Friday, 5 June 2026
สเปน

‘สเปน’ สั่งห้าม ‘อิสราเอล’ ใช้น่านน้ำ-น่านฟ้า…เพื่อขนส่งอาวุธ พร้อมยกเลิกสัญญาซื้อขายพันล้านยูโร และเรียกร้องแบนจากวงการกีฬา

(18 ก.ย. 68) สเปนประกาศมาตรการเข้มงวดต่ออิสราเอล หลังนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ (Pedro Sánchez) ประกาศใช้ “มาตรการ 9 ข้อ” โดยหนึ่งในนั้นคือการแบนอาวุธแบบเบ็ดเสร็จ ห้ามซื้อขายยุทโธปกรณ์และเชื้อเพลิงทางทหารให้กองทัพอิสราเอล รวมถึงห้ามเรือและเครื่องบินขนส่งยุทโธปกรณ์ใช้ท่าเรือและน่านฟ้าสเปน พร้อมห้ามบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และอาชญากรรมสงคราม” เข้าประเทศ

นายกรัฐมนตรีสเปน ระบุว่า เป้าหมายของมาตรการนี้คือเพื่อหยุดยั้ง “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา” และย้ำว่า “การป้องกันประเทศไม่ใช่การทิ้งระเบิดโรงพยาบาลหรือทำให้เด็กบริสุทธิ์อดอยาก” เขาชี้ว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 60,000 ราย และชาวปาเลสไตน์กว่า 2 ล้านคนต้องพลัดถิ่นครึ่งหนึ่งเป็นเด็ก ซึ่งสะท้อนว่าไม่ใช่การป้องกันตัว แต่เป็น “การกวาดล้างประชาชนที่ไร้ทางสู้”

นอกจากแบนอาวุธแล้ว สเปนยังประกาศตัดขาดการนำเข้าสินค้าจากนิคมยิวในเวสต์แบงก์ พร้อมยกเลิกสัญญาซื้ออาวุธจากบริษัทอิสราเอลเกือบ 1 พันล้านยูโร และให้เงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่กาซา 150 ล้านยูโรภายในปี 2026 รวมถึงเพิ่มงบให้ UNRWA อีก 10 ล้านยูโร ด้านอิสราเอลโต้กลับทันที กล่าวหาซานเชซว่า “ต่อต้านยิว” และใช้วาทกรรมเกลียดชัง

ทั้งนี้ ยังมีความตึงเครียดเพิ่มขึ้นอีก เมื่อซานเชซเรียกร้องให้แบนอิสราเอลจากการแข่งขันกีฬานานาชาติ เช่นเดียวกับที่รัสเซียถูกแบนหลังบุกยูเครน ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสเปนออกแถลงการณ์โต้ว่า การกล่าวหาว่าสเปน “ต่อต้านยิว” เป็นเรื่องบิดเบือน และย้ำว่านโยบายทั้งหมดสะท้อนเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนสเปน ที่ต้องการยืนหยัดเพื่อสันติภาพ กฎหมายระหว่างประเทศ และสิทธิมนุษยชน

ทัพเรือเร่งยกระดับขีดความสามารถ ส่งคณะเยือนสเปน ติดตามโครงการปรับปรุงเรือ ร.ล.ปัตตานี

เมื่อวันที่ 18–25 กันยายน 2568 พลเรือโท ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการปรับปรุงขีดความสามารถเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุด ร.ล.ปัตตานี พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังประเทศสเปน เพื่อร่วมประชุมทบทวนและติดตามความก้าวหน้าของโครงการดังกล่าว โดยมี นาวาเอก ยุทธนาวี มุ่งธัญญา ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือไทยประจำกรุงมาดริด และกำลังพลในสำนักงานให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ระหว่างการเยือน คณะได้เข้าชมศูนย์ฝึกอบรมกำลังพลเรือ (NTC) ของบริษัท Navantia เมืองกาดิซ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการปรับปรุงขีดความสามารถ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปจากผู้บริหารระดับสูงของบริษัท เพื่อเสริมความเข้าใจด้านการดำเนินงานและการพัฒนาศักยภาพกำลังพลทางเรือ

