Friday, 5 June 2026
มาดามแป้ง

AIS-GULF-JAS คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายไทยลีก 4 ปี มูลค่า 2 พันล้าน ‘มาดามแป้ง’ คอนเฟิร์ม!!…เพิ่มเงินสนับสนุนสโมสรครบทุกลีก

(6 มิ.ย. 68) ‘มาดามแป้ง’ นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แถลงยืนยันว่า กลุ่มบริษัท AIS, GULF และ JAS เป็นผู้คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีกทุกระดับแบบ Exclusive ในประเทศ ตั้งแต่ฤดูกาล 2025/26-2028/29 พร้อมเงื่อนไขขยายต่ออีก 2 ปี 

ลิขสิทธิ์ครอบคลุมทั้ง ไทยลีก 1, ไทยลีก 2, ไทยลีก 3, ฟุตบอลถ้วย (เอฟเอ คัพ, รีโว่ คัพ), ลีกเยาวชน U21 และฟุตบอลหญิงลีก โดยมีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ตลอด 4 ฤดูกาล แบ่งเป็นค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฤดูกาลละ 350 ล้านบาท และค่าผลิตสัญญาณอีกไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาทต่อฤดูกาล

ขณะเดียวกัน มาดามแป้งยังเสนอเพิ่มเงินสนับสนุนแบบให้เปล่าแก่สโมสรสมาชิกในทั้ง 3 ลีก เริ่มฤดูกาล 2025/26 ได้แก่ ไทยลีก 1 ทีมละ 15 ล้านบาท, ไทยลีก 2 ทีมละ 4 ล้านบาท และไทยลีก 3 ทีมละ 1.25 ล้านบาท รวมวงเงินทั้งสิ้น 398.5 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมพัฒนามาตรฐานและความมั่นคงของวงการฟุตบอลไทยในระยะยาว

มาดามแป้ง ผนึกกำลังกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และศิลปินแห่งชาติ รุกต่อจากสุพรรณบุรีสู่ปทุมธานี เพื่อขับเคลื่อนงานศิลป์…สานเสน่ห์วัฒนธรรมปทุมธานี🎉

วันศุกร์ที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๐๐ น.  ณ หอประชุมโรงเรียนสามโคก นางนวลพรรณ ล่ำซำ (มาดามแป้ง) ประธานกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม และนางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผลักดันให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางศิลปวัฒนธรรม (MOU) กับนางรัจนา พวงประยงค์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย-ละคร) พุทธศักราช ๒๕๕๔ และโรงเรียนสามโคก โดยมอบหมาย นายอนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม เป็นผู้แทนเข้าร่วมงาน ทั้งนี้ มีผู้บริหารสมาคมผู้ปกครอง และคณาจารย์โรงเรียนสามโคก โรงเรียนหอวังปทุมธานี โรงเรียนวัดเสด็จ โรงเรียนวัดป่างิ้ว และโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางศิลปวัฒนธรรม (MOU) ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายอนุสิทธิ์ ศรีอนันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสามโคก กล่าวต้อนรับ และนายอนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ผู้แทนประธานกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม และอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวถึงบทบาทของกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมและวัตถุประสงค์ของการลงนามในครั้งนี้

ที่สำคัญนางนวลพรรณ ล่ำซำ (มาดามแป้ง) ประธานกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ได้กล่าวแสดงเจตนารมณ์ ปณิธาน ความมุ่งมั่นตั้งใจ ในการรักษา ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของชาติ ให้เจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนต่อไป ผ่านวีดิทัศน์ให้แก่ผู้เข้าร่วมพิธีลงนาม ที่มาร่วมงานมากกว่า ๑๕๐ คน

🪄 การร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวที่สำคัญในการสืบสาน รักษา และต่อยอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และความภาคภูมิใจของทุกคน โดยเป็นการประสานความร่วมมือด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมกับภาคีเครือข่าย ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือและพัฒนากิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมกัน

ภายหลังการลงนามความร่วมมือฯ ได้มีพิธีเปิดโครงการอบรมปทุมธานีสืบสานนาฏศิลป์มรดกถิ่นแผ่นดินไทย ถ่ายทอดองค์ความรู้จากศิลปินแห่งชาติ สู่ศิลปินของชาติ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๕ -๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘ โดยโครงการข้างต้นได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม

'ฟีฟ่า' ประกาศแต่งตั้ง 'มาดามแป้ง' นั่งแท่นปธ.คณะกรรมการ การพัฒนาขององค์กร

(8 ต.ค. 68) ‘มาดามแป้ง’ นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้รับการจารึกชื่อเป็นผู้หญิงคนแรกของโลก หลังสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกาศแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการ การพัฒนา ของ FIFA หรือ The Chairperson of FIFA’s Development Committee โดยมีวาระดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่ปี 2025-2029

สภากรรมการของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้มีมติรับรองอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 แต่งตั้งให้ นางนวลพรรณ ล่ำซำ เป็นประธานคณะกรรมการ การพัฒนา (Development Committee) ของ FIFA

สำหรับ Development Committee เป็นหนึ่งในคณะทำงานหลักของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ถือเป็น Standing Committee หรือ คณะกรรมการประจำ ที่ขึ้นตรงกับ จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า และ สภาฯ ฟีฟ่า ทั้งหมด

มีบทบาท และ หน้าที่สำคัญในการรับผิดชอบโครงการพัฒนาของ ฟีฟ่า ครอบคลุม และ ดูแล 211 สมาคมสมาชิก โดยจะวางแผนและเสนอกลยุทธ์ที่เหมาะสม , ตรวจสอบกลยุทธ์เหล่านี้เป็นระยะ และ วิเคราะห์การสนับสนุนที่มอบให้กับสมาคมสมาชิก , สมาพันธ์ และ สมาคมระดับโซน และ ภูมิภาคทั้งหมดทั่วโลก

นอกจากนี้ นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ ประจำคณะสมาคมสมาชิกของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ Member Associations Committee

‘มาดามแป้ง’ แจง!! แฟนบอลไทย เปิดใจหลังปลด ‘อิชิอิ’ เผย!! ทุกคำติชมคือแรงผลักดัน พาฟุตบอลไทยเดินหน้าต่อไป

เมื่อวานนี้ (22 ต.ค. 68) Madam Pang - มาดามแป้ง - นวลพรรณ ล่ำซำ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า …

กราบเรียนแฟนฟุตบอลไทยที่เคารพรักทุกท่าน

วันนี้แป้งอยากจะออกมาพูดถึงเหตุการณ์การยกเลิกสัญญา (อย่างถูกต้องตามสิทธิ์ของผู้ว่าจ้าง และสามารถกระทำได้ตามกฎหมาย) กับโค้ช มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดใหญ่ 

การตัดสินใจของสมาคมฯ ในเรื่องนี้ ได้ผ่านการประเมินผลการทำงาน และข้อเสนอแนะตามหลักวิชาการโดยใช้สถิติ ของฝ่ายเทคนิคมาอย่างละเอียดรอบคอบ ในความจริงแล้ว เรื่องการเปลี่ยนหัวหน้าผู้ฝึกสอนนั้น เป็นเรื่องธรรมดาของวงการฟุตบอลทั่วโลก ผลงานในการแข่งขันและความสำเร็จของทีมชาติไทย เป็นส่วนสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของความสำเร็จของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ โดยเฉพาะทีมชาติไทยชายชุดใหญ่ ซึ่งเป็นชุดที่ได้รับความสนใจ และเป็นความคาดหวังที่สูงสุดของแฟนบอลชาวไทย 

ตลอดเส้นทางในวงการฟุตบอล 19 ปี แป้งเคยดำรงตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลทีมชาติไทยมาหลายตำแหน่งอย่างยาวนาน แป้งเคยได้รับเกียรติให้เป็นผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ทั้งชายและหญิง รวมถึงทีมชาติไทยชายชุด U23 

ก่อนแป้งเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จนบัดนี้ แป้งมีแต่ความรัก ความตั้งใจจริง ความทุ่มเท และความศรัทธา ที่จะพัฒนาฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง 

ผลงานของฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ที่แป้งเป็นผู้จัดการทีมที่น่าจะทำให้เป็นที่จดจำได้ ก็คือการได้แชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2 สมัยซ้อน ในปี 2020 ที่ประเทศสิงคโปร์ และในปี 2022 ที่ประเทศไทย

ซึ่งขณะนั้น แป้งได้รับโอกาสจากอดีตนายกสมาคมฯ พลตำรวจเอก ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ให้แป้งเลือกโค้ช ตามที่คิดว่าเหมาะสม ซึ่งแป้งก็ได้เลือก “มาโน่ โพลกิ้ง” เนื่องจากเป็นโค้ชที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน รู้จักระบบและข้อดีข้อเสียของนักฟุตบอลไทยเป็นอย่างดี

ถ้าพูดถึงสิ่งที่เป็นวิทยาศาสตร์ ในโลกฟุตบอลมักจะใช้ข้อมูลสถิติ และ/หรือ Winning ratio เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของทีมฟุตบอล ซึ่งในยุคของ มาโน่ นั้น ตัวเลขอยู่ที่ คือ 56% 

