วิธีวางแผนการเงินให้ตั้งหลักได้
เคทีซีถอดบทเรียนจากข้อมูลผู้ใช้และอินไซต์คนทำงาน พบว่า “ความกังวลใหญ่ของคนไทย” อยู่ใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ สุขภาพ การเงินและเหตุไม่คาดคิด ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกันและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว การวางแผนไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่เริ่มจากหลักการพื้นฐานที่ช่วยให้ครอบครัวตั้งหลักได้ทันที ได้แก่

แบ่งเงินอย่างมีระบบ: ใช้โครงสร้าง 50–30–20 เป็นแนวทางตั้งต้น (50% ค่าใช้จ่ายจำเป็น 30% คุณภาพชีวิต 20% ออม–ลงทุน) ตัวเลขยังชี้ว่าคนไทยเพียง 57% มีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3 เดือน ซึ่งยังไม่เพียงพอสำหรับครึ่งหนึ่งของครัวเรือนไทย

เร่งสร้างเงินสำรองฉุกเฉินให้ถึง 3-6 เดือน: ในยุคที่การเจ็บป่วย-ตกงานเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เงินสำรองคือ ร่มกันฝน ที่ช่วยผ่อนแรงความเสี่ยงทั้งด้านสุขภาพและการเงิน

จัดการหนี้อย่างเป็นขั้นตอน: เพราะดอกเบี้ยคือ “ต้นทุนเวลา” ที่ลดทอนความสามารถในการออม ควรเริ่มจากการเคลียร์หนี้ดอกเบี้ยสูงก่อน เพื่อเปิดพื้นที่ให้เงินออมเติบโตได้จริง

ตั้ง Auto-transfer หลังเงินเดือนเข้าทันที แยกบัญชี “เงินฉุกเฉิน” ไม่ปะปนกับบัญชีใช้จ่าย พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนออมทุกครั้งที่รายจ่ายหนี้ลดลง

สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจ ลดต้นทุนความไม่แน่นอน
นอกจากความพร้อมทางการเงินแล้ว “ใจที่พร้อม” ก็สำคัญไม่แพ้กัน หลายองค์กรจึงหันมาใช้แนวทาง Work–Life Integration เพื่อสร้างระบบสนับสนุนสุขภาวะกาย–ใจ เช่น การเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา การให้ความรู้ด้านสุขภาวะ วัฒนธรรมโค้ชชิ่งที่ “ฟังโดยไม่ตัดสิน” การชวนพนักงานวางแผนชีวิตล่วงหน้า เพื่อให้คนทำงานมีสมาธิ-มีพลัง-และตัดสินใจได้ดีขึ้น แม้ในวันที่ไม่ทันตั้งตัว เมื่อใจไม่ต้องแบก ประสิทธิภาพงานและความสัมพันธ์รอบตัวก็ดีขึ้นพร้อมกัน

“สมุดเบาใจ” เครื่องมือที่ทำให้ความรักเป็นรูปธรรม
อีกหนึ่งสิ่งที่คนไทยเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้นคือ การเขียน “สมุดเบาใจ” หรือเอกสารแสดงเจตนาล่วงหน้า (Advance Care Plan) ตาม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12 ซึ่งไม่ใช่เอกสารแห่งความกลัว แต่เป็นการบันทึกรูปแบบการรักษาที่ต้องการหรือไม่ต้องการ ระบุผู้ที่ต้องการมอบหมายให้สื่อสารและตัดสินใจแทน ระบุพิธีการหรือบรรยากาศที่อยากให้เกิดขึ้นในวาระสุดท้าย เพื่อช่วยลดภาระของคนข้างหลัง ไม่ต้องคาดเดาใจเราในวันที่ทุกคนกำลังอ่อนแรงที่สุด ควบคู่กับการดูแลตัวเองตามสูตร “5 ออ + อภัย” ได้แก่ อาหาร / อารมณ์ / อากาศ / อดิเรก / ออกกำลังกาย + อภัยให้ตัวเอง ซึ่งช่วยลดต้นทุนความไม่แน่นอนทั้งกายและใจได้ในระยะยาว

