Friday, 5 June 2026
รัฐธรรมนูญปี60

ทำไมต้อง ‘เชื่อเจษฎ์’ และ ‘พรรครักชาติ’ ว่าจะปกป้อง รธน. 2560 ได้จริง ไม่ใช่แค่คำพูดหาเสียง

รัฐธรรมนูญ 2560 เคยผ่านประชามติด้วยเสียง “เห็นชอบ” 16,820,402 คะแนน (ราว 61.35% ของคะแนนที่แสดงความเห็น) จากผู้มาใช้สิทธิ 29,740,677 คน (อัตราใช้สิทธิราว 59.40%) นี่คือหลักฐานเชิงตัวเลขว่า กติกาสูงสุดฉบับนี้เคยได้รับการรับรองโดยประชาชนในระดับ “หลักสิบหกล้านคน” ไม่ใช่คนกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย

แต่การเมืองไทยกลับวนอยู่กับคำเดิม—“เขียนใหม่ทั้งฉบับ” ผ่านประชามติ 8 ก.พ. 2569 และกระแสของพรรคใหญ่หลายพรรคที่ชวนให้ “กาเห็นชอบ” เดินหน้าทำฉบับใหม่

คำถามคือ ถ้าคนจำนวนมากกังวลว่า “ฉบับใหม่อาจเป็นการรีเซ็ตกติกาเพื่อประโยชน์นักการเมือง” ใครคือทีมที่ประชาชนพอจะฝากความหวังว่า จะปกป้องรัฐธรรมนูญเดิมได้จริง?

1) เหตุผลแรกที่ ‘ต้องเชื่อเจษฎ์’: ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพที่เพิ่งมาพูดเรื่อง รธน. ตอนหาเสียง
รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก ถูกสื่อหลักแนะนำประวัติในฐานะนักวิชาการกฎหมาย และเป็นอดีตคณะกรรมการ/ที่ปรึกษาในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนเข้าสู่สนามการเมืองและเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรครักชาติ ที่สำคัญ มีเอกสารเชิงทางการจากหน่วยงานรัฐ/รัฐสภาที่ระบุชื่อเขาในฐานะ “ที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” แปลเป็นภาษาชาวบ้าน: เขาไม่ได้เดากติกาจากข้างนอก แต่เคยอยู่ในวงที่ต้องอ่าน-คิด-ออกแบบเหตุผลของตัวบทจริง จึงรู้ว่าเจตนารมณ์เขียนไว้เพื่อแก้ปัญหาอะไร และช่องโหว่ของระบบอยู่ตรงไหน

2) เหตุผลที่สอง: ‘พรรครักชาติ’ ผูกตัวเองกับภารกิจเดียว—ไม่แก้ ไม่ทำใหม่ และสื่อสารซ้ำอย่างต่อเนื่อง
ความน่าเชื่อถือของการ “ปกป้องรัฐธรรมนูญ” วัดได้จาก 2 อย่าง: (ก) ประกาศจุดยืนชัด (ข) ยืนระยะ ไม่เปลี่ยนคำพูดตามกระแส
ในข่าวล่าสุด พรรครักชาติลงพื้นที่และย้ำจุดยืนชัดว่า “ไม่แก้รัฐธรรมนูญ 2560” และมองว่าการทำใหม่ทั้งฉบับเปลืองงบ ควรนำเงินไปแก้ปากท้อง นี่ทำให้ “สัญญาทางการเมือง” ของพรรคถูกล็อกไว้กับประชาชนแบบถอยยาก—หากพรรคกลับลำเมื่อได้อำนาจ จะถูกถามทันทีว่า ‘พูดไว้ทำไม’ และ ‘หลอกคนหรือไม่’