การที่ มาโน่ ต้องพ้นหน้าที่โดยถูกยกเลิกสัญญานั้น ก็เป็นเพราะเราตั้งความหวังในการที่จะพาฟุตบอลทีมชาติไทย ผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ให้ลึกมากที่สุด และต้องการจะพาทีมเข้าไปในรอบที่ 3 ซึ่งในการเข้ารอบ 3 นั้น เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ที่ผ่านมามีโค้ชเพียง 2 คน ที่เคยพาฟุตบอลทีมชาติไทยเข้าไปสู่ฟุตบอลโลกรอบที่ 3 ได้ นั่นคือ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หรือ โค้ชซิโก้ ซึ่งเป็นขวัญใจของคนไทยมาโดยตลอด Winning ratio ของโค้ชซิโก้ในขณะนั้น อยู่ที่ 50% แต่สามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากมาย ส่วนอีกท่านที่นำทีมเข้าสู่รอบ 3 ได้ ก็คือ ปีเตอร์ วิธ ในปี 2002

ย้อนกลับไปวันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 มาโน่ คุมทีมชาติไทย แพ้จีน 1-2 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน จึงมีความกดดันที่ว่าจะต้องหาโค้ชที่ดีกว่ามาโน่ เพื่อนำพาทีมชาติไทยไปสู่รอบที่ 3 ให้ได้ จึงเป็นที่มาของการแต่งตั้ง อิชิอิ ซึ่งในขณะนั้น นั่งเป็น ผู้อำนวยการทีมชาติไทย

โดยทางฝ่ายเทคนิค สมาคมฯ ได้ตัดสินใจเปลี่ยนโค้ชมาโน่ ด้วยการให้ โค้ชอิชิอิ มาทำทีมชาติไทย พร้อมมีการพูดคุยอย่างชัดเจนอย่างตรงไปตรงมาของการทำทีม คือ เป้าหมายของการทำทีม คือการพาทีมชาติไทยผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบ 3 ให้ได้ ตามมาตรฐานที่ทีมชาติไทยเคยทำได้ 

ตั้งแต่วันแรกที่ โค้ชอิชิอิ เข้ามาคุมทีมชาติไทย แป้ง ในฐานะนายกสมาคมฯ และฝ่ายเทคนิค ได้สนับสนุนและให้อิสระในการทำงานอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่กระทบกระเทือนหัวใจ แป้ง และสมาคมฯ รวมถึงเชื่อว่าแฟนบอลชาวไทยมากที่สุด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2567 ทีมชาติไทย เอาชนะ สิงคโปร์ ได้เพียง 3-1 ขาดไปเพียงลูกเดียว ที่แป้งพูดเสมอว่า “ลูกเดียววันนั้นหมายถึงอีก 4 ปี ที่ทีมชาติไทย ต้องรอคอยโอกาสในการลุ้นไปฟุตบอลโลก ครั้งต่อไป”

นอกจากนั้น ทีมชาติไทย ยังพลาดการคว้าแชมป์ฟุตบอลอาเซียนในปี 2024 ทำให้น่าเสียใจอย่างยิ่งที่ไม่สามารถรักษาแชมป์ 2 สมัยเอาไว้ได้

อย่างไรก็ตาม ผลงานของอิชิอิผลงานหนึ่งที่ทำสำเร็จคือ การคว้าแชมป์คิงส์คัพที่ จ.สงขลา ซึ่งต่อมาในปีนี้ อิชิอิ ก็ไม่สามารถรักษาแชมป์ที่ จ.กาญจนบุรี ได้ตามเป้าหมาย

ขณะนี้ เราแทบจะไม่มีอะไรเหลือให้ลุ้นอีกต่อไป สำหรับทีมชาติไทยชายชุดใหญ่ เหลือเพียงทัวร์นาเมนท์เดียว คือ เอเชียนคัพ 2027 แน่นอนว่าเราต้องการเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย ที่ซาอุดิอาระเบีย

ในวันนั้น ฝ่ายเทคนิคได้ขอเข้ามาประชุมกับแป้ง ว่าต้องการเปลี่ยนโค้ช ตั้งแต่หลังจบเกมแพ้ เติร์กมินิสถาน 3-1 แต่ขณะนั้นเหลือเวลากระชั้นชิดมากที่จะถึงเวลาการแข่งขัน และเรายังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะใช้โค้ชคนไหน อิชิอิ จึงยังคงทำหน้าที่โค้ชต่อไป 

