Friday, 5 June 2026
กกต

ตำรวจ รวบ!! หนุ่มเชียงราย ฉีกบัตรเลือกตั้ง อบจ. อ้าง!! ไม่อยากเลือกใคร ไม่รู้ผิดกฎหมาย

(1 ก.พ. 68) ที่ศูนย์กีฬาเทศบาลเมืองบางแก้ว ซึ่งเป็นหน่วยเลือกตั้ง อบจ. บรรยากาศการเลือกตั้ง เป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนทยอยเดินทางมารอใช้สิทธิ ตั้งแต่ก่อนเปิดหีบเลือกตั้ง

โดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เปิดเผยว่า อยากเห็นนายก อบจ. คนใหม่เข้ามาแก้ปัญหาเรื่องเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ การเข้าถึงสถานพยาบาลของรัฐที่ยากลำบาก พร้อมสะท้อนถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ชาวสมุทรปราการได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากเป็นพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม โดยขอให้ผู้ที่จะมาเป็นนายกอบจ.คนใหม่ ทำงานให้เต็มที่

ทั้งนี้ นายนพดล สมยานนทนากุล ผู้สมัคร นายก อบจ.สมุทรปราการ ได้เดินทางมาใช้สิทธิ และเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง

จากนั้นเวลา 11.30 น. นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เดินทางมาที่ จ.สมุทรปราการ เพื่อสังเกตการณ์การเลือกตั้ง และดูความเรียบร้อยในภาพรวมของพื้นที่ พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ตนมาติดตามว่า ขณะนี้ตัวเลขผู้ใช้สิทธิ์เป็นอย่างไร และกลุ่มแรงงานต่างๆ ได้รับการอำนวยความสะดวกจากนายจ้างหรือไม่

สำหรับบรรยากาศการเลือกตั้ง นายก อบจ.เชียงราย และส.อบจ.เชียงราย ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 24 ต.บ้านดู่ จ.เชียงราย ประชาชนทยอยมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง โดยบรรยากาศทั่วไปเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย

ขณะที่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 7 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จัน นำโดย พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผกก.สภ.แม่จัน ได้ทำการควบคุมตัว นายณัฐกิต อายุ 27 ปี ชาว ต.ป่าซาง หลังจากที่ได้ฉีกบัตรเลือกตั้งภายในคูหาเลือกตั้ง

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายณัฐกิต ได้ให้การว่า ตนไม่ต้องการเลือกใคร จึงต้องการทำให้เป็นบัตรเสีย จึงได้ฉีกบัตรเลือกตั้ง แต่ไม่ทราบว่า การฉีกบัตรเลือกตั้งนั้นเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หลังจากที่ได้ทำการสอบสวนเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวส่งไปพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กกต.ประกาศรับรองผลนายกอบจ.ล็อตแรก 10 จังหวัดแล้ว

เมื่อวันที่ (24 ก.พ. 68) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าวแจ้งผลการพิจารณาของ กกต.เกี่ยวกับการประกาศผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด กรณีครบวาระ ที่ได้จัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 และได้มีมติประกาศผลการเลือกตั้ง ตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1.ประกาศผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวน 10 จังหวัด ได้แก่ 1.จ.น่าน นายนพรัตน์ ถาวงศ์ 2.จ.หนองคาย นายวุฒิไกร ช่างเหล็ก 3.จ.บึงกาฬ นางแว่นฟ้า ทองศรี 4.จ.ศรีสะเกษ นายวิชิต ไตรสรณกุล 5.จ.นครปฐม นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ 6.จ.สิงห์บุรี นายศุภวัฒน์ เทียนถาวร 7.จ.กระบี่ นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล 8.จ.พัทลุง นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร 9.จ.ยะลา นายมุขตาร์ มะทา และ 10 จ.นราธิวาส นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน

และประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวน 19 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ น่าน หนองคาย เลย บึงกาฬ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี สระแก้ว อุทัยธานี นครปฐม สิงห์บุรี ชัยนาท กระบี่ พัทลุง ยะลา และนราธิวาส

ทั้งนี้ การประกาศผลการเลือกตั้งดังกล่าว ไม่เป็นการตัดหน้าที่และอำนาจของ กกต.ที่จะดำเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัย เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม

ส่วนรายละเอียดการประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด กรณีครบวาระ สามารถติดตามหรือสอบถามได้ทาง www.ect.go.th Application Smart Vote และสายด่วน 1444

‘ลูกศุภชัย โพธิ์สุ’ ร้อง!! ‘กกต.’ จัดเลือกตั้ง นายก อบจ.นครพนมใหม่ ส่งศาลรธน. วินิจฉัย ยุบ!! เพื่อไทย เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ‘ทักษิณ-อุ๊งอิ๊ง’

(23 มี.ค. 68) สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า สืบเนื่องจากกรณีนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงภายหลังการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ทั่วประเทศ จำนวน 47 จังหวัด เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 เสร็จสิ้นลงว่า มีเรื่องร้องเรียนกว่า 180 เรื่อง

แหล่งข่าวจากกกต. เปิดเผยกับสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ว่า นางสาว ศุภพานี โพธิ์สุ อดีตผู้สมัครนายกอบจ.นครพนม หมายเลข 2 และอดีตผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาอบจ.นครพนม ในนาม ‘กลุ่มนครพนมร่วมใจ’ รวม 30 คน เรียกว่า ผู้ร้องที่ 1 ถึงผู้ร้องที่ 30 ได้มอบอำนาจให้ทนายความยื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครพนม และคณะกรรมการ กกต. ว่า ผู้สมัครนายกอบจ.นครพนม และผู้สมัครสมาชิกสภาอบจ.นครพนม ในนามพรรคเพื่อไทย ผู้ช่วยหาเสียงและผู้มีสิทธิเลือกตั้งและพรรคเพื่อไทย ได้ร่วมกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น โดยมีรายชื่อ เรียกว่า ผู้ถูกร้องที่ 1 ถึงผู้ถูกร้องที่ 38 ดังนี้

1.นายอนุชิต หงษาดี ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกอบจ.นครพนม หมายเลข 8 พรรคเพื่อไทย ผู้ถูกร้องที่ 1
ทั้งนี้ นางสาว ศุภพานี ได้รับคะแนนการเลือกตั้งเป็นลำดับที่ 2 จำนวน 118,352 คะแนน แพ้ให้กับนายอนุชิต หงษาดี อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกอบจ.นครพนม หมายเลข 8 ที่ได้รับคะแนนเป็นอันดับ 1 จำนวน 167,169 คะแนน

2.นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม เขตเลือกตั้งที่ 1 พรรคเพื่อไทย และผู้ช่วยหาเสียงของนายอนุชิต หงษาดี ผู้ถูกร้องที่ 2

3.นายดนัย สิทธิวัชระชัย ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้ช่วยหาเสียงของนายอนุชิต หงษาดีและผู้ถูกวางตัวเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผู้ถูกร้องที่ 3

4.นายชาญชัย คำจำปา ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ผู้ช่วยหาเสียงของนายอนุชิต หงษาดีและผู้ถูกวางตัวเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผู้ถูกร้องที่ 4

5.นางสาว มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม เขตเลือกตั้งที่ 2 พรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และผู้ช่วยหาเสียงของนายอนุชิต หงษาดี ผู้ถูกร้องที่ 5

6.นายทักษิณ ชินวัตร ผู้ช่วยหาเสียงของนายอนุชิต หงษาดี ผู้ถูกร้องที่ 6

7.นางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้ช่วยหาเสียงของนายอนุชิต หงษาดี ผู้ถูกร้องที่ 7

8.พรรคเพื่อไทย โดย นางสาว แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผู้ถูกร้องที่ 8

9.ผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ในนามพรรคเพื่อไทยทุกเขตเลือกตั้ง เป็นผู้ถูกร้องที่ 9 ถึงผู้ถูกร้องที่ 38

