Saturday, 6 June 2026
สหรัฐอเมริกา

อิสราเอลถล่มกาซาหนัก!! โจมตีศูนย์อาหาร-โรงเรียน-โรงพยาบาล ดับแล้วกว่า 95 ราย

(3 ก.ค. 68) อิสราเอลเปิดฉากโจมตีหลายจุดในฉนวนกาซาเมื่อวันจันทร์ ทั้งคาเฟ่ชายทะเล โรงเรียน ศูนย์แจกจ่ายอาหาร และโรงพยาบาล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 95 ราย ในจำนวนนี้ 39 รายเสียชีวิตจากระเบิดใส่คาเฟ่ Al-Baqa ในเมืองกาซา ซึ่งมีเด็กและผู้หญิงรวมอยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิต

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าโรงเรียน Yafa ซึ่งเป็นที่พักพิงของผู้พลัดถิ่นหลายร้อยคนถูกถล่ม เช่นเดียวกับคลังอาหารในย่าน Zeitoun ที่มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย ขณะที่พื้นที่ลานโรงพยาบาล Al-Aqsa ก็ถูกโจมตีเช่นกัน แม้มีครอบครัวผู้ลี้ภัยอาศัยอยู่ในเต็นท์บริเวณนั้น

ในเมืองคานยูนิสตอนใต้ มีผู้เสียชีวิตอีก 15 รายจากการโจมตีจุดแจกจ่ายอาหารขององค์กร Gaza Humanitarian Foundation (GHF) ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และอิสราเอล ทั้งนี้ มีรายงานว่ากองทัพอิสราเอลยิงขีปนาวุธเข้าใส่ฝูงชนใกล้ศูนย์แจกจ่าย โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของพลเรือน ส่งผลให้เด็กชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตทันที 103 ราย เจ้าหน้าที่สภากาชาดปาเลสไตน์และ UN เสียชีวิตรวม 15 ราย

เจ้าหน้าที่ UN ระบุว่า ขณะนี้กว่า 80% ของพื้นที่ฉนวนกาซาถูกควบคุมโดยกองทัพอิสราเอล หรือกลายเป็นพื้นที่ที่ประชาชนถูกบังคับให้อพยพออก อิสราเอลยังคงรื้อบ้านเรือนในเมืองคานยูนิส และออกคำสั่งอพยพใหม่ในหลายเขตทางตอนเหนือ ทำให้ชาวกาซาต้องหนีตายกันอีกรอบ ท่ามกลางเสียงระเบิดที่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องทุกวัน

ขณะที่กาซายังเผชิญกับเสียงระเบิดและการสูญเสีย สหรัฐฯ เตรียมจัดการเจรจาหยุดยิงรอบใหม่ที่กรุงวอชิงตัน โดยมีอิสราเอลเข้าร่วม กาตาร์และอียิปต์ก็พยายามเร่งเจรจาไกล่เกลี่ยเช่นกัน ด้านฮามาสระบุว่า ไม่ได้รับความคืบหน้าจากอิสราเอลมานานกว่า 4 สัปดาห์ แต่ยืนยันว่าจะยังคงผลักดันให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงเพื่อช่วยชีวิตชาวปาเลสไตน์โดยเร็วที่สุด

Foxconn ถอนวิศวกรจีนออกจากอินเดียกว่า 300 คน สะเทือนแผน Apple ขยายฐานผลิต iPhone

(3 ก.ค. 68) Foxconn ผู้ผลิต iPhone รายใหญ่ของ Apple สั่งวิศวกรและเจ้าหน้าที่ชาวจีนกว่า 300 คน ที่ประจำโรงงานในอินเดียเดินทางกลับประเทศ สร้างอุปสรรคสำคัญต่อเป้าหมายของ Apple ที่ต้องการย้ายฐานการผลิตมายังอินเดีย โดยยังไม่มีคำอธิบายชัดเจนเกี่ยวกับเหตุผลของการถอนตัวครั้งนี้

