MOU 43/44 ตัวแปรสําคัญรวมเสียงอนุรักษ์นิยม

(3 ก.พ. 69) นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมาย และนักวิเคราะห์การเมือง ได้วิเคราะห์ว่า ในสถานการณ์ที่ฝ่ายขวาหรือฝ่ายอนุรักษ์นิยมกำลังเผชิญปัญหาความไม่ชัดเจนทางทิศทางการเมือง โดยเฉพาะความทับซ้อนของฐานเสียงระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ ความลังเลดังกล่าวได้เปิดพื้นที่ให้พรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยค่อย ๆ แทรกตัวเข้ามา และอาจส่งผลให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมสูญเสียโอกาสในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 

คำถามสำคัญคือ หากพรรคใดพรรคหนึ่งประกาศอย่างชัดเจนว่า หากเป็นแกนนำรัฐบาลจะยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 ทันที จะสามารถดึงเสียงของฝ่ายอนุรักษ์นิยมกลับมารวมศูนย์ได้หรือไม่

ในเชิงโครงสร้างความคิดของฝ่ายอนุรักษ์นิยม ประเด็นเรื่องอธิปไตยของรัฐและความมั่นคงของประเทศเป็น “แก่นกลาง” ของอุดมการณ์มาโดยตลอด MOU 43 และ MOU 44 ถูกมองในสายตาของคนกลุ่มนี้ว่าเป็นข้อตกลงที่ผูกมัดรัฐไทยในลักษณะที่เสียเปรียบ และสะท้อนความอ่อนแอของฝ่ายการเมืองในอดีต ดังนั้น การประกาศยกเลิกอย่างชัดเจนจึงไม่ใช่เพียงนโยบายเชิงเทคนิคทางกฎหมาย แต่เป็น สัญญาณทางการเมือง ที่สื่อถึงความเด็ดขาดและความยืนหยัดในหลักรัฐชาติ

หากพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคประชาธิปัตย์กล้าประกาศจุดยืนดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ผลทางการเมืองที่เป็นไปได้สูงคือการดึงคะแนนเสียงจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่กระจัดกระจายและยังตัดสินใจไม่ได้ ให้กลับมาสนับสนุนพรรคที่แสดงความชัดเจนมากที่สุด เพราะในบริบทการเมืองไทย ฐานเสียงฝ่ายนี้ให้คุณค่ากับ “ความกล้าในการตัดสินใจ” มากกว่าท่าทีแบบประนีประนอมเพื่อรักษาพื้นที่ทางการเมือง

ที่สำคัญ การประกาศยกเลิก MOU 43 และ 44 ยังทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งทางการเมืองที่ชัดเจน ระหว่างพรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยมกับพรรคที่มีแนวคิดก้าวหน้าหรือประนีประนอมด้านอธิปไตย ซึ่งจะช่วยปิดช่องว่างไม่ให้พรรคส้มและพรรคเพื่อไทยเข้ามาครอบครองประเด็นชาตินิยมในเชิงวาทกรรมได้ง่ายดังเช่นที่ผ่านมา

กล่าวโดยสรุป หากพรรคใดพรรคหนึ่งในค่ายฝ่ายอนุรักษ์นิยมสามารถใช้ประเด็นการยกเลิก MOU 43 และ 44 เป็นนโยบายหลักอย่างชัดแจ้ง ย่อมมีศักยภาพสูงในการรวบรวมเสียงของฝ่ายนี้ให้กลับมารวมศูนย์ และเพิ่มโอกาสในการก้าวขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้อีกครั้ง โดยเงื่อนไขสำคัญที่สุดไม่ใช่จำนวนที่นั่งในปัจจุบัน แต่คือ ความชัดเจนทางจุดยืน ซึ่งเป็นสิ่งที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมกำลังแสวงหามากที่สุดในห้วงเวลานี้