รายงานข่าวระบุว่า คำร้องของผู้ร้องขอให้ผู้อำนาจการเลือกตั้งการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครพนม ตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนตามอำนาจหน้าที่และเสนอให้คณะกรรมการ กกต.วินิจฉัยการกระทำของผู้ถูกร้องที่ 1 ถึงผู้ถูกร้องที่ 38 เป็นการกระทำอันฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้งสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2566 มาตรา 65 (1) (2) (5) หรือไม่ และให้ส่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 เพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้ถูกร้องที่ 1 ถึงผู้ถูกร้องที่ 7 และ ผู้ถูกร้องที่ 9 ถึงผู้ถูกร้องที่ 38 และให้มีคำสั่งดำเนินคดีอาญากับผู้ร้องที่ 1 ถึงผู้ถูกร้องที่ 7 และ ผู้ถูกร้องที่ 9 ถึงผู้ถูกร้องที่ 38 และบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

นอกจากนี้คำร้องของผู้ร้องขอให้ส่งคำร้อง สำนวนไต่สวนให้คณะกรรมการ กกต. เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยและมีคำสั่งยุบพรรคเพื่อไทย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92

รวมถึงขอให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง เสนอความเห็นไม่รับรองผลการเลือกตั้ง และจัดให้มีการเลือกตั้งนายกอบจ.นครพนม ใหม่ ตลอดจนจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกอบจ.นครพนมใหม่ ในเขตเลือกตั้งนั้นต่อไป

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการ กกต.ได้รับคำร้องเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568 อย่างไรก็ตามเป็นการรับคำร้องไว้ในเบื้องต้นเท่านั้น ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนแต่อย่างใด

กกต.สั่งถอนชื่อผู้สมัคร 'สท.ศรีราชา' เหตุเคยต้องโทษจำคุกคดีค้ายาเสพติด

พรรคประชาชนฉาวอีก หลัง กกต. สั่งถอนชื่อ 'สิทธิชัย สัมฤทธิ์' ผู้สมัคร สท.ศรีราชา เหตุขาดคุณสมบัติต้องคำพิพากษาจำคุกคดีค้ายาเสพติด

(8 พ.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีมีการเผยแพร่คำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้มีการถอนชื่อนายสิทธิชัย สัมฤทธิ์ สมาชิกพรรคประชาชน ออกจากการเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ หมายเลข 13 เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองศรีราชา จ.ชลบุรี เนื่องจากขาดคุณสมบัติในการลงสมัครนั้น น.ส.มนัสนันท์ วิทนา ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี ยอมรับว่า กกต.มีมติสั่งถอนชื่อนายสิทธิชัย ออกจากการเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์จริง และได้แจ้งไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์แล้ว

โดยนายสิทธิชัยต้องคำพิพากษาในคดีเก่า ซึ่งเป็นเหตุทำให้ไม่มีคุณสมบัติในการลงสมัครและเข้าข่ายรู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีสิทธิ์สมัครแต่ยังมาลงสมัครตามมาตรา 120 พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 ที่กำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาทและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้นั้นมีกำหนด20 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามคำวินิจฉัยของ กกต.ระบุว่า นายสิทธิชัยเคยต้องคำพิพากษาศาลจังหวัดพัทยาซึ่งพิพากษาว่ากระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด และสั่งลงโทษจำคุกลงโทษจำคุก 4 ปี 6 เดือน ปรับ 300,000 บาท จะมี พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรม มีพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธ.ค. 2550 ก็ไม่ได้เป็นผลให้การกระทำอันเป็นเหตุให้ถูกลงโทษลบล้างไปด้วยนายสิทธิชัย จึงเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง สภาเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี ตามพ.ร.บ.การเลือกสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 มาตรา 50 (10)

กกต.สรุปผลเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงราย เขต 7 ‘สง่า’ จากเพื่อไทย คว้าชัยเหนือผู้สมัครพรรคส้ม

กกต.ผลการเลือกตั้ง สส.เชียงราย เขต 7 อย่างไม่เป็นทางการ ‘สง่า พรมเมือง’ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย คว้าชัย เหนือผู้สมัครจากพรรคประชาชน ด้วยคะแนน 45,615 คะแนน ขณะที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิ 59.19%