เพราะวันไม่คาดคิดอาจมาถึงก่อนที่เราจะพร้อม: เริ่มได้ทันที
ท้ายที่สุด “การตายดีต้องมีทีม” ทีมนี้อาจเป็นครอบครัว เพื่อนสนิท หรือคนที่ไว้ใจ ที่รู้เจตนาและช่วย ดูแลในช่วงเวลาสำคัญที่สุดของชีวิต แม้ความตายไม่มีคิว แต่เราสามารถเลือกได้ว่า “วันนี้จะเริ่มวางแผน เพื่อให้วันสุดท้ายงดงามที่สุดเท่าที่เป็นไปได้” และที่สำคัญที่สุดคือ ทำให้คนที่เรารักคลายความกังวล ไม่ต้องคาดเดาใจเรา ในวันที่ยากที่สุดของพวกเขา

ออกข่าวในนาม: ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์กร “เคทีซี” หรือ บมจ. บัตรกรุงไทย

สปอร์ตร้อนแรง!! ตลาดสปอร์ตแวร์ไทยเติบโตต่อเนื่อง เคทีซี ชูสิทธิประโยชน์ตรงใจนักวิ่ง นวัตกรรมผ้าเย็น-รองเท้าล้ำปี 2026 งานวิ่งหนุนรายได้ท่องเที่ยวจังหวัด

Sports Marketing คึกคัก นวัตกรรมสปอร์ตแวร์คึกกว่า เคทีซีร่วมขับเคลื่อนกำลังซื้อ

เมื่อค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการออกกำลังกายกลายเป็น “ค่าใช้จ่ายประจำ” ของคนเมือง ตลาด สปอร์ตแวร์ (Sportswear) ในไทยยังเติบโตต่อจากแรงหนุนของอีคอมเมิร์ซและไลฟ์สไตล์แอคทีฟ รายงานอุตสาหกรรมระบุว่าเซ็กเมนต์ Sportswear เป็นหนึ่งในหมวดย่อยที่โดดเด่นของตลาดเสื้อผ้าและรองเท้าไทยในปีล่าสุด และแนวโน้มยังขยายตัวต่อเนื่อง เคทีซีมองเทรนด์นี้เป็น “สัญญาณซื้อ” ของสมาชิกที่ออกกำลังกายเป็นประจำ จึงออกแบบสิทธิประโยชน์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมจริงทั้งหน้าร้านและออนไลน์

อีกด้านหนึ่ง โครงสร้างดีมานด์ถูก “เร่ง” ด้วย ภูมิอากาศที่ร้อนขึ้น องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ยืนยันว่าปี 2024 ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ และช่วง 2023–2025 คือสามปีที่ร้อนที่สุดติดต่อกัน ส่งผลโดยตรงต่อการเล่นกีฬากลางแจ้ง และผลักให้สินค้าประเภท Cooling Performance กลายเป็นความจำเป็นสำหรับไทย คลื่นความร้อนเดือนเมษายน 2024 ทำให้อุณหภูมิหลายจังหวัดแตะกว่า 40°C และทำสถิติใหม่ในบางพื้นที่ ยิ่งตอกย้ำความต้องการอุปกรณ์ที่ช่วยจัดการความร้อนและความชื้นระหว่างออกกำลังกาย

