Tuesday, 14 July 2026
WORLD

สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ เปิดศึกกัมพูชา เสนอ ‘คว่ำบาตร–ขึ้นบัญชีดำเขมร’ เอี่ยวทุนเทา

(16 ต.ค. 68) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน 3 คน ได้แก่ เจฟเฟอร์สัน ชรีฟ จากรัฐอินเดียนา, จอห์น มูลีนาร์ จากมิชิแกน และไมเคิล รูลี จากโอไฮโอ ได้เสนอร่างมติ H.R. 5490 ต่อคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎร เรียกร้องให้ “ขึ้นบัญชีกัมพูชาเป็นประเทศที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ” พร้อมเรียกร้องให้คว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัฐและผู้นำธุรกิจรายใหญ่ของกัมพูชาที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในกิจกรรมผิดกฎหมายและเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนจีน

ร่างมติดังกล่าวอยู่ภายใต้ชื่อ “Promoting International Fraudsters Accountability Act” โดยระบุรายชื่อบุคคลกว่า 40 รายที่ใกล้ชิดกับอดีตนายกรัฐมนตรีฮุนเซน รวมถึงสมาชิกครอบครัวและผู้มีอิทธิพลในวงการพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และธุรกิจคาสิโน เช่น เนต ซาโวเอิน, ฮุน โต, ก๊ก อัน และเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ “เบน สมิธ” ชาวแอฟริกาใต้ที่ถูกกล่าวหาว่าบริหารเครือข่ายทุจริตแทนกลุ่มฮุนเซน

รายงานของคณะกรรมาธิการความมั่นคงและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ระบุว่า กัมพูชาถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของศูนย์สแกมเมอร์ที่มีเครือข่ายเชื่อมโยงจีน ครอบคลุมถึงไทย ลาว และเวียดนาม โดยสร้างความเสียหายต่อชาวอเมริกันกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 ขณะที่แอมเนสตี้อินเตอร์เนชันแนลรายงานว่ามีแรงงานกว่า 120,000 คนในกัมพูชาถูกกักขังหรือบังคับทำงานในกิจการหลอกลวงออนไลน์เหล่านี้

ด้านทางการกัมพูชายังไม่ออกมาแสดงความเห็นต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่ผู้สังเกตการณ์มองว่าร่างมติของสหรัฐฯ เป็นสัญญาณกดดันทางการเมืองครั้งใหม่ เพื่อสกัดอิทธิพลจีนในกัมพูชา ซึ่งถูกมองว่าเป็นพันธมิตรสำคัญของปักกิ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

‘เลขาธิการนาโต้’ โว!! นาโต้เหนือกว่ารัสเซียทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจและกองทัพ ยืนยันพร้อมหนุนยูเครนต่อเนื่อง

(16 ต.ค. 68) มาร์ก รุตเต้ (Mark Rutte) เลขาธิการใหญ่องค์การนาโต้ กล่าวในที่ประชุมสมัชชารัฐสภานาโต้ครั้งที่ 71 ณ กรุงลูบลิยานา ประเทศสโลวีเนีย เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 ว่า องค์กรพันธมิตรนาโต้กำลัง “ยกระดับการตอบสนอง” ต่อภัยคุกคามทั่วโลก โดยพันธมิตรยุโรปและแคนาดาเพิ่มงบประมาณกลาโหมเป็น 5% ของจีดีพี พร้อมเร่งขยายการผลิตอาวุธและสนับสนุนยูเครนอย่างต่อเนื่อง

รุตเต้เปิดเผยว่า โครงการ “Prioritised Ukraine Requirements List” หรือ PURL ของนาโต้ ได้ส่งมอบยุทโธปกรณ์มูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐให้ยูเครนภายในสองเดือนหลังเปิดตัว พร้อมย้ำว่า “สิ่งนี้ไม่เพียงช่วยให้ยูเครนยังอยู่ในสนามรบ แต่ยังช่วยชีวิตผู้คน” นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสร้างความเข้าใจกับประชาชนถึงภัยคุกคามความมั่นคงที่กำลังขยายตัวทั่วโลก

เลขาธิการนาโต้ยังกล่าวในเชิงเปรียบเทียบว่า เศรษฐกิจของกลุ่มพันธมิตรนาโต้มีขนาดใหญ่กว่ารัสเซียถึง 25 เท่า และมีกองทัพที่ “เหนือกว่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด” ทั้งด้านเทคโนโลยีและศักยภาพทางอากาศ โดยยกตัวอย่างเครื่องบินรบ MiG-31 ของรัสเซียว่า “ไม่อาจเทียบได้แม้แต่เงาของนาโต้” 

