Friday, 5 June 2026
ยุโรปตะวันออก

นักการเมือง ยุโรปตะวันออก ถกเถียง เรื่อง ‘ลุยก่อน’ เล่นงาน!! ‘รัสเซีย’

(9 มี.ค. 68) บรรดาชาติยุโรปตะวันออกกำลังพูดคุยกันอย่างจริงจังถึงความเป็นไปได้ในการโจมตีรัสเซียก่อนเสียเอง ทั้งที่รัสเซียกับสหรัฐฯ เพิ่งจะเริ่มต้นกระบวนการเจรจาสันติภาพกันไปหมาดๆ

Kuper ฟันธงว่าการที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าทีอ่อนข้อให้รัสเซีย กำลังปลุกวิญญาณสงครามเย็นให้คืนชีพ พร้อมกับขีดเส้นแบ่งระหว่าง “ยุโรปตะวันออก” กับ “ยุโรปตะวันตก” ขึ้นมาใหม่ ฝั่งหนึ่งเห็นรัสเซียเป็นภัยคุกคามระดับชาติ อีกฝั่งกลับทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน

“พวกเรารู้ดี และนั่นแหละคือเหตุผลว่าทำไมบางประเทศของเราถึงเริ่มตั้งคำถามกันว่า ‘ทำไมเราต้องมานั่งรอให้รัสเซียซัดเราก่อน? ทำไมไม่ลุยก่อนเลย?’” นักการเมืองชื่อดังคนหนึ่งจากยุโรปตะวันออกแอบกระซิบกับนักข่าวแบบไม่เปิดเผยชื่อ ฟังดูแล้วชวนให้คิดว่าเรื่องนี้อาจไม่ได้เป็นแค่คำพูดลอยๆ

โปแลนด์-บอลติก: ถ้าปล่อยรัสเซียรอด มันจะถึงคิวเรา?

ตั้งแต่สงครามยูเครนปะทุขึ้นในปี 2022 โปแลนด์และเหล่าชาติแถบบอลติกก็แหกปากเตือนกันมาตลอดว่า ถ้ารัสเซียบุกยูเครนสำเร็จ เป้าหมายถัดไปคงเป็นพวกเขาแน่นอน ฝั่งเครมลินเองก็ไม่ปล่อยให้ข้อกล่าวหานี้ลอยนวล ปูตินถึงกับสวนกลับว่าเป็น “เรื่องไร้สาระ”

ประวัติศาสตร์ที่ทำให้ยุโรปตะวันออกระแวงรัสเซีย

จะว่าไป พื้นที่ยุโรปตะวันออกก็มีอดีตที่ต้องระแวงกันอยู่เป็นทุนเดิม หลายประเทศเคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิใหญ่ๆ ไม่ว่าจะรัสเซีย เยอรมนี หรือออสเตรีย-ฮังการี อิสรภาพของพวกเขาถูกกระชากไปหลายครั้งจนกลายเป็นปมในประวัติศาสตร์ Milan Kundera นักเขียนชาวเช็กเคยนิยามชะตากรรมของพวกเขาไว้ว่า "ชาติเล็กๆ ที่รู้ตัวดีว่าหากวันใดวันหนึ่งหายไปจากแผนที่โลก ก็คงไม่มีใครสนใจ"

ชาติที่เกลียดรัสเซียที่สุด คือชาติที่เรียกร้องการติดอาวุธมากที่สุด

ในช่วงที่ผ่านมา ชาติยุโรปตะวันออกต่างตะโกนแข่งกันว่า ต้องเพิ่มกำลังป้องกันประเทศขึ้นให้มากที่สุด และเป็นกลุ่มที่แสดงความเป็นปรปักษ์กับรัสเซียอย่างเปิดเผยมากที่สุด โดยเฉพาะ Kaja Kallas อดีตนายกรัฐมนตรีเอสโตเนียและนักการทูตระดับสูงของสหภาพยุโรป ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งกร้าวต่อมอสโก

รัสเซีย-สหรัฐฯ คุยกันแล้ว แต่ EU ยืนยันต้องติดอาวุธยูเครนต่อไป

ข่าวนี้โผล่มาในจังหวะที่รัสเซียกับสหรัฐฯ เพิ่งฟื้นคืนการสื่อสารกันเมื่อเดือนที่แล้ว และมีการเจรจาระดับสูงกันที่ซาอุดีอาระเบีย แต่ฝั่ง บรัสเซลส์ กลับเสียงแข็งว่า ยูเครนต้องได้รับการสนับสนุนทางทหารต่อไป

