Monday, 26 October 2026
กระทรวงอุตสาหกรรม

‘วราวุธ’ ย้ำมาตรฐานใหม่ครอบคลุมตัวแผงโซลาร์เซลล์ ครม.เห็นชอบมาตรฐานโซลาเซลล์ ใช้มาตรฐาน IEC ขึ้นทะเบียน มอก. รับประกันไม่เกิน 5 วันไม่มีค่าใช้จ่าย สมอ.เตรียมออกใบอนุญาต 279 รายการเดือนนี้

“วราวุธ” แจง หากแผงโซลาเซลล์นำเข้าจากต่างประเทศ ได้มาตรฐาน IEC ถือเป็นมาตรฐาน มอก. มาขอขึ้นทะเบียนได้เลย ใช้เวลาไม่เกิน 5 วัน ไม่มีค่าใช้จ่าย ขอให้ผู้ประกอบการสบายใจ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 กันยายน 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) แถลงข่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกซิลิคอนต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. .... เพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ป้องกันผลิตภัณฑ์ด้อยคุณภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รองรับการขยายตัวของการติดตั้ง Solar Rooftop ทั้งภาคประชาชนและภาครัฐ

โดยนายวราวุธ กล่าวว่า หลักเกณฑ์ที่ออกมานั้น ทาง สมอ.ยืนยันว่า หากผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาในประเทศไทยได้มาตรฐาน International Electrotechnical Commission หรือ IEC ซึ่งเป็นมาตรฐานเครื่องไฟฟ้าระดับนานาชาตินั้น สามารถเอา ITC มาที่ สมอ. เพื่อขอขึ้นทะเบียนเพื่อรับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ทันที ซึ่งจะได้ไม่เกิน 5 วัน โดยไม่ต้องไปตรวจสอบ หรือทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่แต่อย่างใด เพราะถือว่า มาตรฐานของ IEC คือ มาตรฐานของประเทศ

นายวราวุธ กล่าวว่า ขอย้ำว่า มติ ครม.ที่ออกมาเกี่ยวข้องกับตัวแผงโซลาเซลล์ เพราะอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับระบบโซลาเซลล์ทั้งหมด ยังมีตัวอินเวอร์เตอร์ สายไฟ แบตเตอรี่ โดยทางกระทรวงอุตสาหกรรมจะทยอยนำเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. และจะมีการพิจารณาออกเป็นมาตรฐานของเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับโซลาเซลล์ พลังงานแสงอาทิตย์ โดยภายในเดือนตุลาคมนี้ สมอ.จะออกใบอนุญาตให้นำเข้าแผงโซลาเซลล์ 279 ใบอนุญาต โดยจะมีการนำเข้าแผงโซลาเซลล์จากต่างประเทศ 279 รายการ และได้มาตรฐาน IEC อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทยเองก็มีโรงงานในประเทศไทย และได้มาตรฐาน มอก.แล้ว ดังนั้น ขอให้ความมั่นใจและสบายใจกับผู้ประกอบการและประชาชนว่า แผงโซลาเซลล์จะผ่านมาตรฐาน มอก.อย่างแน่นอน และจะไม่ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รวมถึงไม่เสียเวลาแน่นอน

'วราวุธ' ย้ำกระทรวงอุตฯ ทำงานทุกวัน!! สั่งเข้มโรงงานกากปราจีนบุรี พร้อมปิดทันทีถ้าผิดกฎหมาย จ่อเอาผิด-ยึดทรัพย์ตามกฎหมาย ย้ำไม่ละเลยทุกปัญหาน้ำท่วมสุพรรณบุรี

“วราวุธ” ยัน “ก.อุตสาหกรรม“ ไม่ได้นิ่งนอนใจ โรงงานกากอุตสาหกรรม-ปราจีนบุรี สั่ง สนธิกำลังตรวจเข้ม หากพบทำผิดชัดปิดทันที จ่อเอาผิดเรียกค่าเสียหาย–ปปง.ยึดทรัพย์ผู้ประกอบการ รับมีหมวกสองใบ ดูแลภาพรวม และพื้นที่เลือกตั้ง โอดเข้าใจดีแม้ถูกต่อว่า หลังลงพื้นที่สุพรรณฯ บอก นานาจิตตัง ยันเต็มที่ทุกบทบาท

วันที่ 12 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโรงงานอุตสาหกรรมในอำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ที่ประชาชนหวั่นเกิดเหตุสารเคมีจากกากขยะรั่วไหลพร้อมกับปัญหาอุทกภัย ทำให้สร้างความเสียหายและความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ว่า เรื่องนี้เมื่อกระทรวงอุตสาหกรรมได้รับเรื่องก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินการอยู่ตลอดเวลา และมีการส่งทีมงานลงไปประสานงานในพื้นที่ ซึ่งในบางโรงงานที่มีการพิสูจน์แน่ชัดแล้วว่ามีการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย ได้มีการติดประกาศตามมาตรา 39 ให้หยุดดำเนินการ หยุดนำวัตถุดิบเข้าโรงงาน รวมถึงหยุดดำเนินการเอาของออกจากพื้นที่ของโรงงานด้วย