อย่างไรก็ดี ฝ่ายรัสเซียตอบโต้ทันที โดยมองว่าคำพูดของรุตเต้เป็นเพียง “สงครามข้อมูล” ที่สะท้อนถึงความวิตกของนาโต้ต่อการพัฒนาทางทหารของมอสโก ซึ่งยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องแม้จะถูกคว่ำบาตรและกดดันจากชาติตะวันตกก็ตาม

ตร.กัมพูชาปฏิบัติการใหญ่!! รวบต่างชาติ 200 คน มั่วสุมเสพยากลางพนมเปญ สอบโยงขบวนการสแกมเมอร์

(16 ต.ค. 68) เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติกัมพูชา พร้อมตำรวจท้องที่ บุกตรวจค้นอาคารชื่อ “พิช เล เมฆ” หรือ “Diamond in the Sky” ในเขตเกาะเพชร กรุงพนมเปญ เมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา หลังสืบทราบว่ามีการเปิดสถานที่ให้บริการเสพยาเสพติดอย่างลับ ๆ โดยใช้เวลาปฏิบัติการยาวนานกว่า 6 ชั่วโมง

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมชายและหญิงได้รวมประมาณ 200 คน มีทั้งชาวจีน ชาวเวียดนาม และชาวกัมพูชา เบื้องต้นทั้งหมดถูกนำตัวไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อตรวจหาสารเสพติดและสอบสวนเพิ่มเติม โดยตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม รายงานอีกกระแสระบุว่า อาคารดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรมที่ใช้สถานที่แห่งนี้กักขังเหยื่อหลายร้อยคน ก่อนส่งต่อไปยังศูนย์สแกมเมอร์ในพื้นที่อื่น ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลตรวจสอบเชื่อมโยงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป พร้อมยืนยันว่าการปฏิบัติการทลายอาคารแห่งนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับการที่ทีมตอบโต้สถานการณ์ของรัฐบาลเกาหลีใต้ เดินทางมาถึงพนมเปญเมื่อคืนที่ผ่านมา

‘ทรัมป์’ รับ ‘ยูเครน’ อยากบุกใส่รัสเซีย ชั่งใจส่ง ‘โทมาฮอว์ก’ หวั่นยกระดับสงคราม

(16 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าเตรียมหารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เกี่ยวกับสถานการณ์สงครามกับรัสเซีย โดยระบุว่ายูเครนต้องการ 'เปิดเกมรุก' และตนจะตัดสินใจในภายหลังว่าจะอนุมัติการส่งขีปนาวุธโทมาฮอว์ก (Tomahawk) ให้หรือไม่

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “พวกเขาอยากบุก ผมจะต้องพิจารณาเรื่องนี้” พร้อมย้ำว่าการตัดสินใจจะเกิดขึ้นหลังการหารือกับผู้นำยูเครน ซึ่งมีกำหนดเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในเร็ว ๆ นี้

ด้านรัสเซียออกมาเตือนว่า การส่งขีปนาวุธโทมาฮอว์กให้ยูเครน จะไม่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ในแนวรบได้ แถมยังอาจยกระดับความขัดแย้ง เนื่องจากการใช้งานอาวุธดังกล่าวจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง

จีนจัดประชุม World Conference on China Studies เวทีวิชาการระดับนานาชาติ แลกเปลี่ยนมุมมองต่อจีนยุคใหม่

(15 ต.ค. 68) ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ได้เปิดฉากงานประชุมระดับนานาชาติ 'World Conference on China Studies' ครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ 'Historical and Contemporary China: A Global Perspective' โดยมีนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านจีนศึกษากว่า 500 คนจากทั่วโลก เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับประเทศจีนทั้งในอดีตและปัจจุบัน

ภายในงานจัดขึ้นทั้งเวทีเสวนาย่อย นิทรรศการ และกิจกรรมทางวัฒนธรรม โดยเน้นหัวข้อสำคัญ เช่น ความทันสมัยของจีน, บทบาทของคนรุ่นใหม่ในวงการศึกษาของจีน, และการศึกษาจีนในยุคปัญญาประดิษฐ์และดิจิทัล ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามของจีนในการเปิดกว้างทางความคิดและส่งเสริมความเข้าใจจากมุมมองจากนานาชาติ