เมื่อวานนี้ วันที่ 21 ตุลาคม 2568 ฝ่ายเทคนิคสมาคมฯ โดย ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน ผู้ที่เคยนำทีมชาติไทยชนะซีเกมส์ 4 สมัย และเป็นคนไทยคนเดียวที่ได้โค้ชยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย และ นาวาอากาศเอก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน นักเตะไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์เคลีก เกาหลีใต้ และเป็นดาวซัลโวเคลีก ในปี 1985 ซึ่งเป็นเกียรติประวัติของนักเตะไทยคนหนึ่งที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

พร้อมด้วยผู้บริหารสมาคมฯ ได้เชิญ อิชิอิ เข้ามาพูดคุย และได้ชี้แจงถึงผลงาน และขอยกเลิกสัญญาให้พ้นจากตำแหน่ง โดยสมาคมฯ ได้ปฏิบัติต่อ อิชิอิ อย่างสุภาพ และเป็นไปตามสัญญาอันชอบธรรมที่โค้ชมีไว้กับสมาคมฯ โดยสมาคมฯ ต้องจ่ายเงินชดเชยให้ อิชิอิ เป็นมูลค่าครึ่งหนึ่งของเงินเดือนที่จะได้รับทั้งหมดจนสิ้นสุดสัญญา 

หลังจากการแยกทาง สมาคมฯ โดยฝ่ายเทคนิคและแป้ง ได้รับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดทั้งวัน ซึ่งแป้งมิได้เคยนิ่งดูดายกับทุกปัญหาที่เข้ามา ดังที่แป้งเคยพิสูจน์ให้ทราบมาแล้วโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาวิกฤตทางการเงินที่เกิดขึ้นกับสมาคมฯ หรือ ปัญหาเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ซึ่งในที่สุดการเลือกที่จะเงียบในการทำงาน บางครั้งก็มักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์เสมอ 

ในขณะนี้ แป้ง และ ฝ่ายเทคนิค พิจารณาร่วมกันแล้วว่า ในช่วงเวลาสำคัญและกระชั้นชิดแบบนี้ จึงตัดสินใจแต่งตั้ง 'แอนโธนี ฮัตสัน' ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเทคนิคของสมาคมฯ เข้ามาทำหน้าที่แทนโดยทันที เพราะที่ผ่านมา แอนโธนี ฮัตสัน เปรียบเสมือนคนที่อยู่กับฟุตบอลไทยมาในทุกระดับ ทั้งประสบการณ์คุมทีมสโมสร และในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเทคนิค ที่สำคัญ ยังมีประสบการณ์ในระดับนานาชาติ ทั้งการเป็นอดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนของ 3 ประเทศ อย่าง ทีมชาติสหรัฐอเมริกา , ทีมชาตินิวซีแลนด์ และ ทีมชาติบาห์เรน โดยเชื่อว่าเป็นคนที่เหมาะสมมากที่สุดในเวลานี้

สมาคมฯ มีปัญหามากมายที่แป้งเข้ามาแก้ไข ดังที่ทุกท่านทราบกันดีอยู่แล้ว ในหลากหลายวิกฤตด้วยกัน แป้งไม่เคยดรามา หรือ ตำหนิผู้ใด มีแต่พยายามแก้ไขต่อไปอย่างดีที่สุดท่ามกลางความยากลำบาก

ในวงการฟุตบอล การปลดโค้ชเป็นเรื่องธรรมดา และ “ฟุตบอลระดับทีมชาติ ไม่ใช่ห้องทดลอง เรามีเกมให้เล่นเพียงแค่ครั้งเดียวใน 90 นาทีเท่านั้น แพ้ ชนะ เสมอ มีผลต่อความรู้สึกของแฟนบอล และมีผลต่อความสำเร็จของสมาคมฯ ซึ่งมีนายกสมาคมฯ รับผิดชอบอยู่

ดังนั้น ไม่ว่าจะเทคนิคอะไรก็ตาม ทุกเกมมีความสำคัญ และเราใช้ตัวเลขที่เป็นวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งชี้วัด ไม่มีอคติใดๆ แป้งเป็นคนเคารพในความเป็นมืออาชีพของโค้ชทุกคน เคยร่วมงานกับโค้ชมากมาย การปลดโค้ชเป็นสิ่งธรรมดาที่เกิดขึ้นในโลกฟุตบอล ถ้าผลงานไม่เป็นที่ประจักษ์หรือไม่สมกับความคาดหวัง อย่าลืมว่าทีมชาติไทยคือหน้าตาของประเทศไทย ที่ต้องแข่งขันเพื่อผลลัพธ์ในสนาม และความเชื่อมั่นของแฟนบอล เพราะสุดท้ายแล้ว ผลการแข่งขันของทีมชาติไทย คือสิ่งที่สะท้อนศักยภาพของฟุตบอลไทยในระดับนานาชาติ

