Tuesday, 14 July 2026
WORLD

‘โจ ไบเดน’ หอบสังขารวัย 80 ชิงตำแหน่งปธน. สมัยที่ 2 เผย!! มีเป้าหมายอยากทำภารกิจที่ค้างคา ให้สำเร็จ

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ วัย 80 ปี ประกาศวันนี้ว่า เขาจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 ซึ่งจะทำให้เขาเป็นผู้สมัครที่อายุมากที่สุดในประวัติสาสตร์การเมืองของสหรัฐ โดยเขาระบุว่า ต้องการจะทำภารกิจให้เสร็จสิ้น

(25 เม.ย.66) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายไบเดน ทวีตข้อความทางทวิตเตอร์ พร้อมกับคลิปวิดีโอระบุถึงเจตนารมย์ในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอีกสมัย เป็นสมัยที่ 2 ทั้งนี้ก็เพื่อจะทำงานให้ลุล่วงเสร็จสิ้น โดยการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐจะมีขึ้นในปี 2024 ในช่วง 2 ปีของการดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของสหรัฐ ในการชิงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 นี้ นายไบเดนดูเหมือนจะไม่มีคู่แข่งในพรรคเดโมแครตเพื่อเป็นตัวแทนพรรค แต่ในสนามเลือกตั้งประธานาธิบดี อาจจะเป็นนัดล้างตาเพราะอาจจะเจอกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน เหมือนการเลือกตั้งในปี 2020 และนายไบเดน จะต้องโดนตรวจสอบอย่างหนักและโดนจี้จุดเกี่ยวกับเรื่องอายุของเขา

สื่อต่างชาติฮือฮา!! หลัง ‘ปชป.’ ดัน ‘เซ็กซ์ทอย’ ถูกกฎหมาย ชี้!! ดึงเม็ดเงินใต้ดินสู่คลัง-ลดอาชญากรรม-ลดอัตราหย่าร้าง

สื่อหลายชาติฮือฮา ‘ปชป.’ ไอเดียกระฉูด ดัน ‘เซ็กซ์ทอย’ ถูกกฎหมาย


(25 เม.ย.66) กลายเป็นเรื่องฮือฮาระดับโลกไปแล้วกับไอเดียกระฉูดของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่เสนอให้ ‘เซ็กซ์ทอย (Sex Toy)’ หรืออุปกรณ์เพิ่มความสุขทางเพศ เป็นสินค้าถูกกฎหมาย ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในวันที่ 14 พ.ค. 2566 โดยเรื่องนี้ได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศหลายสำนัก

สถานีโทรทัศน์ France24 ของฝรั่งเศส เสนอข่าว Good vibrations: Thai party makes sex toy election pledge ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคสายอนุรักษ์นิยมในไทย ชูประเด็นแก้ไขกฎหมายเพื่อปลดล็อกเซ็กซ์ทอย โดยให้เหตุผลด้านการย้ายเม็ดเงินจากใต้ดินเข้าสู่ระบบการเงินการคลังของประเทศ สื่อฝรั่งเศสยังกล่าวด้วยว่า แม้จะได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในดินแดนที่มีเสรีภาพทางเพศมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) แต่ประเทศไทยซึ่งประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ปัจจุบันเซ็กซ์ทอยยังถือเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย

สื่อเมืองน้ำหอมอ้างคำกล่าวของ รัชดา ธนาดิเรก (Ratchada Thanadirek) กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2566 ว่า เซ็กซ์ทอยมีประโยชน์เพราะอาจนำไปสู่การลดลงของการค้าประเวณีและการหย่าร้างเนื่องจากความใคร่ทางเพศไม่ตรงกัน รวมถึงอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ก่อตั้งขึ้นในทศวรรษ 1940s (ช่วงปี 2483-2492 โดยพรรคก่อตั้งในปี 2489) แต่ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อปี 2562 พรรคประสบความล้มเหลว และกระแสนิยมก็ยังไม่ค่อยดีนักกับการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 14 พ.ค. 2566

'แจ็ค หม่า' หวนคืนบทบาท 'ครู' อีกครั้ง ตั้งใจอุทิศตนเพื่องานสังคมในวัย 58

แม้จะเคยทำงานมาหลายอาชีพ ทั้งงานบริการ รับจ้างทั่วไป เป็นไกด์ท้องถิ่น กว่าจะก่อตั้งธุรกิจ E-Commerce ระดับหมื่นล้านได้สำเร็จ เป็นมหาเศรษฐีเบอร์ต้นๆ ของโลก แต่มีอยู่อาชีพหนึ่งที่ แจ็ค หม่า รักมาก และพูดถึงเสมอ นั่นก็คือการเป็น 'ครู'

หลังจากห่างหายจากบรรยากาศหน้าชั้น กระดานดำมาเนิ่นนาน วันนี้ แจ็ค หม่า ตอบรับงานสอนเต็มตัวอีกครั้ง ในฐานะศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ ให้กับ University of Hong Kong (HKU) หนึ่งในสุดยอดมหาวิทยาลัยด้านบริหารธุรกิจติดอันดับโลก เรียบร้อยแล้ว