แหล่งข่าวระบุว่า การถอนทีมงานชาวจีนจะไม่กระทบต่อคุณภาพสินค้าโดยตรง แต่จะลดประสิทธิภาพการทำงานของสายพานผลิต โดยเฉพาะกระบวนการฝึกอบรมพนักงานท้องถิ่นและการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากจีนมายังอินเดีย ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น

สถานการณ์เกิดขึ้นในช่วงที่ Apple กำลังเตรียมเพิ่มกำลังผลิต iPhone 17 และสร้างโรงงานแห่งใหม่ในอินเดีย Foxconn ได้แจ้งรัฐบาลอินเดียล่วงหน้าเกี่ยวกับการถอนพนักงาน แต่ไม่ได้เปิดเผยเหตุผล ขณะนี้บริษัทเริ่มปรับเครื่องจักรที่ใช้ซอฟต์แวร์ภาษาจีนให้รองรับพนักงานอินเดีย รวมถึงนำแรงงานจากไต้หวันและเวียดนามมาเสริมกำลัง

ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีนและอินเดีย ซึ่งแม้จะมีการเจรจาระดับสูงเมื่อไม่นานมานี้ แต่ยังไม่มีเที่ยวบินตรงระหว่างสองประเทศ และอินเดียยังคงจำกัดวีซ่าให้พลเมืองจีน พร้อมแบนแอปพลิเคชันจีนหลายรายการ ขณะเดียวกันจีนยังคงห้ามส่งออกปุ๋ยบางประเภทมายังอินเดีย

ทั้งนี้ Apple มีแผนผลิต iPhone ส่วนใหญ่สำหรับตลาดสหรัฐฯ ในอินเดียภายในปี 2026 ท่ามกลางแรงกดดันจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ แต่การผลิตในสหรัฐฯ ยังมีข้อจำกัดเรื่องค่าแรงสูง และจีนอาจสกัดไม่ให้วิศวกรย้ายฐานไปช่วยผลิตในสหรัฐฯ ได้อีกด้วย ซึ่งยิ่งทำให้ Apple ต้องพึ่งอินเดียมากขึ้นในอนาคต

‘ชาเวซ จูเนียร์’ โดนตำรวจสหรัฐฯ จับฐานอยู่เกินวีซ่า อึ้ง!! ปูมหลังพัวพันแก๊งยาเม็กซิโก-ค้าอาวุธข้ามชาติ

(4 ก.ค. 68) ฮูลิโอ เซซาร์ ชาเวซ จูเนียร์ อดีตนักมวยแชมป์โลกชื่อดังชาวเม็กซิโก บุตรชายของ ฮูลิโอ เซซาร์ ชาเวซ ตำนานมวยโลกชื่อดัง ถูกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จับกุมที่เมืองลอสแอนเจลิส เพราะอยู่ในประเทศเกินเวลาวีซ่า และให้ข้อมูลเท็จในการขอเป็นผู้พำนักถาวรในอเมริกา เจ้าหน้าที่ระบุว่าเขาเป็นบุคคลที่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของสังคม และเตรียมส่งตัวกลับเม็กซิโก ซึ่งที่นั่นเขายังมีคดีเกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติรออยู่

ชาเวซถูกจับเมื่อวันพุธ ขณะกำลังขี่สกู๊ตเตอร์อยู่ใกล้บ้านพักในย่าน Studio City เมืองลอสแอนเจลิส ทนายความของเขาบอกว่า มีเจ้าหน้าที่หลายคนเข้ามาจับกุม และเชื่อว่าข้อกล่าวหาที่ชาเวซได้รับ เป็นเพียงการสร้างกระแสเพื่อทำให้สังคมหวาดกลัว ขณะที่ครอบครัวของชาเวซออกแถลงการณ์สนับสนุนเขา พร้อมย้ำว่าขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีอย่างเป็นธรรม โดยไม่ถูกกดดันจากภายนอก

