Saturday, 6 June 2026
รัสเซีย

จับตา!! ความร่วมมือทางทหาร ‘อิหร่าน-รัสเซีย’ ผนึกกำลังซ้อมรบทางทะเลครั้งใหญ่ในทะเลแคสเปียน

(21 ก.ค. 68) อิหร่านและรัสเซียเตรียมจัดซ้อมรบร่วมกันทางทะเลภายใต้ชื่อ “CASAREX 2025” ในทะเลแคสเปียน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อทดสอบความพร้อมในการกู้ภัยและรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินทางทะเล พร้อมเชิญตัวแทนจากประเทศเพื่อนบ้านรอบทะเลแคสเปียนเข้าร่วมสังเกตการณ์

การฝึกซ้อมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ร่วมมือเพื่อความปลอดภัยของทะเลแคสเปียน” โดยกองเรือภาคเหนือของกองทัพเรืออิหร่านเป็นเจ้าภาพ และจะจำลองสถานการณ์ฉุกเฉินที่ซับซ้อนเพื่อฝึกการประสานงานระหว่างหน่วยงานทางเรือ

กำลังหลักในการฝึกมาจากกองทัพเรืออิหร่าน กองทัพเรือ IRGC (กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม) ตำรวจทางทะเลอิหร่าน รวมถึงเรือและเจ้าหน้าที่จากกองทัพเรือรัสเซีย

สำหรับ CASAREX 2025 มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยทางทะเลในภูมิภาค สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศรอบทะเลแคสเปียน และตอกย้ำความร่วมมือทางทหารที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างอิหร่านกับรัสเซียในภูมิภาคยุทธศาสตร์นี้

จีนโต้เดือด!! EU คว่ำบาตร ‘รัสเซีย’ กระทบบริษัท-ธนาคารจีน ชี้เป็นการใช้มาตรการฝ่ายเดียว!! ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

(21 ก.ค. 68)รัฐบาลจีนออกแถลงการณ์ประณามสหภาพยุโรป (EU) หลังมีมติใส่ชื่อบริษัทและสถาบันการเงินของจีนในมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียรอบล่าสุด โดยจีนมองว่าเป็นการกระทำที่ “ไม่มีเหตุผล” และ “ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ”

แม้จีนจะคัดค้านและยื่นเรื่องทักท้วงหลายครั้งก่อนหน้านี้ แต่ EU ยังเดินหน้าใช้มาตรการฝ่ายเดียวกับ บริษัทจีนอีก 5 แห่ง ธนาคารจีน 2 แห่ง ได้แก่ Heihe Rural Commercial Bank Co. และ Heilongjiang Suifenhe Rural Commercial Bank Co. โดยไม่มีหลักฐานชัดเจน ซึ่งจีนย้ำว่าการคว่ำบาตรลักษณะนี้ไม่ผ่านการอนุมัติจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

ด้าน กระทรวงพาณิชย์จีนเตือนว่า การกระทำของ EU จะกระทบต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองฝ่ายอย่างรุนแรง และเรียกร้องให้หยุดการกระทำที่ “ไม่ถูกต้อง” โดยทันที ซึ่งจีนยืนยันจะใช้มาตรการที่จำเป็น เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของบริษัทและสถาบันการเงินอย่างเต็มที่

อังกฤษ คว่ำบาตรเรือบรรทุกน้ำมันรัสเซีย 135 ลำ หวังสกัดรายได้พลังงานกว่า 8.7 แสนล้านบาท

(22 ก.ค. 68) อังกฤษประกาศคว่ำบาตรเรือบรรทุกน้ำมันรัสเซีย 135 ลำ พร้อมบริษัทเดินเรือและค้าน้ำมัน 2 แห่งในดูไบและรัสเซีย โดยกล่าวว่าเรือเหล่านี้คือ 'กองเรือเงา' ที่ใช้หลบเลี่ยงมาตรการควบคุมราคาน้ำมัน และสร้างรายได้มหาศาลให้รัสเซียกว่า 24,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 876,000 ล้านบาท) นับตั้งแต่ต้นปี 2024

รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ เดวิด แลมมี (David Lammy) ระบุว่า มาตรการใหม่นี้มุ่ง 'รื้อ' เครือข่ายพลังงานของวลาดิเมียร์ ปูติน และทำให้กองทุนสงครามรัสเซียแห้งเหือด ซึ่งเรือเหล่านี้ส่วนใหญ่จดทะเบียนภายใต้ธงชาติอื่นที่ไม่ได้ร่วมคว่ำบาตร ทำให้ยังสามารถขนน้ำมันไปยังเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกาได้ตามปกติ

ขณะที่หลายฝ่ายชี้ว่า แม้ชาติตะวันตกจะเพิ่มแรงกดดัน แต่ในทางปฏิบัติ เรือที่ถูกคว่ำบาตรยังเดินเรืออย่างอิสระ และยังทำธุรกิจกับประเทศนอกค่ายสหรัฐ-อังกฤษได้ต่อเนื่อง การคว่ำบาตรในลักษณะนี้จึงเปรียบได้กับ “คำประกาศฝ่ายเดียว” ที่ไม่มีผลบังคับจริงในเวทีระหว่างประเทศ

ล่าสุด สหภาพยุโรปและอังกฤษเตรียมลดเพดานราคาน้ำมันดิบรัสเซียจาก 60 ดอลลาร์ เหลือ 47.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หวังบีบรายได้รัสเซียให้เหลือน้อยที่สุด แต่ในโลกความเป็นจริงที่มีหลายขั้วอำนาจ เรือรัสเซียก็ยังคงแล่นต่อไป และน้ำมันยังคงกลายเป็นเงินตราในมือพันธมิตรที่ไม่สนใจเสียงจากลอนดอนหรือวอชิงตัน

‘รัสเซีย-ยูเครน’ ถกสันติภาพรอบ 3 ยังไร้ข้อสรุป แต่เห็นพ้องแลกตัวเชลย-หารือช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

(24 ก.ค. 68) เจ้าหน้าที่รัสเซียและยูเครนพบกันอีกครั้งที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันพุธ (23 ก.ค.) ภายใต้การประสานของสหรัฐฯ เพื่อเจรจายุติสงคราม การเจรจาครั้งนี้ใช้เวลาเพียง 40 นาที และไม่มีความคืบหน้าในเรื่องสำคัญ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายตกลงจะเปิดช่องทางพูดคุยแบบไม่เป็นทางการเพิ่มขึ้น และยังพร้อมร่วมมือกันในประเด็นด้านมนุษยธรรม เช่น การแลกเปลี่ยนเชลยและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสงคราม

ยูเครนย้ำต้องมีการ 'หยุดยิงก่อน' จึงพร้อมหารือสันติภาพ แต่รัสเซียกลับต้องการ “ตกลงเงื่อนไขสันติภาพก่อน” จึงจะยอมหยุดยิง ความขัดแย้งพื้นฐานนี้ทำให้สองฝ่ายยังคงอยู่ห่างไกลจากข้อตกลงใหญ่ และยูเครนยังคงเสนอให้ผู้นำทั้งสองพบกันโดยตรง แต่รัสเซียปฏิเสธ โดยเสนอจัดตั้งคณะทำงานย่อยด้านการเมือง มนุษยธรรม และการทหารแทน

อย่างไรก็ตาม มีความคืบหน้าบางประการในประเด็นด้านมนุษยธรรม รัสเซียยอมส่งตัวนักโทษสงครามยูเครน 1,200 คน และศพทหารยูเครนอีก 3,000 นายกลับประเทศ พร้อมเตรียมพิจารณาคืนเด็กยูเครนที่ถูกพาตัวจากดินแดนยึดครอง 339 คน ตามคำร้องขอของยูเครน

ท่าทีของทั้งสองฝ่ายยังต่างกันชัดเจน ปูตินยืนยันไม่ยอมเสียเปรียบทางทหารและไม่แลกกับเงื่อนไขสันติภาพ ขณะที่เซเลนสกีระบุจะไม่มีวันยอมจำกัดสิทธิอธิปไตย หรือรับรองการผนวกดินแดนกับรัสเซีย

แม้เจรจายังไร้ผล แต่แรงกดดันจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะภายใต้นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ต้องการยุติสงครามนี้ กลายเป็นแรงผลักให้ทั้งสองฝ่ายยังไม่กล้าทำให้การพูดคุยล่มอย่างเป็นทางการ เพราะต่างก็ไม่อยากให้ทรัมป์หันไปหนุนฝ่ายตรงข้ามอย่างเปิดเผยในอนาคต