นอกจากนี้ คณะยังได้เยี่ยมชมโรงงานผลิตเรดาร์และระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท Indra ในกรุงมาดริด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเสริมประสิทธิภาพของกองทัพเรือไทย เพื่อให้โครงการปรับปรุงเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ร.ล.ปัตตานี ดำเนินไปตามแผนและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลต่อไป

2 สาว NGO สายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ป่วนวันชาติสเปน บุกพิพิธภัณฑ์มาดริด สาดสีใส่ภาพวาดโคลัมบัส ปี 1892

(14 ต.ค. 68) ตำรวจสเปนจับกุมหญิงนักเคลื่อนไหว 2 คนจากกลุ่ม Futuro Vegetal หลังสาดสีแดงใส่ภาพวาดชื่อดัง “Primer homenaje a Cristóbal Colón” ผลงานของศิลปิน โฮเซ การ์เนโล (José Garnelo) ปี 1892 ซึ่งจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์กองทัพเรือ กรุงมาดริด เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันชาติสเปน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องอพยพผู้เข้าชมออกจากห้องจัดแสดงชั่วคราว

กลุ่มผู้ประท้วงอธิบายว่าการสาดสีดังกล่าวมีเจตนาเชิงสัญลักษณ์ เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้าน “การเฉลิมฉลองความรุ่งเรืองจากอาณานิคม” พร้อมชูป้ายข้อความว่า “12 ตุลาคม ไม่มีอะไรให้น่าฉลอง” โดยต้องการสะท้อนให้เห็นผลกระทบจากระบบอาณานิคมในอดีตและวิกฤตสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ขณะที่ทางพิพิธภัณฑ์ระบุว่าภาพวาดได้รับความเสียหายเล็กน้อย และสามารถฟื้นฟูคืนสภาพได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

ตำรวจเปิดเผยว่าทั้งสองคนถูกตั้งข้อหาทำลายมรดกทางวัฒนธรรม โดยต่อมา กองทัพเรือสเปนได้ออกแถลงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ภาพวาดดังกล่าวได้รับการบูรณะเรียบร้อยและกลับมาเปิดให้ชมตามปกติ เหตุการณ์นี้ได้จุดกระแสถกเถียงในสังคมอีกครั้งเกี่ยวกับ “ขอบเขตของการประท้วง” และ “การปกป้องมรดกศิลปะของชาติ”

นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน ยังมีการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์อีกแห่งที่พิพิธภัณฑ์เรน่า โซเฟีย กรุงมาดริด เมื่อกลุ่มนักเคลื่อนไหว Marea Palestina กว่า 20 คน นั่งประท้วงหน้า Guernica ผลงานชิ้นเอกของปิกัสโซ พร้อมถือป้าย “Stop genocide” เพื่อเรียกร้องให้ยุติการโจมตีในฉนวนกาซาและเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปในพื้นที่ ก่อนจะยุติการชุมนุมอย่างสงบหลังผ่านไปประมาณ 40 นาที

เจาะกลยุทธ์ยุบสภา ‘สเปน’ ปี 2023 "แพ้สนามเล็ก ลากไปตัดสินสนามใหญ่" ใช้เป็นเครื่องมือเปลี่ยนกระดานการเมือง แต่ถูกมองใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ

สเปนยุบสภาหลังแพ้เลือกตั้งท้องถิ่น: กล้าเดิมพันกับประชาชนหรือหนีความรับผิดชอบ?

