Friday, 5 June 2026
ม112

สมาคมรัฐศาสตร์แห่งอเมริกา ออกแถลงการณ์!! แสดงความกังวล กรณี ‘พอล แชมเบอร์ส’ ถูกจับในข้อหา ‘หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ’

(1 พ.ค. 68) สมาคมรัฐศาสตร์แห่งอเมริกา (APSA) ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการจับกุมและควบคุมตัว ดร.พอล แชมเบอร์ส นักรัฐศาสตร์ชาวอเมริกัน ประจำมหาวิทยาลัยนเรศวร ประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2025 ภายใต้ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของไทย

แม้ว่าปัจจุบัน ดร.แชมเบอร์สจะได้รับการประกันตัวแล้ว แต่เขายังคงถูกเพิกถอนวีซ่า ถูกยึดพาสปอร์ต และถูกยึดคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป ซึ่งสมาคมฯ เห็นว่าเป็นการจำกัดเสรีภาพในการทำงานด้านวิชาการอย่างรุนแรง

สมาคมรัฐศาสตร์แห่งอเมริกา จึงเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเคารพเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพทางวิชาการตามที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญไทย รวมถึงพันธกรณีระหว่างประเทศ พร้อมทั้งขอให้มีการยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อ ดร.แชมเบอร์ส เพื่อแสดงความมุ่งมั่นของไทยในการสนับสนุนเสรีภาพทางวิชาการและเสรีภาพในการแสวงหาความรู้

จดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ ถูกส่งถึง มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้แก่ ทอม โคล, แฟรงค์ ลูคัส, เควิน เฮิร์น, สเตฟานี ไบซ์ และจอช เบรคีน รวมถึงวุฒิสมาชิก เจมส์ แลงค์ฟอร์ด และ มาร์ควีน มัลลิน รวมทั้ง เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย โรเบิร์ต เอฟ. โกเด็ก และอัยการสูงสุดของไทย คุณไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ

สำหรับสมาคมรัฐศาสตร์แห่งอเมริกา (APSA) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1903 ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 11,000 คนจากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยมีบทบาทสำคัญในการจัดประชุมสัมมนาวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ตีพิมพ์วารสารวิชาการชั้นนำ ส่งเสริมการวิจัยและการเรียนการสอนด้านสังคมศาสตร์ รวมถึงการปกป้องสิทธิและเสรีภาพของนักวิชาการที่ถูกคุกคามจากรัฐ

‘แยม ฐปณีย์’ โพสต์รำลึกวันครบรอบ 14 พ.ค. ถึง ‘บุ้ง เนติพร’ เสียชีวิตหลังอดอาหารประท้วง

(14 พ.ค. 68) ‘แยม’ ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวจาก ‘The Reporters’ โพสต์เฟซบุ๊กครบรอบ 1 ปี ‘บุ้ง เนติพร’ วันที่เธอหายไป พบกันพรุ่งนี้ค่ะ

‘บุ้ง’ เนติพร เสน่ห์สังคม นักกิจกรรมวัย 28 ปี เสียชีวิตหลังอดอาหารและน้ำเป็นเวลาหลายเดือน เพื่อประท้วงในระหว่างถูกคุมขังตามมาตรา 112 จากกรณีทำโพลเกี่ยวกับขบวนเสด็จ โดยเธอถูกถอนประกันและถูกคุมขังตั้งแต่ 26 ม.ค. 2567 จนกระทั่งเสียชีวิตในวันที่ 14 พ.ค. 2567

โดยระหว่างการคุมขัง บุ้งเริ่มอดอาหารและน้ำตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค. เพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และยุติการคุมขังผู้เห็นต่างทางการเมือง เธออดอาหารร่วมกับ ‘ตะวัน’ ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และถูกส่งไปรักษาตัวที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ก่อนถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ซึ่งพบว่าไม่มีสัญญาณชีพแล้ว

ทั้งนี้ การเสียชีวิตของบุ้งยังมีข้อสงสัยในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องมาตรการช่วยเหลือทางการแพทย์ ครอบครัวยังคงเดินหน้าหาความยุติธรรม โดยศาลจังหวัดธัญบุรีจะไต่สวนการตายในวันที่ 20–21 ส.ค. 2568

