‘วีระศักดิ์ โควสุรัตน์’ ชูโมเดล “น่านสะอาด” ของ วช. โครงการวิจัยลด PM2.5 ชูชุมชนเวียงสาต้นแบบจัดการเศษวัสดุเกษตร ปั้นรายได้จากซังข้าวโพด
จังหวัดน่าน – เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำคณะผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่จังหวัดน่าน ติดตามความสำเร็จแผนงานวิจัย “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5” ชูความสำเร็จเครือข่ายชุมชนเวียงสา เปลี่ยนเศษวัสดุทางการเกษตรเป็นปุ๋ยและเห็ด สร้างรายได้ควบคู่การฟื้นฟูปอดและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาวิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดคณะผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิ นำโดย นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ และ นายประลอง ดำรงค์ไทย ผู้อำนวยการแผนงานประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5 ได้ร่วมลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของ ผศ.ดร.เอกชัย ดวงใจ หัวหน้าโครงการวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน ในพื้นที่อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน
เปลี่ยน “จุดความร้อน” เป็น “จุดสร้างรายได้” ด้วยแนวคิด BCG
หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือการเปลี่ยนทัศนคติจากการ “เผา” สู่การ “ใช้ประโยชน์” โดยเน้นการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างครบวงจรผ่านโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy):
• สร้างมูลค่าเพิ่ม: นำซังข้าวโพด ฟาง และมูลสัตว์ มาผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์และการเพาะเห็ดภายใต้วิสาหกิจชุมชน "เก้าเห็ดเป็นยา จังหวัดน่าน"
• พืชเศรษฐกิจใหม่: ส่งเสริมการปลูกถั่วลิสงลายเสือและการผลิตอาหารสัตว์น้ำ เพื่อทดแทนการพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยวที่มักมีการเผาหลังการเก็บเกี่ยว
• นวัตกรรมลดแรงงาน: นำเทคโนโลยีระบบน้ำหยดและการหมักปุ๋ยชีวภาพสูตรเร่งการย่อยสลายมาใช้ เพื่อช่วยเกษตรกรลดภาระแรงงานและเพิ่มผลผลิตต่อไร่
ดูแลสุขภาพควบคู่สิ่งแวดล้อม
นอกเหนือจากการจัดการด้านเกษตรกรรม โครงการยังให้ความสำคัญกับ “ลมหายใจของชุมชน” โดยมีกิจกรรมฟื้นฟูปอดสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นควัน รวมถึงการส่งเสริมการใช้สมุนไพรพื้นบ้านและผักปลอดภัยเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายจากภายใน
พลังเครือข่าย: จากศูนย์เรียนรู้สู่การขยายผลระดับจังหวัด
ความสำเร็จในพื้นที่อำเภอเวียงสาเกิดจากการผนึกกำลังของหลากหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่น อาทิ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11, บริษัท ไฟฟ้าหงสา จำกัด, อบต.น้ำมวบ, อบต.ส้าน และสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดน่าน โดยใช้กลไกการเรียนรู้แบบ Farmer-to-Farmer Learning หรือการให้เกษตรกรสอนเกษตรกรด้วยกันเอง ผ่านศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ระบุว่า การเปลี่ยนวิธีคิดของชุมชนให้เห็นว่าเศษวัสดุคือทรัพยากรที่มีค่า จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้จังหวัดน่านและภาคเหนือตอนบนหลุดพ้นจากวิกฤต PM2.5 ได้อย่างถาวร ซึ่งทาง วช. มีแผนที่จะขยายผลโมเดลความสำเร็จนี้ไปสู่พื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศในอนาคต










