Friday, 5 June 2026
ทักษิณ

‘อาร์ต พศุตม์’ ยังไม่จบง่าย ๆ ฝากถึงทักษิณ - นายกฯ อิงค์ บอกคนอย่างหมอไม่ควรอยู่ข้างๆ จะทำให้เสียชื่อ

‘อาร์ต พศุตม์’ ยังไม่จบง่าย ๆ ฝากถึงทักษิณ - นายกฯ อิงค์ บอกคนอย่างหมอไม่ควรอยู่ข้างๆ จะทำให้เสียชื่อ

‘ทักษิณ’ เลิกกั๊กจ้องฮุบ 'มหาดไทย' ยังทำงานไม่เต็มที่ ควรให้ 'เพื่อไทย' เข้าไปทำบ้าง เชื่อ 'ภูมิใจไทย' ไม่ถอนตัวรัฐบาล

(30 พ.ค.68) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษกับทาง 3 บก.เครือเนชั่น โดยนายทักษิณ สวมบทบาทเป็น บก.คนที่ 4 เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง โดยเฉพาะความเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลที่มักต้องคุมกระทรวงสำคัญๆ ไว้ในมือ ทางพรรคเพื่อไทยควรมีคนของตัวเองไปเป็น รมว.มหาดไทย หรือไม่

นายทักษิณ ระบุว่า การนำนโยบายไปถึงประชาชน กระทรวงหลักคือกระทรวงมหาดไทย วันนี้มันไม่ค่อยถึง เพราะว่ากระทรวงมหาดไทยยังไม่ค่อยทำเต็มที่ เวลามันเหลือ 2 ปีแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่มหาดไทยต้องทำงานให้เต็มที่

เมื่อถามว่านายทักษิณ ผ่านการเมืองมาเยอะ และรู้จักพรรคเพื่อไทยดี วิเคราะห์ในฐานะ บก.คนที่4 รอบนี้ พรรคเพื่อไทยจะกล้ายึดหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ผมยังไม่ได้ถามหัวหน้าพรรค ถ้าให้วิเคราะห์ก็เป็นเรื่องที่คงต้องพูดกันว่าให้พรรคเพื่อไทยเข้าไปทำบ้าง จะได้ทำนโยบายถึงเพื่อประชาชนได้สักที เพราะเวลาเหลือน้อยแล้ว อีก 2 ปีจะเลือกตั้งแล้ว

เมื่อถามว่า แล้วพรรคร่วมรัฐบาลที่มี 69 เสียง เขาจะยอมหรือไม่ ในเมื่อกระทรวงนั้นคือหัวใจหลักคุมอำนาจบริหารและเอาชนะทางการเมือง นายทักษิณ กล่าวว่า คือมันเป็นเรื่องการทำงานเพื่อประชาชน ถ้าอยากทำงานให้ได้ผล พรรคเพื่อไทยต้องตัดสินใจเพื่อให้นโยบายถึงประชาชนจริงๆ ก็ต้องให้กระทรวงมหาดไทยอยู่ในความดูแลของพรรคเพื่อไทย นี่คือหลักการ

เมื่อถามว่านอกจากกระทรวงมหาดไทยแล้ว ยังต้องมีกระทรวงไหนอีกที่สามารถทำให้รัฐบาลทำงานกระฉับกระเฉง และสามารถชนะเลือกตั้งครั้งต่อไป นายทักษิณ กล่าวว่า ก็กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , กระทรวงพาณิชย์ , กระทรวงการคลัง และกระทรวงคมนาคม ก็เป็นหัวใจ คมนาคมก็เรื่องของรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย พูดไปแล้วต้องทำให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องมีเหตุผลบอกกับประชาชน มันเสียนิสัย เพราะมันเคยเป็นพรรคใหญ่มาก่อน

เมื่อถามว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยเอากระทรวงมหาดไทยมาได้ คิดในฐานะนักวิเคราะห์ซึ่งมีประสบการณ์ทางการเมือง พรรคภูมิใจไทยเขาจะกล้าถอนตัวจากรัฐบาลหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า “คิดว่าน่าจะคุยกันรู้เรื่อง คงไม่ถอนมั้ง เราไม่อยากให้เขาถอนอ่ะ ก็อยู่ด้วยกันมา”

เมื่อถามว่า แต่ถ้าเขาอยู่ไม่ได้ นายทักษิณ กล่าวว่า อันนั้นก็เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถควบคุมการตัดสินใจของแต่ละพรรคได้

‘หมอตุลย์’ ปลุก!! ‘แพทยสภา’ 12 มิ.ย. รักษาเกียรติภูมิ ยืนมติ!! ลงโทษ 3 หมอ

(1 มิ.ย. 68) นพ.ตุลย์ สทธิสมวงศ์ สมาชิกแพทยสภา ว. 13796 ทำหนังสือเปิดผนึกถึงกรรมการแพทยสภา สื่อมวลชน และประชาชนที่เคารพ ระบุว่า ในวันที่ 12 มิ.ย. 68 ที่จะถึงนี้ มีการประชุมของแพทยสภาครั้งสำคัญ เพื่อยืนยันมติเดิมเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 68 ที่ถูกนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ใช้อำนาจสภานายกพิเศษยับยั้ง ซึ่งหากจะลงมติยืนยันต้องใช้เสียง 2ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด คือ 47 เสียง ฝ่ายที่ต้องการล้มมติคือฝ่ายทักษิณ ชินวัตร (ซึ่งไม่ใช่แพทย์ที่ถูกลงโทษ) จึงมีความพยายามใช้อำนาจที่มี กดดันกรรมการแพทยสภาโดยตำแหน่ง ไม่ให้ราวมประชุม ไม่ให้ส่งผู้แทน หรือเข้าประชุม แต่ไม่เห็นชอบกับมติเดิม เพื่อไม่ให้เสียงเห็นชอบถึงจำนวนที่กำหนด

ในกรณีมีเหตุจำเป็นกรรมการแพทยสภาที่มาจากการเลือกตั้งไม่สามารถส่งตัวแทนเข้าประชุมได้ แต่กรรมการแพทยสภาโดยตำแหน่ง ประกอบด้วยจาก ก.สาธารณาสุข 3 ตำแหน่ง และ ก.กลาโหม 4 ตำแหน่ง (เจ้ากรมแพทย์ 3 และผอ.วิทยาลัยแพทย์พระมงกุฏเกล้า 1) และ คณบดีคณะแพทย์ทั่วประเทศอีก 28 ท่าน สามารถส่งตัวแทนเข้าประชุมได้