ก่อนหน้านี้ทาง HKU เคยมอบเกียรติบัตรสังคมศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตให้กับแจ็ค หม่า มาแล้ว เพื่อเป็นเกียรติกับเขาที่สร้างผลงานอันโดดเด่นในวงการธุรกิจ E-commerce ที่ช่วยขับเคลื่อนสังคม และเศรษฐกิจในระดับมหภาค แม้ว่าตัวแจ็ค หม่า จะไม่เคยเรียนสาขาเทคโนโลยี หรือ ไอที มาก่อนก็ตาม 

และนอกจาก HKU แล้ว แจ็ค หม่า ยังได้รับปริญญาดุษฎีบัณทิตจากอีกหลายสถาบันทั่วโลก อาทิ Tel Aviv University ของอิสราเอล, National Taiwan Normal University หรือ De La Salle University ที่ฟิลิปปินส์ ฯลฯ 

หากรวมทั้งคุณวุฒิ และ ประสบการณ์ที่ผ่านมา อาจจะไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับ แจ็ค หม่า ที่จะหางานสอน หรือจัดอบรม เปิดเวทีสัมมนาด้านธุรกิจร่วมกับสถาบันการศึกษาที่ไหนสักแห่ง ขอเพียงแค่เขาเอ่ยปาก 

แต่ด้วยนโยบายการกวาดล้างธุรกิจ Fintech ของรัฐบาลปักกิ่ง ที่กระทบกับแผนการนำ Ant Group เข้าตลาดหลักทรัพย์ ทำให้แจ็ค หม่า ต้องลดบทบาทในฐานะผู้บริหาร Alibaba ลงตั้งแต่ปี 2020 และ งดออกสื่อนานเกือบ 3 ปี และเพิ่งมีข่าวว่าได้เดินทางกลับสู่ประเทศจีนแล้วเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมทีผ่านมา หลังจากที่เขาใช้เวลาเก็บตัวเงียบๆ ในต่างประเทศนานนับปี 

และทันทีที่แจ็ค หม่า ปรากฏตัวออกสื่อ ทางมหาวิทยาลัยแห่งฮ่องกง ได้ส่งจดหมายเสนอตำแหน่งทางวิชาการ เชิญแจ็ค หม่า มาเป็นศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ ทันที ซึ่ง แจ็ค หม่า ได้ตอบตกลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

โดยเบื้องต้นจะรับงานในตำแหน่ง 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษาภาคฤดูใบไม้ผลิ 1 เมษายนปีนี้ จนถึงเดือนมีนาคม ปี 2026 ซึ่งเขาขอเน้นงานศึกษาวิจัยด้านการเงิน การเกษตร และ นวัตกรรมองค์กร แต่ยังไม่มีแผนว่าจะมีการจัดสัมมนา หรือกล่าวสุนทรพจน์ออกงานสาธารณะหรือไม่ 

โฆษกของสถาบัน HKU กล่าวต้อนรับการมาของศาสตราจารย์แจ็ค หม่า และเชื่อมั่นในประสบการณ์ ความรู้ลึก รู้จริง ในการพัฒนาธุรกิจด้านนวัตกรรม ที่โดดเด่น หาตัวจับยากของเขา อีกทั้ง บนหน้าเว็บไซท์ของ ภาควิชาบริหารธุรกิจของสถาบัน ได้ขึ้นรูปโปรไฟล์ของ แจ็ค หม่า ไว้แล้วในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการและกลยุทธ์

‘ด่านบกกานฉีเหมาตู’ รายงานการค้าปี 2023 ‘จีน – มองโกเลีย’ ยอดสินค้าพุ่ง 10 ล้านตัน ทะลุเป้าเร็วกว่าปี 2022 เกือบ 4 เดือน!!

(25 เม.ย. 66) สำนักข่าวซินหัว, ฮูฮอต รายงานว่า หน่วยงานบริหารด่านบกกานฉีเหมาตู ซึ่งเป็นด่านทางหลวงขนาดใหญ่ที่สุดบนพรมแดนจีนและมองโกเลีย รายงานปริมาณการค้าระหว่างสองประเทศผ่านด่านบกกานฉีเหมาตู ในปีนี้ได้สูงเกิน 10 ล้านตันแล้ว

รายงานระบุว่าด่านบกกานฉีเหมาตู ซึ่งตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองมองโกเลียในทางตอนเหนือของจีน ได้จัดการสินค้าราว 10.02 ล้านตัน ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. – 22 เม.ย.66 หรือคิดเฉลี่ยอยู่ที่ 112,600 ตันต่อวัน

ทั้งนี้ ด่านบกกานฉีเหมาตูเป็นด่านทางหลวงแห่งแรกของมองโกเลียใน ที่มีปริมาณการค้าสินค้าสูงถึง 10 ล้านตันในปี 2023 ซึ่งบรรลุเป้าหมายเร็วกว่าปี 2022 เกือบ 4 เดือน

ด่านบกกานฉีเหมาตูมุ่งมั่นเพิ่มประสิทธิภาพพิธีการศุลกากร ด้วยการดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า ขณะเป็นช่องทางนำเข้าพลังงานที่สำคัญของจีน และศูนย์กลางสำคัญของระเบียงเศรษฐกิจจีน – มองโกเลีย – รัสเซีย


ที่มา : https://www.xinhuathai.com/china/353900_20230425

ย้อนอดีตร่วม 10 ปี รายได้ครอบครัวเอเชียในสหรัฐฯ พบ!! แซงหน้าชาวมะกัน สะท้อนการศึกษาสำคัญ มีผลต่อรายได้

(25 เม.ย.66) เพจ 'หรรสาระ By Jeans Aroonrat) ได้โพสต์ข้อมูลจาก US Census Bureau ซึ่งกล่าวถึงค่าเฉลี่ยรายได้ต่อครัวเรือนของครอบครัวจากเชื้อชาติต่างๆ ที่เข้าไปตั้งรกรากในสหรัฐฯ ช่วงปี 2013-2015 โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจมากๆ ว่า...