(15 ก.ย. 68) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขตเลือกตั้งที่ 7 (ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ) ที่กำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 14 ก.ย.2568 ที่ผ่านมา และได้ดำเนินการออกเสียงลงคะแนนและนับคะแนนเสร็จสิ้นแล้วนั้น 

เขตเลือกตั้งที่ 7 ประกอบด้วย อ.แม่จัน (เฉพาะ ต.จันจว้า และ ต.จันจว้าใต้) อ.เชียงแสน อ.ดอยหลวง อ.เชียงของ (เฉพาะ ต.ครึ่ง ต.ศรีดอนชัย ต.ริมโขง ต.เวียง ต.สถาน และ ต.ห้วยซ้อ) และ อ.เวียงแก่น ดังนี้

1. จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 133,960 คน
2. จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 79,288 คน คิดเป็นร้อยละ 59.19
3. จำนวนบัตรดี 65,477 ใบ คิดเป็นร้อยละ 82.58 จำนวนบัตรเสีย 3,072 ใบ คิดเป็นร้อยละ 3.87 และจำนวนบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด 10,739 ใบ คิดเป็นร้อยละ 13.54
4. ผู้สมัครที่ได้รับคะแนนสูงสุด ได้แก่ นายสง่า พรมเมือง ผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย ได้รับคะแนนเสียงทั้งสิ้น 45,615 คะแนน

ขณะที่ นายสุทัศน์ ยาละ พรรคประชาชน ได้รับคะแนนเสียง 19,862 คะแนน

ทั้งนี้ กกต. จะดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมรายงานผลการนับคะแนน พร้อมทั้งพิจารณาคำร้องหรือเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง หากไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม และไม่มีคำร้องคัดคัดค้านภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จะพิจารณาประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการภายใน 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง 

‘ชูวิทย์’ เปิดเอกสารลับ ‘ฮั้ว สว.’ ชี้สุดอันตราย อาจกินรวบทั้งประเทศ!! ซับซ้อนกว่าประเด็นเขากระโดง

(1 ต.ค. 68) ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ออกมาโพสต์เปิดเอกสารอ้างการทำงานเชิงเครือข่ายที่เรียกว่า 'ฮั้ว สว.' ระบุเป็นการวางแผนกินรวบอำนาจรัฐผ่านการสั่งการ สว. เพื่อควบคุมการแต่งตั้งองค์กรตรวจสอบและองค์กรอำนาจสูงทั้งหลาย เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. และ กกต. ซึ่งหากเป็นจริงจะทำให้การตรวจสอบและการแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกบิดเบือนไปได้ง่าย

ชูวิทย์ชี้ชัดว่านี่สำคัญกว่าประเด็น 'เขากระโดง' เพราะมีผลกระทบเป็นวงกว้างต่อโครงสร้างอำนาจประเทศ — ถ้า สว. ถูกสั่งได้ การแก้รัฐธรรมนูญที่ต้องพึ่งกลไกเหล่านี้อาจเป็นเรื่องฝันลม ๆ แล้ง ๆ นอกจากนี้ ชูวิทย์ยังเรียกร้องให้ฝ่ายค้านและฝ่ายการเมืองทุกสีรู้เท่าทัน ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องกลายเป็นการ “แลกเปลี่ยนผลประโยชน์” ในสภา ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มออกหมายเรียกและตรวจสอบหลายรายที่ถูกเชื่อมโยงกับกรณีฮั้วเลือก สว. แล้ว

สำหรับข้อเรียกร้องของชูวิทย์คือความเร่งด่วนในการตรวจสอบข้อมูลและตั้งกรรมการอิสระ เพื่อนำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างโปร่งใสและรวดเร็ว ไม่ให้เป็นเพียงข่าวทางโซเชียลที่ผ่านไป พร้อมเตือนว่าสังคมควรรู้ว่าใครจะรับผิดชอบอนาคตประเทศจริง ๆ — การเมืองภาคประชาชนควรจับตาและกดดันให้มีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างครบถ้วน

กกต.เคาะแล้ว วันเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 เปิดรับสมัคร สส. 27-31 ธ.ค.68 เช็กวันเลือกตั้งล่วงหน้า ในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง นอกราชอาณาจักร