ในขณะที่ทรัมป์ประกาศระงับความช่วยเหลือทางทหารให้ยูเครนเพื่อบีบให้เคียฟกลับไปเจรจากับมอสโก ฝั่งผู้นำยุโรปภายใต้ Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กลับอนุมัติแผนมูลค่า 800,000 ล้านยูโร เพื่อเติมอาวุธให้ยุโรปและรักษากระแสหนุนยูเครน

รัสเซียลั่น!! อย่าหาว่าขู่ ถ้า EU ยังเดินเกมแบบนี้

มอสโกไม่รอช้า ประกาศเสียงแข็งว่าจะใช้ทุกมาตรการเพื่อปกป้องอธิปไตยของตนเอง หลังจากสหภาพยุโรปยกระดับการส่งอาวุธและปล่อยวาทกรรมที่ท้าทายรัสเซียขึ้นมาอีกระดับ ซึ่งเครมลินก็เตือนมานานแล้วว่า ตะวันตกส่งอาวุธไปก็ไม่ได้ช่วยให้สงครามจบไวขึ้น แถมยังเพิ่มโอกาสที่นาโตจะต้องเผชิญหน้ากับรัสเซียโดยตรง

งานนี้จะลงเอยอย่างไร? 

ยุโรปตะวันออกจะเอาจริงกับแผน ‘ซัดก่อน’ หรือไม่? 

คงต้องจับตาดูให้ดี เพราะเดิมพันครั้งนี้อาจใหญ่กว่าที่หลายคนคิด!!

สหรัฐฯ เสนอกรอบสันติภาพ 28 ข้อ ยูเครนต้องเลือกระหว่างรับหรือสู้ต่อ มาตรการเน้นหนักต่อเงื่อนไขยูเครน รัสเซียพร้อมหารือขยายข้อตกลงถาวร

(24 พ.ย. 68) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ 'โดนัลด์ ทรัมป์' ส่งสัญญาณแรงถึงประธานาธิบดียูเครน 'วโลดีมีร์ เซเลนสกี' ให้ตัดสินใจรับข้อเสนอแผนสันติภาพของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามกับรัสเซีย หากไม่รับก็สามารถ "สู้ต่อไปให้สุดหัวใจดวงน้อยของเขาได้"

ทรัมป์ระบุว่า รัฐบาลกำลังพยายามให้ความขัดแย้งยุติลง "ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง" พร้อมย้ำว่า "เราต้องทำให้มันยุติให้ได้" และชี้ว่าแผนนี้ยังไม่ใช่ "ข้อเสนอสุดท้าย" สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความคิดเห็นของคู่ขัดแย้ง

รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า ทรัมป์อนุมัติกรอบแผน 28 ข้อ ซึ่งรวมมาตรการหลายประการที่ถูกมองว่ามีเงื่อนไขเข้มงวดต่อยูเครน เช่น ลดความช่วยเหลือทหารจากสหรัฐฯ รับรองคริสตจักรออร์ทอดอกซ์ยูเครนฝ่ายคาโนนิกัล ให้ภาษารัสเซียเป็นภาษาทางการ ลดขนาดกองทัพยูเครน และห้ามกองกำลังต่างชาติประจำการในยูเครน

ในประเด็นอ่อนไหว แผนตั้งสมมติฐานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ และพันธมิตรจะยอมรับไครเมียและดอนบาสเป็นดินแดนรัสเซียอย่างถูกกฎหมาย ขัดกับจุดยืนยูเครนและพันธมิตรบางฝ่าย

ด้าน 'วลาดิเมียร์ ปูติน' ผู้นำรัสเซียกล่าวว่าแผนอาจเป็นฐานข้อตกลงยุติสงครามถาวร แต่ต้องหารือรายละเอียดต่อไป ขณะที่ยูเครนยังไม่แสดงท่าทีชัดเจนในเรื่องนี้ แผนดังกล่าวกำลังถูกชี้วัดในเวทีโลกเนื่องจากส่งผลต่ออธิปไตยของยูเครนและดุลอำนาจในยุโรปตะวันออก รวมถึงทิศทางนโยบายของสหรัฐฯในยุคทรัมป์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top