มีกระแสมากมายที่เราปั้นดาวรุ่งแน่นอน เราทำคู่ขนาน รวมทั้งนักเตะที่ขึ้นมาเป็นระดับซุปเปอร์สตาร์ อย่างเช่น นักเตะยอดเยี่ยมของสมาคมฯ ปีที่แล้ว นิโคลัส มิเกลสัน ซึ่งได้รับการติดต่อจากแป้ง ตั้งแต่สมัยที่แป้งยังดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการทีมชาติไทย และมีอีกหลากหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็น เบนจามิน เดวิส , ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร หรือนักเตะดาวรุ่งอีกมากมาย 

แป้งในฐานะนายกสมาคมฯ ออกมาแถลงการณ์นี้ เพื่อที่จะปกป้องศักดิ์ศรีของสมาคมฯ ฝ่ายเทคนิค และสภากรรมการ โดยสภากรรมการชุดนี้ตั้งใจเข้ามาทำงาน ซึ่งแป้งต้องขอขอบคุณที่เราเข้ามารวมน้ำใจกันด้วยการไม่รับเงินเดือนแม้แต่คนเดียว

อย่างไรก็ตาม แป้งขอกราบขอบพระคุณ และน้อมรับในทุกคอมเม้นท์ รวมถึงข้อเสนอแนะจากแฟนบอล แป้งเคารพผู้เล่นคนที่ 12 เสมอ 

แป้งขอให้คำมั่นอีกว่า แป้งจะนำพาฟุตบอลไทยไปให้เจริญรุ่งเรืองให้ได้ ขอกราบแฟนบอลไทยให้โอกาสแป้ง และสภากรรมการชุดนี้ด้วย 

ในฐานะนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ผู้หญิงคนแรกของประเทศไทย และคนแรกของเอเชีย แป้งรู้สึกเป็นเกียรติที่ทำหน้าที่นี้ เส้นทางนี้มีทั้งดอกไม้และก้อนหิน จิตใจของลูกผู้หญิงอย่างแป้งขอน้อมรับทุกคำติชม ด้วยความเคารพ

กราบจากใจ 
“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ
นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

เปิดประวัติ ‘แอนโธนี ฮัดสัน’ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย คนใหม่!!

(23 ต.ค. 68) ‘แอนโธนี ฮัดสัน’ กลายเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการฟุตบอลไทย หลังได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการให้ขึ้นคุมทีมชาติไทยชุดใหญ่ แทนที่ มาซาทาดะ อิชิอิ เฮดโค้ชชาวญี่ปุ่นที่เพิ่งถูกปลดพ้นตำแหน่ง ท่ามกลางกระแสวิจารณ์อย่างหนักจากแฟนบอลที่ส่งเสียงถึง 'มาดามแป้ง' นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ให้เร่งหาผู้เหมาะสมมารับช่วงต่อ

ก่อนหน้านี้ ฮัดสัน ถูกคาดหมายให้เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ในการนั่งเก้าอี้หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย หลังจากสื่อกีฬาหลายสำนักรายงานตรงกันถึงการพิจารณาของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่ต้องการโค้ชมากประสบการณ์ในระดับนานาชาติ

ก่อนที่ 'มาดามแป้ง' ได้ประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการให้ แอนโธนี ฮัดสัน ขยับจากตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค ขึ้นมารับบทบาทเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย โดยให้เหตุผลว่า ฮัดสัน ถือเป็นบุคลากรที่อยู่กับฟุตบอลไทยในทุกระดับ ทั้งการทำงานเชิงพัฒนา การวางรากฐานระบบการฝึกซ้อม และการคุมทีมระดับสโมสร

สมาคมฟุตบอลฯ ยังชี้ว่า โค้ชชาวอังกฤษวัย 44 ปีรายนี้มีประสบการณ์ในระดับนานาชาติอย่างกว้างขวาง ทั้งการเป็นอดีตกุนซือทีมชาติ สหรัฐอเมริกา, นิวซีแลนด์ และ บาห์เรน ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญในการยกระดับทีมชาติไทยสู่มาตรฐานสากล

ฮัดสัน เริ่มต้นงานกับสมาคมฟุตบอลไทยในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยรับหน้าที่วางระบบการพัฒนาเยาวชน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติของนักเตะ และกำหนดแนวทางการฝึกซ้อมให้มีความเชื่อมโยงระหว่างทีมชาติชุดเยาวชนถึงทีมชุดใหญ่