ศาลสั่งจำคุกอีก 2 ปี ‘อานนท์ นำภา’ คดี 112 ปราศรัยหน้าสน.บางเขน รวมโดนโทษจำคุกแล้ว 22 ปี

ศาลอาญาสั่งจำคุก 3 ปี 'อานนท์ นำภา' อดีตแกนนำม็อบราษฎร บุกชุมนุมที่หน้าสน.บางเขน อีกคดี แต่ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุก 2 ปี และนับโทษต่อจากคดีอื่น ส่วนเพนกวิน หลบหนีออกนอกประเทศ ศาลให้ออกหมายจับและสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว

ที่ห้องพิจารณาคดี 806 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมิ่นเบื้องสูง อ.910/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้องนายอานนท์ นำภา ทนายความและอดีตแกนนำกลุ่มราษฎร 2563 กับนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวินอดีตแกนนำกลุ่มราษฎร 2563เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และความผิดฐานร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง โดยไม่ได้รับอนุญาต

จากกรณีเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2563 จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายด้วยการปราศรัยแสดงความคิดเห็นต่อประชาชนผ่านเครื่องขยายเสียง โดยมีชุมนุมประมาณ 150 คน จัดการชุมนุมที่หน้าสน.บางเขน จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานไปบ้างแล้วจำเลยที่ 1ให้คำรับสารภาพ เรื่องใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนจำเลยที่ 2 ได้รับการปล่อยชั่วคราว แต่หลบหนี ศาลจึงให้ออกหมายจับและจำหน่ายคดีนายพริษฐ์ จำเลยที่ 2 ชั่วคราว

โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัว นายอานนท์ จำเลยที่ 1 มาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว พิพากษาว่านายอานนท์ จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 มาตรา 4 วรรคหนึ่ง มาตรา 9 วรรคหนึ่ง ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จำคุก 3 ปี คำรับสารภาพของ นายอานนท์ จำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี ฐานทำการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้ปรับเป็นพินัย 100 บาท ไม่ชำระ ค่าปรับเป็นพินัยให้บังคับตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 มาตรา 30, 31 นับโทษจำคุก นายอานนท์ จำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2841/2566 ของศาลนี้ จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่อ56/2567 ของศาลนี้และจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.4019/2567 ของศาลนี้

ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุก นายอานนท์จำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลย ที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ2887/2564 ของศาลนี้ จำเลยที่ 1 ในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 62888/2564 ของศาลนี้ และจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 2948/2564 ของศาลนี้ คดีดังกล่าวจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธศาลมีคำสั่งแยกฟ้องและจำหน่ายคดีในส่วนของจำเลยที่ 1 แล้ว ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ต่อจาก โทษของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ1186/2565 ของศาลแขวงดุสิต จำเลย ที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ415/2566 ของศาลแขวงปทุมวันนั้น ศาลมีคำพิพากษาปรับ และคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ1802/2564 ของศาลอาญากรุงเทพ ใต้ศาลมีคำพิพากษารอการลงโทษ จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

รวมทุกคดี นายอานนท์ นำภา โดนโทษจำคุกรวม 22 ปี 25 เดือน 20 วัน

'ปิยบุตร' โวยนักการเมืองขี้ขลาด รังเกียจนิรโทษคดี ม.112 เพราะยังไม่มี 'ใบอนุญาต'

(11 ก.ค. 68) - นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

เหตุที่บรรดานักการเมืองและพรรคการเมืองจำนวนมากตั้งข้อรังเกียจกับการนิรโทษกรรมในความผิดการแสดงออกทางการเมือง โดยรวมความผิดตามมาตรา 112 ไปด้วยนั้น

ไม่มีเหตุผลอื่นใดหรอก นอกจาก ยังไม่มี 'ใบอนุญาต' ให้ทำ จึงเกรงว่า หากทำลงไปแล้วจะถูกยึด 'ใบอนุญาต' ที่ให้เป็นรัฐบาล หรือตัดโอกาสการได้ 'ใบอนุญาต' ให้เป็นรัฐบาล