ชาวเอเชียหลายชาติในสหรัฐฯ มีรายได้ต่อครัวเรือนสูงกว่า ค่าเฉลี่ยรวมที่ $56,000 มาก และยังสูงกว่าครอบครัวคนผิวขาวเสียอีก 

ส่วนชาวผิวดำ และลาตินยังอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนค่าเฉลี่ยการศึกษาของครอบครัวชาวเอเชียก็สูงปรี๊ด ด้วยค่านิยมที่อยากให้ลูกหลานเรียนจบมหาวิทยาลัย ที่ให้มีค่าเฉลี่ยการศึกษาในระดับปริญญาตรีสูงกว่าชาวอเมริกันทั่วไป 2-3 เท่า

‘ไต้หวัน’ จับตา ‘กองเรือบรรทุกเครื่องบินจีน’ อย่างใกล้ชิด หลังกองทัพจีนประกาศซ้อมรบใกล้กับทางตอนใต้ของเกาะ

เมื่อวันที่ 24 เม.ย.66 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า กระทรวงกลาโหมไต้หวันจับตาใกล้ชิดกองเรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพจีน เคลื่อนไหวอยู่ห่างจากเกาะไต้หวันไปทางตะวันออกเฉียงใต้เป็นระยะทาง 120 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 220 กิโลเมตร

ความเคลื่อนไหวของกองทัพไต้หวันเกิดขึ้นหลังกองเรือบรรทุกเครื่องบินที่มีเรือซานตง เรือบรรทุกเครื่องบินหนึ่งเดียวของจีน เป็นเรือธงแล่นผ่านช่องแคบบาชี (อยู่ระหว่างไต้หวันกับฟิลิปปินส์) ออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิกเพื่อเข้าร่วมภารกิจซ้อมรบ

โดยเรือซานตงของจีนแล่นผ่านช่องแคบดังกล่าวไปในช่วงเดียวกันกับการพบกันของประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ผู้นำหญิงของไต้หวัน กับนายเควิน แม็กคาร์ธี ประธานสภาคองเกรสคนใหม่จากพรรครีพับลิกัน ที่นครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

ซึ่งต่อมา กองทัพจีนประกาศเปิดปฏิบัติการซ้อมรบในมหาสมุทรแปซิฟิก หลังประธานาธิบดีไช่เดินทางกลับถึงเกาะไต้หวัน

แถลงการณ์กระทรวงกลาโหมไต้หวัน ระบุว่า กองเรือบรรทุกเครื่องบินของจีนยังคงอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก เพื่อร่วมภารกิจซ้อมรบห่างจากแหลมเอ๋อหลวนปี๋ ซึ่งเป็นส่วนใต้สุดของเกาะไต้หวันไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ราว 120 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 220 กม.

ทางการไต้หวันยืนยันว่า กองทัพไต้หวันจับตาความเคลื่อนไหวของกองเรือดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และเตรียมการอย่างเหมาะสมแล้วเพื่อเตรียมรับมือหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

'จีน' เล็งใช้การพิมพ์ 3 มิติ สร้างอาคารบนดวงจันทร์ หวังยืดระยะเวลา 'อยู่-สำรวจ' ให้นานขึ้น

(24 เม.ย.66) สำนักข่าวซินหัว หนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี รายงานว่าจีนวางแผนใช้โครงการสำรวจดวงจันทร์ของประเทศเพื่อสำรวจความเป็นไปได้ในการสร้างอาคารบนดวงจันทร์โดยใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ

หนังสือพิมพ์ฯ อ้างอิงอู๋เหว่ยเหริน นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำขององค์การบริหารอวกาศแห่งชาติจีน ระบุว่ายานสำรวจดวงจันทร์ฉางเอ๋อ-8 (Chang’e-8) มีกำหนดทำการตรวจสอบสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบแร่ธาตุบนดวงจันทร์ในสถานที่จริง รวมถึงตรวจสอบความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างการพิมพ์ 3 มิติ บนพื้นผิวดวงจันทร์

“หากต้องการอยู่บนดวงจันทร์ในระยะยาว เราจำเป็นต้องสร้างสถานีโดยใช้วัสดุบนดวงจันทร์” อู๋กล่าว

ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยในประเทศหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยถงจี้ และมหาวิทยาลัยซีอันเจียวทง ได้เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติบนดวงจันทร์แล้ว

อนึ่ง ยานฉางเอ๋อ-8 จะเป็นยานสำรวจดวงจันทร์ลำที่สาม ต่อจากยานฉางเอ๋อ-6 (Chang’e-6) และยานฉางเอ๋อ-7 (Chang’e-7) ที่จะลงจอดบนดวงจันทร์ในโครงการสำรวจดวงจันทร์ครั้งต่อไปของจีน

'นักวิชาการ' ชี้!! สงครามพันทางของสหรัฐฯ เอี่ยวหนุนรัฐประหารอย่างมีนัยในซูดาน

จากที่เหตุการณ์ในซูดาน ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนมีการอพยพประชาชนในหลายประเทศ ขณะเดียวกันก็มีรายงานถึงเบื้องหลัง หรือ ผู้ที่สนับสนุนการรัฐประหารอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยมีชื่อสหรัฐอเมริกาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนั้น ด้าน ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ นักวิชาการทางบูรพคดีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ก็ได้โพสต์ผ่าน Blockdit ถึงสถานการณ์ของซูดานต่อเนื่องไปยังสหรัฐฯ ว่า...