ฝั่งอุปทาน แบรนด์ระดับโลกเร่งนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น Nike “Aero‑FIT” ที่ออกแบบโซนช่องลมเฉพาะจุด เพิ่มการไหลเวียนอากาศ “มากกว่าวัสดุรุ่นเดิมกว่าเท่าตัว” พร้อมเตรียมเดบิวต์ในชุดแข่งขันระดับนานาชาติปี 2026 ก่อนขยายสู่กีฬาอื่นๆ ขณะเดียวกัน แนวโน้มผ้าในปี 2026 ชี้ชัดไปที่ thermal‑adaptive/smart fabrics และการใช้ Phase Change Materials (PCM) ซึ่งเริ่มมีต้นทุนเข้าถึงได้มากขึ้น เพื่อช่วยควบคุมความร้อนใกล้ผิวหนังและสวมใส่สบายได้ตลอดวัน (Long Wear) ในด้านของรองเท้า เวที The Running Event (TRE) ก็สะท้อนธีม “เบา–ระบายอากาศดี–คืนแรงสูง” ครอบคลุมสายทางเรียบ เทรล และไฮบริดกราเวล จนกลายเป็นพอร์ตที่ผู้ผลิตทั่วโลกให้ความสำคัญ

ในประเทศไทย อีโคซิสเต็มงานวิ่ง ยังหนุนการจับจ่าย: ก่อนโควิด ไทยมีงานวิ่งกว่า 2,000 งานต่อปี และกำลังฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะที่งานเรือธงอย่าง บางแสน 42 / ลากูน่า ภูเก็ต ช่วยสร้างรายได้ท่องเที่ยวท้องถิ่น โดยงานวิจัยกรณี Bangsaen21 พบผลเชิงบวกต่อรายได้ท่องเที่ยวระดับจังหวัดอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อน “เอฟเฟ็กต์การใช้จ่าย” ตั้งแต่ค่าสมัคร ที่พัก อาหาร ไปจนถึงอุปกรณ์กีฬา

สำหรับ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) บทบาทไม่ได้อยู่แค่ “ปลายทางการชำระเงิน” แต่คือการเชื่อมความต้องการของผู้บริโภคกับนวัตกรรมสินค้า ในจังหวะที่ใช่ ผ่านเครือข่ายร้านค้าพันธมิตรสายกีฬา และสิทธิประโยชน์ที่ออกแบบให้เข้ากับพฤติกรรมจริงของนักวิ่งและคนรักการออกกำลังกาย เช่น ส่วนลดเฉพาะหมวด หรือทางเลือกผ่อนชำระระยะสั้น สำหรับรุ่นเรือธง นอกจากนี้ สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซียังสามารถใช้คะแนน KTC FOREVER แลกรับ e‑Coupon ส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท และผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 6 เดือน ได้ที่ JD SPORTS ทุกสาขา (ยกเว้นออนไลน์) โดยข้อมูลของเคทีซียังสะท้อนภาพเดียวกับตลาด คือ ยอดใช้จ่ายหมวดกีฬา ปี 2568 เติบโต 10% (YoY) ซึ่งชี้ว่ากีฬาได้ขยับจาก “กิจกรรม” สู่ “การบริโภคเชิงไลฟ์สไตล์” ที่พร้อมลงทุนกับคุณภาพและผลลัพธ์

เมื่ออากาศร้อนขึ้นและนวัตกรรมเดินหน้าเร็ว ผู้บริโภคไทยจะยิ่งมองหาอุปกรณ์ที่ “ช่วยให้วิ่งได้นานขึ้น ปลอดภัยขึ้นและสนุกขึ้น” และสถาบันการเงินที่เข้าใจไลฟ์สไตล์อย่างเคทีซี ก็พร้อมทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินที่เชื่อมทุกจุดสัมผัสทางการเงินที่หล่อเลี้ยงอีโคซิสเต็มนี้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในมุมผู้บริโภค แบรนด์ ร้านค้า และเศรษฐกิจท้องถิ่นโดยรวม

ที่มา : ออกข่าวในนาม: ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์กร “เคทีซี” หรือ บมจ. บัตรกรุงไทย

ตม.เตือนภัยบัตรเครดิต!! กว่า 80 คดีทุจริตบัตรบนเครื่องบิน มูลค่าความเสียหายกว่า 8 ล้านบาท เคทีซีแนะนำ 4 วิธีป้องกัน เน้นใช้แอปคุมความเสี่ยงเดินทาง