นายวราวุธ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้กำชับให้โรงงานที่มีบ่อและกองของเอาไว้จนทำให้มีน้ำไหลออกมา กระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งให้นำผ้าใบคลุมทุกอย่าง และล่าสุดได้มอบหมายให้ว่าที่ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมสั่งการไปยังอุตสาหกรรมจังหวัด และสนธิกำลังกับหลายฝ่าย เพื่อเริ่มดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมาย อย่างเข้มงวดในทุก ๆ โรงงาน เพราะได้รับรายงานมา ทั้งเรื่องของโรงงานที่มีนอมินี หรือโรงงานที่มีปัญหาต่าง ๆ ก็ได้สนธิกำลังกับหลายฝ่าย ซึ่งภายในวันนี้ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้ทีมงานไปลาดตระเวน ซึ่งหากตรงไหนสามารถพิสูจน์ได้ตามกฎหมายต่าง ๆ และเห็นชัดเจน กระทรวงอุตสาหกรรมก็จะสั่งปิดโรงงานทันที

เมื่อถามว่า ภายหลังการตรวจสอบว่า หากมีความผิดชัดเจนแล้ว จะมีบทลงโทษอย่างไรกับโรงงาน นายวราวุธ กล่าวว่า ตามกฎหมายความเสียหาย และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ทั้งหน่วยงานของรัฐ หรือความเดือดร้อนต่าง ๆ ผู้ประกอบการจะต้องจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรม กำลังอยู่ในขั้นตอนการแก้ไขในชั้นคณะกรรมาธิการคือพระราชบัญญัติโรงงาน เกี่ยวกับการทำให้เรื่องการรั่วไหลของสารพิษเหล่านี้ เป็นคดีทางการเงิน โดยจะมีการขอความร่วมมือจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในการยึดทรัพย์ผู้ประกอบการด้วย เพราะฉะนั้นยืนยันว่ากระทรวงอุตสาหกรรมไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งระยะเวลาที่ผ่านมา เกิดวิกฤตในหลายพื้นที่ ตนก็ได้ลงไปในหลายพื้นที่เช่นกัน เพียงแต่ยังลงพื้นที่ไม่ทั่วถึงเท่านั้น ย้ำว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ และมีการดำเนินการอยู่ทุกวัน

เมื่อถามย้ำว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน ภาครัฐจะบังคับให้โรงงานจ่ายเยียวยาประชาชนใช่หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ความเสียหายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม หรือการเก็บกวาด ทางกระทรวงอุตสาหกรรมโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม จะดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ และค่าเสียหายต่าง ๆ จะต้องรับผิดชอบโดยผู้ประกอบการ

เมื่อถามว่า มีเสียงวิจารณ์ว่า รัฐมนตรีดูน้ำท่วม แต่พื้นที่สุพรรณบุรี นายวราวุธ กล่าวว่า ตนใส่หมวกสองใบ ใบหนึ่ง คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ทุกครั้งที่เกิดปัญหาเราดำเนินการ โดยทั้งกระทรวงลงไปอย่างเต็มที่ ส่วนหมวกอีกใบ พี่น้องจังหวัดสุพรรณบุรีได้เลือกตนมาด้วยคะแนนอย่างมากมาย แม้ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศน้ำจะลดลงไปแล้ว แต่บางพื้นที่ในจังหวัดสุพรรณบุรีน้ำยังท่วมสูงถึงหัวอยู่ ฉะนั้น เรื่องนี้มองได้หลายมุม หากตนไปในพื้นที่วิกฤตอื่นๆ คนในบ้านก็จะต่อว่า เอาแต่ดูที่อื่นไม่ดูที่บ้าน แต่เมื่อมาดูบ้านตัวเองก็จะถูกต่อว่า มาดูแต่บ้านตัวเองไม่ดูที่อื่น เรื่องนี้จะบอกว่านานาจิตตัง ขอยืนยันว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจในทุกปัญหา และสั่งการให้ดูแลทุกพื้นที่ที่มีปัญหา ตนไม่สามารถนำกระทรวงอุตสาหกรรมไปแก้ปัญหาน้ำท่วมที่สุพรรณบุรี แต่ในพื้นที่ที่เป็นปัญหาอยู่อย่างเช่น จังหวัดปราจีนบุรี สามารถนำทีมงานของกระทรวงอุตสาหกรรมไปดูแลพื้นที่ได้ ซึ่งอาจจะไม่ทันใจประชาชน แต่ขณะนี้ดำเนินการอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางกฎหมาย หรือสอบในทางลับด้วย พร้อมยกตัวอย่างว่า เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ตนลงไปแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เช่น คนที่ไม่มีบ้านอยู่ ซึ่งการลงพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีวานนี้ บางหลังยังมีน้ำท่วมสูงถึงชั้นสอง “ไปที่ไหนก็จะถูกต่อว่า แต่ไม่เป็นไร เข้าใจ แต่ก็ต้องแก้ปัญหาไปพร้อมพร้อม ๆ กันทุกมิติ” นายวราวุธ กล่าว