'อเมริกาเล่นบทเมริกุ๊ยโลกที่ซูดาน'

กรณีประเทศซูดาน สื่อมวลชนไทยควรนำเสนอข่าวให้ชัดเจนว่าอเมริกาอยู่เบื้องหลังการทำรัฐประหาร เพราะซูดานกำลังทิ้งดอลลาร์ หันไปทางรัสเซียและจีน รัฐบาลอเมริกาทนไม่ได้ จึงต้องให้ทหารซูดานที่เป็นหุ่นเชิดตนทำรัฐประหารขึ้นมา

ประเทศที่สร้างภาพว่าประชาธิปไตยมาตลอดอย่างอเมริกา ที่แท้ก็ลวงคนทั้งโลก เบื้องหลังคือ จอมเผด็จการโลกโดยแท้ 

ทูตอเมริกาในไทย หรือในที่ไหนๆ ไม่ควรจะมีสิทธิ์สอนประเทศอื่นในเรื่องระบอบประชาธิปไตย เพราะตนเองก็ยังไม่ได้เป็นประชาธิปไตยแต่อย่างใด

ต่างชาติแห่หนีตายจาก 'ซูดาน' หลังเมืองหลวงกลายเป็นมิคสัญญี ฟาก 2 กองทัพระเบิดสงครามกลางเมือง เข้าสู่วันที่ 10

รัฐบาลต่างชาติ ทั้งสหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, ฝรั่งเศส ซาอุดีอาระเบีย ฯลฯ ประกาศอพยพเจ้าหน้าที่สถานทูต และพลเมืองของตนออกจากซูดานอย่างเร่งด่วน หลังเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงด้วยอาวุธสงคราม และการโจมตีทางอากาศระหว่าง 2 กองกำลังแห่งชาติ ได้แก่ กองทัพซูดาน ที่นำโดย พลเอก อับเดล ฟัตตาห์ อัล-บูร์ฮานและ กองกำลังกึ่งทหาร Rapid Support Forces (RSF) ที่มี โมฮาเหม็ด ฮัมดัน ดากาโล เป็นผู้นำ ณ ใจกลางกรุงคาร์ทูม เมืองหลวงของซูดาน

โดยการสู้รบเปิดฉากขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2566 เป็นต้นมาแบบไม่มีสัญญาณการแจ้งเตือนล่วงหน้า จนถึงวันนี้ก็เข้าสู่วันที่ 10 แล้ว สถานการณ์ก็ยังคงรุนแรง และไม่มีฝ่ายใดหยุดยิง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วไม่น้อยกว่า 400 คน ขณะที่ชาวซูดานผู้ติดอยู่ในเมืองกำลังประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร และน้ำ สาธารณูปโภคทั้งประปา และ ไฟฟ้า ถูกตัดขาด ไม่นับรวมปัญหาการปล้นสดมภ์ และการถูกลูกหลงจากการโจมตีทางทหาร

นอกจากนี้ กองกำลังซูดาน ต่างพยายามแย่งชิงพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ อาทิ ทำเนียบประธานาธิบดี, รัฐสภา, สนามบิน, สถานีโทรทัศน์, สถานีเครือข่ายโทรคมนาคม ทำให้การอพยพชาวต่างชาติเต็มไปด้วยความยากลำบาก เพราะไม่สามารถเข้าถึงสนามบินนานาชาติได้

ล่าสุดมีการประสานงานให้สามารถอพยพชาวต่างชาติออกจากกรุงคาร์ทูมได้ทางรถยนต์ ทางเรือ หรือทางอากาศ โดยรัฐบาลต่างชาติสามารถส่งเครื่องบินมารับพลเมืองของตนได้ที่ท่าเรือซูดาน ทางชายฝั่งทะเลดำ ซึ่งห่างจากกรุงคาร์ทูมถึง 850 กิโลเมตร

โดยซาอุดีอาระเบีย เป็นชาติแรกที่สามารถอพยพพลเมืองกว่า 150 คนออกจากซูดานได้ และเดินทางมาถึงเมืองเจดดาห์อย่างปลอดภัยเมื่อวันเสาร์ 22 เมษายนที่ผ่านมา และยังช่วยเหลือพลเมืองของชาติอื่นๆ เช่น คูเวต, UAE, ตูนิเซีย, ปากีสถาน, อินเดีย, ฟิลิปปินส์ ฯลฯ ออกจากซูดานด้วย

ด้านกองทัพสหรัฐฯ ได้จัดส่ง Chinook เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงขนาดใหญ่จำนวน 3 ลำ พร้อมกองกำลังอีก 100 นายไปรับพลเมืองอเมริกัน คณะทูตและครอบครัวแล้วเช่นกัน โดยนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐประกาศยุติปฏิบัติการด้านการทูตในซูดานอย่างไม่มีกำหนด แต่ยังมีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นประจำอยู่คอยช่วยเหลือพลเมืองอเมริกัน ที่คาดว่ายังติดอยู่ในซูดานนับพันคน 