ตม. เตือนภัยโจรกรรมบัตรเครดิตช่วงเดินทาง พุ่ง 80 เคส เสียหายกว่า 8 ล้านบาท
เคทีซีแนะเก็บบัตรไว้กับตัว พร้อมใช้ฟีเจอร์ควบคุมผ่านแอปลดความเสี่ยง

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ออกประกาศเตือนนักเดินทาง หลังพบแนวโน้มการโจรกรรมบัตรเครดิตบนเครื่องบินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และส่วนใหญ่เกิดในเที่ยวบินระหว่างประเทศระยะสั้นไม่เกิน 3 ชั่วโมง จากข้อมูล18 สถาบันการเงินพบความเสียหายมากกว่า 80 กรณี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 8 ล้านบาท ด้านบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” ชี้ธุรกรรมยุคดิจิทัลทำให้ความเสี่ยงเกิดขึ้นได้รวดเร็วขึ้น และเริ่มพบเคสทุจริตในลักษณะออฟไลน์เพิ่มขึ้น แนะผู้ถือบัตรใช้แอปป้องกันความเสี่ยงระหว่างเดินทาง

.พ.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันทน์ รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 และโฆษก บก.ตม.2 เปิดเผยว่า ตม. ได้เตรียมดำเนินมาตรการตามแนวคิด “สามเหลี่ยมอาชญากรรม” ซึ่งประกอบด้วย เหยื่อ–โอกาส–คนร้าย โดยมุ่งลด “โอกาส” ที่จะเกิดเหตุ ผ่านการประชาสัมพันธ์เชิงรุกทั้งช่องทางออนไลน์และภายในสนามบิน พร้อมประสานสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยและสายการบิน เพื่อเพิ่มบทบาทลูกเรือในการแจ้งเตือนผู้โดยสาร และเฝ้าระวังพฤติกรรมต้องสงสัยระหว่างการเดินทาง

ทั้งนี้ขอให้ผู้โดยสารเพิ่มความระมัดระวังในการเก็บทรัพย์สินมีค่า และตรวจสอบสัมภาระอย่างสม่ำเสมอระหว่างการเดินทาง

นายไรวินทร์ วรวงษ์สถิตย์ ประธานชมรมป้องกันทุจริตบัตรเครดิต และผู้บริหารสูงสุดสายงานควบคุมงานปฏิบัติการและปฏิบัติการร้านค้า “เคทีซี” กล่าวว่า รูปแบบการก่อเหตุที่พบมากคือ มิจฉาชีพอาศัยจังหวะที่ผู้โดยสารเผลอหรือนอนหลับ แอบเปิดกระเป๋าสัมภาระที่วางบนช่องเหนือศีรษะ ซึ่งมักไม่อยู่ในตำแหน่งตรงกับที่นั่งของเจ้าของ ก่อนนำบัตรไปใช้ทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือทันทีหลังลงจากเครื่อง

“กรณีดังกล่าวมักถูกจัดอยู่ในกลุ่ม ‘บัตรหาย’ เนื่องจากบัตรไม่ได้อยู่ในความครอบครองของลูกค้าในช่วงเกิดรายการ ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีการชำระเงินที่รวดเร็ว แม้ช่วยเพิ่มความสะดวกให้ผู้บริโภค ก็อาจกลายเป็นช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสได้เช่นกัน ดังนั้น การบริหารความเสี่ยงจึงต้องเกิดขึ้นทั้งจากพฤติกรรมของผู้ใช้และเครื่องมือทางการเงินควบคู่กัน” นายไรวินทร์กล่าว

แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับการเติบโตของสังคมไร้เงินสด (cashless society) ที่ทำให้การใช้จ่ายสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เพิ่มความเสี่ยง หากผู้ถือบัตรขาดความระมัดระวัง โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่สามารถดูแลทรัพย์สินได้อย่างใกล้ชิด เช่น ระหว่างการเดินทาง

