ล้มล้างหรือปฏิรูป? พรรคส้มหนีไม่พ้นวิบากกรรมการเมือง ปลายทาง 44 สส. คือกระบวนการยุติธรรม นักการเมืองท้าทายสถาบัน สุดท้ายหนีไม่พ้นคำพิพากษาประวัติศาสตร์

เวรกรรมไม่มีพรมแดน เมื่อกฎหมายยังคงศักดิ์สิทธิ์
ไล่ล่าพิพากษา “นักการเมืองล้มล้างสถาบัน”

เส้นทางทางการเมืองของกลุ่มบุคคลที่เรียกตนเองว่าเป็น "ผู้แทนราษฎร" แต่กลับมีพฤติการณ์สั่นคลอนความมั่นคงของรัฐ หมกมุ่นกับการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันหลักของชาติ กำลังเผชิญกับบทพิสูจน์ครั้งสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ เมื่อ “44 สส. พรรคส้มสามกีบ” กำลังถูกดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม จากกรณีร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้เคยวินิจฉัยไว้แล้วว่ามีเจตนาแฝงเร้นในการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

เจตนาที่ไม่ดีต่อสถาบัน จึงย้อนกลับมาเป็น "วิบากกรรม" ให้กับชีวิตของตนเอง

ถือเป็น “กรรมไล่ล่าสังหาร” 44 สส. ผู้ “เนรคุณแผ่นดิน”

ตามความเชื่อของสังคมไทย การกระทำใดที่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ต่อ "แผ่นดินเกิด" และ "สถาบันพระมหากษัตริย์" ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย และเป็นรากฐานของสังคมชาติมาอย่างยาวนาน ถูกมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ “เนรคุณต่อคุณแผ่นดินเกิด” เพราะการใช้สถานะตัวแทนปวงชนชาวไทยมาเคลื่อนไหวเพื่อลดทอนกฎหมายที่พิทักษ์รักษาความปลอดภัยของประมุขแห่งรัฐในครั้งนี้ มิใช่เพียงเรื่องของการผิดข้อกฎหมายเท่านั้น แต่คือการสร้าง "วิบากกรรมทางการเมือง" ให้กับตนเองอย่างรุนแรง

เมื่อเป็น สส. แทนที่จะตั้งหน้าตั้งตาทำให้สังคมไทยดีขึ้น กลับมีพฤติกรรมเลว ๆ ด้วยการ “เนรคุณแผ่นดินเกิด” เสียเอง คนที่มุ่งหวังจะทำลายเสาหลักที่ค้ำจุนประเทศไว้ ก็ไม่ต่างจากผู้ทำลายวัฒนธรรม และเกียรติยศของชาติ

เมื่อถูก "กรรมไล่ล่า" เมื่อกล้าท้าทายศรัทธาของคนในชาติ และตัวบทกฎหมายที่คุ้มครองความมั่นคง ย่อมไม่อาจหลีกหนีความรับผิดชอบนี้ไปได้ เชื่อว่าแผ่นดินนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ ใครที่มุ่งหมายทำลายสถาบันหลัก ย่อมต้องประสบกับความพินาศในที่สุด

เมื่อใดที่อุดมการณ์ที่บิดเบี้ยว ฉ้อฉล จะต้องถูกตัดสินจากตัวบทกฎหมาย ประวัติศาสตร์จะจารึกชื่อของ “พรรคสามกีบ” ไว้ในฐานะผู้ที่ทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน และชาติแผ่นดิน
ไม่มีทางหนีพ้น

โดย แจ็ค รัสเซล