ในปี 2023 ผู้นำสเปนตัดสินใจยุบสภาและเรียกเลือกตั้งทั่วไปอย่างฉับพลันหลังพรรคของตนแพ้อย่างหนักในการเลือกตั้งท้องถิ่นและระดับภูมิภาค กลยุทธ์ "ช็อกแอนด์ออว์" นี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญว่าการยุบสภาสามารถใช้เป็นเครื่องมือเปลี่ยนกระดานการเมืองได้จริง แต่ก็เสี่ยงถูกมองว่าเป็นการใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือรีเซ็ตกระแส

สูตรสเปน: แพ้สนามเล็ก ลากไปตัดสินสนามใหญ่

แก่นของกลยุทธ์นี้อยู่ที่การ "ควบคุมเรื่องเล่า" (narrative control) แทนที่ข่าวจะเป็น "รัฐบาลแพ้การเลือกตั้ง" กลับกลายเป็น "ให้ประชาชนตัดสินอนาคตประเทศ" การขยับเร็วทำให้ทุกฝ่ายต้องปรับตัวและเล่นตามเกมใหม่ทันที โดยไม่มีเวลาสร้างโมเมนตัมต่อต้าน

การประกาศเลือกตั้งอย่างกะทันหันสร้างความตื่นตัวและดึงความสนใจของสาธารณะมาที่วาระใหม่ แทนที่จะปล่อยให้ความล้มเหลวจากการเลือกตั้งท้องถิ่นครอบงำวาทกรรมการเมืองต่อไปเรื่อย ๆ

ผลข้างเคียงที่มักถูกมองข้าม

การยุบสภาแบบฉับพลันไม่ได้กระทบเฉพาะฝ่ายค้าน แต่ยังกระทบพรรคร่วมและกลไกในฝ่ายรัฐบาลเองด้วย ทั้งการจัดทัพผู้สมัคร การเจรจาดีลกับพันธมิตร และการเตรียมความพร้อมหาเสียง บางครั้งการ "สับคันเร่ง" เร็วเกินไปอาจทำให้ทีมของตัวเองยังไม่พร้อม ส่งผลให้เสียเปรียบในการแข่งขัน

บทเรียนสำหรับไทย

กรณีสเปนสอนให้เห็นว่า การยุบสภาสามารถเป็นเครื่องมือพลิกกระแสได้จริง แต่สังคมจะถามกลับทันทีว่า "ยุบเพราะประเทศต้องไปต่อ หรือยุบเพราะผู้นำต้องรอด?"

นอกจากนี้ยังมีคำถามสำคัญว่า หากผลการเลือกตั้งออกมาไม่ชัดเจน ได้สภาแขวนหรือรัฐบาลเสียงข้างน้อยอีกครั้ง ประเทศจะจัดการกับสถานการณ์นั้นอย่างไร นี่คือกับดักเดียวกับหลายประเทศ ยุบสภาเพื่อหวังได้คำตอบที่ชัดเจน แต่กลับได้คำตอบที่ซับซ้อนและยากต่อการจัดการมากกว่าเดิม

ความเสี่ยงของการพลิกโต๊ะ

การยุบสภาหลังแพ้เลือกตั้งท้องถิ่นคือการเดิมพันใหญ่ที่ต้องอาศัยทั้งกลยุทธ์การสื่อสารที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นว่าประชาชนจะตีความการกระทำนี้ในแง่บวก หากสังคมไม่ซื้อ "เรื่องเล่า" ที่รัฐบาลพยายามสร้าง การยุบสภาก็จะถูกมองว่าเป็นการหนีความรับผิดชอบและใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือทางการเมือง

การยุบสภาแบบสเปนคือการ "สับคันเร่ง" เพื่อเปลี่ยนเกมและควบคุมวาทกรรม แต่หากประชาชนไม่เห็นด้วยกับเหตุผลหรือไม่เชื่อในความจริงใจ มันก็จะกลายเป็น "สับคันเร่งลงเหว" ทันที ความสำเร็จหรือล้มเหลวของกลยุทธ์นี้ขึ้นอยู่กับว่าผู้นำสามารถโน้มน้าวประชาชนได้หรือไม่ว่า การยุบสภาครั้งนี้เพื่อประเทศอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงเพื่อเอาชนะในเกมการเมือง
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top