Friday, 5 June 2026
พรรคร่วมรัฐบาล

‘โฆษก รทสช.’ ยัน!! ไม่มีขู่ถอนตัว ไม่มีเคลื่อนไหว ย้ำ!! ยังสนับสนุน ‘รัฐบาลแพทองธาร’ ให้สานงานต่อ

(28 มิ.ย. 68) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่าพรรค รทสช. ขู่ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค รทสช. ไม่พอใจที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค รทสช. ได้โควตา รมช.มหาดไทย

นายอัครเดช ยืนยันว่า ไม่มีการเคลื่อนไหวจากบุคลากรและส.ส.ของพรรคในเรื่องดังกล่าวแน่นอน ทราบจากข่าวว่าโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) นำขึ้นทูลเกล้าฯ ไปแล้ว ซึ่งตามหลักการ ทุกฝ่ายต้องนิ่งและไม่มีการเคลื่อนไหว ดังนั้นไม่ทราบว่าข่าวดังกล่าวมาจากที่ไหน แต่ในส่วนพรรค รทสช. ไม่มีการเคลื่อนไหวแน่นอน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จุดยืนของพรรค รทสช. ยังคงสนับสนุนรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีต่อไปใช่หรือไม่ นายอัครเดชกล่าวว่า เป็นไปตามที่นายพีระพันธุ์สื่อสารไปก่อนหน้านี้ และ ยังคงเป็นจุดยืนเดิมของพรรค ในการสนับสนุนรัฐบาลต่อไป

อนาคต!! ‘พรรคประชาธิปัตย์’ โจทย์ยาก!! ของกรรมการบริหาร พรรคเก่าแก่!! แต่สมาชิกโบกมือบ๊ายบาย เพราะหมดศรัทธา

(6 ก.ค. 68) น่าสนใจยิ่งต่อการดำรงอยู่ของพรรคการเมืองเก่าแก่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ว่าอนาคตจะเดินต่อไปอย่างไร หรือพอแค่นี้

การออกมากล่าวให้สัมภาษณ์ของ “เดชอิศม์ ขาวทอง”ในวันเข้ารับหน้าที่รัฐมนตรีช่วยมหาดไทยไทย

“ใครรับมติพรรคไม่ได้ก็ต้องออกไป และในการเลือกตั้งครั้งหน้าถ้าพรรคไม่มีเอกภาพ ก็จะไม่มีชื่อเดชอิศม์ ขาวทอง อยู่ในพรรค”

เดชอิศม์ ขาวทอง พูดในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่นำพาพรรคถดถอยมาเรื่ิอยๆ พร้อมกับ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” หัวหน้าพรรค

“นิพนธ์ บุญญามณี” อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเสยเต็มคางของเดชอิศม์ว่า คนของพรรคประชาธิปัตย์ดั่งเดิม เลือดแท้ รับไม่ได้กับมติพรรคประชาธิปัตย์ ที่นิพนธ์เรียกว่า “มติโจร”

ระเบียบพรรคประชาธิปัตย์ว่าด้วยการคัดเลือกคนเข้าสู่ตำแหน่ง จะต้องผ่านหลายขั้นตอน

1.ประชุม สส.คัดเลือกมา
2.ประชุมคณะกรรมการบริหาร
3.ประชุมร่วม สส.และคณะกรรมการบริหาร

ในการปรับ ครม.ของรัฐบาล “แพทองธาร ชินวัตร” พรรคประชาธิปัตย์เสนอตัวบุคคลผ่านทั้ง 3 ขั้นตอนแล้วหรือยัง หรือข้ามขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งไปหรือไม่

ลองมาวิเคราะห์กันเล่นๆว่า ภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบันของพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างไร และจะเดินต่อไปอย่างไร ในภาวะที่ “เดชอิศม์”จะไม่แคร์ต่อการเดินออกไปของสมาชิก “เป็นช่วงรีเซต” คือคำกล่าวอ้างของเดชอิศม์

1. มีมติชัด “ร่วมรัฐบาลแพทองธารต่อ” แม้เสียงแตกก็ตาม
พรรคประชาธิปัตย์ในการประชุมคณะกรรมการบริหารเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2568 มีมติ 19 ต่อ 7 เสียง ให้พรรคยังคงเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลที่นำโดยไม่มีการต่อรองตำแหน่งเพิ่ม แต่ได้เพิ่มมา 1 ตำแหน่ง “แทน-ชัยชนะ เดชเดโช” นั่ง รมช.สาธารณสุข แทน “เดชอิศม์” ที่ขยับไปนั่งช่วยมหาดไทย

2. สมาชิก “เลือดใหม่” ลาออกต่อเนื่อง ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (หรือ “ดร.เอ้”) รองหัวหน้าพรรค ลาออกเมื่อ 4 ก.ค.2568 เพื่อจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ “ไทยก้าวใหม่” โดยมีท่าทีเน้นนโยบายการศึกษา นวัตกรรม