ขณะที่ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า ชาเวซเดินทางเข้าประเทศในเดือนสิงหาคม 2023 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว ซึ่งหมดอายุไปแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2024 หลังจากนั้นเขาพยายามขออยู่ในอเมริกาแบบถาวร โดยอ้างว่าแต่งงานกับหญิงชาวอเมริกัน ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่นามว่า คาร์เทลซินาโลอา (Sinaloa Cartel)  นอกจากนี้ ทางการเม็กซิโกยังออกหมายจับชาเวซในข้อหาค้ายาและค้าอาวุธ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2023 อีกด้วย

ชาเวซเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและอาวุธหลายครั้ง เขาเคยถูกจับในปี 2012 เพราะขับรถขณะเมาสุรา และถูกจับอีกครั้งในปี 2024 ฐานครอบครองปืนผิดกฎหมาย หลังจากนั้นเขาถูกสั่งให้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด ปัจจุบันยังมีคดีเกี่ยวกับอาวุธที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฯ

หลังจากชาเวซถูกจับ ชาวเม็กซิโกมีความเห็นที่แตกต่างกัน บางคนคิดว่าเรื่องนี้มีเบื้องหลังทางการเมือง และเชื่อว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจอยู่เบื้องหลังการจับกุมนี้ ขณะที่บางคนมองว่าไม่แปลก เพราะชาเวซมีพฤติกรรมที่มีปัญหามานาน ถึงแม้เขาจะเคยเป็นนักมวยฝีมือดีและเคยประสบความสำเร็จในวงการ แต่ชีวิตส่วนตัวที่เต็มไปด้วยปัญหาก็ทำให้เขาตกต่ำมาตลอดอาชีพการชก

ทั้งนี้ ฮูลิโอ ซีซาร์ ชาเวซ จูเนียร์ เพิ่งพ่ายคะแนนแบบหมดรูปให้กับ เจค พอล ยูทูบเบอร์ที่ผันตัวไปชก ในการแข่งขันไฟต์พิเศษรุ่นครุยเซอร์เวต ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา

กระทรวงศึกษาญี่ปุ่นอัดฉีดทุนวิจัย 839 ล้าน ดึงนักวิจัยสหรัฐฯ!! เสริมแกร่งมหาวิทยาลัยในประเทศ

(4 ก.ค. 68) กระทรวงศึกษาธิการของญี่ปุ่นประกาศให้เงินสนับสนุนแก่มหาวิทยาลัยภายในประเทศที่มีแผนรับนักวิจัยจากต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายดึงดูดบุคลากรคุณภาพสูงจากสหรัฐฯ ที่เริ่มลดงบวิจัยและจำนวนบุคลากรภายใต้นโยบายรัดเข็มขัดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ญี่ปุ่นตั้งเป้าพัฒนาแวดวงวิชาการภายในประเทศ โดยสนับสนุนการรับนักวิจัยฝีมือดีจากต่างประเทศ รวมถึงนักวิจัยชาวญี่ปุ่นในต่างแดน เพื่อเสริมความสามารถด้านการวิจัยและนวัตกรรม

รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณรวม 3.3 พันล้านเยน หรือประมาณ 23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 839.5 ล้านบาท) ในช่วงเวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณนี้ เพื่อช่วยเหลือด้านการเงินให้กับสถาบันที่ผ่านการคัดเลือก

เงินสนับสนุนนี้สามารถนำไปใช้จ่ายค่าจ้างนักวิจัย ค่าทำวิจัย และค่าอุปกรณ์ในห้องทดลอง โดยจะใช้เงินบางส่วนจากกองทุนมหาวิทยาลัยที่มีอยู่แล้ว โดยทางกระทรวงจะคัดเลือกแผนงานจากแต่ละมหาวิทยาลัยที่ยื่นสมัคร และจะประกาศผลภายในเดือนกันยายน พร้อมระบุว่าหากเห็นว่าจำเป็น อาจมีมาตรการเพิ่มเติมในอนาคตเพื่อส่งเสริมวงการวิจัยของประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