ทั้งนี้ การประชุมนี้จัดโดย สำนักงานข้อมูลแห่งคณะรัฐมนตรีจีน (SCIO) และรัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้ พร้อมด้วยหน่วยงานและสถาบันการศึกษาหลายแห่งร่วมสนับสนุน อีกทั้งยังมีการประกาศ 'ข้อริเริ่มพัฒนาจีนศึกษาโลก' และเปิดตัวหนังสือแนะนำสำหรับการวิจัยด้านจีนศึกษา เพื่อผลักดันองค์ความรู้เชิงลึกของจีนในระดับสากล
 

ตม.กัมพูชา ยืนยันพบแล้วชาวเกาหลีใต้ 80 คน อ้างทั้งหมด 'มีความสุขดี' และปฏิเสธกลับประเทศ

(15 ต.ค. 68) รัฐบาลกัมพูชาเปิดเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ควบคุมตัวชาวเกาหลีใต้ราว 80 คนไว้ในความดูแล โดยทั้งหมดปฏิเสธที่จะเดินทางกลับประเทศ แม้เจ้าหน้าที่จากเกาหลีใต้จะเข้ามาประสานงานแล้วก็ตาม ข้อมูลนี้เปิดเผยโดยนายทัช สุขะ (Touch Sokhak) โฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ผ่านสำนักข่าวซินหัว ของจีน

อย่างไรก็ตาม ทางการกัมพูชายังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ชาวเกาหลีใต้ทั้ง 80 คนนี้ เป็นกลุ่มเดียวกับพลเมืองเกาหลีใต้ที่รัฐบาลโซลกำลังติดตามหาหรือไม่ หลังมีรายงานจากสื่อเกาหลีใต้ก่อนหน้านี้ว่า มีชาวเกาหลีใต้ราว 80 คน “หายตัวไป” ในกัมพูชา ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ซึ่งหนึ่งในนั้นเกี่ยวข้องกับกรณีการเสียชีวิตของนักศึกษาหนุ่มวัย 22 ปี ที่ถูกพบเป็นศพในจังหวัดกำปอต

คดีดังกล่าวนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัยชาวจีน 2 คน และทางการกำลังติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยอีก 1 ราย ขณะเดียวกัน โฆษกกัมพูชายังยืนยันว่า ครอบครัวของนักศึกษาผู้เสียชีวิตและสถานทูตเกาหลีใต้ในพนมเปญ ไม่ได้แจ้งบุคคลสูญหายอย่างเป็นทางการเข้ามา

‘ปูติน’ มอบเอกสารลับของสหภาพโซเวียตให้ ‘ทรัมป์’ หวังคลี่คลายปริศนาการลอบสังหาร ‘จอห์น เอฟ. เคนเนดี’

(15 ต.ค. 68) สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงวอชิงตันเปิดเผยว่า เอกอัครราชทูตอเล็กซานเดอร์ ดาร์ชีเยฟ (Alexander Darchiev) ได้ส่งมอบจดหมายจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมเอกสารลับที่เพิ่งถูกเปิดเผย เกี่ยวกับการลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี เมื่อปี 1963 โดยมีการส่งมอบผ่านนางแอนนา พอลินา ลูนา (Anna Paulina Luna) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน รัฐฟลอริดา

เอกสารดังกล่าวอ้างอิงจากบันทึกลับของสหภาพโซเวียต ซึ่งบางส่วนเคยถูกมอบให้สหรัฐฯ ตั้งแต่สมัยที่ อนาโตลี มิคอยาน (Anastas Mikoyan) ประธานสภาระดับสูงแห่งโซเวียต ซึ่งเป็นตัวแทนเข้าร่วมพิธีศพของเคนเนดี โดยรัสเซียระบุว่าการเปิดเผยครั้งนี้เป็นไปตามความตกลงของผู้ถือสิทธิ์ในเอกสาร และมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการสืบสวนเพิ่มเติมตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์เคยให้สัญญากับประชาชนอเมริกัน

ด้านนางลูนาได้โพสต์บนแพลตฟอร์ม X (ทวิตเตอร์เดิม) ว่า เธอได้รับรายงานต้นฉบับจากเอกอัครราชทูตรัสเซียแล้ว และทีมผู้เชี่ยวชาญกำลังเร่งแปลและตรวจสอบเนื้อหา ก่อนจะเผยแพร่สู่สาธารณะโดยเร็ว โดยระบุว่า “นี่คือเอกสารที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างมหาศาล”

อดีต ผบ.ทบ.สหรัฐฯ ลั่นหากเกิดสงครามกับ ‘รัสเซีย’ NATO พร้อมตอบโต้!! ถล่มฐานทัพรัสเซียในพริบตา