พบแล้ว!! ซากเครื่องบินโดยสารรัสเซียตกใกล้ชายแดนจีน ผู้โดยสาร-ลูกเรือรวม 49 ราย ไร้ปาฏิหาริย์ ไม่พบผู้รอดชีวิต

(24 ก.ค. 68) เครื่องบินโดยสารรุ่น Antonov An-24 ของสายการบินอังการา ซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 49 คน ตกในพื้นที่ตะวันออกไกลของรัสเซีย ใกล้ชายแดนจีน เบื้องต้นไม่มีผู้รอดชีวิต โดยกระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินของรัสเซียเผยว่า ซากเครื่องบินถูกพบในสภาพไฟลุกไหม้ในแถบแคว้นอามูร์ ระหว่างมุ่งหน้าลงจอดที่เมืองทินดา ประเทศรัสเซีย

เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยของหน่วยงานการบินพลเรือนตรวจพบซากเครื่องในสภาพถูกเพลิงเผาไหม้ กระจัดกระจายเป็นเศษซากอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ขณะที่รายงานเบื้องต้นระบุว่าบนเครื่องมีผู้โดยสาร 43 คนในนั้นเป็นเด็ก 5 คน และลูกเรืออีก 6 คน

สำนักข่าว TASS รายงานว่าอุบัติเหตุอาจเกิดจากความผิดพลาดของนักบินในช่วงลงจอด ท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้ายและทัศนวิสัยต่ำ ซึ่งเป็นปัญหาที่มักพบได้บ่อยในภูมิภาคห่างไกลของรัสเซีย โดยเฉพาะบริเวณใกล้แถบอาร์กติกและตะวันออกไกล

แม้รัสเซียจะพยายามยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางการบินในช่วงหลัง แต่ยังคงเกิดอุบัติเหตุในภูมิภาคห่างไกลอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะกับเครื่องบินรุ่นเก่า ซึ่งย้อนกลับไปปี 2021 ก็เคยมีเหตุเครื่องบิน Antonov An-26 ตกในพื้นที่ตะวันออกไกล ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตทั้งหมดเช่นกัน

อดีตประธานาธิบดีรัสเซีย เตือน “เส้นตายใหม่” ของทรัมป์ ชี้เป็นการก้าวสู่สงคราม ไม่ใช่สันติภาพ

(29 ก.ค. 68) ดมิทรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซีย และรองประธานคณะมนตรีความมั่นคงรัสเซีย ออกโรงเตือนว่า เส้นตายใหม่ที่โดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดให้รัสเซียยุติสงครามในยูเครนภายใน 10-12 วัน เป็น “อีกก้าวสู่สงคราม” มากกว่าทางออกสู่สันติภาพ

ทรัมป์ซึ่งอยู่ที่สกอตแลนด์ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันจันทร์ (28 ก.ค.) ว่า การรอ 50 วันตามที่เคยประกาศไปก่อนหน้านั้น “ไม่มีความหมายอีกแล้ว” เพราะไม่เห็นความคืบหน้าใด ๆ จากรัสเซีย พร้อมหั่นเวลาลงเหลือแค่ “10 ถึง 12 วัน” เพื่อบีบให้รัสเซียยุติสงครามกับยูเครน

เมดเวเดฟโพสต์ข้อความลง X ว่า “ทรัมป์กำลังเล่นเกมคำขาดกับรัสเซีย ควรจำไว้ว่า รัสเซียไม่ใช่อิสราเอล และไม่ใช่อิหร่าน ทุกคำขาดคือการข่มขู่ และนำไปสู่สงคราม ไม่ใช่แค่กับยูเครน แต่กับสหรัฐฯ เอง” พร้อมเตือนว่า “อย่าเดินซ้ำรอยโจ ไบเดน”

ด้านประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ขอบคุณทรัมป์ที่แสดงจุดยืนชัดเจนและจริงจังในการพยายามยุติสงคราม พร้อมระบุว่า ยูเครนยังคงมุ่งมั่นในแนวทางสันติภาพ และจะร่วมมือกับสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงของทั้งสองประเทศ

ประธานสภาฯ เยอรมนี เตือนรัฐบาล!! อาจขาดดุล 6.7 ล้านล้านบาท เพราะส่งอาวุธให้ยูเครน..ชี้นำเงินไปพัฒนาสาธารณูปโภคในประเทศดีกว่า