ริชี ซูแน็ก นายกรัฐมนตรีอังกฤษส่งกองกำลังติดอาวุธ รุดหน้าไปช่วยอพยพคณะทูตอังกฤษพร้อมครอบครัวออกมาทั้งหมดแล้ว อีกทั้งยอมรับว่ามีการคุกคามเจ้าหน้าที่สถานทูตอังกฤษ ที่นับวันความรุนแรงก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

ชาวเกาหลีใต้ 56% หนุนเกาหลีใต้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อใช้ต้านภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ 

(24 เม.ย.66) สำนักสำรวจเรียลมิเตอร์สอบถามความเห็นชาวเกาหลีใต้วัยผู้ใหญ่จำนวน 1,008 คนเมื่อสัปดาห์ก่อน ผู้ตอบ 56.5% สนับสนุนให้เกาหลีใต้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ด้วยตัวเอง และเห็นว่าควรต้องหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นหารือในโอกาสที่

ประธานาธิบดี ยุน ซ็อกยอล จะเดินทางไปประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ในวันนี้ ขณะที่ผู้ตอบ 40.8% คัดค้านการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่ข้อถามถึงเหตุผลที่สนับสนุนให้เกาหลีใต้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ผู้ตอบ 45.2% ชี้ว่า เกาหลีใต้ควรต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ และต่อข้อถามถึงเหตุผลที่คัดค้านการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ผู้ตอบ 44.2% ชี้ว่า จะทำให้เกาหลีใต้ถูกนานาชาติคว่ำบาตร 

ประธานาธิบดียุนจะเยือนสหรัฐฯ ในฐานะประมุขของรัฐเป็นเวลา 6 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน เนื่องในวาระครบ 70 ปีที่ 2 ประเทศเป็นพันธมิตรกัน คาดว่าประเด็นภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ จะเป็นหัวข้อหลักของการสนทนากับผู้นำสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาวในวันที่ 26 เมษายนหลังจากพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ

‘หมอมิยู’ ทันตแพทย์สาว คว้าสถิติโลก ในงานวิ่ง ‘ลอนดอนมาราธอน’  หลังวิ่งด้วยชุดไทยได้เร็วที่สุด ดัน Soft Power ชูชุดไทยสู่สากล

(23 เม.ย. 66) ทันตแพทย์สาวนักวิ่ง อยากเผยแพร่ Soft Power แฟชั่นไทย สวมชุดไทยเต็มยศวิ่งระยะ 42 กิโลเมตร ประกาศความงามชุดไทยให้โลกรู้ในลอนดอนมาราธอน ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 45 นาที คว้าสถิติโลกการวิ่งด้วยชุดไทยได้เร็วที่สุด

ข่าวดีจากประเทศอังกฤษ เมื่อวานนี้ (23 เม.ย. 66) เมื่อ ‘หมอยูมิ’ ทันตแพทย์หญิง ชรินญา กาญจนเสวี คุณหมอนักวิ่งชาวไทย ลงวิ่งในรายการ ‘ลอนดอนมาราธอน’ ซึ่งเป็น 1 ใน 6 รายการวิ่งเมเจอร์ระดับโลก ในระยะมาราธอน (42.195 กิโลเมตร)

ความพิเศษของการวิ่งในครั้งนี้ อยู่ที่ หมอยูมิ เลือกที่จะแต่งชุดไทยแบบเต็มยศ มีทั้งรัดเกล้า สไบ โจงกระเบน รวมน้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม พร้อมทั้งยื่นขอจดสถิติโลก Guinness World Records เป็นนักวิ่ง ‘Fastest Marathon dressed in Thai Traditional Dress’ หรือ นักวิ่งที่แต่งชุดไทยวิ่งมาราธอนได้เร็วที่สุด

‘ฉางซา’ เปิดตัว ‘เครื่องขุดอุโมงค์ยักษ์’ ขุดได้ทั้งแนวนอน-ปล่องแนวเอียง เผย สามารถเปลี่ยนทิศโค้งแนวตั้ง ที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลกได้!!

(23 เม.ย.66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า บริษัท ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรักชัน เฮฟวี อินดัสทรี จำกัด (CRCHI) เปิดตัวเครื่องจักรขุดเจาะอุโมงค์ขนาดใหญ่ยักษ์ แบบปรับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางได้ ในนครฉางซา เมืองเอกของมณฑลหูหนานทางตอนกลางของจีน เมื่อวันพฤหัสบดี (20 เม.ย.) ที่ผ่านมา

เครื่องจักรขุดเจาะอุโมงค์ขนาดใหญ่ยักษ์ แบบปรับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางได้ ซึ่งมีความยาว 87 เมตร และเส้นผ่านศูนย์กลาง 6.53-8 เมตร สามารถทำงานขุดเจาะแบบลาดเอียงสูงถึง 50 องศา โดยมีกำหนดใช้งานในการก่อสร้างสถานีพลังงานแบบสูบกลับในหูหนาน

อู๋หมิน รองประธานสถาบันวิจัยเครื่องจักรขุดเจาะอุโมงค์ของบริษัทฯ กล่าวว่าเครื่องจักรนี้สามารถขุดเจาะทั้งอุโมงค์แนวนอนและปล่องแนวเอียง รวมถึงสามารถเปลี่ยนทิศโค้งแนวตั้งซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในโลก และสามารถเปลี่ยนแปลงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขณะเดินเครื่อง ถือเป็นการออกแบบที่มีเอกลักษณ์