‘มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก’ ถูกตะเพิดออกจากห้องทำงานทรัมป์ สื่อแฉ!! รัฐเกรงใส่ใจเรื่อง ‘เครื่องบินรบ F-47’ ที่กำลังประชุมลับ

(4 ก.ค. 68) มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ผู้ก่อตั้ง Meta ตกเป็นข่าวว่า ถูกขอให้ออกจากห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) ระหว่างการประชุมลับเกี่ยวกับเครื่องบินรบล่องหน F-47 กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเจ้าหน้าที่ระดับสูง ตามรายงานของ NBC ที่อ้างว่าเจ้าหน้าที่บางรายกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากทำเนียบขาวให้สัมภาษณ์กับสื่ออีกสำนัก ยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง และถูกเข้าใจผิด โดยระบุว่า ซักเคอร์เบิร์กเข้ามาทักทายตามคำเชิญของทรัมป์ก่อนจะออกไปรอพบเป็นการส่วนตัวตามกำหนดนัดหมายเดิม

รายงานของ NBC ยังอ้างว่า มีเจ้าหน้าที่หนุ่มอีกคนหนึ่งเข้ามาแสดงบางอย่างในแล็ปท็อปให้ทรัมป์ดู ก่อนจะออกไป และยังมีสายโทรศัพท์เข้าระหว่างการประชุมหลายครั้ง สร้างความไม่สบายใจให้เจ้าหน้าที่ที่ร่วมประชุมในห้อง ซึ่งควรเป็นการประชุมที่ปลอดภัยและเป็นความลับ

รายงานยังระบุเพิ่มว่า ทรัมป์มักชอบจัดการประชุมแบบไม่เป็นทางการ ชอบเชิญแขกเข้ามาร่วมประชุมหรืออยู่นานกว่าที่กำหนด รวมถึงรับโทรศัพท์ระหว่างประชุม ซึ่งอาจก่อความเสี่ยงต่อความลับของชาติในบางครั้ง

ด้านผลสำรวจล่าสุดจาก Tech Oversight Project ร่วมกับ Public Policy Polling ระบุว่า ผู้สนับสนุนทรัมป์ 63% ไม่ชอบซักเคอร์เบิร์ก และมองว่าเขาคือซีอีโอเทคโนโลยีที่น่ารังเกียจที่สุด ในกลุ่มบริษัทเทคฯ ชั้นนำของสหรัฐฯ เนื่องจากพฤติกรรมพยายามใกล้ชิดกับผู้นำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

‘จีน’ ตอบโต้!! ข้อตกลงการค้า ระหว่าง ‘สหรัฐอเมริกา’ กับ ‘เวียดนาม’ ลั่น!! พร้อมตอบโต้อย่างหนัก เพื่อปกป้องสิทธิ ผลประโยชน์อันชอบธรรม

(5 ก.ค. 68) หลังจากที่สหรัฐฯ ประกาศข้อตกลงการค้ากับเวียดนาม จีนกล่าวว่ากำลังพิจารณาข้อตกลงดังกล่าว และจะตอบโต้หากผลประโยชน์ของพวกเขาได้รับผลกระทบ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ Truth Social ของเขาว่า สหรัฐฯ และเวียดนามได้สรุปข้อตกลงการค้าแล้ว

ในอีกโพสต์ ทรัมป์ได้ให้รายละเอียดว่า ข้อตกลงดังกล่าวกำหนดภาษีนำเข้าสินค้าเวียดนามทั้งหมดที่เข้าสู่สหรัฐฯ 20 เปอร์เซ็นต์ และภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศอื่นที่ใช้เวียดนามเป็นทางผ่าน 40 เปอร์เซ็นต์

ในทางกลับกัน เวียดนามให้สิทธิ์สหรัฐฯ เข้าถึงตลาดการค้าได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ

ภาษีการใช้เวียดนามเป็นทางผ่านสินค้า ซึ่งมุ่งเป้าไปที่การส่งออกของจีนไปยังสหรัฐฯ เป็นหลัก เกี่ยวข้องกับบริษัทบางแห่งที่ส่งสินค้าที่ผลิตในจีนผ่านเวียดนาม เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ

จีนได้พูดถึงข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และเวียดนาม

เหอหยงเฉียน โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการแถลงข่าวที่ปักกิ่งเมื่อวันพฤหัสบดีว่า จีน “คัดค้านอย่างหนักแน่นต่อฝ่ายใดก็ตามที่ตกลงกันโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของจีน”

“หากเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น จีนจะตอบโต้อย่างหนักเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรม” เธอกล่าวเสริม โดยไม่ได้ระบุมาตรการที่จะดำเนินการ

เวียดนามได้รับประโยชน์จากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน เนื่องจากบริษัทจำนวนมากย้ายฐานการผลิตจากจีนมาที่เวียดนาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ตั้งคำถามมาเป็นเวลานานแล้ว เกี่ยวกับการที่จีนใช้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นทางผ่านสำหรับส่งสินค้า ซึ่งส่งผลให้สินค้าจีนถูกฟอกตัว

ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการจัดสรรงบประมาณของวุฒิสภาเมื่อเดือนมิถุนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ โฮเวิร์ด ลุตนิก ปฏิเสธแนวคิดข้อตกลงการค้าปลอดภาษีศุลกากรกับเวียดนาม โดยเรียกสิ่งนี้ว่า “สิ่งที่โง่เขลาที่สุดที่เราสามารถทำได้” เขากล่าวถึงการที่จีนใช้เวียดนามเป็นตลาดของบุคคลที่สามเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ

ปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านการค้าของทรัมป์ กล่าวถึงเวียดนามว่าเป็น "อาณานิคมของจีนคอมมิวนิสต์" ในบทสัมภาษณ์กับ Fox News เมื่อเดือนเมษายน โดยกล่าวหาว่าจีนใช้เวียดนามเป็น "ช่องทางการส่งสินค้า" เพื่อหลบเลี่ยงภาษีของสหรัฐฯ

“มันทำงานยังไง เวียดนามขายให้เรา 15 ดอลลาร์ต่อ 1 ดอลลาร์ที่เราขาย และประมาณ 5 ดอลลาร์เป็นสินค้าจีนที่เข้ามาในเวียดนาม พวกเขาติดฉลากว่าผลิตในเวียดนาม และส่งต่อให้เราเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี” เขากล่าว

ในระหว่างการเยือนเวียดนามระหว่างวันที่ 14-15 เมษายน ผู้นำจีน สีจิ้นผิง สนับสนุนให้มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเวียดนามมากขึ้น และสนับสนุนการต่อต้าน 'การกลั่นแกล้งฝ่ายเดียว'

ตั้งแต่ทรัมป์เริ่มกดดันจีนในปี 2018 บริษัทจีนก็เข้ามาตั้งรกรากในเวียดนาม โดยสินค้าส่งออกไปยังสหรัฐฯ ของเวียดนามส่วนใหญ่ อย่างเช่น AirPods และโทรศัพท์ ได้ประกอบในเวียดนามโดยใช้ชิ้นส่วนของจีน

ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นข้อตกลงการค้าฉบับที่ 2 ของทรัมป์ นับตั้งแต่เขาประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าในวันที่ 2 เมษายน เมื่อเดือนพฤษภาคม สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรได้ลงนามในข้อตกลงที่มีมาตรการรักษาความมั่นคงที่เข้มงวดสำหรับเหล็กและยา ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกีดกันจีนจากห่วงโซ่อุปทานของสหราชอาณาจักร

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ หลายคนกล่าวว่า หลายประเทศกำลังเร่งดำเนินการให้บรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ก่อนเส้นตายวันที่ 9 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันที่ภาษีศุลกากรต่างตอบแทนที่ทรัมป์ระงับไว้จะเริ่มมีผลบังคับใช้