ผมขอเรียนต่อทุกท่าน ณ ที่นี้ว่าแพทยสภามีหน้าที่โดยชอบธรรมที่จะรักษามาตรฐานการรักษาและจริยธรรมของแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมทุกราย การประชุมในวันที่ 12 มิ.ย. 68 ที่จะถึงนี้ จึงมีความสำคัญยิ่ง กรรมการแพทยสภาทุกท่านควรเดินทางมาเข้าร่วมประชุม สำหรับกรรมการโดยตำแหน่ง หากไม่สามารถเข้าประชุมได้ ควรส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุม ผมและเพื่อนแพทย์ขอสนับสนุนให้ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ยืนยันมติเดิม เพื่อแสดงถึงความเป็นอันหนึ่งเดียวกัน ในการรักษามาตรฐานของวิชาชีพแพทย์ และความน่าเชื่อถือของแพทยสภา อย่าปล่อยให้อำนาจภายนอกมาขัดขวางทำลายความน่าเชื่อถือและเกียรติภูมิของวิชาชีพแพทย์

ผมขอให้สื่อมวลชน และปชช.ทั้งหลายได้โปรดติดตาม และขัดขวางไม่ให้ผู้มีอำนาจ ใช้อำนาจจของตน ขัดขวางการทำหน้าที่ของกรรมการแพทยสภา  และได้โปรดส่งเสียงสนับสนุนให้แพทยสภาทำกน้าที่ของตนให้เสร็จสมบูรณ์ให้จงได้ โดยไม่หวั่นไหวต่ออำนาจมืดใดๆ

ปล. แพทยสภา ดูแลควบคุมการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของสมาชิกแพทยสภา คือแพทย์ทุกคนเท่านั้น ส่วนทักษิณจะติดคุกหรือไม่ เป็นเรื่องของศาลเป็นผู้พิจารณา แพทยสภาไม่เกี่ยว

จับตา! ‘ฮุนเซน’ เตรียมแฉทักษิณ 27 มิ.ย. เปรียบยุค ‘ประยุทธ์’ สัมพันธ์แน่นแฟ้นกว่าชัดเจน

(27 มิ.ย. 68) สถานการณ์การเมืองไทย-กัมพูชา กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลัง พนมเปญโพสต์ รายงานว่า สมเด็จฮุนเซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เตรียมเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ 'ทักษิณ ชินวัตร' อดีตผู้นำไทย โดยจะเปิดโปงแผนเปลี่ยนผู้นำ และกล่าวหาว่ามีการดูหมิ่นสถาบัน พร้อมระบุจะเผยรายละเอียดให้คนไทยทราบภายในวันนี้ (27 มิ.ย.)

นอกจากนี้ ฮุนเซนยังกล่าวว่า ขณะนี้กัมพูชายังรอเจรจากับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทย แต่ยังไม่ชัดเจนว่าใครคือผู้มีอำนาจตัวจริง ไม่ว่าจะเป็นกองทัพ พรรคการเมือง หรือผู้อยู่เบื้องหลังรัฐบาล ซึ่งทำให้การดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต้องชะงัก

เขายังเปรียบเทียบสถานการณ์ในอดีตว่า ในยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชามีเสถียรภาพและอยู่ในระดับสูงสุด แม้ประยุทธ์จะมีภูมิหลังเป็นทหาร แต่ก็สามารถรักษาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านไว้ได้ดีตลอดช่วงดำรงตำแหน่งเกือบสิบปี

ในทางกลับกัน ฮุนเซนมองว่า รัฐบาลไทยปัจจุบันกลับประสบปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านรอบด้าน ทั้งชายแดนเมียนมา ลาว มาเลเซีย และล่าสุดกับกัมพูชา ที่ต้องปิดจุดผ่านแดนฝ่ายเดียว โดยยังไม่มีความชัดเจนในการเจรจา ทำให้ความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีกำลังเผชิญภาวะถดถอย

‘ฮุน เซน’ ปูดแผน ‘ทักษิณ’ ป่วยทิพย์หลอกคนไทย ลั่น!! เห็นกับตาไม่มีอาการป่วย แต่เมื่อถ่ายรูปกลับสวมเฝือก

(27 มิ.ย. 68) สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะเกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรีไทย นายทักษิณ ชินวัตร โดยระบุว่า ทักษิณแกล้งป่วยหลายโรคเพื่อหลบเลี่ยงโทษทางกฎหมาย 

รายงานจากเฟรชนิวส์และพนมเปญโพสต์ระบุว่า ในการปราศรัยที่จังหวัดพระวิหาร ฮุนเซนกล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2567 เขาเข้าพบนายทักษิณ ซึ่งขณะนั้นดูปกติดี ไม่มีอาการป่วยใด ๆ แต่เมื่อถ่ายรูปกลับสวมเฝือกคอและชุดผู้ป่วย เพื่อหลอกสายตาประชาชนและเจ้าหน้าที่ฝั่งไทย

ฮุนเซนยังเปิดเผยว่า ความสัมพันธ์ส่วนตัวตลอด 30 ปีกับทักษิณต้องสิ้นสุดลง เพราะรู้สึกถูกดูหมิ่นจากแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ซึ่งเขากล่าวว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาออกมาเปิดเผยความจริงทั้งหมด

นอกจากนี้ ฮุนเซนยังตั้งคำถามต่อรัฐบาลไทยว่า หากเชื่อว่ากัมพูชารุกล้ำดินแดนจริง เหตุใดจึงไม่ดำเนินการอย่างเป็นทางการผ่านศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ พร้อมเรียกร้องให้ไทยแสดงความชัดเจนในเวทีสากล ไม่ใช่กล่าวหาเพียงลอย ๆ

‘พล.ท.นันทเดช’ วิเคราะห์!! ‘ฮุน เซน’ ตัดญาติขาดมิตร 'ทักษิณ - อุ๊งอิ๊ง' อ่านเกมขาด!! นายกฯ อาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ พ่ออาจต้องกลับเข้าคุก

(28 มิ.ย. 68) พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า นายฮุน เซน รู้ดีว่าระบบการปกครองของไทยอำนาจอธิปไตยทั้ง 3 ส่วนแยกกันเป็นอิสระ ถ่วงดุลกัน ไม่รวมศูนย์อำนาจแบบกัมพูชา จึงทราบดีว่ารัฐบาลไทยคุมรัฐสภาไม่ได้ คุมศาลไม่ได้ และคุมทหารได้เพียงให้ทำเรื่องถูกต้อง ต่างจากกัมพูชาที่ฮุน เซนคุมได้ทุกอย่าง

ในเรื่องเดียวกันนี้ คุณทักษิณพยายามเลียนแบบกัมพูชา จนคิดว่ารัฐบาลไทยและเงินสามารถทำได้ทุกอย่าง จึงเกิดความผิดพลาดต่อเนื่อง เมื่อฮุน เซนเห็นบทบาทของทักษิณแล้ว ไม่เพียงไม่เตือน แต่ยังอาจยุยงด้วย และเมื่อทักษิณล้มเหลวติดกัน ฮุน เซนจึงเตรียมหาพันธมิตรใหม่ มองว่าอาจถึงเวลาต้อง “ตัดญาติขาดมิตรกับครอบครัวนายกฯ ไทยแล้ว”