'เยอรมนี' ปิดฉาก 3 โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์สุดท้าย ลดนำเข้าพลังงานฟอสซิล มุ่งสู่ยุคพลังงานสะอาด

(23 เม.ย.66) German Embassy Bangkok โดย สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี กรุงเทพฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

ปิดฉากยุคโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์สามแห่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ในประเทศเยอรมนี ได้ปิดตัวลงแล้วเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา

ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการดำเนินการตามเป้าหมายการลดการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานนิวเคลียร์ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งอันที่จริงแล้ว สัดส่วนการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในเยอรมนีในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมาก็ลดลงมาโดยตลอดจาก 22% เหลือต่ำกว่า 5% 

วิเคราะห์!! 'ดอลลาร์' จะยังเป็น King อีกยาวไหม? ขณะที่ 'จีน-รัสเซีย' ดัน 'หยวน-ทองคำ' มาทุบ

ข่าวที่ว่าดอลลาร์จะเสื่อมค่ากลายเป็นแบงก์กงเต็กไม่มีใครเอานั้น ดูเหมือนว่าส่วนใหญ่จะมาจากฝั่งอำนาจนิยมที่กล่าวว่าตนเป็นคอมมิวนิสต์ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้มีความต้องการทำลายชาวยิว ! ดังนั้นเรื่องที่ว่าดอลลาร์จะพังไม่มีใครเอาจริงหรือไม่นั้น ? เป็นประเด็นที่เราต้องพิจารณากันอย่างถี่ถ้วน ไม่ใช่เพียงแค่เชื่อข่าวจากฝั่งที่โจมตีว่าดอลลาร์จะพังอย่างเดียวโดยไม่คิดให้ดี !

โดยเฉพาะในประเทศไทย มีนักวิเคราะห์และกลุ่มคนที่ยกตัวเป็นกูรูด้านเศรษฐศาสตร์-การเงินจำนวนมากมายออกมา “แนะนำ” ให้คนทิ้งดอลลาร์และถือทองคำ-เงินหยวนแทน ! พร้อมกับกล่าวว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ และระบบการเงินโลกดอลลาร์กำลังจะพังทลายกลายเป็นหายนะ ?

คนเหล่านี้มักจะแสดงตัวกับสังคมบ่อย ๆ ว่าทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม ต้องการเห็นคนอื่นรู้ทันโลกและฉลาดทางการเงินอย่างแท้จริง แต่เบื้องลึกจะเป็นอย่างที่แสดงออกมาจริง ๆ หรือไม่ ? อาจเป็นคำถามที่เราต้องตามดูกันยาว ๆ ก่อนจะรีบสรุปจากสิ่งที่พวกเขาแสดงออกมา

และหากเราฟังข่าวจากด้านอื่น ๆ ที่ไม่ใช่กลุ่มศัตรูของสหรัฐฯ บ้าง เราจะได้มุมมองที่แตกต่างออกไป ยกตัวอย่างเช่นล่าสุด Larry Summers อดีตขุนคลังสหรัฐฯ ผู้ที่เคยทำนายสถานการณ์เงินเฟ้อได้อย่างแม่นยำ กล่าวว่าข่าวโจมตีต่าง ๆ ที่ว่าเงินดอลลาร์จะพังนั้นไม่เป็นความจริง ?

ทั้งนี้ แม้ว่าเงินดอลลาร์จะลดสัดส่วนในการเป็นทุนสำรองทั่วโลกลงจาก 70% เหลือ 58% ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา แต่นั่นก็เกิดขึ้นพร้อมกับการที่ยูโร (ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ) เข้ามามีบทบาทเป็นทางเลือก ! แต่ขณะเดียวกันในแง่ของการค้าและในด้านอื่น ๆ พบว่าทั่วโลกยังคงใช้ดอลลาร์มากกว่า 80% ขณะที่หยวนมีสัดส่วนไม่ถึง 5%

ซึ่ง Summers ชี้ให้เห็นอีกว่าสัดส่วนดอลลาร์ในทุนสำรองที่ลดลงเหลือ 58% นั้นก็อาจเป็นการ “พูดเกินจริง” ไปด้วยซ้ำ เพราะในความเป็นจริงแล้วดอลลาร์อาจยังมีสัดส่วนมากกว่าที่สถิติชี้ให้เห็น ขณะที่ทางจีน-รัสเซียนั้นพยายามดันเงินหยวน-ทองคำ (รวมถึง Bitcoin และ Crypto อื่น ๆ) ขึ้นมาทุบดอลลาร์อย่างเต็มที่

ในกลุ่มนักวิเคราะห์ฝั่งจีน-รัสเซีย รวมถึงในไทยส่วนใหญ่ กำลังมีการกระหน่ำข่าวให้ซื้อทองคำกันรัว ๆ โดยไม่กล่าวถึงความเสี่ยงใด ๆ ของทองคำเลย มีแต่บอกว่าทองคำจะพุ่งและดอลลาร์จะพัง ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ไม่รู้ว่าอะไรกันแน่ที่จะพัง !