‘อีลอน มัสก์’ เตรียมจัดตั้ง!! พรรคการเมืองใหม่ หลังมีปัญหาแตกหัก!! ‘โดนัลด์ ทรัมป์’

(6 ก.ค. 68) ‘อีลอน มัสก์’ โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเอ็กซ์ว่าจัดตั้งพรรคอเมริกา (America Party) โดยระบุว่าพรรคนี้เป็นการท้าทายระบบสองพรรคของสหรัฐซึ่งมีพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าพรรคอเมริกาจดทะเบียนในสหรัฐอย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่ และเพราะนายมัสก์เกิดที่แอฟริกาใต้จึงไม่มีสิทธิ์ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ รวมถึงยังไม่มีการเปิดเผยว่าใครจะเป็นหัวหน้าพรรค

ทั้งนี้ นายมัสก์เคยเสนอแนวคิดที่จะจัดตั้งพรรคการเมืองครั้งแรกในช่วงที่มีปากเสียงกับนายทรัมป์ซึ่งทำให้นายมัสก์ต้องออกจากตำแหน่งในรัฐบาลและเกิดการทะเลาะอย่างรุนแรง ในช่วงเวลาดังกล่าวนายมัสก์โพสต์สำรวจความคิดเห็นบนเอ็กซ์โดยถามผู้ใช้งานว่าควรมีพรรคการเมืองใหม่ในสหรัฐหรือไม่

และเมื่ออ้างอิงผลสำรวจนี้เมื่อวันเสาร์ที่ 5 ก.ค. นายมัสก์โพสต์ว่า “ที่อัตราส่วน 2 ต่อ 1 พวกคุณต้องการพรรคการเมืองใหม่และคุณจะได้มัน!” ก่อนเสริมว่า “เมื่อเป็นเรื่องของการทำให้ประเทศล้มละลายด้วยการทุจริต เราอาศัยอยู่ในระบบพรรคการเมืองเดียว ไม่ใช่ประชาธิปไตย วันนี้พรรคการเมืองอเมริกาก่อตั้งขึ้นเพื่อคืนอิสรภาพให้กับคุณ”

รายงานระบุด้วยว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางของสหรัฐยังไม่ได้เผยแพร่เอกสารที่ระบุว่าพรรคการเมืองนี้ได้รับการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ และแม้ว่าจะมีคนดังนอกระบบสองพรรคดั้งเดิมเข้ามาในแวดวงการเมืองสหรัฐ แต่เป็นเรื่องยากที่จะได้รับความนิยมอย่างแข็งแกร่งในระดับที่จะทำให้สองพรรคใหญ่มีความกังวลได้

ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปีที่แล้วนายมัสก์เป็นผู้สนับสนุนหลักของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยทั้งคู่มีความสนิทสนมอย่างมากซึ่งเห็นได้จากกรณีที่นายมัสก์เต้นรำเคียงข้างนายทรัมป์ในการชุมนุมหาเสียง รวมถึงพาลูกชายวัย 4 ขวบไปพบนายทรัมป์ที่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาว

นอกจากนี้นายมัสก์ยังเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินคนสำคัญ ทุ่มเงินสูงถึง 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 8,000 ล้านบาทเพื่อช่วยให้นายทรัมป์ได้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง หลังการเลือกตั้งนายมัสก์ถูกแต่งตั้งเป็นหัวหน้าแผนกที่เรียกว่า กระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล มีหน้าที่ในการระบุการตัดงบประมาณที่สำคัญของรัฐบาลกลาง

