Friday, 5 June 2026
รถไฟความเร็วสูง

จีนเปิดตัวรถไฟความเร็วสูง CR450 รอบทดสอบทำความเร็วทะลุ 453 กม./ชม. เร่งจากหยุดนิ่งถึง 350 กม./ชม. ภายใน 4 นาที 40 วินาที

(21 ต.ค. 68) จีนเริ่มการทดสอบก่อนเปิดให้บริการของ รถไฟความเร็วสูงที่เร็วที่สุดในโลก CR450 บนเส้นทางระหว่างเมืองเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออก และเฉิงตูทางตะวันตก โดยรถไฟรุ่นนี้ทำความเร็วได้สูงสุดถึง 453 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในการทดสอบครั้งแรก

สำหรับ รถไฟความเร็วสูง CR450 ถูกออกแบบให้ทำความเร็วสูงสุดในการทดสอบ 450 กม./ชม. และวิ่งเชิงพาณิชย์ได้ 400 กม./ชม. โดยรถไฟสามารถเร่งจากหยุดนิ่งไปถึง 350 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4 นาที 40 วินาที และเมื่อทดลองให้สองขบวนแล่นสวนกัน ความเร็วรวมสูงสุดที่ทำได้ถึง 896 กม./ชม.

เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้ากับ CR400 Fuxing รถไฟ CR450 มีส่วนหน้าที่ยาวและเรียวขึ้น หลังคาต่ำลง 20 เซนติเมตร และน้ำหนักลดลง 50 ตัน ส่งผลให้แรงต้านอากาศลดลง 22% ทั้งนี้ ก่อนให้บริการเชิงพาณิชย์ รถไฟ CR450 จะต้องวิ่งให้ครบ 600,000 กิโลเมตรโดยไม่เกิดปัญหา ถึงจะอนุมัติให้ขนส่งผู้โดยสารได้

รถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน ยังไม่ออกจากสถานี รัฐส่งมอบพื้นที่ไม่ครบ เอกชนขาดสภาพคล่อง เมกะโปรเจกต์แสนล้านที่กลายเป็นทางตัน คำถามใหญ่? ใครคือ "ผู้ต้องรับผิดชอบ"

โครงการ “รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา)” ถูกวางให้เป็นเมกะโปรเจกต์ด้านคมนาคมระดับชาติของไทย ตั้งแต่ปี 2561 ด้วยเป้าหมายเชื่อมสนามบินหลักภายใน 1 ชั่วโมง และขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจ EEC สู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอาเซียน แต่ผ่านมา 6 ปี “ยังไม่มีการตอกเสาเข็มจริง” เกิดอะไรขึ้นกันแน่ และใครควรถูกมองว่าเป็นฝ่าย “ผิดพลาด” ในเกมลงทุนระดับแสนล้านนี้

🧭 จุดเริ่มต้นของความฝัน
เดือนตุลาคม 2562 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ลงนามสัญญาร่วมลงทุน (PPP) กับบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด (AERA1) ในเครือ กลุ่ม ซีพี เพื่อก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงมูลค่ากว่า 224,000 ล้านบาท ตามสัญญาเอกชนต้องลงทุน ออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารจัดการ 50 ปี โดยรัฐถือครองที่ดินและโครงสร้างพื้นฐาน แต่หลังจากเซ็นสัญญาได้ไม่นาน ทุกอย่างเริ่ม “สะดุด” เมื่อโลกเผชิญ COVID-19 ซึ่งกระทบการบิน ท่องเที่ยว และสภาพคล่องทางการเงิน พร้อมกับการส่งมอบพื้นที่ของรัฐที่ล่าช้ากว่ากำหนด หลายพื้นที่ยังมีปัญหาการรื้อถอนสาธารณูปโภคและสิ่งปลูกสร้าง ทำให้เอกชนไม่สามารถเริ่มงานจริงได้

⚖️ ฝ่ายรัฐ — ระบบราชการที่เดินช้า
ฝ่ายรัฐโดย รฟท. และ EEC ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่า “ส่งมอบพื้นที่ช้า” และขั้นตอนอนุมัติซับซ้อน ต้องผ่านหลายหน่วยงาน ทั้งบอร์ด รฟท., บอร์ด EEC, สำนักงานอัยการสูงสุด และ คณะรัฐมนตรี ทำให้ทุกการแก้สัญญากินเวลานานหลายเดือน นอกจากนี้ยังมีความกังวลจากภาครัฐว่า หากยอมให้เอกชนเปลี่ยนรูปแบบจ่ายเงินเป็น “รัฐจ่ายระหว่างก่อสร้าง” อาจเป็นภาระงบประมาณหรือสร้าง “ค่าโง่” หากโครงการไม่สำเร็จ จึงทำให้การตัดสินใจยิ่งชะลอ