📌 ตามหลักเศรษฐศาสตร์ที่ฝั่งจีน-รัสเซียใช้นั้น อธิบายว่าเงินดอลลาร์จะเสื่อมค่าอย่างหนักเพราะอนาคตจะมีการใช้งานน้อยลง กลายเป็นแบงก์กงเต็กไม่มีใครเอา ? และยังชี้ไปถึงการที่สหรัฐฯ พิมพ์เงินออกมาได้ไม่จำกัดโดยไม่มีทองคำหนุนหลัง พร้อมกับเพดานหนี้ที่ขยายตัวขึ้นไปเรื่อย ๆ

ทำให้พวกเขามองว่าทองคำนั้นจะมีมูลค่าพุ่งทะลุเพดานหลังจากปฏิบัติการล้มดอลลาร์เสร็จสิ้นลงแล้ว ! หรือพูดง่าย ๆ ว่าจีน-รัสเซีย “มองว่าชาวยิวนั้นโง่เรื่องการเงิน” และดำเนินนโยบายอย่างผิดพลาดที่พิมพ์ดอลลาร์ออกมาโดยไม่มีอะไรหนุนหลัง และมั่นใจว่าตัวเองเป็นผู้ฉลาดล้ำโลกที่เชื่อในทองคำมากกว่าดอลลาร์

ความคิดเหล่านี้เกิดขึ้นแม้ว่าจีน-รัสเซียจะตามหลังสหรัฐฯ อยู่ในหลายแง่ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี ระบบการเงิน วิทยาศาสตร์ ขณะที่กลไกการเงินแทบทั้งหมดบนโลกก็เป็นชาวยิวทั้งนั้นที่คิดมาให้เราใช้ ไม่เว้นแม้แต่เทคโนโลยีสุดล้ำต่าง ๆ ส่วนใหญ่ก็มาจากสมองชาวยิวแทบทั้งสิ้น รวมถึงอัจฉริยะที่เปลี่ยนโลกส่วนใหญ่ก็เป็นยิว

⚠️ ดังนั้นเราคงต้องดูกันว่าฝั่งอำนาจนิยมจะล้มชาวยิวได้จริงหรือไม่ ? และชาวยิวโง่จริงหรือ ? ที่พิมพ์ดอลลาร์โดยไม่มีทองคำหนุนหลัง หรือว่าเป็นฝ่ายอำนาจนิยมกันแน่ที่โง่คิดไม่ทันชาวยิว ? สุดท้ายดอลลาร์หรือทองคำกันแน่ที่จะพัง ? อะไรกันแน่ที่กำลังเป็นฟองสบู่ ?

📌 ปัจจุบันนี้ นักลงทุนทั่วโลกต่างก็กำลังจับตามองตลาดหุ้นและระบบการเงินดอลลาร์จะพังทลายตามคำทำนายของฝ่ายอำนาจนิยมจริงหรือไม่ ? หรือว่าเศรษฐกิจของฝ่ายที่พยายามโจมตีสหรัฐฯ กันแน่ที่จะพังเสียเอง ?? โดยดัชนีเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ราว ๆ 102 หน่วยในตอนนี้ จากอดีตเคยอยู่ที่ 70 หน่วย ขณะที่เงินรูเบิลรัสเซียอ่อนค่ากว่า -3x เท่าจากเคยอยู่ที่ 25 ต่อ 1 ดอลลาร์มาอยู่ที่ 82 ต่อ 1 ดอลลาร์ไปแล้ว

ส่วนดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐฯ เช่น S&P500, NASDAQ100, Dow Jones ก็ปรับตัวขึ้นมาจากจุด Low ในช่วงปี 2020 แม้มีข่าวถล่มมาตลอดหลายสิบปีแล้วว่ากำลังจะเป็นหายนะ พัง ไร้ค่า ไม่มีใครเอา มีเพียงอย่างเดียวที่ยังจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับดอลลาร์ได้ในตอนนี้ก็คือทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ความหวังหลักของฝ่ายอำนาจนิยมที่จะใช้ทุบดอลลาร์ให้กลายเป็นแบงก์กงเต็ก

กูรูฝั่งอำนาจนิยมส่วนใหญ่กล่าวว่าเมื่อทองคำยืนเหนือ 2,000 $/Oz ได้แปลว่าราคาจะไปต่ออีกมาก บางคนมองว่าทองคำจะพุ่งทะยานไปถึง 5,000 $/Oz หรือมากกว่านั้นเมื่อดอลลาร์พังลงตามคำทำนายของพวกเขา ? แต่ล่าสุดพบว่าราคาทองคำจะส่ายไปส่ายมาไม่สามารถทะลุ All Time High ใหม่เหนือ 2,075 $/Oz ได้สักที ก็คงต้องลุ้นกันต่อไปว่าฝั่งอำนาจนิยมจะพยายามดันราคาทองคำไปได้ถึงไหน ? หรือว่าทองคำกำลังเป็นฟองสบู่ที่รอวันระเบิดแทนที่จะเป็นดอลลาร์ ?