พล.ท.นันทเดช วิเคราะห์ว่า

1.นายกฯ อุ๊งอิ๊งอาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่แน่นอน เหมือนกรณีพล.อ.ประยุทธ์เคยถูกศาลสั่งหยุด แม้นายกฯ อุ๊งอิ๊งเตรียมตำแหน่งควบ รมว.วัฒนธรรมไว้สำรองเพื่อดูแล ครม. แต่ก็อาจถูกร้องศาลอีก

2. ฮุน เซน เห็นชัดว่าทักษิณต้องกลับมาติดคุก 1 ปีใหม่อีก เพราะมีหลักฐานที่ศาลเห็นประจักษ์

3.พ่อลูกยังต้องเจอคดีอื่นต่อ นายกฯ อุ๊งอิ๊งอาจจบตามข้อกฎหมาย และจะเกิดการคัดเลือกนายกฯ ใหม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับ “ใจกับความจริง” ของทักษิณ ว่าจะพาครอบครัวรอดได้อย่างไร

พล.ท.นันทเดช ระบุว่า การชุมนุมวันที่ 28 มิ.ย. เป็นเรื่องของชาติบ้านเมืองและการกำหนดอนาคตประเทศไทย ขอให้คนไทยทุกสี ทุกกลุ่ม ทุกหมู่เหล่า ออกมาร่วมกันให้ได้เป็นเนื้อเดียวกัน เพราะนี่คือ “หน้าประวัติศาสตร์ที่คนไทยไม่ควรพลาด”

‘เปลว สีเงิน’ เผย!! เตรียมดัน นิรโทษกรรม สุดซอย ชี้!! ‘รวมพลังแผ่นดิน’ ยังไม่สิ้นภารกิจ ถ้าประเทศยังอยู่ในมือ ‘ไส้ศึกเขมร’

(29 มิ.ย. 68) ‘เปลว สีเงิน’ นักหนังสือพิมพ์และคอลัมนิสต์ชื่อดัง ได้นำเสนอบทความ ในหัวข้อ ‘ชาติต้องการท่าน’ โดยระบุว่า…

ดูลีลา “ฮุน เซน” มา ๔-๕ วัน

ต้องบอกว่า “ร้ายกาจ” สมกับที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ ยาวนานที่สุดในโลก คือร่วม ๔๐ ปี!!

จากวันแรกที่ฮุน เซน ปล่อยคลิปสนทนาอุ๊งอิ๊ง จนถึงเมื่อวาน (๒๗ มิ.ย.) ที่ฮุน เซน จับตระกูลชินแก้ผ้าแล้วชำแหละทีละชิ้นโยนให้หมากิน

ใช่ว่าฮุน เซน พูดแบบ “ปากพาไป” โดยไม่มียุทธศาสตร์-ยุทธวิธีทางเป้าหมาย

ตรงกันข้ามเป้าหมายพิฆาตของฮุน เซน เจาะจงที่รัฐบาล “สองพ่อลูกตระกูลชิน” โดยตรง!!

สังเกตได้จากคำพูดและการโพสต์เฟซฯ ของฮุน เซน และฮุน มาเนต เขาจะเน้นตลอดว่า เขาไม่ได้เป็นศัตรูกับประเทศไทยและคนไทย

กระทั่งกับทหารคือกับกองทัพไทย .....

เขาก็ไม่ได้ปรารถนาที่จะเป็นศัตรูถึงขั้นอยาก “ลองของ”

ศัตรูของสองพ่อลูกเขมร ที่เขาตามราวีอยู่ขณะนี้  คือ

“นายกฯ อุ๊งอิ๊ง” กับ “ทักษิณ”

และคนบางคนในตระกูลชินที่ “มีอะไรลับๆ”  ฝากไว้กับเขาเท่านั้น!!

ที่ผมบอกว่าฮุน เซน “ร้ายกาจ” เพราะเขาฉายหนังตัวอย่างไว้ว่า “จะแฉเรื่องทักษิณหมิ่นสถาบัน” ในวันนี้ คือเมื่อวาน (๒๗  มิ.ย.)

ทำเอาแฟนๆ “งูเก็งกอง” แห่กันปูเสื่อเฝ้าหน้าจอ แต่เอาเข้าจริง เรื่องหมิ่นสถาบัน ฮุน เซน กลับวับๆ แวมๆ เพียงว่า......

“นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทำการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ไทย แต่ผมจะไม่พูดในรายละเอียด หากทางการไทยต้องการทราบว่านายทักษิณดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ของตนอย่างไร

ทางการไทยสามารถส่งทูตพิเศษไปสอบถามโดยละเอียดได้ ผมยืนยันเรื่องนี้และสัญญาว่าจะให้คำตอบโดยละเอียดมากขึ้น”

นี่แหละ ความร้ายกาจของฮุน เซน

ไม่ใช่ตรงที่ “วางยา” ทักษิณ

แต่ตรงที่ “ฮุน เซน” รู้จักหัวใจประเทศไทยและคนไทยดี ดีกว่าคนไทยบางคน-บางพวกด้วยซ้ำ ว่าอะไรควรพูด-อะไรไม่ควรพูด

ดังนั้น ฮุน เซน จึงแค่ฉายหนังตัวอย่างในคำที่เขากล่าวหาว่าทักษิณหมิ่นสถาบัน

เพราะถ้าเขานำคำที่ทักษิณพูดมาแฉว่า ทักษิณพูดอย่างนี้...อย่างนี้...นั่นเท่ากับฮุน เซน “หมิ่นสถาบัน” ด้วย

ฮุน เซน ถึงบอกว่า ถ้าทางการไทยอยากได้รายละเอียดให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปสอบถามเขานั่นไง!!

แสดงว่า “ฮุน เซน กับทักษิณ” ตอนนี้ เข้าตำรา “ผลประโยชน์ขัดกัน ต้องบรรลัยกันไปข้าง”

ข้างไหนจะบรรลัยก่อนหรือจะบรรลัยไปด้วยกัน คนไทยบอก...ได้ทั้งนั้น!!

เมื่อวาน ฮุน เซน พูดแบบเมดเลย์ เตะพ่อนายกฯ ด้วยเรื่องหมิ่นสถาบันไปแล้ว

ก็หันไปตบหลานอุ๊งอิ๊ง ที่พูดถึงแม่ทัพภาคที่ ๒ “พล.ท.บุญสิน พาดกลาง” กับฮุน เซน ว่า “แม่ทัพภาคที่ ๒ เป็นฝ่ายตรงข้ามกับเรา”

โดยฮุน เซน บอกว่า........