(15 ต.ค. 68) อดีตผู้บัญชาการทหารสหรัฐฯ ประจำยุโรป พล.อ. เบน ฮอดจ์ส (Ben Hodges) กล่าวในการสัมภาษณ์ว่า หากเกิดการปะทะโดยตรงระหว่างรัสเซียกับนาโต้ ผลลัพธ์จะไม่เหมือนสงครามรัสเซีย-ยูเครน และนาโต้มีศักยภาพตอบโต้ด้วยกำลังอากาศและหน่วยรบภาคพื้นดินอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้ฐานทัพสำคัญของรัสเซีย เช่น คาลินินกราด และเซวาสโทพอล ถูกทำลายภายในไม่กี่ชั่วโมงแรกของการปะทะ

ฮอดจ์สย้อนเหตุการณ์ปี 2014 ว่า แม้ยุโรปและชาติพันธมิตรจะสนับสนุนยูเครน แต่หลายประเทศยังพึ่งพาพลังงานรัสเซียมากเกินไปจนไม่ยอมปรับมาตรการ การคว่ำบาตรในช่วงนั้นจึงไม่สามารถหยุดยั้งพฤติกรรมของรัสเซียได้ เขาจึงมองว่าการปะทะหากเกิดกับสมาชิกนาโต้จะต้องได้รับการตอบโต้ที่เด็ดขาดกว่าเพื่อป้องกันไม่ให้การรุกรานลุกลาม

“ผมคงไม่พูดว่าถ้าพวกเขาโจมตีประเทศสมาชิกนาโต้ สถานการณ์คงจะต่างไปจากยูเครน ไม่เลย ประการแรก มันเป็นภูมิประเทศที่แตกต่าง ภูมิศาสตร์ที่แตกต่าง หากรัสเซียโจมตีโปแลนด์ในปี 2025 ในลักษณะเดียวกับที่โจมตียูเครน รัสเซียคงถูกทำลายโดยกองทัพอากาศนาโต้และกองกำลังภาคพื้นดินของพันธมิตร มั่นใจได้เลยว่าคาลินินกราดจะถูกทำลายภายในไม่กี่ชั่วโมงแรก ภายในไม่กี่ชั่วโมงแรกคาลินินกราดจะหายไปหมด ฐานทัพรัสเซียทั้งหมดถูกทำลาย รวมถึงฐานทัพรัสเซียในเซวาสโทพอลด้วย” พล.อ. เบน ฮอดจ์ส กล่าว

ลอนดอนสูญรายได้นับพันล้านปอนด์ นักท่องเที่ยวแห่ไปปารีส-มิลานแทน หลังยกเลิก ‘ช้อปปลอดภาษี’

(15 ต.ค. 68) สำนักข่าว The Evening Standard รายงานว่า ลอนดอนกำลังสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายพันล้านปอนด์ หลังรัฐบาลอังกฤษยกเลิกนโยบายคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT Refund) ตั้งแต่ปี 2021 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวมีกำลังซื้อสูงจากเอเชีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาเหนือ หันไปจับจ่ายในเมืองคู่แข่งอย่างปารีส มิลาน และมาดริดแทน ขณะที่ยอดใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในอังกฤษยังกลับมาได้เพียง 75% ของช่วงก่อนโควิด-19 เท่านั้น

ข้อมูลจาก VisitBritain.org ระบุว่า ปี 2024 มีนักท่องเที่ยวไทยกว่า 72,000 คน เดินทางไปอังกฤษ รวมใช้จ่ายกว่า 131.7 ล้านปอนด์ (ราว 6,000 ล้านบาท) โดยเฉลี่ยคนไทยใช้จ่ายกว่า 1,800 ปอนด์ต่อทริป ส่วนใหญ่เป็นของหรูและแฟชั่นในลอนดอน แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากยังไม่มีนโยบายคืนภาษี นักท่องเที่ยวพรีเมียมอาจเลือกช้อปที่ปารีสหรือมิลานแทน เพราะคืนภาษีได้เต็มจำนวน

ขณะที่บรรดาผู้ประกอบการกว่า 500 ราย ร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษนำ “ช้อปปลอดภาษี” คืนกลับมา เพราะสูญเสียรายได้และลูกค้ากลุ่มพรีเมียมให้ยุโรป โดยระบุว่าหากฟื้นนโยบายนี้ จะสร้างรายได้เพิ่ม 2 พันล้านปอนด์ และเปิดตลาดใหม่อีก 3.65 พันล้านปอนด์ทั่วประเทศ แต่รัฐบาลยังยืนยันว่า การยกเลิกช่วยประหยัดงบรัฐกว่า 500 ล้านปอนด์ต่อปี