⚠️ เมื่อเราฟังมุมมองที่ Bias ในทองคำไปแล้ว ขอยกตัวอย่างคนที่มองว่าทองคำแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลยกันบ้าง ! โดยปู่ Warren Buffett รวมถึง Bill Gates ซึ่งเป็นระดับตำนานของโลก ต่างก็มองว่าทองคำนั้นแทบไม่มีมูลค่าอะไรจริง ๆ เลย และไม่ได้ให้ผลผลิตอะไรในทางเศรษฐกิจด้วย ทำได้ก็แค่ซื้อมาเป็นเครื่องประดับหรือเก็งกำไรหวังว่าจะมีการประเมินมูลค่าที่สูงขึ้นในอนาคต และแม้ว่าปัจจุบันทองคำจะเริ่มถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบทางอิเล็กทรอนิกส์บางอย่างด้วยความสามารถในการนำไฟฟ้าของมัน แต่ก็ยังคิดเป็นส่วนน้อยมาก ๆ ที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ๆ

Bill Gates เน้นย้ำว่าทองคำเป็นเรื่องของจิตวิทยาเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้เป็นอะไรที่นำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมหาศาล เราจึงไม่ได้ Bias ในทองคำ ขณะที่ปู่ Warren Buffett กล่าวว่าทองคำเป็นสิ่งที่ปู่จะไม่ลงทุน เพราะทำได้แค่นั่งดูและหวังว่าราคาจะพุ่งขึ้นในอนาคต สู้เอาเงินไปซื้อที่ดินทำเกษตร หรือซื้อหุ้นดีกว่าเยอะ โดยปู่เคยกล่าวอีกว่าถ้าคุณซื้อทองคำเมื่อตอน 20 $/Oz ปัจจุบันมันจะมีมูลค่าราว 2,000 $/Oz แต่ถ้าคุณซื้อหุ้น Berkshire พร้อม ๆ กันกับทอง (ตอนนั้นมีมูลค่า 15 $/หุ้น) ปัจจุบัน Berkshire ได้มีมูลค่าสูงถึง 496,404 $/หุ้น ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบที่เจ็บแสบไม่น้อย

ดังนั้นก็คงต้องรอวัดกันต่อไปว่าทองคำจะทุบดอลลาร์ได้จริงหรือไม่ ? แต่อย่างที่ World Maker บอกไปว่าเราไม่ควร Bias ทองคำมากเกินไปตามข่าวของฝั่งอำนาจนิยม เราต้องเข้าใจด้วยว่าข่าวถล่มดอลลาร์และเชียร์ซื้อทองคำส่วนใหญ่นั้นมีผลประโยชน์ทางการเมืองระดับโลกเข้ามาเกี่ยวข้อง และมีความเป็นจิตวิทยาสูง ซึ่งแม้ว่าจะมีความเป็นไปได้จริงที่ราคาทองคำจะพุ่งและดอลลาร์จะเสื่อมค่า แต่ในโลกการเงินของจริงนั้น ไม่ว่าสินทรัพย์อะไรก็ล้วนเป็นฟองสบู่ได้เช่นกัน ไม่เกี่ยวกับว่าอยู่มานานแล้วหรือพึ่งเกิดใหม่ (อย่างเช่น Bitcoin, Crypto)

📌 ขณะเดียวกัน ตอนนี้หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ รวมถึง FED กำลังเตรียมยกเครื่องกฏระเบียบทางการเงินครั้งใหญ่ ! โดยเฉพาะการเพิ่มการตรวจสอบบริษัทและสถาบันการเงินขนาดเล็ก-กลาง ซึ่งรวมถึงกลุ่ม Non-Banks (บริษัทที่ไม่ใช่ธนาคารแต่มีความสำคัญทางการเงิน) อีกด้วย ! แน่นอนว่าการยกระดับครั้งนี้เป็นการ Reset ใหม่จากกฏหมายในยุคของโดนัลด์ ทรัมป์ (ที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับรัสเซีย) ทำให้บริษัทขนาดเล็ก-กลาง ไม่จำเป็นต้องผ่านการทำ Stress Test อย่างเข้มงวดเหมือนบริษัทใหญ่ ๆ และเป็น 1 ในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิด Bank Run ขึ้นมา

‘เซินเจิ้น’ เปิดใช้ ‘โรงจอดรถเมล์อัจฉริยะ’ ชี้ มี 11 ชั้น พื้นที่ 752 ตร.ม. แบ่งเป็นโถงจอด-ส่งรถ 2 ห้อง ประหยัดพื้นที่กว่าเดิม 10 เท่า!!

(22 เม.ย.66) สำนักงานข่าวซินหัวรายงานว่า โรงจอดรถโดยสารประจำทางโครงสร้างเหล็ก 3 มิติเซี่ยซา เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในนครเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน

โรงจอดรถอัจฉริยะนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกของสี่แยกถนนฝูหรง และถนนปินไห่ในเขตฝูเถียน ก่อสร้างโดยบริษัท ซีไอเอ็มซี ไอโอที (CIMC IoT) ในเครือบริษัท ไชน่า อินเตอร์เนชันแนล มารีน คอนเทนเนอร์ จำกัด

โรงจอดรถมีความสูง 11 ชั้น แบ่งออกเป็นโถงจอดและส่งรถ 2 ห้อง โดยครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 752 ตารางเมตร และใช้อุปกรณ์ยกแนวตั้งจำนวน 2 ชุด

รายงานระบุว่า พื้นที่จอดรถโดยสารประจำทางแต่ละจุดครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 9 ตารางเมตร ขณะพื้นที่จอดรถแนวนอนแบบเดิมใช้พื้นที่ถึงประมาณ 100 ตารางเมตร อัตราการใช้ประโยชน์ที่ดินจึงเพิ่มมากกว่า 10 เท่า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top