3) เหตุผลที่สาม: คนที่เข้าใจ ‘หลักกฎหมายมหาชน’ จะรู้ว่า ‘ความมั่นคงของกติกา’ สำคัญต่อประเทศมากกว่าการรีเซ็ตตามรอบเลือกตั้ง
การมีรัฐธรรมนูญไม่ได้มีไว้ให้ทุกฝ่าย “ชนะ” แต่มีไว้ให้ทุกฝ่ายเล่นอยู่บนสนามเดียวกัน
มุมมองแบบกฎหมายมหาชนจะให้ค่าน้ำหนักกับ 3 เรื่อง:
•    หลักนิติรัฐ/นิติธรรม: กติกาต้องมั่นคง คาดหมายได้
•    ความต่อเนื่องของรัฐ: ประเทศไม่ควรเปลี่ยนกติกาสูงสุดเหมือนเปลี่ยนนโยบาย
•    การแก้ปัญหาแบบตรงจุด: ถ้าบางมาตรามีปัญหา ควรถกเป็น “มาตรา” ไม่ใช่เผาทั้งเล่ม
ดังนั้น ทีมที่ปกป้องรัฐธรรมนูญเดิมไม่จำเป็นต้องบอกว่า “ฉบับนี้สมบูรณ์แบบ” แต่ต้องยืนหลักว่า อย่าให้การเมืองใช้คำว่า ‘ฉบับใหม่ทั้งฉบับ’ เป็นทางลัดรีเซ็ตด่านตรวจสอบ โดยเฉพาะในสังคมที่ความไว้วางใจต่อผู้มีอำนาจทางการเมืองยังต่ำ

ทำไม ‘ภาคใต้’ และ ‘ชุมพร’ ถึงโหวตเห็นชอบสูงผิดปกติในประชามติปี 59: โครงสร้างการเมือง + ฐานสังคมรัฐ + สนามประชามติที่ไม่แฟร์

ผลประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 7 ส.ค. 2559 ออกมาแบบ “เห็นชอบ” ชนะทั้งประเทศ แต่ถ้าดูรายภาค–รายจังหวัด จะเห็นชัดว่ามีพื้นที่หนึ่งที่เห็นชอบ “พุ่งเกินค่าเฉลี่ย” แบบทิ้งห่าง คือภาคใต้ โดยเฉพาะ “ใต้ตอนบน” และจังหวัดอย่างชุมพรที่เห็นชอบสูงถึง 90.04% (208,068 ต่อ 23,004)
คำถามคือ ทำไม “เห็นชอบ” ถึงสูงขนาดนั้น?
คำตอบที่ตรงที่สุดคือ: เพราะการโหวตครั้งนั้นไม่ใช่แค่ “ชอบ–ไม่ชอบเนื้อหา” แต่มันคือการเลือก “ข้างของระเบียบการเมือง” ในช่วงที่ประเทศถูกคุมเกม—และภาคใต้ตอนบนจำนวนมากอยู่ในกลุ่มที่เลือกความนิ่ง เลือกฝ่ายรัฐ เลือกกันการเมืองขั้วตรงข้าม มากกว่าการเสี่ยงลากประเทศยาวออกไป

1) ภาคใต้ตอนบน–ตอนกลางมี “ฐานสนับสนุนรัฐ/กองทัพ” สูงกว่าพื้นที่อื่น
บทวิเคราะห์ทางวิชาการชี้ว่า ‘ค่าย Yes’ ไม่ได้ชนะเพราะเนื้อหาดีเลิศ แต่เพราะกองทัพและเครือข่ายรัฐมีฐานสังคมหนุนอยู่จริง ทั้งชนชั้นกลาง/บน ระบบราชการ ตุลาการ มหาวิทยาลัย และทุนใหญ่ อีกทั้งมีข้อสังเกตว่า ด้วยเหตุผลทางประวัติศาสตร์ กองทัพมีแรงสนับสนุนสำคัญในภาคใต้ตอนบนและตอนกลาง
ถ้าภาคใต้บางส่วนเชื่อสถาบันรัฐมากกว่านักการเมือง ผลจึงถูกแปลออกมาเป็นภาษาง่ายๆ แบบนี้: โหวต “รับ” = เลือกความสงบ/ความเป็นระเบียบ และโหวต “ไม่รับ” = เสี่ยงยื้อความไม่แน่นอน

2) ชุมพร: จังหวัดตัวอย่างของ ‘ใต้ตอนบน’ ที่เข้าแพตเทิร์นรัฐนิยมชัดที่สุด
ชุมพรไม่ได้เห็นชอบสูงแบบเฉียดๆ แต่สูงแบบเกือบเอกฉันท์ 90.04% ในเชิงโครงสร้าง ชุมพรอยู่ในใต้ตอนบนที่มักถูกมองว่าเป็นโซนที่ฐานสังคมของรัฐ/ระบบราชการเข้มแข็ง เมื่อฐานความคิดหลักของพื้นที่คือ ‘รัฐต้องคุมเกมเพื่อกันการเมืองเละซ้ำ’ การโหวตรับร่างจึงกลายเป็นการโหวตแบบเลือกทีม มากกว่าการอ่านมาตรา