💼 ฝ่ายเอกชน — สัญญาที่หนักเกินไป
ในอีกด้านหนึ่ง กลุ่ม AERA1 ในฐานะเอกชนผู้ร่วมทุน ก็ไม่สามารถดำเนินการตามเงื่อนไขได้เต็มที่ โดยเฉพาะเรื่อง “แหล่งเงินทุน” ที่ต้องหาให้ครบกว่า 1.6 แสนล้านบาท ภายใน 270 วัน หลังเซ็นสัญญา เมื่อเจอ COVID-19 และภาวะต้นทุนสูง ธนาคารหลายแห่งลังเลจะปล่อยกู้ ขณะที่เงื่อนไขการค้ำประกันของรัฐยังไม่ชัด จึงกลายเป็นทางตันด้านการเงิน จนต้องขอเจรจาแก้ไขสัญญาหลายครั้ง

🌍 ปัจจัยภายนอกที่ซ้ำเติม
ทั้งสองฝ่ายยังถูกกระทบจากสงครามรัสเซีย–ยูเครน ราคาน้ำมันและโลหะพุ่งสูง เงินเฟ้อทั่วโลก และอัตราดอกเบี้ยที่ขยับขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนโครงการเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นล้านบาท ทำให้ไม่มีฝ่ายใดยอมเดินหน้าจนกว่าจะได้เงื่อนไขใหม่ที่รับได้ทั้งคู่
.
🚦 แล้วใครคือ “ผู้ผิด”?
เมื่อวิเคราะห์อย่างรอบด้าน จะเห็นว่าไม่มีฝ่ายใดที่ “ผิด” แต่ทั้งสองฝ่ายต่าง “มีส่วนผิด” ในบริบทของตนเอง
- ฝ่ายรัฐ: ผิดพลาดในด้านการบริหารพื้นที่และความล่าช้าในระบบราชการ
- ฝ่ายเอกชน: ผิดในแง่การบริหารเงินทุน และความพร้อมทางการเงินที่ไม่เป็นไปตามสัญญา
- ปัจจัยภายนอก: เป็นตัวเร่งที่ทำให้ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจและเวลาเดือดจนอาจต้อง “รีเซ็ตสัญญาใหม่” ทั้งหมด

🔧 ทางออกจากทางตัน
1. ปรับสัญญาแบบ Pay-as-you-Build หรือ “สร้างไปจ่ายไป” ให้รัฐและเอกชนแบ่งความเสี่ยงอย่างยุติธรรม
2. เร่งส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างและลดขั้นตอนราชการ โดยตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจที่มีอำนาจตัดสินใจได้เร็ว
3. เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักลงทุน
4. เตรียมแผน B เช่น ระบบความเร็วกลาง (Medium-Speed) หากโครงการหลักยังติดขัด เพื่อให้เกิดผลลัพธ์บางส่วนและไม่เสียเวลาเปล่า

🧩 บทสรุป
“รถไฟ 3 สนามบิน” จึงไม่ใช่โครงการที่ล้มเหลวเพราะคนใดคนหนึ่ง แต่เพราะ “ระบบการทำงานของรัฐและเอกชนที่ไม่เดินพร้อมกัน” เมื่อโครงการใหญ่ขับเคลื่อนด้วยความเร็วของราชการแต่ต้องการเงินทุนระดับเอกชน ผลลัพธ์คือความชะงักที่เห็นอยู่ในวันนี้

ถ้าไทยต้องการเห็นรถไฟความเร็วสูงคันแรกวิ่งจริงในชีวิตนี้ สิ่งที่ต้องเปลี่ยนไม่ใช่เพียงราง แต่คือ “ระบบคิดและระบบทำงานร่วมกัน” ของทุกภาคส่วน

MTR เดินเกมรุก!! รถไฟความเร็วสูงฮ่องกง เชื่อมต่อฮ่องกงสู่จีนแผ่นดินใหญ่ ปรับตู้นอนเซี่ยงไฮ้หงเฉียววิ่งทุกวัน เพิ่ม 16 จุดหมาย เริ่มปลายเดือนนี้

(12 ม.ค. 69) เอ็มทีอาร์ คอร์เปอเรชัน ผู้ให้บริการรถไฟในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประกาศเปิดเส้นทางรถไฟความเร็วสูงใหม่ 16 จุดหมายบนแผ่นดินใหญ่ของจีน เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค. นี้

เส้นทางใหม่นี้ครอบคลุมเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น หนานจิง อู๋ซีในมณฑลเจียงซู และเหอเฝยในมณฑลอันฮุย ทำให้จำนวนเส้นทางตรงจากสถานีเกาลูนตะวันตกของฮ่องกงเพิ่มขึ้นเป็น 110 เส้นทาง

นอกจากนี้ การบริการรถไฟโดยสารตู้นอนสายเซี่ยงไฮ้-หงเฉียว ซึ่งเดิมให้บริการเฉพาะวันศุกร์ถึงวันจันทร์ จะปรับมาให้บริการตลอดทุกวัน ขณะที่เส้นทางขาไป-ขากลับจากสถานีกว่างโจวใต้ในมณฑลกว่างตงก็จะเพิ่มความถี่การเดินรถ

'หยางเหม่ยเจิน' ซีอีโอเอ็มทีอาร์ กล่าวว่า "มีการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐของฮ่องกงและแผ่นดินใหญ่ เพื่อเพิ่มจุดหมายและยกระดับบริการอย่างต่อเนื่อง" สะท้อนแนวทางส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของรถไฟความเร็วสูงและการพัฒนาประเทศในภูมิภาค

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top