มีอดีต ส.ส. และคนรุ่นใหม่ลาออกอีกหลายราย เช่น “มาดามเดียร์” วทันยา วงศ์โอภาสี หลังจากก่อนหน้านี้ก็มีสมาชิกในระดับผู้ปกครองพื้นที่ทยอยถอนตัวไหลเป็นระลอก

3. แบ่งเป็นสองขั้วภายในพรรคชัดเจน คือฝ่ายกรรมการบริหารสนับสนุนให้ร่วมรัฐบาล กับฝ่ายผู้อาวุโส กลุ่มอนุรักษ์ ค้านการเดินหน้าสนับสนุนรัฐบาล

4. แนวโน้มและอิทธิพลมีแนวโน้มลดลง ในการเลือกตั้ง 2566 พรรคได้ สส.เพียง 25 ที่นั่ง ร่วงลงมาอยู่ที่อันดับ 6 ไม่มี สส. ใน กทม. เลย สะท้อนว่าฐานเสียงดั้งเดิมถูกกวาดไปจากพรรคก้าวไกลและกลุ่มอื่น ๆ 

การสูญเสียคนเก่งอย่าง “ดร.เอ้” และ “คุณหญิงกัลยา” จะกดดันภาพลักษณ์และกลยุทธ์จัดระเบียบใหม่ของพรรคไปไม่น้อย และทำให้เกมยากขึ้น

5. ความท้าทายในอนาคต พรรคประชาธิปัตย์ต้องรับมือกับการขาดเลือดใหม่ และตีตรา “พรรคอนุรักษ์นิยม” ที่ไม่เปลี่ยนตัวเองแม้รักษาตำแหน่งในรัฐบาล แต่การไม่มี สส. ใน กทม. และความอ่อนแอบนเวทีระดับชาติ อาจทำให้ไม่เป็นตัวเลือกหลักในอนาคต หากพรรคใหม่ที่คนรุ่นใหม่ตั้งขึ้น (เช่น ไทยก้าวใหม่) ดึงคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นต่อไป อาจยิ่งลดอำนาจของพรรคเก่าไปตามการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

โดยสรุปภาพรวมพรรคประชาธิปัตย์ตอนนี้อยู่ในช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” ชัดเจน ยังคงมีอำนาจผ่านการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่มี “เลือดใหม่” ทยอยลาออก ด้านภายนอก พรรคถูกจัดว่ายังไม่สามารถปรับภาพลักษณ์ให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้ และมีความเสี่ยงสูงในสนามเลือกตั้งหน้าถ้าไม่รีบปรับตัว

ภาคใต้ฐานเสียงใหญ่ของประชาธิปัตย์อาจไม่เหลือร่องรอยให้เชยชมอีกต่อไปก็ได้ ถ้า “มึงกับกู”ยังคุยกันไม่รู้เรื่อง

‘เลขาฯ เพื่อไทย’ แย้ม ‘รองปธ. สภาฯ’ คนที่ 2 อาจเป็นของ ‘รทสช.’ ตามโควตาพรรคอันดับสอง

‘เพื่อไทย’ บอก นัดกินข้าวพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีอะไร แค่ไม่ได้เจอกันเลยหลังฟอร์มรัฐบาลใหม่ เปิดสภาฯ แย้มโควตา รองปธ. สภาฯ 2 อาจเป็นของ ‘รทสช.’

(13 ก.ค. 68) นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีแกนนำพรรค พท. นัดพรรคร่วมรัฐบาลรับประทานอาหารในวันที่ 22 กรกฎาคมซึ่งครั้งนี้จะมี สส. ร่วมทานอาหารด้วยว่า ไม่มีอะไร เพราะตั้งแต่ฟอร์มรัฐบาลชุดใหม่ขึ้นมา และเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรมา เรายังไม่ได้เจอกัน  จึงมีแนวคิดที่จะอยากพบปะกัน คงจะมีการรับประทานอาหารร่วมกันเฉยๆ ไม่มีอะไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการกำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ไม่มี  ส่วนที่มีการมองว่าเสียงของรัฐบาลปริ่มน้ำนั้น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง วัฒนธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรค พท. ได้มีการกำชับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคอยู่แล้วว่าให้สมาชิกช่วยกันเป็นองค์ประชุม

ถามว่า จะมีการพูดคุยถึงโควตารองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 กันด้วยหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ตนยังไม่แน่ใจ แต่คร่าวๆ ที่มีการพูดคุยกันนั้น อาจเป็นของพรรคร่วมรัฐบาล และหากดูตามโควตาแล้วอาจเป็นของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เนื่องจากเป็นพรรคอันดับสองในพรรคร่วมรัฐบาล หลังจากที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล

เมื่อถามว่า ได้ทำความเข้าใจกับสส.ในพรรค พท. แล้วหรือไม่ นายสรวงศ์กล่าวว่า  เป็นไปตามโควตาอยู่แล้วที่พรรคอันดับสองควรจะได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top