“การกระทำของนายกรัฐมนตรีไทยในการพูดคุยกับผม แล้วดูหมิ่นโจมตีแม่ทัพภาคที่ ๒ นั้น ถือเป็นการก่อกบฏ”

“การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการทรยศต่อแผ่นดินไทยหรือไม่ แต่ในกัมพูชา การสมคบคิดกับต่างประเทศดูหมิ่นผู้บัญชาการทหารของตนเอง

ถือเป็นความผิดฐานทรยศต่อแผ่นดิน

ในประเทศไทย การกระทำเช่นนี้ อาจถือเป็นเรื่องปกติ แต่กัมพูชาไม่อนุญาตให้วิพากษ์วิจารณ์และดูหมิ่นกองกำลังทหารของตนเอง”

.....ฝ่ายไทยได้เปิดเผยอย่างลับๆ ผ่านเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของผมว่า เมื่ออำนาจของ น.ส.แพทองธาร แข็งแกร่ง แม่ทัพภาคที่ ๒ อาจถูกตัดสินจำคุกได้

สำหรับผมไม่เคยดูหมิ่นหรือทำร้ายผู้บัญชาการทหารของไทยคนใดเลย

แต่สงสัยว่า ทำไมนายกรัฐมนตรีของไทย จึงกล้าดูหมิ่นแม่ทัพของตนเอง เพื่อเอาใจผม ทั้งที่ผมไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องราวภายในของไทยเลย”

นี่เป็นการวิพากษ์เชิงแฉพร้อมไซโคแยกมิตร-แยกศัตรูที่แยบยล สมกับความเป็นเฒ่าสารพัดพิษจริงๆ!!

เมื่อ “เตะ-ตบ” แล้ว ฮุน เซน ก็ “ยำ” สองพ่อลูกต่อ....

“นายทักษิณ แกล้งป่วยหลายโรค เพื่อหลบเลี่ยงข้อกฎหมาย นายทักษิณไม่ได้ป่วย อุปกรณ์ที่ใส่คอ ใส่มือ ก็แค่การแสดง

ในวันที่ผมเข้าพบนายทักษิณ เมื่อวันที่ ๒๑ ก.พ.๖๗ นั้น นายทักษิณไม่ได้ป่วย แต่เมื่อถ่ายรูปคู่กับผม กลับเอาชุดผู้ป่วยมาสวม เพื่อหลอกสายตาประชาชนและเจ้าหน้าที่ไทย

ตอนเข้าพบนายทักษิณแรกๆ ไม่รู้ว่าจะแกล้งป่วย เหตุที่เพิ่งมาเปิดเผยตอนนี้ ก็เพราะว่ามีคุณธรรม ตอนนั้น จึงยังไม่เปิดเผย

และที่มาเปิดเผยตอนนี้ ก็เพราะว่าลูกสาวของนายทักษิณ “นายกฯ ไทย” เป็นคนไม่มีคุณธรรม”

เละเป็น “โจ๊ก-จันทร์ส่องหล้า” ไปเลย!!

โจ๊กจะอร่อย มันต้องใส่ไข่ ว่าแล้วฮุน เซน ก็ตอกไข่ “อาปู” ดังโพละ.....

“น.ส.ยิ่งลักษณ์ รอดพ้นการจับกุมในประเทศไทย ก็เพราะเดินทางออกนอกประเทศ ผ่านกัมพูชาไปสิงคโปร์ ด้วยหนังสือเดินทางกัมพูชา

ด้วยการสนับสนุนจากผมเอง และสามารถหลบหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย เมื่อถึงที่ปลอดภัยแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์โทรศัพท์มาขอบคุณทั้งน้ำตา

ผมยังได้ขอโทษที่โกหกนายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่ถามว่า “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลบหนีไปที่ไหน”

ทั้งหมดที่ฮุน เซน พูด อะไรๆ ก็คลายเครียดได้ทั้งนั้น ยกเว้นเรื่องเดียวที่ฮุน เซน ดูจะโม้เกินเบอร์เขมรไปหน่อย

“แม้อาวุธของกัมพูชาจะสามารถยิงเข้าถึงกรุงเทพฯ ได้ แต่กัมพูชาจะไม่ยิง......”

แหม...อยากให้ยิงจัง อยากฟังเสียงปืนเขมรน่ะ บอกตรง!!

ผมก็สรุปเส้นทาง “โจรล้างโจร” ให้ฟัง ว่าทิศทางมันเป็นอย่างนี้ อย่าว่าแต่คนไทยขับไล่ “แพทองธาร” ออกไปจากตำแหน่งนายกฯ เลย

ฮุน เซน ก็ยังช่วยขับไล่ทั้งใส่ไฟ-โหมฟืนฌาปนกิจ “สองพ่อลูก” ตระกูลชิน แสดงว่า เรื่องที่ทำให้สองตระกูลนี้ต้องแตกหัก

เดิมพันมันต้องมหิมา

และฝ่ายฮุน เซน ยังกำ “กล่องดวงใจ” ทักษิณไว้อีกมาก ฝ่าย สทร.จึงต้องอมสาก กลัวถูกสวน!!

ลำพังฮุน เซน ออกมาลากไส้สองพ่อลูกตระกูลชิน ชาวบ้านก็ไม่ว่าอะไร นอกจากตามแห่-ตามฮา สนุกๆ กันไป

แต่ “กรรม” จำเพาะ นายกฯ ไทยดันปากเปราะ

เอาแม่ทัพ-ภาคที่ ๒ ของประเทศตัวเอง ไปนินทาว่ากล่าวให้กับเขมรซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามฟัง

มันเป็นพฤติกรรมเข้าข่าย “บ่อนทำลาย-ขายชาติ” เยี่ยงไส้ศึกทำเสื่อมเสียเกียรติกองทัพและประเทศชาติมาก!!

ยิ่งตัวนายกฯ หญิงออกมายอมรับว่า โทรศัพท์ไปพูดอย่างนั้นกับฮุน เซนจริง แถมลอยหน้าเถียง ที่พูดไปนั้น “ไม่ได้ทำให้ชาติเสียอะไร”

จากที่คนไทยจะฮึ่มกับฮุน เซน พากันหันกลับมาแหกนายกฯ ไทย-ใจเขมรแทน ถึงขั้นแห่กันมาจากทุกสารทิศ วันนี้ (๒๘ มิ.ย.) ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นหมื่น-เป็นแสน

ไล่นายกฯ “ไส้ศึกเขมร” ออกไป

ขืนให้อยู่ต่อ ใครจะรับประกันได้ว่า “รัฐบาลเพื่อไทย” ใต้อำนาจสองพ่อลูก

จะไม่เอาประเทศไปเร่ขายให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาผูกขาดทั้งยึดครอง ตอนนี้ก็กำลังเป็น “ม้าอารี” แบ่งพื้นที่ให้ “อิสราเอล” เข้ามาอยู่กันแล้ว

ต่อไป คนไทยมีสิทธิ์ถูกอิสราเอลที่เราให้เข้ามาอาศัย ไล่พวกเราออกจากแผ่นดินไทย

เหมือนชาวปาเลสไตน์ ต้องไร้ที่อยู่-ที่กิน เพราะอิสราเอลเข้ามาแล้วขับไล่ให้ชาวปาเลสไตน์ออกจากกาซาไปก็เป็นได้!!

อีกาตัวดำ ร้องบอกข่าว เรายังขอบใจ

แล้วนี่ ถือซะว่า “ลุงข้างบ้าน” บอกข่าว ควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เพราะถ้าเขาไม่บอก เราจะรู้หรือว่า....

“นายกฯ ไทย” เป็นไส้ศึกให้ “ประเทศเขมร” ขายชาติ-ขายกองทัพประเทศตัวเอง โดยผลักทหารไปเป็น “ฝ่ายตรงข้าม”

ถ้าฮุน เซน อุบอิบไว้ เราเชื่อได้หรือว่า....

รัฐบาลไทยภายใต้อุ๊งอิ๊ง จะไม่เอาผลประโยชน์ชาติ ไปแลกผลประโยชน์ให้ว่านวงศ์พงศ์เผ่าเหง้าโคตรตัวเองอีกขนาดไหน

ฉะนั้น เราจะไว้วางใจกับรัฐบาลเพื่อไทยไม่ได้เลย เหมือน “ฝากเนื้อกับเสือ-ฝากเหยื่อกับตะกวด” มันฟาดเรียบ
ต้องให้มันลาออกไป

แล้วดูซี วันที่ ๓ กรกฎา.สภาเปิด ปัญหาบ้านเมืองสุมหัว เศรษฐกิจปากท้องชาวบ้านบานตะไท

 แต่เรื่องแรกที่รัฐบาลแพทองธารผลักเข้าสภาเรื่องอะไร รู้มั้ย

เรื่อง “นิรโทษกรรม” สุดซอย ทั้งแดง-ทั้งส้ม ทั้งทักษิณ

ผลประโยชน์แดง/ส้ม ลงตัวกัน

แค่สองพรรค ฝ่ายรัฐบาลเพื่อไทย-ฝ่ายค้านพรรคประชาชน ยกมือ ก็ปล่อยโจรการเมืองเข้าปล้นชาติผ่านสภาได้อีกครั้งแล้ว

สงสัย “รวมพลังแผ่นดิน” จะไม่สิ้นภารกิจเพื่อชาติ แค่มารวมแสดงพลังพิทักษ์อธิปไตยวันเดียวซะแล้ว

เพราะตราบใด ประเทศยังอยู่ภายใต้รัฐบาล “ไส้ศึก” เขมร

ตราบนั้น “อันตราย” ยังแผ่คลุมประเทศ!!

ประเทศชาติ เวลานี้ ต้องการพี่น้องชาวไทยทุกคนร่วมพิทักษ์ครับ!!

เปลว สีเงิน

‘อ.ไชยันต์’ ขอบคุณ ‘ทักษิณ-พรรคร่วม’ ฟื้นคืน ‘การเมืองเน่าๆเก่าๆ’ ให้คนรุ่นใหม่ได้เห็น

เมื่อวันที่ (30 มิ.ย.68) ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Chaiyan Chaiyaporn ระบุว่า "ขอบคุณทักษิณและพรรคร่วม ที่ช่วยกันทำให้การเมืองเน่าๆเก่าๆกลับมา ให้คนรุ่นใหม่ได้เห็น"

'เทพชัย' ซัด!! ‘แพทองธาร-ทักษิณ-เศรษฐา’ ขึ้นเวทีฟอกขาว!! มหกรรมซอฟต์พาวเวอร์

(6 ก.ค. 68) นายเทพชัย หย่อง สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊ก ‘Thepchai Yong’ กล่าวถึง 3 นายกฯ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร , นายทักษิณ ชินวัตร และนายเศรษฐา ทวีสิน ที่จะขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ในงาน SPLASH มหกรรม Soft Power ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เพื่อผลักดันประเทศไทยให้เติบโตเข้าสู่เส้นทางเศรษฐกิจและรายได้ใหม่ที่ยังยืน

ระบุว่า “ไม่ต้องเกรงใจใครทั้งสิ้น รัฐบาลชูทักษิณ เศรษฐา อุ๊งอิ๊ง ในเวทีที่เรียกซะสวยหรูว่า SPLASH – Soft Power Forum 2025 ที่จะจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์สัปดาห์หน้า แต่ดูแล้วมันน่าจะเป็นเวที whitewash หรือ “ฟอกขาว” (ด้วยเงินภาษีประชน) ให้กับทั้งสามคนมากกว่า”

ทั้งนี้ งาน ‘SPLASH – Soft Power Forum 2025’ เป็นมหกรรม Soft Power ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของกระทรวงวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ คณะกรรมการพัฒนาและอนุกรรมการทุกสาขา โดยประสานพลังภาครัฐ เอกชน ชุมชน และเครือข่ายนานาชาติ เพื่อยกระดับซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ตลาดโลกอย่างเป็นรูปธรรม

‘ทักษิณ’ ซัด ‘ฮุนเซน’ คนไร้จริยธรรม แต่เรากลับไปเข้าข้าง พรรคที่เพิ่งหลุดจากรัฐบาลหาว่า ‘อิ๊งค์’ ขายชาติ ถามกลับเป็นคนไทยหรือเขมร

เมื่อวันที่ (17 ก.ค.68) ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมปาฐกถาพิเศษ ในงานเสวนาปลดล็อกอนาคตประเทศไทยสู้วิกฤตโลก(Unlocking Thailand’s Future) โดยมีคนการเมือง และภาคธุรกิจแห่ร่วมงานจำนวนมาก

โดยนายทักษิณ ได้ขึ้นเวทีปาฐกถา เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.โดยกล่าวว่า ตนพูดมาหลายรอบมีเรื่องใหม่บ้าง เก่าบ้าง และเรื่องเคยพูดสมัยเมื่อเป็นนายกฯ 20 ปีที่แล้ว วันนี้มันไม่ค่อยไปไหน หลายเรื่องมีถอยไปด้วยซ้ำ ตนก็งงว่าจากประเทศไปหลายปี กลับมาเจอหลายเรื่องแย่กว่าเดิม แต่ละเรื่องก็ก้าวหน้ามาก โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวข้องกับภาคเอกชน หรือส่วนราชการ ที่มีคนเก่ง ๆ ประเทศไทยวันนี้เราต้องการความเชื่อมั่น ในหมู่คนไทยด้วยกัน