ลองถ้ามีปาฏิหาริย์ มี 'ใบอนุญาต' ให้นิรโทษกรรมขึ้นมาสิ ขี้คร้านจะกลับลำ 360 องศา จนคนดูงงไปตาม ๆ กัน

ปัญหาที่ควรขบคิดพิจารณาต่อไป

ถ้าสัมพันธภาพทางอำนาจตามการเมืองความเป็นจริงนี้บอกเราว่า นิรโทษกรรมความผิดตามมาตรา 112 โดยพลการไม่ได้ ต้องมี 'ใบอนุญาต' เสียก่อน บรรดาพรรคการเมืองและนักการเมืองได้พยายามหา 'ใบอนุญาต' เพื่อนิรโทษกรรมคดี 112 นั้นแล้วหรือยัง?

แล้วเหตุใด การตรากฎหมายฉบับหนึ่งซึ่งเป็นอำนาจนิติบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎร กลับต้องมี 'ใบอนุญาต' เสียก่อน

ตกลงแล้ว สภาของผู้ที่รวมตัวกันแล้วอ้างเป็นผู้แทนของราษฎร เป็น 'ผู้แทน' ของ 'ใคร' กันแน่?

นักการเมืองและพรรคการเมืองไทยในยุคนี้ ขี้ขลาดขี้กลัวกว่านักการเมืองและพรรคการเมืองไทยในอดีตมาก

ศาลฎีกา สั่งจำคุก 2 ปี ‘บอส ฉัตรมงคล' ผู้ต้องหาคดี ม.112 ไม่รอลงอาญา

ศาลฎีกาพิพากษาคดี ม.112 ของ 'บอส' ฉัตรมงคล รปภ. วัย 31 ปี ลงโทษจำคุก 3 ปี ให้การเป็นประโยชน์ ลดเหลือจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ผลของคำพิพากษา ทำให้บอส ฉัตรมงคล ต้องถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำกลางเชียงรายทันที คดีนี้เขาถูกกล่าวหาว่าคอมเมนต์ข้อความในโพสต์ของเพจเฟซบุ๊ก “ศรีสุริโยไท” เมื่อปี 2564 ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ไม่เพียงพอรับฟัง แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 กลับลงโทษจำคุก 27 เดือน โดยไม่รอลงอาญา เนื่องจากเห็นว่าหลักฐานโจทก์รับฟังได้

(18 ก.ย. 68) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงาน ศาลจังหวัดเชียงรายนัดฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาในคดี ม.112 ของ 'บอส' ฉัตรมงคล วัลลีย์ รปภ. จากปทุมธานี วัย 31 ปี กรณีถูกกล่าวหาว่าคอมเมนต์ข้อความในโพสต์ของเพจเฟซบุ๊ก 'ศรีสุริโยไท' เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2564 เห็นว่ามีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุก 3 ปี

ศาลฎีกาเห็นว่าให้การเป็นประโยชน์ แก้จากลดโทษหนึ่งในสี่ตามชั้นอุทธรณ์ เป็นลดโทษหนึ่งในสาม เหลือจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา

ศูนย์ทนายฯ ระบุ ผลของคำพิพากษา ทำให้บอส ฉัตรมงคล ต้องถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำกลางเชียงรายทันที

บอส ฉัตรมงคลเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในบริษัทเอกชนถูกฟ้องในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ม.14 (3) เหตุจากถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้คอมเมนต์ข้อความในโพสต์ของเพจเฟซบุ๊ก 'ศรีสุริโยไท' เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2564 คดีนี้ศาลชั้นต้นยกฟ้อง เห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ไม่เพียงพอรับฟัง ศาลอุทธรณ์ภาค 5 กลับลงโทษจำคุก 27 เดือน โดยไม่รอลงอาญา เนื่องจากเห็นว่าหลักฐานโจทก์รับฟังได้

คดีนี้มีนัธทวัฒน์ ชลภักดี แอดมินเพจเฟซบุ๊กศรีสุริโยไท เป็นผู้กล่าวหาไว้ที่ สภ.เมืองเชียงราย และบอส ฉัตรมงคลต้องเดินทางไปต่อสู้คดีที่จังหวัดเชียงรายมาตั้งแต่ปลายปี 2564 ถึงปัจจุบันเกือบ 4 ปี แล้ว