ส่วนความขัดแย้งกับนายทรัมป์เริ่มขึ้นเมื่อนายมัสก์ ลาออกจากตำแหน่งในรัฐบาลเมื่อเดือนพ.ค. พร้อมวิพากษ์วิจารณ์แผนภาษีและการใช้จ่ายของนายทรัมป์อย่างเปิดเผย ถึงอย่างนั้นกฎหมายที่นายทรัมป์เรียกว่า “big, beautiful bill” หรือร่างกฎหมายที่ยิ่งใหญ่และสวยงามได้รับการอนุมัติอย่างหวุดหวิดโดยสมาชิกสภาและนายทรัมป์เพิ่งลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา

ทรัมป์เลื่อนใช้ภาษีนำเข้าใหม่ เริ่มใช้ 1 ส.ค. ลั่น!! เก็บภาษีเพิ่ม 10% กับประเทศพันธมิตร BRICS

(7 ก.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า สหรัฐฯ เตรียมส่งจดหมายแจ้งอัตราภาษีนำเข้าใหม่ให้ประเทศคู่ค้า โดยจะมีผลในวันที่ 1 สิงหาคม แทนที่จะเป็นสัปดาห์นี้ตามกำหนดเดิมที่สิ้นสุดในวันที่ 9 กรกฎาคม ซึ่งท่าทีดังกล่าวสร้างความสับสนต่อทิศทางนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และทำให้ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงทันที

รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ ฮาเวิร์ด ลัทนิค (Howard William Lutnick) ยืนยันว่า ภาษีนำเข้าใหม่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 สิงหาคม แม้ทรัมป์จะพูดไม่ชัดเรื่องกำหนดเวลา แต่เขายืนยันว่า สหรัฐฯ ได้เตรียมทั้งจดหมายแจ้งอัตราภาษี และทำข้อตกลงกับบางประเทศไปแล้ว พร้อมเตือนว่า หากประเทศใดสนับสนุนกลุ่ม BRICS จะถูกเก็บภาษีเพิ่มอีก 10% โดยไม่มีข้อยกเว้น

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยประกาศเก็บภาษีนำเข้าขั้นต่ำ 10% และอาจสูงสุดถึง 50% กับหลายประเทศ แต่ได้เลื่อนการเริ่มใช้จริงมาหลายครั้ง ล่าสุดเขาให้เวลาประเทศต่าง ๆ เจรจาเพิ่มเติมอีก 3 สัปดาห์ ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ทรัมป์เตรียมส่งจดหมายถึงกว่า 100 ประเทศที่ยังไม่มีความคืบหน้าในการเจรจา หากยังไม่ดำเนินการใด ๆ จะถูกเรียกเก็บภาษีตามอัตราเดิมที่เคยกำหนดไว้เมื่อ 2 เมษายน

ทั้งนี้ การประกาศของทรัมป์มีขึ้นหลังการประชุมผู้นำกลุ่ม BRICS ที่ประเทศบราซิล ซึ่งผู้นำกลุ่มได้ออกแถลงการณ์ร่วม แสดงความกังวลต่อการที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการภาษีฝ่ายเดียว เพราะอาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจโลก 

ด้านทำเนียบขาวระบุว่า ยังมีโอกาสผ่อนปรนให้ประเทศที่แสดงความจริงใจในการเจรจา และทรัมป์จะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะขยายเส้นตายออกไปหรือไม่

ทรัมป์ วิจารณ์ มัสก์ ‘เพี้ยน’ กับแผนตั้งพรรคใหม่ ชี้!! พรรคที่สามในสหรัฐฯ มักนำไปสู่ความวุ่นวาย

(7 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจต่ออีลอน มัสก์ อดีตพันธมิตรคนสำคัญ หลังมัสก์ประกาศจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ชื่อ “พรรคอเมริกา” (America Party) โดยทรัมป์กล่าวว่า “เศร้าใจที่เห็นมัสก์ทำตัวเพี้ยนไป” พร้อมชี้ว่าพรรคการเมืองที่สามไม่เคยประสบความสำเร็จในสหรัฐฯ และมักนำไปสู่ความวุ่นวายและความโกลาหล