วันนี้บางทีคนไทยก็ไม่เชื่อมั่นในตัวเอง และไม่พยายามที่จะรวมพลังกัน ให้มีความเป็นหนึ่งเพื่อจะแก้ไขปัญหาด้วยกัน

“เรื่องที่เกิดขึ้นกับกัมพูชา ตนก็แปลกใจ ผู้นำเขมร ไอ้มันไร้จริยธรรมจะตาย แต่เรากลับไปเข้าข้างมัน ผมงงว่าทำไมวันนี้คนไทยไม่รักกัน ทั้ง ๆ ที่เป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิด ไม่มีผู้นำที่ไหนในโลกเขาทำกัน แต่ว่าเรากลับอื้ม.. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคเพิ่งหลุดออกไปจากรัฐบาลนี้ ก็กลับมามองว่าเป็นการขายชาติ เลยไม่รู้ว่าตกลงเค้าเป็นเขมรหรือเป็นไทย ไม่แน่ใจ” นายทักษิณ กล่าว

นายทักษิณกล่าวต่อว่า วันนี้สิ่งที่เราสะดุดปัญหาของประเทศ อย่างแรกคือปัญหาการเมือง การเมืองในสมัยรัฐธรรมนูญปี40 เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด เป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน วันนั้นพรรคไทยรักไทยเข้ามา เลือกตั้งครั้งแรก เป็นครั้งแรกที่ขายนโยบาย แล้วชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย แต่ตอนหลังความแข็งแรงของพรรคไทยรักไทย ในช่วงรัฐธรรมนูญปี40 เมื่อมีการปฏิวัติก็เลยถอยกลับ วันนี้การตั้งรัฐบาลผสมและหลายพรรค ก็นึกถึง 51 ปีที่แล้ว ตอนช่วยราชการอยู่กับ นายปรีดา พัฒนถาบุตร อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย โดยมีหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี เหมือนกันเลยการเมืองไม่มีเสรีภาพ ล้มกันไปล้มกันมา ผลสุดท้ายบ้านเมืองไม่ไปไหน แต่ตนอยากขอร้องทุกคนว่า การเมืองเปลี่ยนเเปลงได้ แต่บ้านเมืองต้องถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นั่นคือข้าราชการต้องทำงานต่อไป ภาคเอกชนก็ต้องทำงานต่อไป และรัฐบาลก็มีหน้าที่สนับสนุน ให้ภาคเอกชนแข็งแรง

นายทักษิณกล่าวว่า อีกเรื่องที่เราสะดุด คือเรื่องภาษีทรัมป์ ที่เรากำลังเจรจาอยู่ ทีมไทยแลนด์กำลังเจรจาอยู่ โดยได้ยื่นข้อเสนอใหม่ๆ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็นั่งกำกับ ไม่ให้เราเสียเปรียบ ไม่ให้เราถูกเบียดเบียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสินค้าเกษตร อย่างที่ตนเคยบอกว่ามี3 ก้อน ก้อนหนึ่งคือเราเอาของเข้ามาจากจีน แล้วประกอบและส่งไป เป็นผลิตในประเทศไทย อีกสองคือส่งไปในอเมริกา โดยเทคโนโลยีและบริษัทอเมริกัน มาตั้งในประเทศไทย สองตัวนี้จะไม่กระทบอะไรกับเรามาก แต่ที่กระทบมากคือตัวที่เกี่ยวข้อง กับสินค้าที่เราส่งไป เช่นสินค้าเกษตร สินค้า SMEs หรือพวกอัญมณี ซึ่งเรากำลังแก้ไข และให้แนวทางกันว่า ถ้าเราจะนำเข้าสินค้าจากอเมริกา แล้วมาแข่งขัน กับสินค้าที่เรานำเข้าจากประเทศอื่น ก็เป็นเรื่องที่ดี เรายอมรับให้เข้ามาแข่งกันเอง เช่นเนื้อ ที่จะมีการแข่งขันกับออสเตรเลีย หรือมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ก็ไม่เป็นอะไร หลายอย่างที่เราเปิดได้เราก็เปิด สิ่งที่เราเปิดวันนี้เราก็คุยกัน น่าจะเป็นข้อเสนอ ที่นำไปสู่การตกลงใจกันได้ แต่ให้จำไว้ว่า คำว่าดีลไม่มีจบ ถ้ายังไม่พอใจก็ดีลกันต่อ นี่เป็นลักษณะการเจรจาธุรกิจ คำว่าประเทศ เขาใช้คำว่า Economic ก็คล้าย ๆ ธุรกิจ ที่ต้องเจรจากันต่อเนื่องตลอดไป เพราะฉะนั้นเราหยุดตรงนี้ไม่ได้

นายทักษิณ กล่าวว่า สิ่งที่เป็นปัญหาของประเทศเราอีกอัน จากการวิเคราะห์ทั่วโลก GDP ของประเทศไทย โตน้อยเกินศักยภาพ ไประหว่าง 22-75 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เราอยู่อันดับที่ 24 ของโลก GDP ที่โตช้า มาจากหลายสาเหตุ ซึ่งการบริหารจัดการที่ผิดพลาดเป็นเรื่องใหญ่ คือเราบริหารโดยไม่บริหารมานาน ไม่มีกลยุทธ์ ว่าจะแข่งขันกับเขาอย่างไร ทำให้เราช้า อีกเรื่องคือธนาคารแห่งประเทศไทย พยายามจะรักษาสถานะ ของธนาคารพาณิชย์ เพราะกลัวธนาคารพาณิชย์จะพลาด เหมือนยุคต้มยำกุ้ง ทำให้ดึงฐานเงินออกจากระบบ เป็นจำนวนมาก จนทำให้ธนาคารพาณิชย์มีความเสี่ยงน้อย ธุรกิจก็เหนื่อย ไม่รู้จะไปหาแหล่งทุนที่ไหน ประกอบกับการที่เราไม่ป้องกันตัวเอง พอจีนส่งสินค้าเข้ามา มีคอร์รัปชันตามชายแดน ศุลกากรต่างๆ ก็ทำให้SMEsของเราตาย ซึ่งเราสู้เขาไม่ได้ ในเชิงของ Economies of Scale อยู่แล้ว และเทคโนโลยีเราก็ไม่ค่อยทันสมัย มาเจอสินค้าที่เข้ามาทุ่มตลาด ราคาถูกโดยไม่ผ่าน มอก. และไม่มีอย. พอตนต่อว่าไป เขาบอกว่าอย.ขอยากมาก นี่เป็นสิ่งที่เราต้องไปแก้กติกาของเรา นี่เป็น3ข้อที่ทำให้เศรษฐกิจไทย ชะงักเงินในช่วงนี้