เดเร็ค ฮาร์ทแมน (Derrick Hardman) ประธานสมาคมค้าปลีกนานาชาติเตือนว่า ช่องว่างระหว่างสหราชอาณาจักรกับยุโรปกำลังถ่างกว้างขึ้นเพราะการยกเลิกนโยบายนี้ “การนำ VAT-free shopping กลับมา จะเป็นแรงขับสำคัญต่อเศรษฐกิจ” เขากล่าว พร้อมเสริมว่าทุกภูมิภาคของอังกฤษจะได้รับประโยชน์หากรัฐบาลทบทวนมาตรการดังกล่าว แต่จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีสัญญาณว่า ราเชล รีฟส์ (Rachel Reeves) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะเปลี่ยนใจในงบประมาณเดือนพฤศจิกายนนี้

DOJ สหรัฐฯ ลุยยึด ‘บิตคอยน์’ มูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลล์ จาก ‘เฉิน จื้อ’ นักธุรกิจจีน!! ชักใยขบวนการสแกมเมอร์ในกัมพูชา

(15 ต.ค. 68) กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) เปิดเผยการดำเนินคดีทางกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยฟ้องร้องและยึดทรัพย์บิตคอยน์กว่า 127,000 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 550,000 ล้านบาท) ซึ่งเชื่อว่าเป็นผลประโยชน์จากขบวนการฉ้อโกงและฟอกเงินข้ามชาติ ซึ่งปัจจุบันบิตคอยน์เหล่านี้อยู่ในการควบคุมของรัฐบาลสหรัฐฯ แล้ว

คดีนี้มีผู้ต้องหาหลักคือ 'เฉิน จื้อ' (Chen Zhi) หรือ 'วินเซนต์' ชาวจีน แต่ถือสัญชาติอังกฤษและกัมพูชา วัย 37 ปี ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Holding Group ซึ่งถูกตั้งข้อหาสมคบคิดฉ้อโกงผ่านระบบอินเทอร์เน็ตและฟอกเงิน โดยมีการบังคับใช้แรงงานในคอมพาวด์ต่าง ๆ ทั่วกัมพูชา เพื่อหลอกเหยื่อทั่วโลกให้ลงทุนในคริปโตภายใต้กลโกงที่เรียกว่า 'Pig Butchering'

อัยการสหรัฐฯ ระบุว่า เฉินและผู้บริหารระดับสูงของ Prince Group ใช้บริษัทบังหน้าในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และบริการด้านการเงิน แต่เบื้องหลังกลับขยายอิทธิพลกลายเป็นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติขนาดใหญ่ในเอเชีย ทำรายได้มหาศาลจากการหลอกลงทุนและบังคับแรงงานต่างชาติ

ทั้งนี้ 'เฉิน จื้อ' ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี ขณะที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะเดินหน้าติดตามตัวผู้ต้องหาและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยคดีนี้ถือเป็นการยึดทรัพย์จากคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ และเป็นสัญญาณชัดเจนถึงการปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ทั่วโลก

จีนฟันโทษประหารชีวิต!! อดีตนักการเมืองมองโกเลียใน รอลงอาญา 2 ปี ฐานรับสินบนมโหฬารกว่า 2 พันล้าน

(15 ต.ค. 68) ศาลประชาชนเมืองอี้ชาง มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน มีคำพิพากษาให้ 'หวัง ป๋อ' (Wang Bo) อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการถาวรสภาประชาชนเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน มีความผิดฐานรับสินบนกว่า 449 ล้านหยวน (ราว 2.3 พันล้านบาท) ลงโทษประหารชีวิตแต่ให้รอลงอาญา 2 ปี พร้อมยึดทรัพย์ทั้งหมดและตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต

ศาลระบุว่า หวัง ป๋อ ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้บุคคลและหน่วยงานต่าง ๆ ตั้งแต่ช่วงปี 2023 ถึง 2024 ทั้งในด้านธุรกิจ การจัดจ้างโครงการ และการเลื่อนตำแหน่ง โดยแลกกับเงินสินบนจำนวนมหาศาล ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรงที่สร้างความเสียหายอย่างยิ่งต่อผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน

ทั้งนี้ แม้จำเลยให้การรับสารภาพและคืนทรัพย์สินบางส่วน ศาลจึงลงโทษสถานเบาประหารชีวิตให้รอลงอาญา แต่ระบุชัดว่าจะไม่มีสิทธิ์ลดโทษหรือพักการลงโทษใด ๆ หมายความว่า 'หวัง ป๋อ' จะต้องใช้ชีวิตที่เหลือทั้งหมดอยู่ในเรือนจำจนตาย

สื่อท่องเที่ยวชื่อดังยกย่อง ‘ประเทศไทย’ ติดท็อป 5 ประเทศที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2025

(14 ต.ค. 68) ประเทศไทยคว้าอันดับที่ 5 “ประเทศที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2025” จากผลโหวตผู้อ่านนิตยสารท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก Condé Nast Traveller ซึ่งเผยแพร่ในหมวด The Best Countries in the World: 2025 Readers’ Choice Awards นับเป็นการตอกย้ำชื่อเสียงของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินทางทั่วโลก

สื่อท่องเที่ยวชื่อดังได้ยกย่อง “เสน่ห์อันยั่งยืนของประเทศไทย” ที่เกิดจากความหลากหลายทางภูมิประเทศ วัฒนธรรม และอาหารการกิน รวมถึงระบบคมนาคมที่เชื่อมต่อได้สะดวกทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ เครื่องบินภายในประเทศ เรือโดยสาร หรือรถบัสข้ามคืน ทำให้การเดินทางจากเหนือจรดใต้ของไทยเป็นเรื่องง่ายและเต็มไปด้วยประสบการณ์ที่น่าประทับใจ

นอกจากนี้ Condé Nast Traveller ยังชี้ว่า จุดขายของไทยคือความมีชีวิตชีวาของตลาดกลางคืน อาหารพื้นเมืองที่หลากหลาย และชายหาดที่สวยงามระดับโลก โดยเฉพาะหลังจากซีรีส์ดัง The White Lotus ซีซันล่าสุดเลือกใช้โรงแรม Four Seasons Resort เกาะสมุย เป็นสถานที่ถ่ายทำหลัก ทำให้ประเทศไทยกลับมาอยู่ในความสนใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลกอีกครั้ง

สำหรับรายชื่อ “20 ประเทศที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2025” อันดับหนึ่งได้แก่ อิตาลี ตามมาด้วย 2.กาตาร์ 3.ญี่ปุ่น 4.ภูฏาน 5.ไทย 6.โมร็อกโก 7.กรีซ 8.นิวซีแลนด์ 9.เวียดนาม 10.โอมาน 11.โครเอเชีย 12.สเปน 13.เม็กซิโก 14.ฝรั่งเศส 15.มัลดีฟส์ 16.เอสโตเนีย 17.แอฟริกาใต้ 18.โปรตุเกส 19.ศรีลังกา 20.ชิลี

‘เวเนซุเอลา’ ปิดสถานทูตใน ‘นอร์เวย์–ออสเตรเลีย’ เดินหน้าสร้างพันธมิตรใหม่ในแอฟริกา

(14 ต.ค. 68) รัฐบาลเวเนซุเอลาประกาศปิดสถานทูตในนอร์เวย์และออสเตรเลีย เพื่อปรับโครงสร้างการทูตรอบใหม่ โดยระบุว่าเป็น “การกระจายทรัพยากรเชิงกลยุทธ์” เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางนโยบายต่างประเทศยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นการสร้างพันธมิตรกับประเทศในกลุ่ม 'โลกใต้' (Global South) มากกว่าชาติตะวันตก

นายอีวาน กิล (Yvan Gil) รัฐมนตรีต่างประเทศของเวเนซุเอลา แถลงว่า การปรับโครงสร้างนี้มีเป้าหมายเพื่อใช้ทรัพยากรของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับความร่วมมือในด้านการพัฒนา การศึกษา พลังงาน และความมั่นคง โดยเฉพาะกับประเทศที่มีจุดยืนสอดคล้องกับเวเนซุเอลาในเวทีโลก

พร้อมกันนี้ เวเนซุเอลายังประกาศเปิดสถานทูตแห่งใหม่ในซิมบับเวและบูร์กินาฟาโซ เพื่อใช้เป็นฐานขยายความร่วมมือในด้านเกษตร เหมืองแร่ และพลังงาน ถือเป็นสัญญาณชัดว่า ประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) แห่งเวเนซุเอลา กำลังหันเหจุดศูนย์กลางการทูตจากตะวันตก มุ่งหน้าสู่แอฟริกาและพันธมิตรโลกใต้มากขึ้น