'วราวุธ' ลุยปราจีนฯ จี้โรงงานแก้ปมน้ำมันรั่ว!! ย้ำเยียวยาชาวบ้านทั้งความเสียหายและความรู้สึก กระทรวงอุตฯ ร่วมงานหน่วยงานต่างฝ่าย แนะทำ CSR เยียวยาความรู้สึกชุมชน สั่งวางแผนป้องกันระยะยาว

"วราวุธ" ลงพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ติดตามแก้ปัญหาคราบน้ำมันรั่วไหล ฝากโรงงานหาวิธีแก้ไขเผื่อในอนาคต กำชับ เยียวยาความเสียหาย แนะ ทำ CSR เยียวยาความรู้สึกชาวบ้าน สั่ง ก.อุตฯ อย่าทำงานคนเดียว ต้องร่วมกับทุกฝ่าย ไม่กลั่นแกล้งใคร

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์ นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายวัชรุน จุ้ยจำลอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหารั่วไหลคราบน้ำมันของโรงงาน โดยมีนายอำนาจ วิลาวัลย์ สส.ปราจีนบุรี เขต 1 นายชยุต ภุมมะกาญจนะ สส.ปราจีนบุรี เขต 2 และนายสฤษดิ์ บุตรเนียร สส.ปราจีนบุรี เขต 3 นายกฤษฎิ์ เกษมพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ให้การต้อนรับ

โดยจุดแรกนายวราวุธ และคณะได้เดินทางไปยังบริษัท กรีน เอนไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เพื่อรับฟังบรรยายสรุปจากทางโรงงานและกรมโรงงานกระทรวงอุตสาหกรรม

นายวราวุธ กล่าวตอนหนึ่งว่า กรณีคราบน้ำมันจากนี้ต้องคิดให้ดีว่าจะหาวิธีแก้ไขและเยียวยาสถานการณ์อย่างไร และเมื่อถึงเวลาดำเนินการจริงๆ จะมีปัญหาอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาอีกหรือไม่ ต้องเตรียมการไว้ในอนาคต เพราะบางครั้งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ได้เห็นในทันที บางครั้งจะค่อยๆ เห็นผลกระทบที่ตามมามากขึ้นเรื่อยๆ จึงอยากให้มีมาตรการตรงนี้ด้วย และอยากฝากทางบริษัท เวลาตั้งโรงานอยู่แห่งไหนและมีชุมชนอยู่โดยรอบ หากท่านอยู่แล้วดีขึ้น ประชาชนได้ประโยชน์ มีการทำ Corporate Social Responsibility (CSR) ยามเกิดปัญหาชุมชนจะปกป้องท่าน เวลาทำงานกับประชาชนโดยรอบ หากเป็นเรื่องหนักก็จะกลายเป็นเบา มีความเข้าใจกันมากขึ้น เมื่อผ่านเหตุการณ์นี้ไปแล้ว จะมีการทำกิจกรรม CSR เพิ่มขึ้นได้อย่างไร แน่นอนว่าการเยียวยาความเสียหายต้องทำแน่นอน ซึ่งทางบริษัทจะต้องหาแนวทางเยียวยาต่อไป แต่ทำการ CSR จะเป็นเหมือนการเยียวยาทางความรู้สึก ทำให้ประชาชนรู้สึกเป็นมิตรกับโรงงานมากขึ้น

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า เรื่องความรู้สึกเป็นเรื่องสำคัญ ขอฝากให้ดูแลประชาชน เพราะเหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด เมื่อเกิดแล้วจะร่วมแก้ปัญหากันอย่างไร คนที่เดือดร้อนต้องได้รับการแก้ไขปัญหา ในส่วนหน่วยราชการ ตนกำชับกระทรวงอุตสาหกรรมไปแล้ว เวลาทำงานอย่าทำคนเดียว ให้มีท้องถิ่นและหน่วยงานอื่นเข้ามาร่วมทำงานด้วย อย่างเช่น กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจว่าการตรวจสอบที่เกิดขึ้นมีการถ่วงดุลกัน ไม่มีการกลั่นแกล้งกัน

นายวราวุธ ระบุว่า ส่วนที่บอกว่าไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ จากนี้จะเจอแบบนี้มากขึ้น อะไรที่ไม่เคยเป็นปัญหาจะเริ่มเป็นปัญหา อย่างกรณีนี้หากน้ำไม่ท่วมมันก็ไม่เจอ แต่จากนี้ไปใครจะรู้ว่าอาจจะเจอมากกว่านี้ ตนขอฝากผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ต่อไปจะต้องมีมาตรการป้องกันการรั่วไหลในกรณีฝนตกหนัก จะต้องทำคันรอบโรงงานหรือไม่ และจะต้องทำสูงขนาดไหนจึงจะเหมาะ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top