(29 ก.ค. 68) ราล์ฟ นีไมเออร์ (Ralf Niemeyer) ประธานสภารัฐธรรมนูญและอธิปไตยของเยอรมนี เตือนว่าการส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต (Patriot) ให้ยูเครน อาจทำให้เยอรมนีกลายเป็นเป้าหมายของรัสเซีย และยังส่งผลกระทบหนักต่อภาษีประชาชน

เขาระบุว่า เยอรมนีกำลังขาดแคลนงบประมาณที่จำเป็นสำหรับพัฒนาสาธารณูปโภค เช่น ถนน สะพาน และโรงเรียน ขณะที่รัฐบาลกลับนำเงินไปจัดซื้ออาวุธ ทำให้ประเทศเสี่ยงยากจนลง โดยสื่อเยอรมนีรายงานว่า ประเทศอาจเผชิญภาวะขาดดุลสูงถึง 172,000 ล้านยูโร (ราว 6.7 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2029

ก่อนหน้านี้ เบอร์ลินได้ส่งแพทริออต ให้ยูเครนแล้ว 3 ระบบ และกำลังเจรจากับวอชิงตันเพื่อส่งเพิ่ม โดยเยอรมนีจะเป็นฝ่ายจัดหาทดแทนเองทั้งหมด อย่างไรก็ตาม 'แพทริออต' ไม่ใช่อาวุธวิเศษ เพราะเคยถูกโจมตีทะลวงมาแล้วโดยอาวุธรัสเซีย

รัสเซียเตือนว่าการส่งอาวุธให้ยูเครนเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการสันติภาพ และถือว่าเป็นเป้าหมายชอบธรรมทางทหาร ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำว่า สหรัฐฯ จะได้รับเงินคืนเต็มจำนวนจากเยอรมนีสำหรับข้อตกลงนี้

อัปเดตสถานการณ์แผ่นดินไหว–สึนามิรอบมหาสมุทรแปซิฟิก หลายประเทศสั่งอพยพ หลังแผ่นดินไหว 8.8 นอกชายฝั่งรัสเซีย

(30 ก.ค. 68)  เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.8 นอกชายฝั่งรัสเซีย ทางตะวันออกไกล ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์รุนแรงที่สุดเป็นอันดับ 6 ในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้หลายประเทศรอบมหาสมุทรแปซิฟิกประกาศเตือนภัยสึนามิและสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

ในญี่ปุ่น เริ่มมีคลื่นสึนามิขนาดประมาณ 40 เซนติเมตรพัดเข้าสู่ชายฝั่งฮอกไกโด โดยยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่มีคำสั่งอพยพสำหรับพื้นที่ชายฝั่งฝั่งแปซิฟิกซึ่งอาจเผชิญคลื่นสูงถึง 3 เมตร รวมถึงการอพยพเจ้าหน้าที่จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ

สหรัฐฯ โดยเฉพาะรัฐฮาวายและแคลิฟอร์เนีย ได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้อยู่ห่างชายหาดและพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะที่ผู้ว่าการรัฐฮาวายเรียกร้องให้ประชาชนตั้งสติและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยผู้เชี่ยวชาญจากแคลิฟอร์เนียประเมินว่าไม่มีแนวโน้มเกิดความเสียหายร้ายแรงในทวีปอเมริกา

ด้านรัสเซีย รายงานว่ามีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยหลายรายในเขตตะวันออกไกล ขณะที่เมืองท่าซีเวโรคูริลสก์ได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิที่ไหลทะลักเข้าท่วมบางพื้นที่ของเมือง

ศูนย์สำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจากการเคลื่อนตัวตามแนวรอยเลื่อนในมหาสมุทรแปซิฟิก และยังคงต้องจับตาว่าอาฟเตอร์ช็อกหรือสึนามิลูกอื่นจะตามมาอีกหรือไม่

สหรัฐฯ ข่มขู่จีน เตรียมรีดภาษีอ่วม 500% ถ้ายังนำเข้าน้ำมันคว่ำบาตรจากรัสเซีย แต่ทางปักกิ่งยังนิ่ง!!