สำหรับเส้นทางในอาชีพของเขา ฮัดสัน เคยคุมทีมในศึกไทยลีกกับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พร้อมทำผลงานยอดเยี่ยม พาทีมเก็บชัยชนะได้ถึง 58% จากการคุมทัพ 12 นัด คิดเป็นค่าเฉลี่ยคะแนนต่อเกม 2.00 ก่อนหน้านั้นเจ้าตัวเริ่มเส้นทางนักฟุตบอลกับสโมสรดังอย่าง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต่อด้วย ลูตัน ทาวน์, เอ็นอีซี ไนจ์เมเก้น และ วิลมิงตัน แฮมเมอร์เฮด

หลังแขวนสตั๊ด ฮัดสัน ผันตัวมาเป็นโค้ช และเคยคุมทีมมาแล้วหลากหลายทั้งในยุโรป เอเชีย และอเมริกา อาทิ รีล แมรีแลนด์, นิวพอร์ต เคาน์ตี้, บาห์เรน, นิวซีแลนด์, โคโลราโด ราปิดส์ ในเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ รวมถึงทีมชาติสหรัฐอเมริกา ทั้งชุดเยาวชนและชุดใหญ่ ก่อนย้ายมาคุมทีมในกาตาร์กับ อัล มาร์คิยา และ อัล อราบี จนกระทั่งมารับงานในประเทศไทย

คุณวุฒิด้านการศึกษาและใบอนุญาตโค้ช
• UEFA Pro Licence (2010)
• UEFA A Licence (2008)
• UEFA B Licence (2007)
• New Zealand Football High Performance Sport Coach
• New Zealand Football Accelerator Programme (2017)

ประสบการณ์คุมทีมสำคัญ
• บีจี ปทุม ยูไนเต็ด – หัวหน้าผู้ฝึกสอน (2025)
• อัล อราบี – หัวหน้าผู้ฝึกสอน (2024)
• อัล มาร์คิยา – หัวหน้าผู้ฝึกสอน (2023)
• ทีมชาติสหรัฐอเมริกา – หัวหน้าผู้ฝึกสอน (2023)
• ทีมชาติสหรัฐอเมริกา – ผู้ช่วยโค้ช (2020–2023)
• ทีมชาติสหรัฐอเมริกา ยู-20 – หัวหน้าผู้ฝึกสอน (2020–2021)
• โคโลราโด ราปิดส์ – หัวหน้าผู้ฝึกสอน (2017–2019)
• ทีมชาตินิวซีแลนด์ – หัวหน้าผู้ฝึกสอน (2014–2017)
• ทีมชาติบาห์เรน – หัวหน้าผู้ฝึกสอน (2013–2014)
• นิวพอร์ต เคาน์ตี้ – หัวหน้าผู้ฝึกสอน (2011)
• ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ (ทีมสำรอง) – หัวหน้าผู้ฝึกสอน (2010–2011)

Queen’s Cup ถ้วยแห่งพระมหากรุณาธิคุณ พระเมตตาที่ทรงมีต่อ ‘วงการฟุตบอลไทย’ จากพระราชหฤทัย สู่!! สนามลูกหนัง สร้างความปลาบปลื้มใจ ให้กับนักกีฬาทั่วแผ่นดิน

(25 ต.ค. 68) Madam Pang - มาดามแป้ง - นวลพรรณ ล่ำซำ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า …

เรื่องราวแห่งศักดิ์ศรีของ Queen’s Cup ถ้วยลูกหนังประวัติศาสตร์ที่สะท้อนพระมหากรุณาธิคุณและแรงบันดาลใจสู่ชาวกีฬาไทย

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  

ในประวัติศาสตร์แห่งวงการกีฬาฟุตบอลของประเทศไทย ไม่มีสิ่งใดจะทรงคุณค่ายิ่งไปกว่า พระมหากรุณาธิคุณและพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ได้ทรงมีพระราชดำริให้จัดการแข่งขันฟุตบอล ถ้วยพระราชทาน “ควีนส์คัพ” (Queen’s Cup) อันเป็นการพระราชทานเกียรติอันสูงสุดแก่ชนชาวฟุตบอลไทยทั้งในประเทศและต่างจังหวัด ในปี พ.ศ.2513 ให้มีเวทีแห่งเกียรติยศ และแรงบันดาลใจในการพัฒนาเยาวชนสู่ความเป็นเลิศในกีฬา