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.68 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า ตามที่พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2568 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 โดยกำหนดให้กกต.ประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป นั้น การประชุมกกต.วันนี้ สำนักงานได้เสนอร่างแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้กกต.พิจารณา โดยที่ประชุมกกต.พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานเสนอ ดังนี้

1.วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

2.วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง/นอกเขตเลือกตั้งวันลงคะแนน ณ ที่เลือกตั้งสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ

3.วันรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง แบบบัญชีรายชื่อ และพรรคการเมืองแจ้งรายชื่อบุคคลที่จะแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ดังนี้ วันที่ 27 – 31 ธันวาคม 2568 เป็นวันรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ณ สถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งประกาศกำหนด

ส่วนวันที่ 28 – 31 ธันวาคม 2568 เป็นวันรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ (เฉพาะพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้วเท่านั้น) และพรรคการเมืองแจ้งรายชื่อบุคคลที่จะแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

4.กำหนดระยะเวลาลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า (ในเขตเลือกตั้ง / นอกเขตเลือกตั้ง / นอกราชอาณาจักร) ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569

5.การแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 1 – 7 กุมภาพันธ์ 2569 และ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 

ทั้งนี้ สำนักงานกกต.จะได้ส่งประกาศดังกล่าวให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาโดยเร็วต่อไป

‘ดร.เจษฎ์’ เตือน กกต. เคลียร์ชัดๆ หวั่นเกิดม็อบทั่วประเทศ

[กรุงเทพฯ] 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00 น. -รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ส่งสัญญาณเตือนถึงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยระบุว่า ขณะนี้ภารกิจของผู้สมัครและพรรคการเมืองสิ้นสุดลงแล้ว แต่ภารกิจที่ "หนักกว่า" คือหน้าที่ของ กกต. ที่ต้องจัดการกับการเลือกตั้ง ซึ่งถูกครหาว่า "ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม" โดยเฉพาะประเด็นความผิดปกติของการนับคะแนน จากปม "บัตรเขย่ง" ที่ลือสะพัดว่ามีจำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

"บัตรมันจะเกินได้ยังไงครับ? ที่ว่าบัตรเขย่ง ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เขาก็เขย่งกันจำนวนหลักสิบ จำนวนหลักร้อยก็แทบไม่เคยเกิดในประวัติศาสตร์ ถ้ามันมากมายมหาศาลแบบนี้ การเลือกตั้ง ถูกมองว่าไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม" รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว

รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวอีกด้วยว่า กกต. มีเครื่องมือและอำนาจล้นมือในตอนนี้ หากพบหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต ต้องกล้าตัดสินใจ อย่าง “ใบเหลือง” สั่งเลือกตั้งใหม่ในเขตที่มีปัญหาเพื่อคืนความชอบธรรม “ใบแดง” ส่งศาลตัดสิทธิ์พวกโกงให้พ้นวงจรการเมือง และต้องชดใช้ค่าเลือกตั้งใหม่ อีกทั้งมีข่าวว่ากัมพูชาเริ่มอีกแล้ว เรื่องของนานาอารยประเทศที่กำลังรุกเข้ามาก็ยังไม่จบ เราจะได้รัฐบาลโดยเร็วหรือไม่ กฎหมายกำหนดครับว่าท่านต้องประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 60 วัน จะทำอะไรก็ต้องรีบทำ ปล่อยให้มีข้อครางแคลงสงสัยของพี่น้องประชาชนแบบนี้ ปล่อยให้ผู้เล่นถูกตั้งข้อรังเกียจไม่ได้ กกต.ต้องรีบจัดการโดยเร็ว ไม่ต้องรอครบ 60 วันก็ได้