นายทักษิณ กล่าวว่า ตนพยายามอย่างยิ่ง ที่จะจัดตั้ง AMC ( Asset Management Company) หรือ บริษัทจัดการสินทรัพย์ ของภาคประชาชน เพราะหนี้ครัวเรือนสูงเหลือเกิน แต่คลังยังไม่รับลูกเท่าไหร่ แต่ตนเชื่อว่าเที่ยวนี้มันจำเป็น วันนี้นี่ครัวเรือนสูง อาจจะต่อเนื่องมาตั้งแต่โควิด-19 และคนไทยก็ไปเสียเงิน จากการเล่นหวยเล่นพนันออนไลน์ ซึ่งวันนี้หนี้สินอยู่ที่ 92% ของGDP วันนี้ถ้าเราซื้อหนี้ภาคประชาชน ออกมาจัดตั้งAMC ซึ่งเป็นคนละสายพันธุ์ กับ AMC ที่มีอยู่ แต่สามารถทำในสาขาแยกออกมาได้ ถ้าใช้พันธุ์เดียวกันจะมีปัญหา ใช้กฎหมายเดียวกันได้ แต่ต้องแยกมนุษย์คนละพันธ์ุมาบริหาร เพราะเป็นลูกค้าคนละกลุ่ม พร้อมย้ำว่า AMC จำเป็นอย่างยิ่ง ต้องเอาจริงจัง ถ้าไม่ทำคนไทยหายใจไม่ได้ กำลังซื้อจะไม่กลับมา และไม่มีทางที่จะดิ้นรนทำมาหากิน ในเรื่องใหม่ ๆ ได้

นายทักษิณกล่าวอีกว่า การลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ อย่างเรื่องไฟฟ้า วันนี้ตนอยากจะพูดยาวหน่อย วันนี้ถ้าเราใช้รถไฟฟ้า แต่ถ้าเป็นของจีนทั้งหมด เราเจ๊งก่อน แล้วจะทำอย่างไร ถึงจะสร้างอุตสาหกรรม ที่มีอีโคซิสเต็มส์ (Ecosystem) ของเรา ที่แข็งแรงแล้ว โดยใช้โรงงานผลิตในประเทศไทย ใช้อุตสาหกรรมต่อเนื่องทางรถยนต์ ที่เรามีระบบที่ดีอยู่แล้วให้ได้ แล้วส่งเสริมไฟฟ้าอย่างจริงจัง มันเป็นเรื่องที่ควรต้องทำ เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้ภาคประชาชน

นายทักษิณ กล่าวว่า สำหรับเรื่อง 20 บาทตลอดสาย สิ่งที่เราคิดวันนี้ต้องลดค่าจราจร ซึ่งตนเป็นคนเสนอสร้างรถไฟฟ้า 10 สาย ซึ่งปรากฏว่าคนยังใช้ไม่มาก เพราะไม่มีฟีดเดอร์ และวันนี้หากลดค่าบริการลงเหลือ 20 บาทตลอดสาย ทำให้ประชาชนสามารถใช้บริการได้ และนำรถเมล์เปลี่ยนเป็นฟีดเดอร์ เราจึงจะประสบความสำเร็จที่สุด เพื่อให้ประชาชนใช้ระบบสาธารณะ และรถราต่าง ๆ จะลดน้อยลง ขณะเดียวกันถนนใหญ่ ๆ ต้องทำถนนชาร์จไฟแบบไร้สาย ซึ่งต่างประเทศเขาทำกัน เพื่อนำเงินส่วนนี้มาเป็นเงินอุดหนุนให้กับคนทั่วไปที่ใช้รถสาธารณะ ซึ่งจะเร่งให้เสร็จภายใน 2-3 เดือนนี้

นอกจากนี้ประสิทธิภาพของภาครัฐเป็นปัญหามาก เพราะส่วนราชการใหญ่ขึ้นจำนวนข้าราชการมีมากขึ้น และการบริการแย่ลง เมื่อก่อนตอนที่ตนอยู่เราพยายามให้ข้าราชการให้บริการ รวมถึงช่วงวันเสาร์อาทิตย์ แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งวันนี้ต้องมาแก้ไขระบบราชการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และถ้าจะปรับโครงสร้างระบบราชการทุกกระทรวงไม่ว่าจะเป็นองค์กร ระเบียบกฎหมาย และงบประมาณ ซึ่งอาจจะขอให้มหาวิทยาลัยรับไปดูแลในแต่ละกระทรวงเพื่อทำแผน และนำเสนอให้กับรัฐบาลเพื่อเห็นแนวทางในการปรับปรุงการบริหารของระบบราชการ และต้องพยายามประหยัดค่าใช้จ่ายภาครัฐลง เพราะวันนี้ค่าใช้จ่ายภาครัฐสูงมาก สูงจนไม่มีเงินจะบริหาร จึงต้องดูว่าจะปรับปรุงข้าราชการอย่างไร

นายทักษิณ กล่าวว่า เช่นที่ดูไบไม่มีภาษี แต่เขามีคำว่า Fee คือการเก็บค่าธรรมเนียมบริการใช้บริการของภาครัฐ และนำสิ่งเหล่านี้มาเป็นสวัสดิการของข้าราชการ ซึ่งจะทำให้การบริการดีขึ้น และไม่มีใต้โต๊ะ และคำนวณได้ว่าค่าใช้จ่ายจะเป็นเท่าไหร่ ในการเดินงานแต่ละเรื่อง ทั้งอย่างรวดเร็วทันใจ และเป็นระบบดิจิทัลหมด ดังนั้นวันนี้ต้องแก้ไขระบบราชการให้ทันสมัย และประหยัด รวมถึงพยายามเก็บเป็น Fee มากกว่าใต้โต๊ะ เช่น ที่ข้างบ้านเล็กๆ 60 ตารางวา ขอรังวัดที่ดินมีค่าธรรมเนียมถูกต้องตามกฎหมาย และมีค่าวัดขั้นตอนเพื่อให้รวดเร็วขึ้น ซึ่งแพงกว่าค่าธรรมเนียม เราก็ต้องจ่ายไม่เช่นนั้นก็ไม่ได้รังวัดสักที นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย ดังนั้นสู้เก็บบนโต๊ะ และเก็บมากหน่อยเพื่อนำไปแบ่งกับข้าราชการ เป็นค่า Fee จะดีจะดีกว่าหรือไม่ซึ่งตนมองว่าเป็นสิ่งที่ต้องรีบ ส่วนงบประมาณของรัฐต้องประหยัด เช่น วันนี้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนั่งอยู่สำหรับเรื่อง 30 บาทรักษาทุกที่ ซึ่งมีการกลบงบประมาณเพิ่มขึ้นทุกปี แต่กลับไม่ได้ไปรีวิวว่าเทคโนโลยีเปลี่ยนไป การบริการค่าใช้จ่ายผิดไปแล้ว ต้องเริ่มที่การจัดทำงบประมาณโดยความจำเป็น (Zero Based) ได้หรือไม่ ซึ่งต้องคำนวณว่าเป็นเท่าไหร่ต่อหัว อาจจะทำให้เราประหยัดได้มาก ไม่ใช่กลบไปเรื่อย ๆ ไม่เช่นนั้นสวัสดิการบ้านเราจะรับไม่ไหว