พระองค์ทรงเล็งเห็นคุณค่าของกีฬาในฐานะเครื่องหล่อหลอมเยาวชนให้มีความสามัคคี น้ำใจนักกีฬา และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างพลเมืองที่ดีของชาติ ด้วยพระราชวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ฟุตบอลไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขัน หากแต่เป็นสื่อแห่งมิตรภาพ สมานฉันท์ และพลังของความสุขที่หลอมรวมคนไทยทั้งประเทศไว้ด้วยกัน

การแข่งขันฟุตบอลถ้วยพระราชทาน “ควีนส์คัพ” จึงมิได้เป็นเพียงรายการแข่งขันที่มากด้วยเกียรติประวัติ หากแต่ยังเป็นเวทีแห่งการต่อยอดฝีเท้านักฟุตบอลไทยสู่ระดับนานาชาติ เสริมสร้างศักยภาพ และประสบการณ์ให้แก่นักกีฬารุ่นใหม่ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวง ที่ทรงพระราชทานไว้ แผ่ซ่านอยู่ในหัวใจของชาวฟุตบอลไทยทุกยุคทุกสมัย

นอกจากนั้น พระองค์ยังทรงพระราชทานกำลังพระราชหฤทัยแก่เหล่านักกีฬา ผู้จัดการทีม และผู้เกี่ยวข้องในทุกภารกิจ ทรงติดตามความก้าวหน้าของวงการกีฬาไทยด้วยความห่วงใย และทรงมีพระราชดำรัสชื่นชมเมื่อเยาวชนไทยประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ

พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงประดุจแสงประทีปนำทางแก่ชาวฟุตบอลไทยทุกคน เป็นพลังแห่งศรัทธา และความจงรักภักดีที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย และยังคงส่องสว่างอยู่ในหัวใจของนักกีฬาทั่วแผ่นดิน

‘ฟีฟ่า’ ลดธงชาติไทย และธงทุกสมาพันธ์ ลงครึ่งเสา เพื่อร่วมอาลัยต่อการสวรรคตของ ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

(27 ต.ค. 68) สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) แจ้งต่อ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ถึงการร่วมแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยการลดธงชาติไทย รวมถึงธงของสหพันธ์ของทุกทวีปลงครึ่งเสา ณ สำนักงานใหญ่ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ณ เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ส่งหนังสือแจ้งต่อ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และ สมาคมสมาชิกทั้ง 211 ประเทศ ถึงการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ก่อนที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) จะร่วมแสดงความอาลัย ต่อเหตุการณ์โศกเศร้าครั้งนี้ ของประเทศไทย และ ของปวงชนชาวไทย ด้วยการลดธงชาติไทย และ ธงของทั้ง 6 สหพันธ์ลงครึ่งเสา 

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ นำโดย “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และ คณะผู้บริหารทั้งหมด ขอขอบคุณ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ด้วยใจจริง ที่นำโดย จานนี อินฟานติโน (Gianni Infantino) ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ต่อการแสดงออกถึงความอาลัยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกันนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ยังขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

‘มาดามแป้ง’ อัดฉีด 1 ล้าน ช้างศึก ยู-17 ถล่ม คูเวต 3-0 คว้าแชมป์กลุ่มเอเชีย 2026 เปิดทางสู่บอลโลก U17

(1 ธ.ค. 68) "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศอัดฉีดเงิน 1 ล้านบาทให้ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี หลังจากช้างศึก U17 ยิงถล่มคูเวต 3-0 คว้าแชมป์กลุ่มในรอบคัดเลือกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย U17 ปี 2026 ที่สนามชลบุรี สเตเดียม

เกมนี้มีเงื่อนไขว่าไทยต้องชนะด้วยผลต่างอย่างน้อย 2 ประตูเพื่อการันตีแชมป์กลุ่ม ขณะที่คูเวตเพียงไม่แพ้ก็จะผ่านเข้ารอบสุดท้ายที่ซาอุดีอาระเบีย โดยมาร์โค ก็อคเคิ่ล หัวหน้าผู้ฝึกสอนจัดทีมเน้นรุก และแม้กัปตันทีมบาดเจ็บ นักเตะโต้เกมรุกได้ทันที

ประตูแรกมาถึงในนาทีที่ 10 จากพลพิทักษ์ รุ่งเรืองจบจังหวะตอกส้นของพิชญะ ชัยวรางกูล ก่อนจะยิงประตูที่สองและสามจากการเล่นร่วมกันของอชิรวัตติ์ วาปีฝ้าย และพิชญะ วุฒิชัย พร้อมกันนั้นคูเวตต้องเหลือผู้เล่น 10 คนหลังผู้รักษาประตูถูกใบแดงในนาทีที่ 63