3) ภาคใต้ไม่ได้เป็นก้อนเดียว: ชายแดนใต้ ‘ไม่รับ’ แต่ใต้ตอนบน ‘รับท่วม’
ข้อเท็จจริงที่ทำให้ข้อสรุปนี้หนักแน่นขึ้นคือ ภาคใต้มีความต่างภายในชัดมาก จังหวัดชายแดนใต้บางจังหวัด ‘เห็นชอบ’ ต่ำ เช่น ปัตตานี 35.02% และนราธิวาส 36.04% แปลว่าไม่ใช่ ‘คนใต้รับหมด’ แต่เป็น ‘โซนใต้ตอนบน/ตอนกลาง’ ที่รับแรงมาก และชุมพรคือปลายสุดของกราฟนั้น

4) ปัจจัยที่คนชอบมองข้าม: สนามประชามติปี 59 ถูกวิจารณ์ว่า ‘ไม่เสรี ไม่แฟร์’
อีกมุมหนึ่งที่ทำให้ต้องอ่านตัวเลขอย่างระวังคือ บริบทประชามติปี 59 ถูกวิจารณ์เรื่องข้อจำกัดการรณรงค์และการวิพากษ์วิจารณ์ มีรายงานถึงการจับกุม/ดำเนินคดีต่อผู้รณรงค์หรือแสดงความเห็น การควบคุมพื้นที่ข้อมูลข่าวสาร และการสร้างบรรยากาศกดทับ เมื่อสนามมันเอียง พื้นที่ที่รัฐเข้มแข็งและเครือข่ายราชการแน่น ผลก็มีแนวโน้มจะเทไปทางที่รัฐต้องการได้ง่ายกว่า

เลือกตั้ง’69 EP#6 มาตราในรัฐธรรมนูญ 2560 ที่นักการเมือง...ไม่อยากให้คนไทยรู้!!!

วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ พี่น้องประชาชนคนไทยจะต้องออกเสียงประชามติสำหรับคำถามเห็นชอบว่า สมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่? แต่มีประเด็นสำคัญในรัฐธรรมนูญ 2560 ที่บรรดาฝ่ายที่สนับสนุนไม่เคยบอกให้พี่น้องประชาชนชาวไทยได้ทราบคือ มีหลายมาตราในรัฐธรรมนูญ 2560 ที่นักการเมือง “ไม่อยากให้คนไทยได้รู้” อันได้แก่

มาตรา 158 นายกรัฐมนตรีจะอยู่ยาวเลยไม่ได้ พูดง่าย ๆ คือ เป็นนายกฯ ได้ ไม่เกิน 8 ปี จะอยู่ติดกันหรือเว้นวรรคก็นับรวมหมด ถ้าครบแล้ว = ต้องลงจากเก้าอี้ทันที

มาตรา 160 คนจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีต้องใสสะอาดจริง ๆ ไม่ใช่แค่ไม่เคยติดคุก แต่ต้องซื่อสัตย์จริง ไม่โกง ไม่เลี่ยงกฎหมาย ใครมีแผลในอดีต สามารถโดนขุดขึ้นมาจัดการได้หมด

มาตรา 170 หากคุณสมบัติขาด = หลุดทันที ถ้าวันไหนที่มีคำพิพากษาของศาลว่า ไม่ซื่อสัตย์ หรือทำผิดร้ายแรง ไม่ต้องรอครบวาระ จะต้องหลุดจากตำแหน่งโดยทันที

มาตรา 184–185 ห้ามนักการเมืองไปก้าวก่ายหรือสั่งข้าราชการแบบมั่ว ๆ โดย ห้ามใช้ตำแหน่งไปสั่งราชการ ห้ามเอื้อพวก เอื้อบริษัท เอื้อคนใกล้ตัว ฝ่าฝืน = มีความผิดหนักมาก

มาตรา 234 ถูกศาลพิพากษาว่า ผิดจริยธรรม ไม่ต้องโกงก็โดนได้ ไม่ต้องมีเงินหาย เพียงแค่การประพฤติตัวที่ไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรง เช่น ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ตัวเอง ก็โดนตัดสิทธิทางการเมืองด้วย

มาตรา 235 ป.ป.ช. สามารถเอาผิดได้จริง ถ้า ป.ป.ช. ชี้ว่ารวยผิดปกติ หรือโกง เรื่องไปถึงศาล ถูกพิพากษา โทษถึงขั้นติดคุก และห้ามเล่นการเมืองตลอดชีวิต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top