2 สาว NGO สายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ป่วนวันชาติสเปน บุกพิพิธภัณฑ์มาดริด สาดสีใส่ภาพวาดโคลัมบัส ปี 1892

(14 ต.ค. 68) ตำรวจสเปนจับกุมหญิงนักเคลื่อนไหว 2 คนจากกลุ่ม Futuro Vegetal หลังสาดสีแดงใส่ภาพวาดชื่อดัง “Primer homenaje a Cristóbal Colón” ผลงานของศิลปิน โฮเซ การ์เนโล (José Garnelo) ปี 1892 ซึ่งจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์กองทัพเรือ กรุงมาดริด เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันชาติสเปน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องอพยพผู้เข้าชมออกจากห้องจัดแสดงชั่วคราว

กลุ่มผู้ประท้วงอธิบายว่าการสาดสีดังกล่าวมีเจตนาเชิงสัญลักษณ์ เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้าน “การเฉลิมฉลองความรุ่งเรืองจากอาณานิคม” พร้อมชูป้ายข้อความว่า “12 ตุลาคม ไม่มีอะไรให้น่าฉลอง” โดยต้องการสะท้อนให้เห็นผลกระทบจากระบบอาณานิคมในอดีตและวิกฤตสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ขณะที่ทางพิพิธภัณฑ์ระบุว่าภาพวาดได้รับความเสียหายเล็กน้อย และสามารถฟื้นฟูคืนสภาพได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

ตำรวจเปิดเผยว่าทั้งสองคนถูกตั้งข้อหาทำลายมรดกทางวัฒนธรรม โดยต่อมา กองทัพเรือสเปนได้ออกแถลงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ภาพวาดดังกล่าวได้รับการบูรณะเรียบร้อยและกลับมาเปิดให้ชมตามปกติ เหตุการณ์นี้ได้จุดกระแสถกเถียงในสังคมอีกครั้งเกี่ยวกับ “ขอบเขตของการประท้วง” และ “การปกป้องมรดกศิลปะของชาติ”

นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน ยังมีการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์อีกแห่งที่พิพิธภัณฑ์เรน่า โซเฟีย กรุงมาดริด เมื่อกลุ่มนักเคลื่อนไหว Marea Palestina กว่า 20 คน นั่งประท้วงหน้า Guernica ผลงานชิ้นเอกของปิกัสโซ พร้อมถือป้าย “Stop genocide” เพื่อเรียกร้องให้ยุติการโจมตีในฉนวนกาซาและเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปในพื้นที่ ก่อนจะยุติการชุมนุมอย่างสงบหลังผ่านไปประมาณ 40 นาที

สภาคองเกรสสหรัฐฯ เดินหน้ากฎหมาย H.R.5490 ล่าแก๊งสแกมข้ามชาติ Benjamin–Yim Leak–Huione

(14 ต.ค. 68) สภาคองเกรสสหรัฐฯ เปิดศึกครั้งใหญ่กับ 'ขบวนการสแกมข้ามชาติ' ที่กำลังสร้างความเสียหายทั่วโลก โดยล่าสุดมีการเสนอร่างกฎหมายชื่อว่า 'Dismantle Foreign Scam Syndicates Act' (H.R.5490) เพื่อให้รัฐบาลสหรัฐฯ มีอำนาจจัดตั้ง คณะทำงานพิเศษระดับชาติ (Task Force) สำหรับ 'ล้างบาง' เครือข่ายอาชญากรรมที่ใช้แรงงานบังคับและระบบออนไลน์ในการหลอกลวงผู้คน — โดยเฉพาะในประเทศกัมพูชา เมียนมา และลาว

ผู้เสนอร่างกฎหมายคนสำคัญคือ นายเจฟเฟอร์สัน ชรีฟ (Jefferson Shreve) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐอินดีแอนา พรรครีพับลิกัน ซึ่งร่วมกับ สส.จอห์น มูลีนาร์ และสส.ไมเคิล รูลลี เสนอร่างเข้าสภาเมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา โดยกฎหมายนี้ถูกส่งต่อให้คณะกรรมาธิการด้านการต่างประเทศและด้านยุติธรรมของสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา

สาระสำคัญของร่างกฎหมายนี้ คือ การตั้งคณะทำงานข้ามหน่วยงานขึ้นมานำโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อสืบสวนและปิดล้อม “ศูนย์สแกม” ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใช้แรงงานบังคับของเหยื่อค้ามนุษย์ในการดำเนินการหลอกลวงแบบ 'Pig Butchering' หรือ 'หลอกให้รัก หลอกให้ลงทุน' ซึ่งกำลังระบาดไปทั่วภูมิภาค