"เครื่องมือมีอยู่ในมือท่าน อำนาจที่ท่านสามารถทำได้ ถ้าท่านเห็นว่ามันมีเหตุอันควรสงสัย หรือมันมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าการเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม ถ้าท่านจะคิดพิจารณาแบบที่คนเขาบอกกันว่าให้ 'ใบเหลือง' คือไม่ได้ไปกระทบสิทธิ์ใคร แต่ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตใด ท่านต้องรีบทำ หากว่าท่านพบว่ามีการกระทำผิด มีสิ่งที่ถึงขนาดว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อ ท่านต้องดำเนินการส่งศาลเพื่อให้เกิดสิ่งที่คนเขาเรียกว่า 'ใบแดง' แล้วต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ โดยที่ถ้ามีใครทำผิด คนนั้นก็ต้องถูกตัดสิทธิ์ และถ้าหากศาลได้วินิจฉัยมาแล้ว คนนั้นก็ต้องจ่ายค่าเลือกตั้งใหม่" รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว
 

‘ทนายบอน’ ไขข้อข้องใจ ทำไม กกต. ไม่ให้นับคะแนนใหม่ทุกครั้ง ชี้ ต้องมี ‘ใบทักท้วง’ เป็นหลักฐาน ถ้าไม่ค้านหน้าหน่วยตอนนับ ถือว่ายอมรับกติกา

นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ หรือ ทนายบอน ผู้สมัคร สส. กทม. พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า ว่าด้วย [การนับคะแนนใหม่]

ตามปกติการนับคะแนนเลือกตั้ง ต้องกระทำโดยเปิดเผย ต่อหน้าประชาชน สื่อมวลชน

พรรคการเมืองและผู้สมัครมีสิทธิส่งผู้สังเกตการณ์ของตนเองไปประจำหน่วยเลือกตั้งได้ และโดยปกติพรรคการเมืองหรือผู้สมัคร ต้องอบรมผู้สังเกตการณ์ของตนเอง ว่านับคะแนนแบบไหนผิดกฎหมาย หากพบความผิดปกติต้องทักท้วงอย่างไร

นอกจากนั้นยังมีหัวคะแนนธรรรมชาติ ที่ทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ให้กับผู้สมัครหรือพรรคการเมืองที่ตนรักคอยสังเกตอยู่ แถมทุกวันนี้ทุกคนมีมือถือพร้อมถ่ายคลิป ลงสื่อโซเชี่ยลตลอดเวลา

ในการนับคะแนน การเปิดบัตรเลือกตั้ง การขานคะแนน การเขียนคะแนนลงกระดาน ทำทีละคะแนน อย่างค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้น ทุกคะแนนที่ไม่ถูกต้องจึงจะต้องถูกทักท้วงทันที ... ถ้าไม่มีคนทักท้วงเลยต้องถือว่าคะแนนนั้นถูกต้อง สมบูรณ์

เมื่อมีการทักท้วง “กปน” กรรมการประจำหน่วย จะเป็นผู้วินิจฉัย ท่ามกลางประชาชนทุกคน ส่วนใหญ่จบที่ขั้นตอนนี้

ถ้า กปน. วินิจฉัยแล้วผู้ทักท้วงไม่เห็นด้วย มีสิทธิ “เขียนข้อทักท้วง” ตามแบบฟอร์ม กกต. ได้
หรือกรณีอื่นๆ ที่ผิดปกติ ประชาชนหรือผู้สังเกตการณ์ก็สามารถเขียนข้อทักท้วงได้

ประเด็น คือ “ข้อทักท้วงในแบบฟอร์ม” นี่แหละที่เป็นกุญแจ เปิดประตูสู่การ “นับคะแนนใหม่” ตามที่กฎหมายกำหนด

เพราะถือว่า ทุกคะแนนทักท้วงได้ และต้องทักท้วงทันที หากไม่มีการทักท้วงไว้ตามแบบฟอร์มย่อมหมายความว่า “ทุกคะแนน” ที่นับต่อหน้าประชาชน นั้น ไม่มีปัญหา

‘พรรครักชาติ’ ขอบคุณทุกคะแนนบริสุทธิ์ พร้อมจี้ กกต. แก้ไข “คะแนนตกน้ำ”