‘ตั้ม จิรวัฒน์’ นักวาดการ์ตูน โดนคดี 112 โพสต์เริ่มงานใหม่ หลังเผชิญชีวิตไร้งาน – ไร้เงิน – ไร้โอกาสมาหลายปี

เมื่อวันที่ (30 ก.ย. 68) ตั้ม จิรวัฒน์ นักวาดการ์ตูนล้อการเมือง แอดมินเพจ 'คนกลมคนเหลี่ยม' ซึ่งถูกดำเนินคดี มาตรา 112 ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า พรุ่งนี้ผมจะได้เริ่มงานใหม่แล้วนะครับ หลังจากไม่ได้ทำงานอยู่ในระบบมาหลายปี

มีประวัติคดี 112 การหางานทำ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย

สมัครเป็นไรเดอร์วิ่งส่งอาหาร ส่งผู้โดยสารก็ไม่ได้

ทั้งสมัคร ทั้งสัมภาษณ์ ไปหลายที่กว่าจะได้

แม้จะมีอาการซึมเศร้าอยู่บ้าง แต่ก็ต้องทำครับ เพราะไม่มีเงินติดตัวแล้ว

เริ่มต้นชีวิตการทำงานใหม่อีกครั้งครับ

สำหรับ ตั้ม จิรวัฒน์ ถูกดำเนินคดี มาตรา 112 กรณีวาดภาพเสียดสีสถาบันรวม 4 โพสต์ โดยแบ่งเป็นรัชกาลที่ 10 รวม 2 โพสต์ และรัชกาลที่ 9 อีก 2 โพสต์ ในช่วงเดือนมีนาคม-มิถุนายน 2565

และเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ศาลอาญา ได้พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษตามมาตรา 112 จำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 4 กระทง รวมโทษจำคุก 12 ปี คดีนี้ จำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือกระทงละ 1 ปี 6 เดือน คงจำคุกรวม 4 ปี 24 เดือน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 3 ปีและให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 1 ครั้ง ใน 3 เดือน เป็นเวลา 2 ปี และให้ทำงานบริการสังคม 48 ชั่วโมง พร้อมริบโทรศัพท์ของกลาง

อธิบายให้ชัด! ทำไมพรรคการเมือง ต้องตอบสังคมจุดยืน "แก้-ไม่แก้" รัฐธรรมนูญปี 60 หมวด 1-2 หัวใจสำคัญของการเมืองการปกครองไทย

บทความฉบับนี้อธิบายอย่างเป็นกลาง เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าใจประเด็นว่า เหตุใดหลายฝ่ายจึงต้องการให้ “พรรคการเมือง” อธิบายจุดยืนให้ชัดเจนต่อการแก้ไข หรือไม่แก้ไข หมวด 1 และ หมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ โดยยึดเหตุผลด้านกฎหมาย สังคม และธรรมาภิบาลการเมือง พร้อมเช็กลิสต์การอ่านคำประกาศของพรรคอย่างรู้เท่าทัน

1) หมวด 1–2 คืออะไร และสำคัญอย่างไร
• หมวด 1 'บททั่วไป' วางรากฐานของรัฐไทย เช่น ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว แบ่งแยกมิได้ และใช้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมถึงหลักการใช้อำนาจอธิปไตยผ่านรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล

• หมวด 2 'พระมหากษัตริย์' ว่าด้วยสถานะ บทบาท และพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญ เช่น ฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ การแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ องคมนตรี และพระราชอำนาจอื่น ๆ ที่ใช้ผ่านกลไกตามรัฐธรรมนูญ

หมายเหตุ: รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันประกาศใช้เมื่อ 6 เมษายน 2560 (พ.ศ. 2560)

2) กรอบกฎหมายการ “แก้ไขรัฐธรรมนูญ” ที่เกี่ยวข้อง
• มาตรา 255 กำหนดข้อห้ามโดยหลักว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะกระทำมิได้