สภาคองเกรสระบุในรายงานประกอบร่างว่า เครือข่ายสแกมเหล่านี้ส่วนใหญ่มี รากฐานจากองค์กรอาชญากรรมจีน ที่เข้าไปตั้งศูนย์ปฏิบัติการในประเทศที่มี “รัฐบาลอำนาจนิยมและขาดความโปร่งใส” เช่น กัมพูชา ลาว และเมียนมา และในหลายกรณี “มีความร่วมมือโดยตรงกับเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง” ของประเทศเหล่านี้

ตัวเลขความเสียหายรุนแรงถึงขั้นที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประเมินว่า เฉพาะในปี 2024 ชาวอเมริกันสูญเงินไปกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการถูกหลอกลงทุน และทั่วโลกอาจมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี

สิ่งที่ทำให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกจับตาอย่างมาก คือ รายชื่อบุคคลและองค์กรที่อยู่ในบัญชีคว่ำบาตรเบื้องต้นกว่า 30 ราย ซึ่งรวมถึงกลุ่มธุรกิจใหญ่ในกัมพูชา เช่น Huione Group, Prince Group, K99 Group, Union Development Group, และบุคคลที่ใกล้ชิดกับครอบครัวผู้นำกัมพูชาอย่าง ฮุน เซน

ในรายชื่อยังปรากฏชื่อของ Yim Leak และ D. Chen Zhi ที่มีบทบาทสำคัญในธุรกิจการเงินและอสังหาริมทรัพย์ในพนมเปญ Hun To และ Dy Vichea ซึ่งเป็นสมาชิกในตระกูลผู้นำกัมพูชา รวมถึง Chou Bun Eng และ Sar Sokha เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนรู้เห็นกับการปล่อยให้มีศูนย์สแกมเกิดขึ้นในประเทศ

หากร่างกฎหมายนี้ผ่านวุฒิสภาและมีผลบังคับใช้ รัฐบาลสหรัฐฯ จะสามารถใช้กฎหมาย Global Magnitsky Act และ Executive Order 13581 เพื่อคว่ำบาตรบุคคลเหล่านี้ทันที ทั้งในรูปแบบการอายัดทรัพย์สิน ห้ามทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินสหรัฐฯ และตัดสิทธิ์ในการเดินทางเข้าสหรัฐฯ

ภายใต้ร่างนี้ ยังมีข้อกำหนดให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จัดตั้ง Task Force ภายใน 30 วัน และต้องจัดทำยุทธศาสตร์ภายใน 180 วัน เพื่อ
1. ประสานกับพันธมิตรระหว่างประเทศในการปิดศูนย์สแกม
2. กดดันรัฐบาลที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง เช่น กัมพูชา ให้รับผิดชอบ
3. และให้ใช้ “ขีดความสามารถทางไซเบอร์เชิงรุก” เพื่อโจมตีและทำลายโครงสร้างเทคโนโลยีของขบวนการเหล่านี้โดยตรง

กฎหมายนี้ยังจัดสรรงบประมาณกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี สำหรับการช่วยเหลือและฟื้นฟูเหยื่อค้ามนุษย์ที่ถูกบังคับให้ทำงานในศูนย์สแกม รวมถึงการนำพวกเขากลับบ้านอย่างปลอดภัย

นักวิเคราะห์ในวอชิงตันมองว่า “Dismantle Foreign Scam Syndicates Act” คือก้าวสำคัญของนโยบายความมั่นคงใหม่ของสหรัฐฯ ที่เชื่อมโยง “อาชญากรรมไซเบอร์ – การค้ามนุษย์ – อำนาจรัฐอำนาจนิยม” เข้าด้วยกัน โดยเฉพาะในกัมพูชา ซึ่งชื่อของเครือข่ายใกล้ชิดกับ ฮุน เซน ปรากฏอยู่ในบัญชีคว่ำบาตรเกือบทั้งหมด

สหรัฐฯ ส่งสัญญาณชัดว่า “จะไม่เพียงแค่ปราบสแกมเมอร์รายย่อย” แต่จะสืบสวนไปถึงผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อยุติวงจรของอาชญากรรมและการคอร์รัปชันที่บั่นทอนเสถียรภาพในภูมิภาคนี้มานานหลายปี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top