[กรุงเทพฯ] 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. คณะกรรมการบริหาร และสมาชิกพรรครักชาติ ร่วมกันแถลงขอบคุณคะแนนบริสุทธิ์ จากประชาชนทั่วประเทศที่พร้อมใจกันลงคะแนนให้ โดยนายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรครักชาติ ได้กล่าวขอบคุณ ทุกคะแนนเสียงที่มอบให้กับเบอร์ 35 พร้อมเน้นย้ำว่าพรรคนี้เกิดขึ้นจากอุดมการณ์บริสุทธิ์ของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ปราศจากการซื้อเสียง และการครอบงำจากกลุ่มทุน ซึ่งยืนยันว่าพรรครักชาติจะยังคงเดินหน้าตามเจตนารมณ์ “รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน” ต่อไปอย่างมั่นคง และฝากไปถึง กกต. กรณี “คะแนนตกน้ำ” และความโปร่งใส ซึ่งระบบการเลือกตั้งที่ทำให้เกิด “คะแนนตกน้ำ” โดยเฉพาะกรณีที่ประชาชนเกิดความสับสนในการจำเบอร์ผู้สมัคร ส.ส. เขต กับเบอร์พรรค (Party List) จนทำให้เจตนารมณ์ของผู้ลงคะแนนผิดเพี้ยนไป
.
“พวกเราพรรครักชาติทุกคน ต้องกราบขอบพระคุณ คะแนนเสียงทุกคะแนน ที่เลือกพรรคของเราเบอร์ 35 เราเป็นพรรคใหม่ที่ไม่มีนายทุน เรามีอุดมการณ์ที่ต้องการที่จะรักษาชาติ พระมหากษัตริย์ ประชาชน และเป็นการเปลี่ยนแปลงของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ต้องการซื้อเสียง พรรคของเรามาจากอุดมการณ์ ที่พ่อแม่พี่น้องเลือกเราด้วยความเต็มใจ เบอร์ 35 ไม่มี ส.ส. เขต เบอร์ 35 ดังนั้นเราจะไม่มีคะแนนเสียงที่ตกน้ำครับ เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราอยากจะฝากไปถึง กกต. อยากจะให้หาวิธีที่ทำให้การเลือกนั้นไม่มีคะแนนเสียงตกน้ำ ที่คนตั้งใจจะไปเลือก ส.ส. เขต แล้วเลือกผิดไปเลือกเบอร์พรรคเป็นเบอร์เดียวกันกับ ส.ส. เขตด้วยครับ” นายฐิติพันธุ์ กล่าว
.
ด้านนายฐิติพัฒณ์ จันทร์แก้ว กรรมการบริหารพรรค กล่าวถึงกลุ่มผู้สนับสนุน และกลุ่ม IO (Information Operation) ที่ติดตามการทำงานของพรรครักชาติ โดยขอให้ทุกคนช่วยกันสร้าง “วัฒนธรรมทางการเมืองใหม่” ที่เน้นการวิพากษ์วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ และพรรครักชาติ แม้จะไม่ได้ที่นั่งในสภาฯ  แต่สมาชิกพรรค กรรมการบริหาร จะยังคงสานต่อนโยบายต่าง เพื่อทำให้ทุกคนเห็นว่า สิ่งที่เราทำนั้นมันไม่ใช่เป็นเพียงแค่คำพูด แต่เราจะทำให้ทุกคนได้เห็นจริง ๆ ว่านโยบายของเราคืออะไร 
.
“เราจะทำให้ทุกคนได้เห็นครับว่าสิ่งที่เราทำนั้น มันไม่ใช่เป็นเพียงแค่คำพูด แต่เราจะทำให้ทุกคนได้เห็นจริง ๆ  ครับ ว่านโยบายของเราคืออะไร และสุดท้าย ผมอยากจะฝากไปถึง กกต. สิ่งที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ตอนนี้  ไม่ว่าจะทั้งเรื่องของหน่วยที่ชลบุรีเองก็ตาม ผมอยากจะฝากไปถึงพ่อแม่พี่น้องประชาชนเองก็ดี สิ่งไหนที่กำลังทำอยู่ มันอาจจะเข้าข่ายเรื่องของการผิดกฎหมาย ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้อง ทำทุกอย่างให้อยู่ในกฎ ในกรอบ เพราะไม่งั้นนะ สิ่งที่กำลังทำอยู่นี่ มันจะเป็นผลเสียต่อคนทั้งประเทศ และหมู่มากก็ได้” นายฐิติพัฒณ์ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top