(30 ก.ค. 68) สก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เตือนจีนว่าอาจถูกเก็บภาษีสูงถึง 500% หากยังนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียที่อยู่ภายใต้การคว่ำบาตร โดย เบสเซนต์ แถลงหลังจบการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ–จีน ที่กรุงสตอกโฮล์มเมื่อ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา พร้อมระบุว่าร่างกฎหมายของสภาคองเกรสเปิดทางให้สหรัฐฯ เก็บภาษีขั้นสูงกับประเทศที่ซื้อพลังงานจากรัสเซีย

เบสเซนต์กล่าวว่า มาตรการนี้มีเป้าหมายลดรายได้ของรัสเซียจากภาคพลังงาน และคาดว่าชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ จะร่วมดำเนินการในลักษณะเดียวกัน

จีนตอบโต้ว่า จะยังคงตัดสินใจเรื่องพลังงานตามนโยบายภายในประเทศ และย้ำจุดยืนเรื่องอธิปไตย โดยเบสเซนต์เปิดเผยว่า “จีนจริงจังกับอธิปไตยมาก ถ้าจะเสียภาษี 100% ก็ยอมดีกว่าถูกบังคับ”

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังแสดงความกังวลต่อการที่จีนยังซื้อพลังงานจากอิหร่าน และจำหน่ายเทคโนโลยีสองทาง (ใช้ได้ทั้งพลเรือนและการทหาร) ให้รัสเซีย มูลค่ากว่า 15,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจส่งผลต่อความร่วมมือทางการค้าระหว่างจีนกับยุโรปในอนาคต

ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ออกมาประกาศให้เวลารัสเซียเพียง 10 วันในการตกลงหยุดยิงกับยูเครน หากไม่สำเร็จ สหรัฐฯ เตรียมใช้มาตรการทางภาษีและคว่ำบาตรเต็มรูปแบบ พร้อมระบุว่า “ไม่ต้องการลงโทษชาวรัสเซีย แต่สิ่งที่ปูตินทำอยู่มันเกินจะยอมรับได้”

กองทัพรัสเซียยึด ‘เมืองชาซอฟยาร์’ สำเร็จ หนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญฝั่งตะวันออกของ ‘ยูเครน’

(31 ก.ค. 68) กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศว่า กองทัพรัสเซียสามารถควบคุมเมืองชาซอฟยาร์ (Chasov Yar) ในสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ (DPR) ได้แล้ว หลังจากปฏิบัติการรุกโดยกองกำลังยูกรุ๊ป (Yug group) ซึ่งถือเป็นชัยชนะสำคัญต่อเนื่องจากการยึดเมืองบัคมุตเมื่อปี 2023

สำหรับเมืองชาซอฟยาร์ตั้งอยู่บนเนินเขาทางตะวันตกของเมืองบัคมุตประมาณ 15 กิโลเมตร มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์เนื่องจากมองเห็นพื้นที่โดยรอบได้ไกลหลายกิโลเมตร อีกทั้งมีทางหลวง O-0506, คลอง Seversky Donets-Donbass, และทางรถไฟผ่าน ทำให้พื้นที่นี้ถูกใช้เป็นศูนย์กลางการขนส่งและเสริมกำลังโดยกองทัพยูเครน

ก่อนหน้านี้ ยูเครนได้เปลี่ยนเมืองชาซอฟยาร์ให้กลายเป็นเขตป้องกันแนวหน้า ด้วยการสร้างป้อมปราการและศูนย์ส่งกำลังตั้งแต่กลางปี 2022 เพื่อสนับสนุนการรบในพื้นที่บัคมุต-โซเลดาร์ การที่รัสเซียสามารถยึดพื้นที่นี้ได้ จึงนับเป็นการตัดเส้นทางลำเลียงของฝ่ายยูเครนที่สำคัญ

การยึดครองชาซอฟยาร์เปิดทางให้รัสเซียสามารถเคลื่อนทัพเข้าสู่กลุ่มเมืองสำคัญทางตะวันออกอย่างคาร์มาโตรสก์, สลาวียันสก์ และคอนสแตนติโนฟกา ซึ่งเป็นศูนย์กลางขนส่งและการป้องกันของยูเครนในภูมิภาคโดเนตสก์ ชัยชนะนี้ยังถูกมองว่าเป็นอีกก้าวในการ 'ปลดปล่อย' ดินแดน DPR ตามคำกล่าวอ้างของรัสเซียจากรัฐบาลยูเครนที่มอสโกเรียกว่า 'ระบอบนีโอนาซี' 
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top