ทรัมป์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคเดโมแครตฝั่งซ้ายกำลังขาดความมั่นใจและเริ่มไร้เหตุผล พร้อมทั้งวิจารณ์ จาเร็ด ไอแซ็กแมน (Jared Isaacman) ผู้ที่เคยถูกเสนอชื่อให้เป็นผู้บริหารนาซา และเป็นเพื่อนสนิทของมัสก์ ว่าเป็น “เดโมแครตโดยสายเลือด” เพราะไม่เคยบริจาคเงินให้กับพรรครีพับลิกันเลย

ทรัมป์ยังวิจารณ์ว่า การเสนอชื่อเพื่อนของมัสก์ให้มาบริหารองค์การนาซาเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เพราะบริษัท SpaceX ของมัสก์มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับหลายโครงการของนาซา ซึ่งอาจนำไปสู่ผลประโยชน์ทับซ้อนได้ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังไม่พอใจที่มัสก์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายลดงบประมาณของรัฐบาล โดยระบุว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่มัสก์เองก็ได้รับอยู่เช่นกัน

ทั้งนี้ เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศถอนชื่อจาเร็ด ไอแซ็กแมนออกจากการเสนอเป็นผู้บริหารองค์การนาซา โดยสื่อสหรัฐฯ รายงานว่า สาเหตุหลักมาจากไอแซ็กแมนเคยบริจาคเงินสนับสนุนนักการเมืองจากพรรคเดโมแครตหลายคนในอดีต

‘มือเศรษฐกิจจุลภาค’ ชี้เจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ไม่ง่าย เพราะการเมืองไทยไม่นิ่ง และยังไม่มีข้อเสนอที่ดึงดูดพอ

(8 ก.ค. 68) นายพลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์ มือเศรษฐกิจจุลภาค อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Ta Plus Sirikulpisut' ในหัวข้อ ‘การเจรจา ภาษีของสหรัฐยากมาก’

สาเหตุคือ สหรัฐมีหนี้มหาศาล ต้องมีภาระจัดการหนี้12-15% ของงบประมาณ และหากปล่อยเป็นธรรมชาติ ปี 2570 การจัดการหนี้ต่อปีจะเป็น 20% ของงบประมาณ และไม่นานจะเกิด Debt spiral จะทำให้สหรัฐกู้เงินยาก และค่าเงิน USD เสื่อมค่า

การแก้ปัญหาดังกล่าว ต้องลดงบประมาณ ซึ่งทรัมป์ทำอย่างเข้มข้นแล้ว งบ NGO ตัดหมด ฯลฯ
ถัดไปคือเพิ่มรายได้ ภาษีสหรัฐเยอะมาก ทางเลือกถัดไปคือ รายได้จากศุลกากร ซึ่งสหรัฐขาดดุลการค้าเยอะมาก ต้องเพิ่มรายได้+ลดขาดดุลการค้าไปพร้อมกัน

การใช้ Data analysis เข้ามารายงานประเทศที่ได้ดุลการค้าเยอะ แถมเพิ่มปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์เข้าไป เวียดนามโยนไพ่ตาย ลดภาษีให้สหรัฐหมดเลย แต่ได้กลับมา 20% สหรัฐยิ้มหวาน เพราะได้อย่างที่ต้องการ คู่ค้ารายอื่นต้องเสนอตัวเลขที่ใกล้เคียงหรือดีกว่า

แต่สินค้าส่งออกไทยไปสหรัฐส่วนมากจะเป็นภาคอุตสาหกรรม และเป็นเงินลงทุนจากต่างชาติของสหรัฐเองก็ไม่น้อย

เราเคยชี้แจงไปแล้ว แต่ สหรัฐเข้าตาจนด้านการคลัง อยากให้ไทยเสนอให้ดีกว่านี้ และเมื่อเทียบกับ Asean แล้ว Malay ก็ดีกว่า แถมการเมืองบ้านเรายังไม่นิ่ง โจทย์ยากสุด ๆ ครับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top