เคทีซีแนะ 4 วิธีลดความเสี่ยงโจรกรรมบัตรระหว่างเดินทางเพื่อช่วยลดความเสี่ยง

เคทีซีแนะนำแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ถือบัตร ดังนี้

1.เก็บบัตรไว้กับตัวตลอดเวลา
หลีกเลี่ยงการเก็บบัตรในกระเป๋าที่วางบนช่องสัมภาระเหนือศีรษะ ซึ่งอยู่นอกสายตา

2.ใช้ฟีเจอร์ควบคุมบัตรผ่านแอปพลิเคชัน
เช่น การบล็อกบัตรชั่วคราว (Temporary Block) และการกำหนดวงเงินการใช้จ่าย (Spending Control) เพื่อจำกัดความเสี่ยง

3.เปิดการแจ้งเตือนธุรกรรมแบบเรียลไทม์
เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบัญชี และรับรู้ความผิดปกติได้ทันที

4.แจ้งแผนการเดินทางล่วงหน้า
เพื่อช่วยให้ระบบสามารถตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ เคทีซีเน้นย้ำว่า การป้องกันความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือการผสานระหว่าง “ความระมัดระวังของผู้ใช้” และ “การใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างเหมาะสม” เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัยและไร้กังวล     

ออกข่าวในนาม :   สื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์กร บมจ.บัตรกรุงไทย

“เคทีซี” เตือนลิงก์ปลอม เตือนภัยลิงก์ปลอมช่วงคืนภาษี ตั้งเช็กลิสต์ 4 จุดก่อนคลิก ย้ำหน่วยงานรัฐไม่ส่งลิงก์กรอกข้อมูล กระตุ้นทักษะการเงินยุคดิจิทัลป้องกันภัย

จากเงินคืน…สู่เงินหาย เคทีซีเตือนภัยลิงก์ปลอมช่วงรับคืนภาษี แนะ 4 เช็กลิสต์

ในจังหวะที่ผู้เสียภาษีจำนวนมากกำลังติดตาม “เงินคืนภาษี” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกระแสเงินสดที่ผู้บริโภคคาดหวังในแต่ละปี กลับพบว่าประเด็นดังกล่าวกำลังถูกใช้เป็น “จุดโจมตี” ใหม่ของมิจฉาชีพในโลกดิจิทัล ผ่านการส่งข้อความ SMS และอีเมลแอบอ้างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อหลอกให้ผู้บริโภคคลิกลิงก์และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการเงิน "เคทีซี" หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) มองว่า ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพใหญ่ของ Cyber Risk ที่กำลังเคลื่อนเข้ามาอยู่ในชีวิตทางการเงินประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ผู้บริโภคมี “แรงจูงใจทางการเงิน” ชัดเจน เช่น การรอรับเงินคืน การรับสิทธิ์ หรือการทำธุรกรรมที่มีกรอบเวลา ซึ่งมักถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเร่งการตัดสินใจ

เมื่อ “ความคาดหวังทางการเงิน” กลายเป็นช่องโหว่

พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวก ทำให้การคลิกลิงก์จากข้อความกลายเป็นเรื่องปกติ แต่ในอีกด้านหนึ่ง กลับลด “ช่วงเวลาคิด” ที่จำเป็นในการตรวจสอบความถูกต้อง ส่งผลให้ความเสี่ยงจาก Social Engineering เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะข้อความที่ใช้คำว่า “ด่วน”, “ยืนยันสิทธิ์”, หรือ “ข้อมูลไม่ครบ”

ในกรณีขอรับคืนภาษี กรมสรรพากรมีขั้นตอนที่ชัดเจนในการโอนเงินคืนผ่านระบบพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน 13 หลัก หรือบัญชีธนาคารที่ลงทะเบียนไว้ ไม่มีนโยบายให้กรอกข้อมูลส่วนตัวผ่านลิงก์จาก SMS หรืออีเมล ซึ่งเป็นจุดสังเกตสำคัญที่ผู้บริโภคควรตระหนัก