ชัยชนะ 3-0 ทำให้ไทยผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายชิงแชมป์เอเชีย U17 เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน และ "มาดามแป้ง" ก็ยืนยันเงินอัดฉีดตามสัญญาทันที พร้อมย้ำว่า "นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่สะท้อนถึงการให้คุณค่าเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของฟุตบอลไทย"

ความสำเร็จนี้ทำให้แฟนบอลไทยมีโอกาสได้ฝันไกลขึ้นกับการไปถึงฟุตบอลโลก U17 2026 ที่กาตาร์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของระบบฟุตบอลเยาวชนไทยที่ยืนระยะได้ในระดับเอเชียอย่างมั่นคง

 

 

 

“มาดามแป้ง” สุดปลื้ม!! รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยนครพนม สะท้อนบทบาทผู้นำหญิงในงานบริหาร หนุนแรงบันดาลใจคนรุ่นใหม่

(26 ธ.ค. 68) ‘มาดามแป้ง’ นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม จากมหาวิทยาลัยนครพนม เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ที่หอประชุมวชิรบพิตร โดยมีครอบครัวร่วมแสดงความยินดี

ภายหลังพิธี ศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม พร้อมคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ร่วมมอบช่อดอกไม้และแสดงความยินดีในโอกาสที่ ‘มาดามแป้ง’ ได้รับเกียรติยศครั้งสำคัญนี้

มหาวิทยาลัยนครพนมจัดพิธีพระราชทานปริญญาบัตรสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาปี 2567 รวม 1,108 คน โดยในปีเดียวกันได้มอบปริญญากิตติมศักดิ์แก่บุคคล 5 ราย รวมถึง ‘มาดามแป้ง’ ด้วย มอบเกียรติอันทรงคุณค่านี้เพื่อยกย่องผู้มีผลงานคุณูปการต่อสังคมและประเทศชาติ

‘มาดามแป้ง’ เป็นที่รู้จักทั้งในวงการธุรกิจและกีฬาด้วยบทบาทเด่นในธุรกิจประกันภัยและการขับเคลื่อนฟุตบอลไทย การได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทผู้นำหญิงในวงการบริหารและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในสาขาการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ

มหาวิทยาลัยนครพนมยังเน้นย้ำว่าการมอบเกียรติยศนี้ไม่เพียงแต่เป็นการมอบปริญญาเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้สังคมและคนรุ่นใหม่ผ่านตัวอย่างของผู้ได้รับเกียรติยศในแต่ละสาขา

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1628412/

มาดามแป้งปลื้ม!! ทีมสาวยู-20 เฉือนชนะ โมร็อกโก 5-4 คว้าชัย 2 นัดติดในรายการพิเศษ เตรียมพร้อมสู้ศึกคัดบอลโลก 2569 พบรัสเซีย 6 มี.ค.นี้ เวลา 19.00

(4 มี.ค. 69) มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย โพสต์ข้อความชื่นชมทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ที่ร่วมแข่งรายการ BEE GIRLS TROPHY 2026 ที่ประเทศตุรกี หลังโต๊ะ 2 เฉือนชนะโมร็อกโก 5-4 เก็บชัยชนะเกมที่สองติดต่อกันได้สำเร็จ

มาดามแป้งกล่าวผ่านโพสต์ในแพลตฟอร์ม X ว่า "เก่งมากลูกๆ ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย U20 อีกหนึ่งชุดความหวัง เก็บชัยชนะ 2 นัดติดในฟุตบอลรายการ Bee Girls Trophy 2026 (ชนะ จอร์แดน 1-0, โมร็อกโก 5-4) เหลืออีกนัดต้องเต็มที่-เตรียมก่อนศึกคัดบอลโลกที่ไทย เม.ย.นี้ ฝากเด็กๆ ชุดนี้ด้วยนะคะ"

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันนัดถัดไป ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย U20 จะพบกับรัสเซียในวันที่ 6 มีนาคมนี้ เวลา 19.00 น. เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนศึกคัดเลือกบอลโลก ขณะที่ผลงานช่วงนี้แสดงถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของทีมสู่เวทีระดับโลก

การแข่งขันฟุตบอลหญิงรุ่นยู-20 ในรายการ BEE GIRLS TROPHY 2026 ถือเป็นเวทีสำคัญของการพัฒนาฟุตบอลหญิงไทยสู่ระดับนานาชาติ การชนะอย่างต่อเนื่องในรายการนี้สร้างความเชื่อมั่นว่าทีมมีความแข็งแกร่งในการเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10158521


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top