• มาตรา 256 วางกระบวนการแก้ไข (ผู้มีสิทธิเสนอ เกณฑ์เสียง ขั้นตอน และในบางกรณีอาจต้องทำประชามติ) ซึ่งสะท้อนว่ากฎหมายไทยเปิดทางให้ปฏิรูปได้ แต่เป็นไปภายใต้ขั้นตอนและเงื่อนไขที่เข้มงวด

สรุป: กฎหมายไทยเปิดช่องให้ “แก้ไขรัฐธรรมนูญ” ได้ในหลายหมวด แต่ “ห้าม” แก้ในลักษณะที่ทำให้รูปแบบรัฐหรือระบอบการปกครองเปลี่ยนไป

3) เหตุผลที่หลายฝ่ายอยากให้พรรคอธิบายจุดยืนให้ชัด
1) ความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อสาธารณะ — ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรได้รับข้อมูลล่วงหน้าเพื่อการตัดสินใจอย่างรู้เท่าทัน (informed choice)

2) ลดความหวาดระแวงและความเปราะบางทางสังคม — ประเด็นหมวด 1–2 กระทบความเชื่อ/อารมณ์ร่วมของคนจำนวนมาก การประกาศชัดเจนช่วยลดการตีความคลาดเคลื่อน

3) สอดคล้องกับกรอบกฎหมาย — การยืนยันทำงานภายใต้กรอบที่ห้ามเปลี่ยนรูปแบบรัฐ/ระบอบ สะท้อนวุฒิภาวะทางการเมืองและความเคารพกติกา

4) เสถียรภาพเชิงนโยบายและเศรษฐกิจ — ความชัดเจนของหลักการพื้นฐานช่วยสร้างความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ

4) ข้อท้วงติง/ความเสี่ยงของการประกาศ “ไม่แก้” อย่างแข็งทื่อ
• ความยืดหยุ่นเชิงนโยบาย — อาจทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าการปรับปรุงเชิงเทคนิค/ถ้อยคำ (ที่ไม่แตะรูปแบบรัฐหรือระบอบ) ก็ทำไม่ได้ ทั้งที่ข้อห้ามครอบคลุมเฉพาะการเปลี่ยนรูปแบบรัฐหรือระบอบ

• คุณภาพของการถกเถียงสาธารณะ — หากใช้คำประกาศเป็น “โล่การเมือง” โดยไม่ลงรายละเอียด อาจปิดกั้นบทสนทนาที่มีเหตุผล

• ความคาดหวังหลังเลือกตั้ง — ถ้าถ้อยคำไม่ชัด อาจเกิดข้อพิพาทเมื่อลงมือปฏิรูปหมวดอื่น ๆ ตามขั้นตอนมาตรา 256

5) แล้วประชาชนควร “อ่าน” คำประกาศของพรรคอย่างไร (เช็กลิสต์เป็นกลาง)
• นิยามให้ชัด — พรรคอธิบายหรือไม่ว่าอะไรคือสิ่งที่ “ทำไม่ได้ตามมาตรา 255” เทียบกับ “สิ่งที่ยังปฏิรูปได้” ตามมาตรา 256

• ระบุขอบเขต — หากประกาศ “ไม่แก้หมวด 1–2” ได้บอกหรือไม่ว่าหมายถึงส่วนไหนบ้าง พร้อมยกตัวอย่างปฏิรูปที่ยังทำได้

• ขั้นตอนตามกฎหมาย — พรรคสื่อสารขั้นตอนและเกณฑ์เสียงในการแก้อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่

• ความสม่ำเสมอ — จุดยืนก่อนเลือกตั้งสอดคล้องกับพฤติกรรมการลงมติ/ยื่นญัตติที่ผ่านมา (ถ้ามี) หรือไม่

• การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ — แม้ไม่เปลี่ยนรูปแบบรัฐ พรรคเสนอการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และการถ่วงดุลในหมวดอื่น ๆ อย่างไร

6) สรุปเข้ม ๆ
• หมวด 1–2 เป็นแกนของรัฐธรรมนูญไทย (รูปแบบรัฐและสถานะสถาบันพระมหากษัตริย์)

• กฎหมายห้ามแก้ในทางที่เปลี่ยนรูปแบบของรัฐหรือระบอบการปกครอง แต่ยังมีช่องทางปฏิรูปด้านอื่น ๆ ได้ตามขั้นตอนมาตรา 256