Cyber Risk ไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่คือ “ทักษะการเงิน”

เคทีซีมองว่า ความเสี่ยงจากลิงก์ปลอมไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Financial Literacy ในยุคดิจิทัล ที่ผู้บริโภคจำเป็นต้องมีทักษะในการประเมินความเสี่ยงก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการเงิน เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถป้องกันตนเองได้ในเชิงปฏิบัติ เคทีซีแนะนำ “เช็กลิสต์ 4 จุดก่อนคลิก” ดังนี้

  1. เช็กผู้ส่ง: หากเป็นข้อความจากแหล่งที่ไม่คุ้นเคย หรือใช้ชื่อหน่วยงานแต่ส่งจากช่องทางผิดปกติ ควรตั้งข้อสงสัยทันที
  2. เช็กลิงก์: หลีกเลี่ยงการกดลิงก์ที่แนบมากับข้อความ โดยเฉพาะที่อ้างเรื่องเงินคืนภาษีหรือสิทธิ์ทางการเงิน
  3. เช็กข้อมูลที่ถูกขอ: หากมีการขอข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลบัตร หรือรหัสใด ๆ ให้หยุดและตรวจสอบก่อน
  4. เช็กกับช่องทางทางการ: เข้าตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซต์หน่วยงานโดยตรง หรือใช้ช่องทางติดต่อที่เป็นทางการเท่านั้น

 .

จาก “ป้องกันตัว” สู่ “ภูมิคุ้มกันทางการเงิน”

ในภาพรวม การเพิ่มขึ้นของภัยไซเบอร์ที่เชื่อมโยงกับธุรกรรมทางการเงินสะท้อนว่า “ความปลอดภัย” กลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ต่างจากความสะดวกและความรวดเร็ว เคทีซีเน้นย้ำว่า ผู้บริโภคควรจดจำหลักสำคัญว่า หน่วยงานรัฐและสถาบันการเงินจะไม่ส่งลิงก์เพื่อให้กรอกข้อมูลส่วนตัวผ่าน SMS และไม่ควรติดตั้งแอปพลิเคชันจากแหล่งที่ไม่เป็นทางการ เนื่องจากลิงก์ปลอมในหลายกรณีอาจนำไปสู่การติดตั้งโปรแกรมที่เปิดช่องให้มิจฉาชีพเข้าควบคุมอุปกรณ์จากระยะไกล

ในยุคที่การเงินและดิจิทัลเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก “การหยุดคิดก่อนคลิก” จึงไม่ใช่เพียงพฤติกรรมด้านความปลอดภัย แต่คือ ทักษะพื้นฐานของการบริหารเงินในโลกยุคใหม่ ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ “เงินที่ควรได้คืน” กลายเป็น “ความเสียหายที่ไม่คาดคิด”

ออกข่าวในนาม : ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์กร “เคทีซี” หรือ บมจ. บัตรกรุงไทย

เคทีซีชู Green Growth ปรับใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดของเสียพร้อมรับมือโลกร้อน ลดกระดาษหมื่นรีม-ขยะรีไซเคิลเกือบร้อยตัน ส่งเสริมพลังงานสะอาดและสร้างสำนึกองค์กร

เคทีซีชู Green Growth และ Better Climate มุ่งเน้น “การจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า” เป็นพลังขับเคลื่อนองค์กรอย่างยั่งยืน        