นายทักษิณ ยังกล่าวถึงเรื่องงบประมาณทหาร ซึ่งสูงขึ้นมากระหว่างที่ตนไม่อยู่ น่าจะถึงเวลาที่ต้องหาทางลดและปรับ เพราะต่อไปจะเป็นสงครามไซเบอร์ ต้องปรับเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ ไม่เช่นนั้นเราจะล้าหลังและล้าสมัย รวมถึงสิ้นเปลือง ซึ่งหลายอย่างเราเก็บซากไว้เพื่อเบิกค่าน้ำมัน เราต้องแก้ไขในจุดนี้ ดังนั้นระบบสวัสดิการของข้าราชการจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าใช้มหาวิทยาลัยเข้าไปดูแต่ละกระทรวงว่าจะปรับอะไรได้บ้าง ดีกว่าเอานักการเมืองเข้าไปดู เขาจะหาว่านักการเมืองไปกลั่นแกล้ง พร้อมย้ำว่า ต้องลดค่าใช้จ่ายภาคประชาชน และภาครัฐ

นายทักษิณ กล่าวต่อว่า วันนี้สิ่งที่ทำให้สะดุดปัญหาของประเทศที่ทำให้ประเทศนั้นชะงักอยู่ อันแรกคือปัญหาการเมือง ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่ตอนนั้นพรรคไทยรักไทยเข้ามาจากการเลือกตั้งครั้งแรก โดยเป็นการขายนโยบาย และชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย แต่ตอนหลังความเข้มแข็งของพรรคไทยรักไทย หลังมีการปฏิวัติกลับถดถอย วันนี้การตั้งรัฐบาลผสมหลายๆ พรรค ต้องนึกถึงเมื่อ 51 ปีที่แล้วที่ตนไปช่วยราชการนายปรีดา พัฒนถาบุตร อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เหมือนกันเลยที่การเมืองไม่มีเสถียรภาพล้มกันไปล้มกันมา ผลสุดท้ายบ้านเมืองไม่ไปไหน ตนก็อยากจะขอร้องทุกคนว่าการเมืองเปลี่ยนแปลงได้ แต่บ้านเมืองต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไป ไม่ว่าการเมืองจะเป็นอย่างไร ข้าราชการ นักธุรกิจก็ทำงานต่อไป ใครเป็นรัฐบาลก็มีหน้าที่มาเสริมทำให้ภาคเอกชนแข็งแรง

นายทักษิณ ยังกล่าวถึงปัญหานักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงว่า เกิดจากข่าวดาราจีนที่มาไทยแล้วถูกหลอกไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก ทำให้นักท่องเที่ยวกลัวเรื่องความไม่ปลอดภัย วันก่อนมีคนทิ้งระเบิดควันไปที่ข้างบ้านของเพื่อนบ้านตอนตี 3 ตี 4 ตำรวจก็ตามจนไปเจอจากรูปในเซเว่นฯ แถววงเวียนใหญ่แล้วตามจับได้หมด ดังนั้นหากมีการทำเมืองเป็นสมาร์ทซิตี้ ติดกล้องวงจรปิด จะมีความปลอดภัยสูง สามารถเรียกความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวได้

นายทักษิณ กล่าวอีกว่า ตนไปประเทศจีนรอบหน้าจะให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์จีนด้วยตัวเอง ใครมาเมืองไทยโดนฆ่าโดนปล้นขอรับผิดชอบเองและตนจะจ่ายเงินให้เอง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวจีนมาประเทศไทยให้ได้

นายทักษิณกล่าวอีกว่าตนเองเป็นคนชอบเสี่ยงทั้งชีวิต แต่ไม่การเล่นการพนัน ตอนสมัยที่เป็นนายกฯ ตอนนั้นโรคซาร์สกำลังระบาดคนก็พากันใส่หน้ากากอนามัย แต่โรคชนิดนี้ตนรู้ว่ามันไม่ติดต่อกันทางอากาศ จึงบอกกับรัฐมนตรีพากันไปสนามโดยไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัย จนคนเชื่อมั่น หรือตอนไข้หวัดนก ตนเองก็ไปกินไก่โชว์ เพราะรู้ว่าไก่ถ้าทำให้สุกเกิน 80 องศาไม่มีเชื้อโรค ก็ไปทำครัวกลางสนามหลวงและไปโชว์กินไก่แล้วไก่ก็ขายได้ราคาดี ดังนั้นถ้าให้มาเสี่ยงเพื่อบ้านเมืองตนไม่เคยกลัว

ส่วนเรื่องเอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ที่มีคนบอกว่าสามารถทำได้โดยไม่ต้องมีกาสิโน ตนก็อยากถามว่าใครจะมาลงทุน ชิโนไทย(ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของตระกูลชาญวีรกูล) มาลงทุนไหม ซึ่งเอนเตอร์เทนคอมเพล็กซ์มีสิทธิ์ที่จะเป็นศูนย์รวมท่องเที่ยวหลายอย่าง เช่น อาจจะมีที่เล่นสกี ไม่ต้องไปเล่นที่ต่างประเทศ ส่วนกาสิโนไม่ใช่ใครจะเดินเข้าไปได้ง่าย หากใครไม่มีรายได้มากมายก็เข้าไม่ได้ ไม่ใช่จะมาบอกว่าทำแล้วจะมามอมเมา มันยังไม่ได้รู้เรื่องเลย แล้วจะมาบอกว่ามอมเมาได้ยังไง สิ่งเหล่านี้ก็ต้องเดินหน้าต่อไป

“พวกที่ว่ามอมเมา ยังไม่รู้อะไรเลย พวกที่รู้น้อยพูดมาก น่ารำคาญ” นายทักษิณ กล่าว

ส่วนเรื่องการเปลี่ยนรัฐบาล นายทักษิณกล่าวว่า การเปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนนายก ไม่มีหรอก เราต้องทำงานต่อเนื่อง น.ส.แพทองธาร เป็นนายกฯ ก็แถมตนเข้าไปด้วย

"ผมขอเป็นเสมียนประเทศ รวบรวมทุกอย่างส่งให้นายกฯ ให้รัฐมนตรี ไปดูหน่อยสิ ไปทำต่อทั้งหมดเป็นเรื่องที่ผมอยากเห็น” นายทักษิณกล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top