• ด้วยเหตุนี้ หลายฝ่ายจึงต้องการให้พรรคการเมืองอธิบายจุดยืนให้ชัดเจน — เพื่อความโปร่งใส ลดความสับสน และยืนยันการทำงานภายใต้กรอบกฎหมาย โดยหลีกเลี่ยงถ้อยคำแข็งทื่อที่ทำให้สังคมเข้าใจผิด

เอกสารนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการอธิบายเชิงข้อมูลอย่างเป็นกลาง มิใช่การชี้นำให้ลงคะแนนหรือสนับสนุนพรรคการเมืองใดเป็นการเฉพาะ

ล้มล้างหรือปฏิรูป? พรรคส้มหนีไม่พ้นวิบากกรรมการเมือง ปลายทาง 44 สส. คือกระบวนการยุติธรรม นักการเมืองท้าทายสถาบัน สุดท้ายหนีไม่พ้นคำพิพากษาประวัติศาสตร์

เวรกรรมไม่มีพรมแดน เมื่อกฎหมายยังคงศักดิ์สิทธิ์
ไล่ล่าพิพากษา “นักการเมืองล้มล้างสถาบัน”

เส้นทางทางการเมืองของกลุ่มบุคคลที่เรียกตนเองว่าเป็น "ผู้แทนราษฎร" แต่กลับมีพฤติการณ์สั่นคลอนความมั่นคงของรัฐ หมกมุ่นกับการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันหลักของชาติ กำลังเผชิญกับบทพิสูจน์ครั้งสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ เมื่อ “44 สส. พรรคส้มสามกีบ” กำลังถูกดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม จากกรณีร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้เคยวินิจฉัยไว้แล้วว่ามีเจตนาแฝงเร้นในการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

เจตนาที่ไม่ดีต่อสถาบัน จึงย้อนกลับมาเป็น "วิบากกรรม" ให้กับชีวิตของตนเอง

ถือเป็น “กรรมไล่ล่าสังหาร” 44 สส. ผู้ “เนรคุณแผ่นดิน”

ตามความเชื่อของสังคมไทย การกระทำใดที่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ต่อ "แผ่นดินเกิด" และ "สถาบันพระมหากษัตริย์" ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย และเป็นรากฐานของสังคมชาติมาอย่างยาวนาน ถูกมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ “เนรคุณต่อคุณแผ่นดินเกิด” เพราะการใช้สถานะตัวแทนปวงชนชาวไทยมาเคลื่อนไหวเพื่อลดทอนกฎหมายที่พิทักษ์รักษาความปลอดภัยของประมุขแห่งรัฐในครั้งนี้ มิใช่เพียงเรื่องของการผิดข้อกฎหมายเท่านั้น แต่คือการสร้าง "วิบากกรรมทางการเมือง" ให้กับตนเองอย่างรุนแรง

เมื่อเป็น สส. แทนที่จะตั้งหน้าตั้งตาทำให้สังคมไทยดีขึ้น กลับมีพฤติกรรมเลว ๆ ด้วยการ “เนรคุณแผ่นดินเกิด” เสียเอง คนที่มุ่งหวังจะทำลายเสาหลักที่ค้ำจุนประเทศไว้ ก็ไม่ต่างจากผู้ทำลายวัฒนธรรม และเกียรติยศของชาติ

เมื่อถูก "กรรมไล่ล่า" เมื่อกล้าท้าทายศรัทธาของคนในชาติ และตัวบทกฎหมายที่คุ้มครองความมั่นคง ย่อมไม่อาจหลีกหนีความรับผิดชอบนี้ไปได้ เชื่อว่าแผ่นดินนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ ใครที่มุ่งหมายทำลายสถาบันหลัก ย่อมต้องประสบกับความพินาศในที่สุด

เมื่อใดที่อุดมการณ์ที่บิดเบี้ยว ฉ้อฉล จะต้องถูกตัดสินจากตัวบทกฎหมาย ประวัติศาสตร์จะจารึกชื่อของ “พรรคสามกีบ” ไว้ในฐานะผู้ที่ทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน และชาติแผ่นดิน
ไม่มีทางหนีพ้น

โดย แจ็ค รัสเซล


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top