ในวันที่ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ทรัพยากรโลกมีจำกัด และแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง “ความยั่งยืน” ไม่ได้เริ่มจากโครงการขนาดใหญ่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า ในแต่ละวันองค์กรกำลังใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามากพอหรือยัง และ “ของเหลือ” ที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำงานกำลังถูกจัดการอย่างไร แนวคิดดังกล่าวกำลังเปลี่ยนมุมมองเรื่องของเสียในองค์กร จากปลายทางของการกำจัดขยะ สู่การเป็น ตัวชี้วัดสำคัญของประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพราะทุกทรัพยากรที่จบลงอย่างสูญเปล่า ไม่เพียงสะท้อนต้นทุนด้านวัสดุและพลังงาน แต่ยังหมายถึงภาระต่อสิ่งแวดล้อมที่สังคมต้องร่วมกันรับผิดชอบ

“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จึงต่อยอดพันธกิจด้านความยั่งยืน ด้วยการบูรณาการแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเข้าสู่การดำเนินงานจริง ภายใต้กรอบกลยุทธ์ “Shift Forward: Survive and Thrive with Digital & AI” ซึ่งกำหนดให้แนวคิดการเติบโตที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดของเสีย และไม่เพิ่มภาระให้สิ่งแวดล้อม (Green Growth) เป็นหัวใจของการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Better Climate) เป็นหนึ่งในทิศทางหลักของการเติบโตระยะยาว โดยไม่มองประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมแยกออกจากการดำเนินธุรกิจ หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของวินัยองค์กรและการบริหารประสิทธิภาพในภาพรวม

รายงานความยั่งยืนประจำปี 2568 ของเคทีซี ระบุว่า สามารถลดปริมาณการใช้กระดาษจากโครงการต่างๆ ที่เน้นการใช้อิเล็กทรอนิกส์ในกระบวนการทำงาน ซึ่งช่วยลดกระดาษ 10,343 รีม รวมทั้งส่งเสริมการคัดแยกขยะเพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ทั้งสิ้น 95.6 ตัน นอกจากนี้บริษัทยังสนับสนุนการลดการใช้พลังงานและการใช้พลังงานสะอาด ผ่านการปรับสร้างความร่วมมือกับพนักงาน การใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และการใช้พลังงานสะอาดจากโซลาร์เซลล์  ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 116 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า สะท้อนให้เห็นว่า การจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารต้นทุนและความรับผิดชอบต่อโลกโดยรวม

หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนแนวทางดังกล่าว คือการนำขยะอาหารและของเหลืออินทรีย์ภายในองค์กร มาบริหารจัดการต่อเป็นปุ๋ยธรรมชาติ เพื่อลดปริมาณของเสีย ลดภาระการกำจัดขยะ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะเดียวกันยังเปลี่ยนสิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นต้นทุนปลายทาง ให้กลับมาเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง สาระสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการ “ทำปุ๋ย” แต่คือการสร้างระบบคิดใหม่ให้องค์กร มองเห็นความสูญเปล่า และจัดการทรัพยากรอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

นางสาวชนิดาภา สุริยา ผู้บริหารสูงสุด สายงานบริการลูกค้าและสนับสนุนธุรกิจ “เคทีซี” กล่าวว่า “ในวันที่หลายองค์กรพูดถึงความยั่งยืนมากขึ้น โจทย์สำคัญอาจไม่ใช่แค่การริเริ่มโครงการใหม่ แต่ต้องกลับมาทบทวนการใช้ทรัพยากรที่มี ว่าถูกใช้คุ้มค่าเพียงใด ของเหลือถูกจัดการอย่างไร และความสูญเปล่าในระบบงานลดลงจริงหรือไม่ เพราะ Green Growth ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งที่ใหญ่ที่สุดเสมอไป แต่อาจเริ่มจากการมองให้เห็นสิ่งเล็กๆ รอบตัว และบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีทั้งต่อองค์กร สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว”

แนวทางดังกล่าวสะท้อนบทบาทของเคทีซีในการผลักดันความยั่งยืนจาก การลงมือทำจริงในทุกกระบวนการ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้องค์กรและสังคมเห็นว่า การเติบโตทางธุรกิจ และการดูแลโลกใบนี้ สามารถเดินไปด้วยกันได้อย่างเป็นรูปธรรม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top